Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 490 ซ่วนหวู๋จี๋ทำลายรูปแบบค่ายกล
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 490 ซ่วนหวู๋จี๋ทำลายรูปแบบค่ายกล
เห็นได้ชัดว่าซ่วนหวู๋จี๋ หนานอวิ๋นหวังและนักบวชคิ้วขาวได้ทำ
ข้อตกลงกันมาก่อนหน้านี้ ในระหว่างการเปิดทางเข้ามายังตำหนัก
จักรพรรดิเทพปีศาจ ซ่วนหวู๋จี๋มีบทบาทมากที่สุด ปราศจากเขา ก็ไม่มีผู้ใด
สามารถที่จะทำลายรูปแบบค่ายกลเข้ามาได้ และมันก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้
ถึงการจ่ายค่าเข้าให้เช่นนี้
ในครั้งนี้ การค้นหาสมุนไพรได้ข้อสรุป เหล่าขั้นทำลายชีวิตระดับ 1
รวมตัวกันที่รูปแบบค่ายกลเพื่อสังเกตการณ์
ถึงแม้พวกเขาหวังว่าจะได้ครอบครองรากมังกรนิพพานบ้างเล็กน้อย
และส่วนใหญ่ก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ พวกเขายังต้องทำการสนับสนุนคน
ฝ่ายตนเอง ถึงแม้จะไม่อาจกินเนื้อ ดื่มเพียงซุปก็ไม่เสียหาย
ซ่วนหวู๋จี๋ยืนอยู่ด้านหน้ารูปแบบค่ายกลในสวนสมุนไพร สังเกตการณ์
อยู่ชั่วครู่ เขาเทียบรูปแบบม่านพลังนี้กับในจดหมายของจักรพรรดิปีศาจ
ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเอาธวัชชัยขั้วนภาออกมาจากแหวนมิติหลายชุด
ทุกครั้งที่เขาเดินไป 4-5 ก้าว เขาจะวางธวัชชัยขั้วนภาเอาไว้ ไม่นาน
ก็มีธวัชชัยขั้วนภาถึง 36 อันวางไว้รอบรูปแบบม่านพลังค่ายกล
ขณะที่หลินหมิงมองเห็นธวัชชัยขั้วนภา เขาก็ถอนหายใจด้วยความ
ยกย่อง ธวัชชัยขั้วนภาทั้ง 36 อันนี้ใช้เพื่อทะลวงรูปแบบม่านพลังค่ายกล
นี้โดยเฉพาะ ไม่เพียงแค่นั้น แต่มันยังล้ำค่าอย่างยิ่งด้วย
แต่ธวัชชัยขั้วนภาใช้เพียงเพื่อทำลายรูปแบบม่านพลังค่ายกลเท่านั้น
ไม่ใช่เพื่อเปิดมัน
หากรูปแบบม่านพลังม่านค่ายกลถูกล็อค การทะลวงรูปแบบม่าน
พลังค่ายกลก็คือการปลดล็อค สำหรับการเปิด เพียงแค่ใช้กุญแจและเปิด
มันเท่านั้น โดยปกติแล้ว การเปิดรูปแบบม่านพลังค่ายกลย่อมไม่ต้อง
ลงทุนมากเท่าการทำลาย
รูปแบบม่านพลังค่ายกลที่จักรพรรดิเทพปีศาจได้เหลือเอาไว้ภายใน
สวนสมุนไพรมีเพียงหน้าที่ในการป้องกัน โดยปกติแล้ว มันจะมีวิธีเปิด
หากทำตามวิธีการการเปิดรูปแบบม่านพลังค่ายกลนี้ก็ง่ายเป็นอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม หากต้องการที่จะทะลวงมันก็จะเป็นสิ่งที่ยากเย็นอย่างยิ่ง
รูปแบบค่ายกลบรรพกาลเช่นนี้มีความซับซ้อนสูง มันใช้การทุ่มเทใน
การสร้างเป็นอย่างยิ่ง มิต้องกล่าวถึงการไร้ความรู้ของซ่วนหวู๋จี๋ ต่อให้
แม้แต่บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนมา ซึ่งเป็นผู้ที่เข้าใจรูปแบบค่ายกลบรรพกาลได้
เล็กน้อย เขาก็คงทำได้เพียงแค่จ้องมองมันโดยมิรู้ถึงวิธีในการเปิดมัน
อย่างแน่นอน
รูปแบบค่ายกลที่สำคัญของนิกายระดับ 6 จะสามารถทำลายได้อย่าง
ง่ายดายได้อย่างไรเล่า? เทียบกับรูปแบบค่ายกลในสวนสมุนไพรแล้ว
รูปแบบค่ายกลเดียวที่ครอบคลุมทั่วทั้งตำหนักที่กินพื้นที่หลายร้อยลี้จึง
เปราะบางยิ่งกว่า แต่รูปแบบค่ายกลในสวนสมุนไพรนั่นกินพื้นที่เพียง
เล็กน้อย โดยปกติแล้ว มันย่อมหนากว่าและแข็งแกร่งจนน่าตกตะลึง
หากมิใช่ซ่วนหวู๋จี๋ที่มีจดหมายของจักรพรรดิปีศาจ เช่นนั้นก็เลิก
คิดถึงการทะลวงรูปแบบค่ายกลนี้ได้เลย
หลินหมิงมองดูซ่วนหวู๋จี๋วางธวัชชัยขั้วนภาและเปรียบเทียบกับความ
ทรงจำของจักรพรรดิปีศาจที่ตนมี เขาเปรียบเทียบความเข้าใจของตนเอง
ในรูปแบบค่ายกลบรรพกาล และเริ่มคิดวิธีที่จะเปิดมัน
ความจริงแล้วรูปแบบค่ายกลบรรพกาลนี้แบ่งออกเป็นส่วนเหนือและ
ส่วนใต้ และส่วนหนึ่งคลุมรากมังกรนิพพาน
วิธีการเปิดรูปแบบค่ายกลบรรพกาลตอนเหนือและตอนใต้นั้น
แตกต่างกันแต่สำหรับหลินหมิงมันไม่เป็นปัญหาเลย เขามั่นใจว่าหากมี
เวลามากพอ เขาก็จะสามารถถอดรหัสวิธีการเพื่อเปิดรูปแบบค่ายกลนี้ได้
แน่นอน หลินหมิงมิได้โง่เขลาพอที่จะเปิดรูปแบบค่ายกลนี้ เพราะ
หากเขาทำ ไม่เพียงแค่จะไม่ได้รับรากมังกรนิพพานแล้ว แต่เขาจะถูก
ซักถามถึงความเข้าใจวิธีการเปิดรูปแบบค่ายกลบรรพกาลของจักรพรรดิ
ปีศาจ บางทีคนเหล่านี้อาจจับตัวเขาบังคับให้เป็นเครื่องมือของพวกเขา
ขณะที่ซ่วนหวู๋จี๋วางธวัชชัยขั้วนภาทั้ง 36 เขาก็ได้ถ่ายเทปราณแท้ลง
ไปด้วย ขณะที่ปราณแท้ไหลลงไปอักขระสีทองก็ได้เปล่งประกายขึ้นรอบ
สวนสมุนไพร
เหล่าอักขระสีทองก็คืออักขระจากรูปแบบค่ายกลบรรพกาล
เหนือธวัชชัยขั้วนภา ก็มีแสงสีทองสาดประกายขึ้นมาอีก ผสานเข้า
กับอักขระจากรูปแบบค่ายกลบรรพกาล!
ซ่วนหวู๋จี๋เองก็รู้ว่ารูปแบบค่ายกลบรรพกาลนี้แยกออกเป็นส่วนเหนือ
และส่วนใต้ แต่รูปแบบค่ายกลทั้งสองนี้เชื่อมต่อกันและสนับสนุนกันและ
กัน หากต้องการที่จะทำลายพวกมัน ก็ต้องทำลายทั้งสองไปพร้อมกัน
แต่การทำลายทั้งสองพร้อมกันก็หมายความว่าจะมีความยากเป็น 2
เท่าด้วยเช่นกัน
ขณะที่พลังงานจากอักขระและธวัชชัยค่ายกลปะทะกัน ก็มีชายชรา
ร่างผอมเดินออกมาจากฝั่งของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ เขาเอาแผ่น
ค่ายกลออกมาจากแหวนมิติอย่างใจเย็นและใช้นิ้วหนีบเอาไว้ จากนั้นก็
เกิดเงาขึ้นรอบนิ้วของเขา
ชายชราร่างผอมเริ่มส่งชุดอักขระที่เจิดจ้าออกไป หลินหมิงสามารถที่
จะเห็นได้ว่าชายชราร่างผอมผู้นี้เป็นผู้เชี่ยวชาญรูปแบบค่ายกล และเขา
เองก็เข้าใจเต๋าแห่งรูปแบบค่ายกลอยู่บ้าง
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเขานั้นจะมีประสบการณ์ในรูปแบบค่ายกลทั่วไป
มากเพียงใด แต่เมื่ออยู่ต่อหน้ารูปแบบค่ายกลบรรพกาล ผู้เชี่ยวชาญยุค
ปัจจุบันก็ไม่อาจเทียบได้อยู่ดี
ขณะที่อักขระสีทองพุ่งออกไป แสงสีทองบนธวัชชัยขั้วนภาก็ยิ่งเจิด
จ้าและมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น อักขระค่ายกลรอบรูปแบบค่ายกลบรรพ
กาลเริ่มที่จะสั่นสะท้าน ทุกคนต่างจ้องตาไม่กระพริบเมื่อเห็นฉากนี้
สำหรับหนานอวิ๋นหวังและนักบวชคิ้วขาว พวกเขาโคจรปราณแท้
ทั้งหมด รอคอยขอบคุณที่อุดหนุนเพจลงมือเมื่อค่ายกลพังทลายลง
ในตอนนี้ Martial Worldหน้าผากของซ่วนหวู๋จี๋เต็มไปด้วยเม็ด
เหงื่อ เสียงตอนที่ 0 234-585ของเขามืดมนและกล่าว “หนานอวิ๋น
หวังและนักบวชคิ้วขาว เข้าไปช่วยถ่ายเทปราณแท้ที อย่าได้เล่น
ตุกติกอันใดเป็นอันขาด มิเช่นนั้นจะไม่มีพวกเราคนใดที่จะได้รับราก
มังกรนิพพานไปแน่!”
เมื่อซ่วนหวู๋จี๋กล่าวเช่นนี้ หนานอวิ๋นหวังก็คิ้วขมวด “เจ้าจึงจอกเฒ่าขี้
ระแวงยิ่งนัก!”
เพื่อที่จะทำลายรูปแบบค่ายกลนี้จะต้องใช้ปราณแท้มหาศาล มัน
สามารถที่จะส่งผลต่อความแข็งแกร่งในการต่อสู้ หากมีการต่อสู้ขึ้นหลัง
จากนั้น ผู้ใดที่มีปราณแท้หลงเหลืออยู่มากกว่าก็จะได้เปรียบ ดังนั้น ซ่
วนหวู๋จี๋จึงให้พวกเขาทั้งสามที่เป็นกำลังหลักมาช่วยกันทำลายรูปแบบค่าย
กล
ถึงแม้พวกเขาจะไม่ต้องการช่วย ในตอนนี้ พวกเขาก็ไม่อาจปฏิเสธได้
ทั้งสามร่วมมือกันถ่ายเทปราณแท้ลงไปในธวัชชัยขั้วนภา ขณะที่
ปราณแท้ 3 สายไหลมาบรรจบกันระหว่างธวัชชัยขั้วนภาและอักขระของ
ค่ายกลบรรพกาลก็เริ่มรุนแรงมากขึ้น จากระยะไกล ผู้นึงสามารถที่จะ
มองเห็นแสงสีทองพุ่งออกมาทุกทิศทางราวกับดอกไม้ไฟ มันค่อนข้าง
งดงาม
ฉากเช่นนี้ดำเนินไปเกือบชั่วโมง 3 ผู้ทรงพลังขึ้นทำลายชีวิตระดับ 3
ได้หยิบเอาหินลมปราณแท้ระดับสูงออกมาจากแหวนมิติ และก็ได้ดูดซับ
พลังสวรรค์และปฐพีโดยรอบขณะที่ถ่ายเทปราณแท้ลงไปในธวัชชัยขั้ว
นภา
อักขระสั่นสะท้านมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจาก 1 ชั่วโมงผ่านไป รูปแบบ
ค่ายกลบรรพกาลก็เริ่มสั่นสะท้าน
ขณะที่ทุกคนเห็นเช่นนี้ หัวใจของพวกเขาก็เย็นเฉียบ มันราวกับว่า
รูปแบบค่ายกลบรรพกาลจะพังทลายลงได้ทุกเมื่อ พวกเขาต่างโคจร
ปราณแท้เพื่อป้องกันตัว เมื่อม่านพลังพังทลายลง พลังงานมากมายจะ
ปะทุออกมา และจะเริ่มเกิดการต่อสู้ของฝ่ายต่างๆ สำหรับสัญญาด้วย
หัวใจของนักสู้ก่อนหน้านี้ ก็เป็นเพียงเรื่องไร้สาระ
การที่หัวใจของนักสู้เสียหายเพียงเล็กน้อย จะเทียบกับการได้
ครอบครองรากมังกรนิพพานได้อย่างไรเล่า?
ขณะที่ม่านพลังกำลังสั่นสะท้าน หลินหมิงก็ประหลาดใจ มันดู
เหมือนว่าจะมีบันทึกที่ค่อนข้างดีเกี่ยวกับรูปแบบค่ายบรรพกาลของ
จักรพรรดิปีศาจเขียนไว้ด้วย มิเช่นนั้น 3 ผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตระดับ
3 ที่ถูกยับยั้งปราณแท้ไว้มากถึง 20% ก็คงไม่สามารถมาถึงขั้นนี้ได้
“หลินหมิง ถอยออกมา” มู่อวี้หวงกระซิบกับเขา
ขณะที่รูปแบบค่ายกลสั่นสะท้านขึ้นเรื่อยๆ มู่อวี้หวงก็ดึงหลินหมิงอ
อกมาให้ห่าง ให้เขาพ้นจากรัศมีคลื่นกระแทกปราณแท้ที่จะเกิดจากการ
ต่อสู้เป็นตาย
หลินหมิงผงกศีรษะ ขณะที่กำลังถอยออกมา ก็ได้ยินเสียงแตกเกิดขึ้น
เขามองไปรอบรูปแบบค่ายกล มันดูเหมือนว่าธวัชชัยขั้วนภาจะมิอาจทน
ต่อแรงกดดันจากการปะทะได้อีก มันจึงได้เกิดรอยแตกขึ้น
ซ่วนหวู๋จี๋สีหน้าเปลี่ยนไปทันที แต่ก็มิได้ตื่นตระหนก “อวี่เชี่ย!”
“ข้ารู้แล้ว!” ซ่วนอวี่เชี่ยผู้ที่ยืนคอยป้องกันอยู่ด้านข้าง รีบเอาธวัชชัย
ค่ายกลที่เหมือนกับธวัชชัยขั้วนภาออกมาในทันที นางก้าวไปด้านหน้า
และพุ่งมันออกไปราวกับลูกศร แทรกมันไปด้านข้างธวัชชัยค่ายกลที่เกิด
รอยแตก
ด้วยเหตุนี้พลังงานที่ใช้ทำลายรูปแบบค่ายกลจึงมีความเสถียรขึ้นอีก
ครั้ง
‘พวกเขาค่อนข้างเตรียมตัวมาดี พวกเขามีกระทั่งธวัชชัยค่ายกล
สำรอง ราคาต่อหนึ่งธวัชชัยขั้วนภานี้มากถึง 1000 หินลมปราณแท้
ระดับกลาง ธวัชชัยค่ายกล 36 อันย่อมหมายถึง 36,000 หินลมปราณแท้
ระดับกลาง เป็นการผลาญเงินอย่างแท้จริง ตามจริงการเปิดรูปแบบค่าย
กลนี้ไม่ต้องลงทุนมากนัก แต่เนื่องจากความไม่รู้พวกเขาได้ใช้ธวัชชัยค่าย
กลที่แสนแพงไปเรียบร้อยแล้ว
หลินหมิงถอนหายใจ หากเขาสามารถแลกเปลี่ยนวิธีการเปิดรูปแบบ
ค่ายกลอย่างปลอดภัยกับ 36,000 หินลมปราณแท้ระดับกลางแล้วล่ะก็
เช่นนั้นเขาก็จะยินดีที่จะแลกเปลี่ยนเป็นอย่างยิ่ง
โชคไม่ดี เขาไม่มีความแข็งแกร่งเพียงพอเขาไม่มีคุณสมบัติพอที่จะมา
ต่อรองกับเหล่าผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตได้ เขาคงจะจบลงด้วยการไม่ได้
อันใดเลย ไม่เพียงแค่นั้น แต่หลังจากที่รูปแบบค่ายกลถูกเปิดออก มันก็จะ
เกิดการต่อสู้ที่รุนแรงอย่างยิ่งขึ้น เมื่อเวลานั้นมาถึง จะมีผู้ใดสนใจเกี่ยวกับ
สิ่งที่น่าขันเช่นการทำข้อตกลงกับรุ่นเยาว์ด้วยเล่า?
ขณะที่หลินหมิงกำลังจินตนาการถึงความเป็นไปได้ต่างๆ เสียงแตกก็
ดังออกมาอีก ธวัชชัยค่ายกลอันที่สองแตกออก
“หืม?”
ซ่วนหวู๋จี๋คิ้วขมวดอย่างหนัก สีหน้ากลายเป็นเคร่งขรึมมากยิ่งขึ้น
ถึงแม้ซ่วนอวี่เชี่ยจะรีบเอาอันใหม่ไปแทนที่ธวัชชัยค่ายกลอันที่ 2 ทันที
เห็นได้ชัดว่ากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากผ่านไปเกือบครึ่งชั่วธูป ธวัชชัยค่ายกลอันที่ 3 ก็ได้แตกออก
อีก!
ในครั้งนี้ซ่วนหวู๋จี๋สีหน้าราวกับคนตาย ซ่วนอวี่เชี่ยที่เพิ่งแทนที่ธวัช
ชัยค่ายกลอันใหม่ไป ก็ได้ยินเสียง ‘แครก’ ธวัชชัยค่ายกลอันที่ 4 แตก
ออกอีกแล้ว!
ในธวัชชัยค่ายกลทั้ง 36 อัน มันก็กระจัดกระจายทั้งสองด้าน ระบบ
กระจายปราณแท้สูญเสียความเสถียรลงอีกครั้ง!
เมื่อเกิดเช่นนี้ขึ้น แผ่นค่ายกลของชายชราผอมก็สะท้านและเขาได้
สำลักโลหิตออกมา ในพริบตานั้น ธวัชชัยค่ายกลอีก 7 อันได้แตกออกอีก
ระบบรูปแบบค่ายกลของพวกเขาได้พังลงทั้งหมด!
ปัง!
เมื่อระบบรูปแบบค่ายกลได้ระเบิดออก พลังงานมหาศาลจจึงได้หวน
กลับและปะทุออกมา แสงสีทองลอยกระเด็นไปทั่ว ธวัชชัยค่ายกลที่เหลือ
อีก 21 อันกระเด็นลอยไปเช่นกัน!
ด้วยการระเบิดของพลังงานที่รุนแรงนี้ ซ่วนหวู๋จี๋ หนานอวิ๋นหวังและ
นักบวชคิ้วขาว ได้ถอยออกมาพร้อมกันในทันที สีหน้าของพวกเขาซีดและ
หัวใจหนักอึ้ง
พวกเขาล้มเหลว!
อารมณ์ของซ่วนหวู๋จี๋สลดลงอย่างยิ่ง ในการล่าสมบัติครั้งนี้ ผู้ที่จ่าย
ไปมากที่สุดก็คือเขา! หลังจากที่ได้รับจดหมายของจักรพรรดิปีศาจมา เขา
ได้เตรียมตัวสำหรับช่วงเวลานี้มากถึง 10 ปีเต็ม!
เขาฝันว่าจะได้ใช้รากมังกรนิพพานในการทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร
กลายเป็นผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิที่ทำให้ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้
ปกครองทั่วทั้งภูมิภาคเขตแดนทางใต้ อย่างไรก็ตาม ความหวังเหล่านั้นได้
พังทลายลงต่อหน้าเขา!
เขารู้สึกราวกับว่าโลกได้หยุดนิ่งลง ลมหายใจแน่นอก และเขากำ
หมัดแน่น มันยังเหลือธวัชชัยขั้วนภาในแหวนมิติของเขาอีก 30 อัน แต่
จำนวนไม่เพียงพอ หากพวกเขาพยายามที่จะทะลวงรูปแบบค่ายกลอีก
ครั้ง ผลที่ออกมาก็คือความล้มเหลวอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ เขาไม่เคยจินตนาการว่าธวัชชัยค่ายกลจะถูกทำลายไป
ทั้งสองฝั่ง
เมื่อเขาได้รับจดหมายของจักรพรรดิปีศาจมา เขาเองก็ได้เตรียม
สำหรับความล้มเหลวไว้แล้ว ซ่วนหวู๋จี๋รู้ดีว่าการที่จะก้าวไปยังเส้นทางของ
ผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดินั้นเต็มไปด้วยปัญหาและความยากลำบาก มิ
เช่นนั้น มันจะมีผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิเพียงไม่กี่คนในทวีปนภารินไหล
ตลอดเวลาที่ผ่านมาได้อย่างไรเล่า?
มีผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตจำนวนมากที่พยายามทะลวงไปสู่ขั้นเทพ
สมุทรได้ลงทุนและเสียสละกันไปเป็นจำนวนมาก แต่ในท้ายที่สุด พวกเขา
ก็พบกับความล้มเหลว หลายคนต้องจ่ายไปแม้กระทั่งชีวิตของตนเอง ซ่
วนหวู๋จี๋เองก็มาที่นี่ด้วยความเชื่อมั่นเช่นเดียวกับคนเหล่านั้น อย่างไรก็
ตาม เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า เขาก็ยังพบว่ามันยากที่จะยอมรับแม้จะ
ได้เตรียมใจเอาไว้แล้ว