Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 487 กบหมอกพิษ
ขณะที่หุ่นเชิดปรากฏ หนานอวิ๋นหวังก็ได้คำรามและกระโจนขึ้นไป
กลางอากาศ กระบี่ในมือของเขาถูกกวาดออกไป แสงสีโลหิตสาดประกาย
ด้วยเสียง ‘ฉวิ้ง’ เกิดรอยตัดขนาดใหญ่ขึ้นบนโลหะสีแดงของร่างหุ่นเชิด
ปีศาจยักษ์
หนานอวิ๋นหวังกวาดพายุกระบี่โหมเข้าใส่ รอยแตกเกิดขึ้นที่ร่างของ
หุ่นเชิดปีศาจยักษ์ ในไม่นานทั่วร่างของมันได้ถูกตัดเป็นชิ้นๆ และจากนั้น
ก็ล้มลงกับพื้น
จากนั้นหนานอวิ๋นหวังก็ได้โบกมือเก็บชิ้นส่วนของมันเข้าไปในแหวน
มิติ ความสำคัญของซากหุ่นเชิดต่อนิกายนั้นสามารถที่จะจินตนาการได้
เลย หากมิใช่หนานอวิ๋นหวังลงมือ เช่นนั้นแม้จะเป็นมู่เฟิงเซียนก็ต้อง
จัดการมันอย่างยากลำบากแน่นอน
หลังจากหุ่นเชิดปีศาจยักษ์ตัวนี้ ก็ยังมีมาอีก 2 ตัว
ซ่วนหวู๋จี๋ได้ส่งเสียงดัง พลังงานสีดำลอยอยู่รอบตัวเขา ฝ่ามือของเขา
สาดประกายด้วยแสงภูติผีขณะที่กระแทกฝ่ามือเข้าใส่หุ่นเชิด ใน
ขณะเดียวกัน นักบวชคิ้วขาวก็ได้แกว่งไม้เท้าเพื่อโจมตีหุ่นเชิดเช่นกัน
3 หุ่นเชิดปีศาจยักษ์ถูกทำลายโดย 3 คน
และซากที่เหลือก็ถูกแต่ละคนเอาไป
มีสถานที่ใต้ดินที่อยู่ห่างไปถึง 100 ลี้ และเป็นเส้นทางที่ยาวไกลกว่า
จะถึงสวนสมุนไพร ตลอดระยะเวลาหลินหมิงต่างพยายามรักษาระยะห่าง
จากซ่วนหวู๋จี๋ แต่ดูเหมือนว่าจะลืมเกี่ยวกับตัวเขาไปแล้ว และเพิ่มสมาธิไป
ที่การสังหารหุ่นเชิดที่พบเห็น ไม่แม้แต่จะชำเลืองมายังหลินหมิงด้วยซ้ำ
ขณะที่ทุกคนเดินผ่านไปเรื่อยๆ ทางเดินก็ดูเหมือนเดิม ถึงแม้มันจะดู
ซับซ้อน เค้าโครงเหล่านี้ออกแบบมาอย่างดี ความจริงก็คือตราบเท่าที่ใคร
เลือกทิศทางและเดินไปที่นั่น สุดท้ายแล้วก็จะมายังเส้นทางเดียวกันอยู่ดี
เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงไม่กลัวหลง
ปัง!
3 หุ่นเชิดชุดใหม่ก็ได้ถูกผู้เชี่ยวชาญขั้นทำลายชีวิตระดับ 3 สังหารไป
อีกเช่นกัน ในตอนนี้ มีหุ่นเชิดปีศาจยักษ์กว่าสิบตัวแล้วที่ออกมา
เส้นทางนี้เป็นเพียงหนึ่งในเส้นทางนับไม่ถ้วนที่ไปยังตำหนัก
จักรพรรดิเทพปีศาจ หากแต่ละเส้นทางมีหุ่นเชิดจำนวนเท่านี้บางทีทุก
เส้นทางไปยังตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจรวมกันอาจจะมีหุ่นเชิดปีศาจ
ยักษ์เช่นนี้นับหมื่น!
หุ่นเชิดเหล่านี้มีความแข็งแกร่งเทียบเท่านักสู้ขั้นหลอมรวมแก่นแท้
ในนิกายระดับ 4 ก็เท่ากับความแข็งแกร่งของผู้อาวุโส ความแข็งแกร่งใน
การต่อสู้ของนักสู้ขั้นหลอมรวมแก่นแท้นับหมื่นที่เป็นหุ่นเชิด หากพวกนัก
สู้จากนิกายถูกนับรวมจำนวนเข้าไปด้วย เช่นนั้นมันก็จะยิ่งน่าตกตะลึง
ด้วยการมีผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิเป็นผู้อาวุโส นักสู้ขั้นทำลายชีวิตเป็น
ผู้คุ้มกัน และนักสู้ขั้นขั้นหลอมรวมแก่นแท้เป็นผู้ดูแล… มรดกที่ลึกล้ำของ
นิกายระดับ 6 นั้นน่าหวาดกลัวอย่างแท้จริง!
จากการสะท้อนให้เห็นเหล่านี้ ก็สามารถที่จะเห็นได้ว่านักสู้ของทวีป
นภารินไหลเมื่อหมื่นปีก่อนนั้นแข็งแกร่งเพียงใด มันเหนือยิ่งกว่าปัจจุบัน
มากมายมหาศาล มันได้มีรูปแบบค่ายกลของแดนเทวะอยู่มากมายและ
แม้กระทั่งเคล็ดบ่มเพาะก็ยังเคยปรากฏอยู่ที่นี่ อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้ใดรู้ว่า
เกิดสิ่งใดขึ้น หลังจากนั้นทวีปนภารินไหลก็ได้กลายมาเป็นดังปัจจุบัน
“หืม? สิ่งที่อยู่ด้านหน้าคือ…” หลินหมิงมองไปยังหัวมุมอย่างระวัง
และเห็นรูปปั้นกบสูง 20 ก้าว
กบยักษ์ตัวนี้อาปากอยู่ มีฟันแหลมคมเป็นแถวในปากของมัน ลิ้น
ของมันราวกับกระบี่ยาวที่ยื่นออกมา ทั่วร่างของมันเป็นสีเทาเข้มรูปร่าง
คล้ายโอ่ง และให้ความรู้สึกที่ดุร้ายและอันตรายเป็นอย่างยิ่ง
“นี่คือกบหมอกพิษโบราณ…” หลินหมิงจำข้อมูลของรูปปั้นนี้ได้จาก
ความทรงจำ ความจริงแล้ว มันมิใช่รูปปั้น แต่เป็นหุ่นเชิดศพที่สร้างมาก
จาจกร่างจริงของกบหมอกพิษ
หุ่นเชิดศพนี้เทียบเท่าปลายขอบขั้นหลอมรวมแก่นแท้ แต่ความ
แข็งแกร่งในการต่อสู้เทียบเท่ากับขั้นทำลายชีวิตระดับ 1 มันดูไม่ต่างจาก
รูปปั้นเลย และไม่มีผู้ใดสัมผัสได้ถึงตัวตนของมันด้วย มันดูเหมือนว่าถูก
วางเอาไว้เป็นเครื่องประดับภายในตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจเท่านั้น แต่
ความจริงแล้ว มันคือรูปปั้นพิทักษ์
จิตใจของหลินหมิงสะท้านและเขารีบลดฝีก้าวลงทันที แต่ซ่วนหวู๋จี๋
และคนอื่นยังคนเดินอย่างราบเรียบต่อไปยังมุมนั้น ไม่ได้ตระหนักถึงกบ
หมอกพิษนี้เลย
ซ่วนหวู๋จี๋ตระหนักได้ถึงมัน แต่ก็เหลือบมองเพียงแค่ชั่วครู่ เขาปล่อย
จิตสัมผัสไปยังมันและไม่พบสิ่งใดแปลก จึงไม่ได้ใส่ใจมันอีก อย่างช้าๆเขา
ค่อยก้าวไปยังมุมนั้น
อย่างไรก็ตาม ขณะที่เขาผ่านไปใกล้มันไม่กี่ก้าว กบหมอกพิษก็ได้ลืม
ตาขึ้น ลิ้นของมันพุ่งออกมาราวกับลูกศร!!
“หืม!?”
สีหน้าของซ่วนหวู๋จี๋เปลี่ยนแปลงไปในทันที หมอกสีดำออกมาห่อหุ้ม
ร่างของเขาในทันที เขาได้กระแทกสองฝ่ามือออกไปเพื่อถอยหลังออกมา
ปัง!
ลิ้นที่ราวกับลูกศรปะทะกับฝ่ามือที่ห่อหุ้มด้วยปราณแท้ของซ่วนหวู๋จี๋
ทิศทางของลิ้นจึงได้ถูกเบนไปทันที มันพุ่งไปเสียบผู้อาวุโสขั้นทำลายชีวิต
ระดับ 1 ของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ ถึงแม้ผู้อาวุโสคนนี้จะมีปราณ
แท้คอยปกป้องร่างของเขา ลิ้นก็ยังแทงเข้าที่หัวใจและปอดของเขาได้!
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันนี้ ทำให้ทุกคนตกตะลึง แต่ทันใด
นั้นเอง ลิ้นที่โชกเลือดได้ตวัดกลับด้วยความเร็วที่ยากจะมองเห็นและพุ่ง
มาเสียบผู้อาวุโสคนนี้อีกครั้งที่ตันเถียนของเขา
ปุ!
โลหิตพุ่งออกมา ผู้อาวุโสคนนั้นจ้องมองด้วยดวงตาที่เบิกกว้างไปยัง
ลิ้นที่เสียบร่างของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ตลอดทางที่
ผ่านเข้ามายังตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจมันไม่มีอันตรายมากมายนัก
เช่นนั้นเขาจึงไม่นึกว่าจะต้องมาตกตายที่นี่….
ความเป็นและความตายตัดสินในช่วงเสี้ยววิเท่านั้น ถึงแม้ผู้อาวุโสคน
นั้นจะมีระดับการบ่มเพาะขั้นทำลายชีวิตระดับ 1 เขาก็ยังไม่อาจที่จะรับ
การโจมตีจากกบหมอกพิษได้ เนื่องจากกฏการยับยั้งปราณแท้ในโลกใบนี้
ด้วยเสียง ‘ฟรุป’ ลิ้นถูกดึงกลับไป ผู้อาวุโสขั้นทำลายชีวิตทั่วร่าง
ระเบิดน้ำพุโลหิตออกมา
หลินหมิงสีหน้ามืดมนถอนหายใจและส่ายศีรษะ มันน่าเสียดายที่ซ่
วนหวู๋จี๋ไม่ได้รับบาดเจ็บ อีกอย่าง ศพของผู้อาวุโสขั้นทำลายชีวิตตรงหน้า
เขาก็จะกลายเป็นเสียของ หลินหมิงไม่เชื่อว่าเขาจะสามารถป้อนปราณ
โลหิตของผู้อาวุโสขั้นทำลายชีวิตให้กับลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์หรือแม้กระทั่ง
กลั่นผนึกดูดกลืนโลหิตขึ้นมาได้ด้วยการมีหลายคนจับจ้องอยู่เช่นนี้
“เจ้าสัตว์อสูรปีศาจ ตายซะ!”
ซ่วนหวู๋จี๋โกรธเกี้ยว ผู้อาวุโสที่ตกตายไปเป็นคนในสายเลือดตระกูลซ่
วนของเขา
เขาคำรามและดึงเอาหอกทมิฬออกมาจากแหวนมิติ และพุ่งมันไปยัง
กบหมอกพิษ นี่เป็นครั้งแรกที่ซ่วนหวู๋จี้ได้ใช้อาวุธในที่แห่งนี้
ปัง!
ซ่วนหวู๋จี๋ถ่ายเทปราณแท้ลงไป 70-80% ในการโจมตีนี้ อย่างไรก็
ตาม มันจมเข้าไปในตัวกบเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น
“หืม!?”
สีหน้าของซ่วนหวู๋จี๋สาดประกายด้วยความประหลาดใจ
ด้านหลังซ่วนหวู๋จี๋ นักบวชคิ้วขาวก็ได้เข้าโจมตีด้วย เขาเห็นได้ว่ามัน
ยากเพียงใดในการรับมือกับกบหมอกพิษ
นักบวชคิ้วขาวคุ้มกันตัวเองด้วยแสงสีทอง ดูเหมือนมีเสียงบทสวดดัง
อยู่ในอากาศ แสงสีทองหมุนวนที่ไม้เท้าของเขา และฟาดลงมายังกบ
หมอกพิษ
ทักษะลับของมหาวิหารเซนดูเหมือนว่าจะมีผลอย่างยิ่งในการสะกด
ข่มกบหมอกพิษ ด้วยเสียงระเบิดที่เกิดขึ้น รอยแตกเกิดขึ้นบนหลังของกบ
หมอกพิษราวกับใยแมงมุม
กบหมอกโลหิตไม่มีความเจ็บปวด มันได้เปิดปากขึ้นมาและพ่นเมฆ
แก๊สมหาศาลออกมา
ซ่วนหวู๋จี๋เค้นเสียงเย็นชาและจากนั้นก็ได้สะบัดมือ สายฟ้าทมิฬสอง
สายพุ่งออกไป เกิดเสียง ‘ซี่ ซี่ ซี่’ เมฆแก๊สโดนสายฟ้าขนาดเล็กมากมาย
ปกคลุมและสลายไปจนหมด
จากนั้นหอกของซ่วนหวู๋จี๋และไม้เท้าของนักบวชคิ้วขาวกระแทกไป
ยังร่างของกบหมอกพิษพร้อมกัน หนานอวิ๋นหวังเองก็ได้ร่วมโจมตีด้วย
เขาตวัดกระบี่สีแดงออกไป มันได้เกิดเสียงระเบิดหลายชุดเกิดขึ้นเมื่อ
กบหมอกพิษถูกโจมตีจากผู้ทรงพลังทั้ง 3 คนพร้อมกัน มันไม่สามารถที่
จะป้องกันได้เลย
“ตายซะ!”
ในที่สุดหอกของซ่วนหวู๋จี๋ก็ได้เสียบทะลุปากของกบหมอกพิษ ดวงตา
ของหุ่นเชิดตัวนี้กลายเป็นมืดลงทันที และไม่สาดประกายแสงใดๆอีกเลย
ถึงแม้พวกเขาจะสามารถจัดการกับกบหมอกพิษได้ แต่บรรยากาศ
ของกลุ่มดูแย่อย่างยิ่ง โดยเฉพาะเหล่าคนชราที่อยู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 1
– สีหน้าของพวกเขาทั้งหมดมืดมนเป็นอย่างยิ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่มีผู้ตก
ตายไปตั้งแต่ได้เข้ามายังตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจ เหล่าอาวุโสขั้น
ทำลายชีวิตเหล่านี้ มิใช่ว่าเป็นตัวตนที่ยอดเยี่ยมหรือ? พวกเขามีชีวิตมา
กว่าพันปี พวกเขาสามารถที่จะทำลายภูเขาและพลิกแม่น้ำด้วยความ
แข็งแกร่งของตนเอง และได้รับทุกสิ่งที่ตนพึงพอใจ โดยปกติแล้ว บุคคล
เช่นนี้นั้นย่อมให้ชีวิตของตนเป็นสิ่งสำคัญเหนืออื่นใด
พวกเขาต่างกังวลในสถานะการณ์ของตนเองและไม่ได้วางแผนที่จะ
ต่อสู้แย่งชิงรากมังกรนิพพาน พวกเขาเพียงแค่ต้องการที่จะได้รับสมบัติ
อย่างอื่นระหว่างทางเท่านั้น แต่หากโอกาสนั้นจะต้องเสี่ยงด้วยชีวิต มันก็
ไม่ได้คุ้มค่าเลย
เพียงแค่ครึ่งทางผ่านไปยังตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจ เผชิญหน้ากับ
การลอบโจมตีที่รุนแรงจากกบหมอกพิษ ผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตระดับ
หนึ่งไม่มีพลังที่จะต่อต้านได้ด้วยซ้ำ ผู้ใดจะรู้ว่าตนนั้นจะมิได้เจอกับชะตา
กรรมแบบเดียวกันบ้างเล่า?
ซ่วนหวู๋จี๋เอาศพของผู้อาวุโสตระกูลของตนเข้าโลง ซากของกบหมอก
พิษเขาก็เอาไปด้วย ขณะที่เขากวาดสายตาไปยังนักสู้ขั้นทำลายชีวิตระดับ
1 ของนิกายอื่น เขาก็เค้นเสียงเย็นชาด้วยความเย้ยหยัน เขาไม่สนใจว่า
พวกนั้นจะเป็นหรือตาย
“ผู้อาวุโสจากดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ทุกคน อยู่ใกล้ข้าไว้”
ขณะที่ซ่วนหวู๋จี๋กล่าว เขาก็ได้รวบรวมผู้อาวุโสจากดินแดนปีศาจแห่ง
ทะเลทางใต้ทุกคนมาอยู่ใกล้ตัวและเดินต่อไปอย่างช้าๆ สำหรับนักสู้อิสระ
บางคน ก็ได้เข้าไปอยู่ใกล้หนานอวิ๋นหวัง และนิกายอื่นก็ได้รวมกับนิกาย
มหาวิหารเซน
ตลอดระยะเวลาที่มุ่งหน้าไป แต่ละกลุ่มต่างเพิ่มความระมัดระวังขึ้น
พวกเขาได้พบเจอกับกบหมอกพิษอีกหลายตัว อย่างไรก็ตาม หลังจากที่
ได้เตรียมตัวมาแล้วในครั้งนี้ 3 ผู้ทรงพลังสูงสุดก็ได้ร่วมมือกันโจมตีกบ
หมอกพิษในครั้งเดียว และไม่มีนักสู้ผู้ใดตกตายไปอีก
หลังจากผ่านอันตรายไปสักพัก พวกเขาก็ได้เดินขึ้นบันใด หลินหมิง
เดาว่าอย่างน้อยมันน่าจะสูงจากพื้นดินกว่า 1000 ก้าว สำหรับสวน
สมุนไพรของจักรพรรดิเทพปีศาจ พวกเขาก็ได้เข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ อาจจะ
ห่างอีกเพียงแค่ราวๆ 10 ลี้
ขณะที่หลินหมิงตระหนักได้ถึงเรื่องนี้ เขารู้สึกได้ถึงอารมณ์นับร้อยที่
แผ่ไปทั่วหัวใจของเขา รากมังกรนิพพานแทบจะอยู่ตรงหน้าของเขาแล้ว
แต่โอกาสที่จะได้ครอบครองแทบจะเป็นศูนย์
หลังจากเดินไปผ่านอีกสักพัก มีแผ่นหินปรากฏต่อหน้าของทุกคน
แผ่นหินนี้เขียนอธิบายบางอย่างที่ยากจะเข้าใจ มันดูไม่ธรรมดา เห็นได้ชัด
ว่าเป็นอักษรรูนโบราณ
ขณะที่ซ่วนหวู๋จี๋เดินผ่านแผ่นหินนั้น ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ เขาได้
หยุดเท้าลงและส่งจิตสัมผัสออกไปตรวจสอบแผ่นหินเพื่อค้นหาบางอย่าง
สิ่งนี้ได้ทำให้ผู้อื่นตระหนักถึงการกระทำของเขา หนานอวิ๋นหวังยิ้ม
และหัวเราะ ‘ฮ่าฮ่า’ และกล่าวว่า “หรือว่าน้องชายซ่วนสนใจในรูปแบบ
ค่ายกลบรรพกาลอย่างนั้นหรือ?”
หนานอวิ๋นหวังรู้ว่านี่เป็นรูปแบบค่ายกลบรรพกาลบางอย่าง สำหรับ
เรื่องที่ว่ามันเป็นรูปแบบค่ายกลบรรพกาลสำหรับทำสิ่งใดนั้น เขาย่อมไม่
รู้จัก
ซ่วนหวู๋จี๋เค้นเสียงเย็นชาและกล่าว “แล้วมันเกี่ยวอันใดกับเจ้าหาก
ชายชราผู้นี้จะสนใจหรือไม่ในรูปแบบค่ายกลบรรพกาลหรือไม่ก็ตาม ไม่ว่า
ข้าจะทำสิ่งใดล้วนไม่ใช่เรื่องของเจ้า!”
ขณะที่ซ่วนหวู๋จี๋กล่าวออกมา เขาก็ยกเลิกจิตสัมผัสและเดินต่อไป
สำหรับหนานอวิ๋นหวัง เขาเดินวนรอบแผ่นหินหวังจะค้นพบ
บางอย่าง อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถเข้าใขถึงความซับซ้อนของอักษรรู
นบนค่ายกลเหล่านี้ได้
คนอื่นๆเองก็ทำแบบเดียวกัน มีเพียงหลินหมิงเท่านั้นสีดวงตาสาด
ประกายเมื่อเห็นรูปแบบค่ายกลบรรพกาลนี้ เขาสามารถที่จะเดาไว้ว่าซ่
วนหวู๋จี๋พยายามที่จะทำสิ่งใด
รอยยิ้มที่เบิกบานปรากฏขึ้นที่มุมปากของหลินหมิง หากเขามีโอกาส
ที่จะทำลายซ่วนหวู๋จี๋ เขาย่อมไม่พลาดโอกาสนั้นแน่