Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 49 พระโพธิสัตว์เด็ดดอกบัว
“เป็นพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งยิ่งนัก” หลินหมิงคิดขณะที่อยู่ใน
อาการตกตะลึง แม้แต่มู่อี้เองก็ยังด้อยกว่าเขาคนนี้ มู่อี้เป็นถึงผู้ที่ทุ่มเททั้ง
ชีวิตเพื่อเดินตามเส้นทางแห่งการต่อสู้ การเป็นเป็นนักจารึกของมูjยี่ก็เป็น
แค่อาชีพเฉยๆเท่านั้น แต่เขาคนนี้เป็นถึงระดับปรมาจารย์เลยทีเดียว
สำหรับนักจารึกแล้วต้องใช้เวลานานมากทีเดียวกว่าจะมาถึงระดับนี้ได้
รวมถึงความตั้งใจที่สูงส่งและมั่นคงอย่างมากอีกด้วย
หลินหมิงมองดูเขาสักพักก่อนจะหันกลับไปหา หลินเสี่ยวตงที่มองไป
ที่ยังหญิงสาวคนนั้นตาไม่กระพริบ ไอ้น้องจอมหื่นนี่ หลินหมิงรู้สึกปวดหัว
กับเขามาก เขาใช้ศอกสะกิดหลินเสี่ยวตง ทำให้หลินเสี่ยวตงรู้สึกสะดุ้ง
ตกใจด้วยความเขินอาย เขาเป็นคนฉลาดนะแต่หัวช้าไปหน่อย และก็ยังไร้
เดียงสาอีกด้วย
ตอนนี้หลินหมิงรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงพลังวิญญาณของหญิงสาว
คนนั้น อักขระที่นางวาดไว้ก็เริ่มเปล่งแสงและเกิดควันออกมา มันแตก
กระจายออกไปเหมือนกับการระเบิดของประทัดอันหนึ่ง
หญิงสาวคนนั้นทำหน้าเศร้า แลดูไม่ค่อยสบายใจนัก ก่อนหันไปพูด
ว่า “ท่านปู่ ข้าพลาดอีกแล้วค่ะ”
ชายแก่คนนั้นยังคงนั่งด้วยความสงบขณะที่เขากำลังเปิดตาออกจาก
การทำสมาธิและกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ยู้ฮาน เจ้าทำได้ดีแล้ว ถ้าฝึกทำ
ต่อไปเรื่อยๆ ในไม่กี่เดือนนี้ เจ้าก็จะได้ใบรับรองการเป็นนักจารึกอย่าง
แน่นอน” ก่อนหน้านั้นปู่ของนางได้ใบรับรองเมื่อเขามีอายุได้18ปี และ
นางเองก็ดูอายุราวๆ 16-17ปีในตอนนี้
หญิงสาวคนนี้ถือว่ามีพรสวรรค์นักจารึกระดับอัจฉริยะเลยทีเดียว
นางคือหวังยู้ฮาน และชายแก่คนนั้นก็คือปู่ของนางนั้นเอง ประธาน
สมาคมจารึก หวังหวนจี่
“อืมมม แต่ถ้าเทียบข้ากับฉินซิงเซวียน นางอ่อนกว่าข้าตั้งครึ่งปีแต่
กลับอยู่ในระดับเดียวกับข้า ในช่วงนี้เองความเร็วในการเรียนรู้ของข้าก็ตก
ลงไปด้วย ข้าไม่รู้ว่าทำไม”
ถึงยังไงพรสวรรค์กับความสามารถก็ต้องจบลงด้วยการเปรียบเทียบ
กับคนอื่น หวังยู้ฮาน รู้ว่าตนนั้นไม่สามารถเทียบกับฉินซิงเซวียนได้ในด้าน
การฝึกฝนการต่อสู้ แต่การจารึกคืองานหลักของนางและนางจะไม่ยอม
แพ้ในเรื่องนี้ไปด้วย
ขณะที่ทั้งสองคนกำลังคุยกันอยู่ หญิงเฒ่าก็ได้เดินเข้ามาด้วยความ
เคารพและกล่าวว่า “ท่านประธาน”
“หืออ มีอะไรรึ”
ผู้เฒ่าหญิงดูลังเลเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปที่หลินหมิงและกล่าวว่า
“เด็กหนุ่มคนนี้อยากจะเข้าร่วมในการทดสอบจารึกค่ะ”
“เจ้าชื่ออะไร อายุเท่าไรแล้ว”หวังหวนจี่ ถามเขา
หลินหมิงลังเลไปครู่หนึ่ง เขาไม่คิดมาก่อนว่าชายแก่ผู้นี้จะเป็นถึง
ประธานสมาคมจารึก แต่ด้วยฐานะนั้นแล้วหลินหมิงไม่คิดว่า ชายแก่คนนี้
จะอยากรู้เรื่องอะไรของหลินหมิง ตราบใดที่เขาไม่แพร่งพรายเกี่ยวกับ
การจารึกโอสถออไปในอาณาจักรแห่งนี้ มันก็คงไม่มีปัญหา
หลินหมิงระวังตัวเป็นอย่างมาก เกี่ยวกับพวกอันธพาลและอาชญา
กรที่อยากจะได้ความสามารถของเขา มันมีมูลค่ากว่า หลายพันเหรียญ
แต่สำหรับหวังหวนจี่ และ มู่อี้ และปรมาจารย์อาวุโสคนอื่นๆก็คงแค่
อยากจะเห็นพรสวรรค์ของหลินหมิงเท่านั้น
ขณะที่คิด หลินหมิงก็ตอบกลับไป “หลินหมิง 15ปี”
เมื่อได้ยินคำว่า 15 ปี ตาของ หวังยู้ฮานก็ได้เบิกกว้างขึ้น เด็กคนนี้ก็
เป็นอัจฉริยะงั้นหรือ อายุของเขาน้อยกว่านางเสียอีก และการฝึกฝนการ
ต่อสู้ก็ดูจะไม่ต่ำต้อยเสียด้วย แต่ละวันเด็กหนุ่มคนนี้เคยทำอะไรอย่างอื่น
นอกจากการฝึกบ้างไหม
แต่ถึงอย่างไรทางสมาคมจารึกก็ไม่ได้จัดหาอุปกรณ์อะไรมาให้
สำหรับการทดสอบอยู่แล้ว คนที่จะมาป่วนงานสอบก็คงจะมีไม่มาก มัน
ต้องใช้เงินหลายพันเหรียญทอง ถ้าพวกเขาไม่เพี้ยนก็คงไม่มาทดสอบ
เล่นๆเพื่อก่อปัญหาแน่นอน
“เจ้าต้องหาวัตถุอุปกรณ์มาเพื่อใช้สอบเอง เจ้ารู้ใช่ไหม”
“อืม ข้ารู้ ข้าอยากจะซื้อจากสามคมจารึก ” หลินหมิงได้หยิบใบ
บันทึกวัตถุไว้ออกมายื่นให้
หลินหมิงได้ตัดสินใจที่จะสร้าง ‘อาคมล้มล้าง’ แบบง่าย ซึ่งแตกต่าง
จากแบบปกติที่ไม่ต้องใช้ไหมนภาและสามารถสร้างได้ง่ายและรวดเร็ว
มากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้น ประสิทธิภาพมันก็ลดลงไปบ้างเหมือนกัน
เป้าหมายของเขาแค่ผ่านการสอบในครั้งนี้เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องทำ
อะไรที่ยากลำบากและทำให้ผู้คนตกใจ แต่ ‘อาคมล้มล้าง’ ก็มีการใช้
อักขระอาคมที่ไม่เคยมีในอาณาจักรแห่งนี้ในการสร้างด้วย หากเป็นไปได้
หลินหมิงก็ไม่อยากจะเปิดโปงมันเสียเลย
“ถ้าข้าจะของซื้อสิ่งของเหล่าพวกนี้จะได้หรือไม่ ”หลินมหมิง ส่ง
กระดาษแผ่นนั้นให้กับผู้เฒ่าหญิง
ผู้เฒ่าหญิงได้รับมันมาและมองดูมัน และหันไปรอคำยืนยันจากหวัง
หวนจี่นางกล่าวว่า “อืม งั้นข้าขอถามเจ้าว่า เจ้าจะใช้อุปกรณ์อะไรในการ
ทดสอบครั้งนี้”
“หากข้าจะใช้ดาบในการทดสอบ เมื่อจบการทดสอบดาบเล่มนั้นจะ
เป็นของข้าเช่นเดิมใช่หรือไม่”
“แน่นอน ยังไงของพวกนั้นก็เป็นของเจ้าอยู่แล้ว มาเลือกดาบกับข้า
สิ”
“อืมมม ”
ขณะที่หลินหมิงเดินออกไปหวังยู้ฮานก็มองดูจนร่างเขาค่อยๆ
ห่างไกลออกไปๆ และนางก็บ่นอุบอิบว่า “ปู่นะปู่ เด็กหนุ่มนั้นอายุแค่15ปี
เอง ถ้าหากเขาเกิดสอบผ่านขึ้นมา ปู่จะทำให้ข้าต้องพ่ายแพ้ให้กับเขาอีก
คน ให้ข้าแพ้ให้กับฉินซิงเซวียนคนเดียวยังไม่พอสินะ ”
หวังหวนจี่ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม“การสอบเป็นนักจารึกไม่ใช่เรื่อง
ง่ายๆหรอกนะ แต่เพราะเจ้าหนุ่มนี้กล้าที่จะมาขอทดสอบ เขาจะต้องมี
อะไรพิเศษอย่างแน่นอน และอาจจะไม่ใช่สิ่งที่มีอยู่ในอาณาจักรแห่งนี้ก็
เป็นได้ เขาอาจจะเป็นลูกศิษย์ของปรมาจารย์ลึกลับก็เป็นได้ เขาก็ต้อง
อยากมาสร้างชื่อเป็นธรรมดา แต่มันอาจจะไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกนะ
ฮ่าๆ”
ขณะที่หวังหวนยี่กำลังพูด เขาก็ได้ส่งกระแสจิตไปยังผู้คุมสอบอีก
สองคนให้มาที่นี่อย่างเร่งด่วน
หวังยู้ฮานเม้มปากแน่นและพูดเบาๆอย่างไร้เดียงสา “ข้าจะไม่ยอม
แพ้หรอก ข้าต้องจะไม่แพ้ให้ฉินซิงเซวียน”
สมาคมจารึกมีสมบัติที่ใช้สำหรับการทดสอบอยู่เป็นจำนวนมาก
หลินหมิงมองดูอยู่ซักพัก ในที่สุดเขาก็ได้เลือกดาบยาวๆเล่มหนึ่งขึ้นมาพูด
ว่า “ข้าเลือกดาบเล่มนี้ ”
ดาบนี้มีมูลค่าถึง 3600 เหรียญทองและเป็นหนึ่งในสมบัติที่แพงยิ่ง
กว่าบรรดาสมบัติชิ้นอื่นๆ ผู้เฒ่าหญิงค่อนข้างประหลาดใจ โดยทั่วไปผู้เข้า
ทดสอบมักจะเลือกสมบัติถูกๆไว้ก่อน แต่เด็กหนุ่มคนนี้กลับเลือกของที่มี
ราคาสูงมาก สงสัยตระกูลของเขาคงจะมีเงินมากเกินไปสินะ
หลินหมิงมีความคิดดีๆอยู่ในหัว เมื่อเขาจะต้องซื้อสมบัติซักชิ้น
แน่นอนว่าเขาต้องสามารถใช้งานมันได้ด้วย คงจะเป็นการดีที่จะซื้ออาวุธ
ระดับสูงแพงๆมาผสานเข้ากับอักขระอาคมอันทรงพลัง และค่อยขายมัน
ไปในราคาที่สูงยิ่งขึ้นไปอีก
หลินหมิงหยิบตั๋วเงินออกมา4ใบและยื่นให้อย่างเขินๆ
“อืมม งั้นตามข้ามา”
หลังจากที่จ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้เฒ่าหญิงก็ได้พาหลินหมิงก
ลับมาที่ห้องทดสอบ
หลังจากที่เขาได้กลับมาหลินหมิงเห็นคนสองคนที่ดูมีอายุจะซัก 40-
50ปี คนหนึ่งใส่เสื้อสีเขียว และอีกคนหนึ่งก็ดูท่าทางมีความสุข ดูใจดีมาก
พอๆกับความอ้วนที่เขามี
เขาสองคนนี้เป็นผู้คุมการทดสอบของสมาคมจารึก ที่จะรับผิดชอบ
ในการสอบครั้งนี้ ปกติแล้วหวังหวนจี่จะไม่ได้มาคุมการทดสอบด้วย
ตนเอง แต่ครั้งนี้เขาดูสนใจเป็นกรณีพิเศษ
“เจ้าพร้อมรึยัง” หวังหวนจี่ถาม
“แน่นอน” หลินหมิงพยักหน้า เขาวางดาบไว้บนแท่นจารึก จากนั้น
ก็เริ่มคลี่ห่อวัตถุดิบออกมา วัตถุดิบพวกนี้ถูกเตรียมไว้เป็นอย่างดี ซึ่ง
หลินหมิงไม่ต้องปรับปรุงอะไรมันเพิ่มเติมเลย
ชายที่อยู่ในชุดเขียว กล่าวว่า “เวลาในการทดสอบคือ 2ช.ม. และถ้า
พลาดเกินกว่า3ครั้งจะถือว่าสอบตก และถ้าดาบแกร่งขึ้นได้ไม่ถึง20% ก็
ถือว่าสอบตกเช่นกัน ”
“ข้ารู้แล้ว”
“ดี เริ่มได้” ชายคุมสอบกลับด้านนาฬิกาทราย ทรายค่อยๆไหลลง
ไปด้านล่างอย่างเงียบๆ
หลินหมิงนั่งลงและหลับตาลงสักครู่ เขาโคจรพลังปราณในร่างกาย
ซักครู่จนถึงจุดๆหนึ่ง และได้ยื่นมือออกไป ทันใดนั้นหยดน้ำสีน้ำเงินก็ถูก
ดึงที่ฝ่ามือของเขาเหมือนกับว่า มันถูกหลินหมิงควบคุมอยู่
แม้ว่าสิ่งที่เขาทำจะเป็นแค่ลูกเล่นง่ายๆ แต่กลับสัมผัสได้ว่าเด็กหนุ่ม
คนนี้ได้ควบคุมหยดน้ำนี้เอาไว้ด้วยพลังวิญญาณที่กล้าแข็งมากๆ
“พลังวิญญาณนี้มันอะไรกัน เด็กคนนี้มีพรสวรรค์พลังวิญญาณระดับ
ห้าอย่างนั้นหรือ ” หวังหวนจี่พูดด้วยความตกใจ
“ข้าไม่สงสัยเลยว่าทำไมเขาถึงได้กล้ามาทดสอบทั้งๆที่พึ่งมีอายุแค่15
ปีเท่านั้น เขามีความสามารถบางอย่างซ่อนอยู่”
ชายคุมสอบกล่าวขณะพยักหน้าไปด้วย
หวังยู้ฮานเม้มปากแน่น “ระดับห้างั้นหรือ เท่ากับข้าเนี่ยนะ คู่แข่ง
ของข้าไม่ได้มีแค่ฉินซิงเซวียนคนเดียวเสียแล้ว”
ผู้มีพรสวรรค์พลังวิญญาณระดับห้านั้นถือว่าหาได้ยากมากมาก ถ้า
จะเทียบพรสวรรค์พลังวิญญาณระดับห้ากับพรสวรรค์การต่อสู้ระดับห้า ผู้
มีพรสวรรค์พลังวิญญาณระดับห้าถือว่าหายากยิ่งกว่า ยิ่งพรสวรรค์พลัง
วิญญาณระดับห้า ในรอบสิบปีถึงจะมีซักคน
พรสวรรค์การต่อสู้ของหวังหวังยู้ฮานอยู่เพียงแค่ระดับสี่ แต่
พรสวรรค์พลังวิญญาณกลับอยู่ระดับห้าคงเป็นเพราะได้บางส่วนมาจากปู่
ของนาง โดยปกติแล้วมนุษย์จะมีพรสวรรค์การต่อสู่ไม่น้อยกว่าพรสวรรค์
พลังวิญญาณ
พรสวรรค์พลังวิญญาณระดับห้าของหวังยู้ฮาน ถือเป็นชั้นบนของ
เหล่านักจารึก ยิ่งไปกว่านั้นหวังหวนจี่ยังได้สั่งสอนนางให้เข้าใจเรื่องการ
จารึกมาตั้งแต่เด็กๆ ในเรื่องของ นางมีความสามารถเทียบเท่ากับฉินซิงเซ
วียนแต่นางก็อายุมากกว่าฉินซิงเซวียนเล็กน้อย
จริงๆแล้วหลินหมิงไม่ได้มีพรสวรรค์พลังปราณถึงระดับห้า แต่เขาใช้
‘ครอบงำวิญญาณ’ กฏแห่งจิตวิญญาณที่มาจากแดนเทวะ เพราะเหตุนี้
ทำให้หลินหมิงจึงทำออกมาได้ดีกว่าที่ทุกคนคาดการณ์เอาไว้มากนัก
แค่ท่าแรกก็ทำให้หวังหวนจี่รู้สึกประหลาดใจได้แล้ว แต่ในท่าต่อๆไป
มันจะต้องทำให้ทุกคนคิดไม่ถึง
เมื่อน้ำหยดนั้นลอยไปถึงปลายนิ้วของหลินหมิง นิ้วของเขา
เคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่ทำให้เกิดร่างแยกได้ หยดน้ำหยดนั้นได้
เคลื่อนไหวไปตามปลายนิ้วของเขา มันเหมือนกับดาวหางดวงหนึ่งที่
เคลื่อนไหวสะบัดกลับไปกลับมากลางอากาศ
ในชั่วเวลานั้น อักขระอาคมก็เสร็จสมบูรณ์
หวังหวนจี่หายใจเข้าไปลึกๆครั้งหนึ่งด้วยความชื่นชม
“พระโพธิสัตว์เด็ดดอกบัว!”
อันที่จริงเขาแค่จะมาชมการทดสอบเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น แต่
เขากลับได้มาเห็นนิ่วมือของหลินหมิงที่เคลื่อนไหวดั่งสายน้ำ นี่เป็นสิ่งที่หา
ยากในบรรดาปรมาจารย์ มันเรียกว่า ‘พระโพธิสัตว์เด็ดดอกบัว’ พระ
โพธิสัตว์เป็นเรื่องเล่าลึกลับตั้งแต่อดีตกาลที่ถูกเรียกว่าพระโพธิสัตว์พันนิ้ว
ตำนานเล่าว่าพระโพธิสัตว์ มีสิบมือ แต่ละมือมีพันนิ้ว ทุกๆปีทุ่งดอกบัวจะ
เบ่งบานซึ่งมีเมล็ดของมันอยู่ด้วย ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงชั่วพริบตาพระ
โพธิสัตว์สามารถเก็บเมล็ดเหล่านั้นได้ทั้งหมดทั้งทุ่ง มันจึงถูกกล่าวขานกัน
ว่า ‘พระโพธิสัตว์เด็ดดอกบัว’ จะมีก็แต่เพียงปรมาจารย์ที่เชี่ยวชาญและ
ฝึกฝนมันเป็นเวลาเกือบทั้งชีวิตเท่านั้นที่จะสามารถทำได้ด้วยความเร็วถึง
ขนาดนี้
ถ้าหากจะพูดถึงความเร็วแล้วละก็ แม้ปรมาจารย์บางคนอาจทำได้
เร็วกว่านี้ แต่เมื่อเขาต้องเก็บพลังเอาไว้และไม่ให้เสียความมั่นคงและ
ความประณีตในการจารึก มันยากเสียยิ่งกว่ายาก
เด็กคนนี้อายุเท่าไรกันแน่ เขาเริ่มฝึกตั้งแต่อยู่ในท้องแม่หรือย่างไร
เป็นไปไม่ได้ เขาไม่มีทางที่จะสามารถทำได้เร็วได้ถึงขนาดนั้น…