Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 491 สัตย์สาบานทำลายรูปแบบค่ายกล
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 491 สัตย์สาบานทำลายรูปแบบค่ายกล
ซ่วนหวู๋จี๋ถอนหายใจอย่างหนักหน่วง ในตอนนี้ เขาดูแก่ขึ้นกว่าเดิม
เขาอายุหลายพันปีแล้ว หากแผนการครั้งนี้ล้มเหลวมันก็หมายความ
ว่าความหวังในการทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรของเขาแทบจะไม่มี
“บ้าเอ้ยยยย!” หนานอวิ๋นหวังมองไปยังธวัชชัยค่ายกลที่แตก
กระจายไปและสาปแช่งออกมา เดิมทีเขาได้สงสัยว่าซ่วนหวู๋จี๋ได้เล่นตุกติก
กับเขา และใช้เพียงแค่วิธีการทำลายรูปแบบค่ายกลหลอกๆ ขณะที่เก็บงำ
วิธีการที่แท้จริงไว้ แต่ยิ่งเขาครุ่นคิดเรื่องนี้มากเท่าใด เขาก็ตระหนักได้ว่า
ซ่วนหวู๋จี๋นั้นมิได้โง่เขลาพอที่จะใช้วิธีการเช่นนั้นต่อหน้าเขาและนักบวช
คิ้วขาว
ไม่ว่ากรณีไหน หนานอวิ๋นหวังก็ได้ตัดสินใจจะไม่ไปจากที่นี่หากซ่
วนหวู๋จี๋ยังคงอยู่ที่นี่
เทียบกับหนานอวิ๋นหวังที่สูญเสียความเยือกเย็นแล้ว นักบวชคิ้วขาว
นั้นสงบยิ่งกว่า ดวงตาสาดประกาย ความจริงแล้ว มันง่ายสำหรับเขาที่จะ
ก้าวผ่านขั้นทำลายชีวิต นิกายมหาวิหารเซนนั้นมีประวัติศาสตร์และมรดก
ที่ล้ำลึก เคล็ดบ่มเพาะอรหันต์และบทสวดในจิตใจของพวกเขานั้นมั่นคง
ยิ่งกว่าผู้ที่บ่มเพาะสายมาร อย่างน้อย หากเขาไปปิดด่านเพื่อที่จะลองก้าว
ผ่านขั้นทำลายชีวิต เขาก็ไม่เกรงกลัวการสูญเสียจิตใจระหว่าง
กระบวนการ
สำหรับเหล่าผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตคนอื่นๆจากนิกายเล็ก พวกเขา
แอบยิ้มเมื่อเห็นเช่นนี้ ยินดีเมื่อเห็นความโชคร้ายของผู้อื่น มันเป็นเรื่อง
คลุมเครือว่าพวกเขานั้นมีความหวังว่าจะได้ครองครองรากมังกรนิพพาน
แต่มันก็เพียงพอแล้วที่พวกเขาได้สมุนไพรหายากในที่แห่งนี้ การเดินทาง
ครั้งนี้ก็ไม่เป็นเรื่องสูญเปล่าแล้ว
หากพวกเขาไม่ได้รับสิ่งใดเลย เช่นนั้นผู้อื่นก็ควรที่จะไม่ได้รับเช่นกัน
แม้แต่นักสู้ขั้นทำลายชีวิตผู้เลื่องชื่อจากนิกายระดับ 5 ก็ยังไม่มีโชคที่
มากกว่าพวกเขาในครั้งนี้ เมื่อคิดได้เช่นนี้ ความคิดของพวกเขาก็โล่งขึ้น
อย่างมาก แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะเผยสิ่งที่ตนคิดอยู่นี้ออกมา บนใบหน้า
ของพวกเขาก็ทำเป็นราวกับเศร้าสลดไปด้วยจากการที่รูปแบบค่ายกลได้
ถูกทำลาย
มู่เฟิงเซียนดูเงียบๆ นางได้ทำข้อตกลงกับนิกายมหาวิหารเซนเอาไว้
และมันจะเป็นข้อได้เปรียบของนางหากพวกเขาไม่ได้ครอบครองราก
มังกรนิพพาน แต่นางก็ไม่ได้ให้ความไว้วางใจในข้อตกลงดังกล่าวมากนัก
ตรงกันข้าม มู่เฟิงเซียนคิดว่า มันจะดีกว่าหากรากมังกรนิพพานไม่
ถูกนำออกไปสู่โลกภายนอก อย่างน้อยก็น่าจะมีการต่อสู้เป็นตายเกิดขึ้น
ที่นี่ หากมันเกิดขึ้นที่นี่จริงๆ นางก็ไม่รู้ว่าจะมีผู้ตกตายไปเป็นจำนวน
เท่าใด หากหลินหมิงโดนลูกหลงเข้าไปด้วยก็จะยิ่งเป็นเรื่องแย่ขึ้นไปอีก
ซวนหวู๋จี๋ หนานอวิ๋นหวัง และนักบวชคิ้วขาวยังคงอยู่รอบรูปแบบ
ค่ายกลบรรพกาลตอนเหนือและตอนใต้ ไม่ต้องการที่จะจากไปไหน
สำหรับผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตคนอื่นๆที่มาจากนิกายเล็ก พวกเขา
สูญเสียความอดทนและเริ่มที่จะจากไป มองหาสมุนไพรตามด้านข้างแม้
น้ำอีกรอบ
ถึงแม้พวกเขาจะค้นหาจนทั่วพื้นที่มาก่อนแล้วก็ตาม มันก็ไม่ได้
หมายความว่าจะไม่มีผู้ใดพลาดมองไม่เห็นขอบคุณที่อุดหนุนเพจ
สมุนไพร 1 หรือ 2 ต้น หากพวกเขาสามารถหาต้นที่ผู้อื่นพลาดได้
สักต้นนั้น มันก็จะเป็นสิ่งที่ดีอย่างยิ่ง “ตาแก่ซ่วน ในเมื่อMartial
Worldวิธีการทำลายรูปแบบค่ายกลของเจ้าได้ล้มเหลว เจ้าควรที่จะ
คืนตอนที่ 0 234-585สมบัติกลับมาให้ชายชราผู้นี้ได้แล้ว!” เมื่อ
รูปแบบค่ายกลไม่ได้ถูกทำลาย หนานอวิ๋นหวังคิดว่าตนนั้นจะ
สูญเสียอย่างใหญ่หลวงแน่หากไม่ทวงสมบัติที่ให้กับซ่วนหวู๋จี๋คืนมา
ในตอนนี้ ซ่วนหวู๋จี๋ได้เก็บอารมณ์ความเศร้าของเขาไป ดวงตาสาด
ประกายด้วยความแน่วแน่ “ล้มเหลวก็คือล้มเหลว หนานอวิ๋นหวัง
เส้นทางสู่ขั้นเทพสมุทรนั้นเต็มไปด้วยปัญหาและความยากลำบากอย่าง
แท้จริง เจ้าคิดว่าอยู่ๆก็จะประสบความสำเร็จโดยที่ไม่ลงทุนหรือล้มเหลว
อันใดเลยเช่นนั้นหรือ? ตลกสิ้นดี!”
ขณะที่ซ่วนหวู๋จี๋หัวเราะ ดวงตาของหนานอวิ๋นหวังก็สาดประกายเย็น
ชาและกล่าว “เช่นนั้นเจ้ามีวิธีอื่นหรือ?”
“ค่ายกลเป็นสิ่งไร้ชีวิต ส่วนผู้คนเป็นสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตไม่อาจถูก
ยับยั้งโดยสิ่งไร้ชีวิตได้ ในครั้งนี้ หากซ่วนหวู๋จี๋ผู้นี้ไม่อาจที่จะเอารากมังกร
นิพพานมาได้ เช่นนั้นข้าก็จะให้สัตย์สาบานว่าจะไม่ออกไปจากตำหนัก
จักรพรรดิเทพปีศาจ!”
ขณะที่นักบวชคิ้วขาวได้ยินซ่วนหวู๋จี๋กล่าวออกมาอย่างกล้าหาญและ
แน่วแน่ คิ้วของเขาก็ตั้งชัน “โอ้? ท่านซ่วนยังมีวิธีที่จะทำลายรูปแบบค่าย
กลอยู่อีกหรือ?”
“ข้าไม่มี! แต่ไม่ว่ารูปแบบค่ายกลจะยอดเยี่ยมเพียงใด มันย่อมมี
จุดอ่อนที่แหล่งพลังงาน! มิเช่นนั้น มันก็คงมิอาจที่จะสามารถอยู่มาได้
นานถึงเพียงนี้แน่! หากพวกเรารวมพลังกันทั้งหมด ก็จะสามารถทำลาย
มันได้ ข้าไม่เชื่อว่าจะไม่สามารถทะลวงรูปแบบค่ายกลนี้ได้ หาก 1 ปี ไม่
เพียงพอ เช่นนั้นข้าก็จะใช้เวลา 10 ปี! หาก 10 ปียังไม่พอ ข้าก็จะใช้เวลา
100 ปี! ก่อนที่ข้าจะมายังตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจ ข้าได้วางแผนถึง
กรณีที่เลวร้ายที่สุดเกิดขึ้นเอาไว้แล้ว ข้าได้ให้สัตย์สาบานว่าจะทำลาย
รูปแบบค่ายกลนี้ให้จงได้!”
คำกล่าวของซ่วนหวู๋จี๋นั้นราวกับบอลเหล็กยักษ์กระแทกเข้าใส่ทุกคน
เห็นได้ชัดว่า คำกล่าวนี้มาจากหัวใจของเขาอย่างแท้จริง หนานอวิ๋นหวัง
คิ้วขมวด หากว่ารูปแบบค่ายกลนี้ถูกทำลายลงได้ภายใน 10 ปี เช่นนั้นเขา
ก็จะไม่ว่าอันใดที่จะอยู่ที่นี่ถึง 10 ปี
อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นเช่นนั้นจริง ถึงแม้เขาจะไม่มี
ความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบค่ายกลบรรพกาลนี้ เขาก็รู้ได้ว่ารูปแบบค่าย
กลเช่นนี้มีความได้เปรียบในการดูดซับพลังสวรรค์และปฐพีจากวงจร
พลังงานโดยรอบ หากพวกเขาโจมตีด้วยพลังงานไปเท่ากับที่ค่ายกลจะ
สามารถดูดซับได้ เช่นนั้นพวกเขาก็จะไม่มีวันที่จะสามารถทะลวงรูปแบบ
ค่ายกลนี้เข้าไปได้
แต่การอยู่ที่นี่ร้อยปีหรือมากกว่านั้น หนานอวิ๋นหวังคิดว่ามันเป็น
เพียงเรื่องตลก ในการเสียเวลาร่วมร้อยปีกับผลลัพธิ์ที่ไม่แน่นอน เขาคงไป
ท่องโลกและหาโชคจากที่แห่งใหม่จะดีกว่า แล้วผู้ใดจะรู้ว่าโลกที่ล่มสลาย
นี้จะอยู่ได้อีกนานถึงร้อยปีแน่หรือโดยที่ไม่พังทลายลงจริงๆเสียก่อน?
หากโลกนี้พังทลายลงจริง มิต้องกล่าวถึงตัวเขา แม้แต่ผู้ทรงพลังระดับ
จักรพรรดิเองก็ไม่สามารถที่จะรอดไปได้จากพายุมิติขนาดใหญ่ที่จะเกิด
“อามิตตาพุทธ” นักบวชคิ้วขาวผสานมือไหว้และกล่าวอย่างช้าๆ
“นักบวชชราผู้นี้นั้นไม่นึกเลยว่าท่านซ่วนจะมีหัวใจที่หนักแน่นถึงเพียงนี้
หากท่านมีความตั้งใจและความหวังอย่างแท้จริงในการทะลวงเข้าสู่ขั้น
เทพสมุทร เช่นนั้นนักบวชชราผู้นี้ก็จะอยู่ร่วมกับท่านไป 10 ปี หากถึง 10
ปีแล้ว ก็ยังไม่มีผลลัพธ์อันใด นักบวชชราผู้นี้ก็จะขอตัวจากไป หากไม่มี
ผู้ใดได้รากมังกรนิพพาน เช่นนั้นมันก็เป็นข้อพิสูจน์ว่าข้านั้นไม่มีชะตาใน
สมบัติชิ้นนี้” เมื่อได้ยินคำกล่าวของนักบวชคิ้วขาวหนานอวิ๋นหวังก็ได้
ลังเล ในตอนนี้ เขาไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว และต้องรอที่นี่ หากเขา
สูญเสียความอดทนไปและเลือกที่จะจากไปก่อน แล้วหากซ่วนหวู๋จี๋
สามารถที่จะทำลายรูปแบบค่ายกลลงได้ เขาก็จะกลายเป็นสูญเสียราก
มังกรนิพพานเพราะความโง่เขลาของตน
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หนานอวิ๋นหวังจึงกัดฟันแน่น “ดี! เช่นนั้นข้าก็จะบ้า
ไปกับเจ้าด้วย ข้าหนานอวิ๋นหวัง จะทำให้ถึงที่สุด!”
ขณะที่ 3 ตัวตนผู้ยิ่งใหญ่ทำข้อตกลง สีหน้าของทุกคนก็กลายเป็น
หน้าเกลียด ตำหนักจักรพรรดิปีศาจแห่งนี้มีรูปแบบค่ายกลป้องกันขนาด
ใหญ่ ไม่เพียงแค่นั้น ทางกลับยังเต็มไปด้วยหุ่นเชิด หากปราศจาก 3
ตัวตนผู้ยิ่งใหญ่นำทางกลับ มันก็เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะกลับไป!
หากเหล่า 3 ตัวตนผู้ยิ่งใหญ่ต้องการที่จะอยู่ที่นี่ 10 ปี มันก็
หมายความว่าพวกเขาเองก็จะต้องอยู่ด้วยเช่นกัน หากได้ส่วนแบ่งบ้าง
พวกเขาก็จะไม่ว่าอันใดที่ต้องทนอยู่นานขนาดนั้น แต่นี้ดูเหมือนพวกเขา
จะไม่ได้สัมผัสแม้แต่ผมเส้นเดียว
นักบวชคิ้วขาวสามารถที่จะเดาได้ว่าทุกคนคิดสิ่งใดอยู่ เขาจึงกล่าว
ว่า “ทุกท่าน หากช่วยเหลือพวกเรา เช่นนั้นหลังจากที่ทำลายรูปแบบค่าย
กลลงได้ ท่านจะได้รับรางวัลอย่างงาม รากมังกรนิพพาน 2 ต้นน่าจะมี
รากย่อยอยู่ราวๆ 18 รากย่อย นักบวชชราผู้นี้ขอให้สัตย์สาบานด้วยวิถี
พุทธของตนว่าเหล่ารากย่อย 18 รากจะถูกแบ่งให้กับพวกท่าน จากระดับ
การบ่มเพาะของแต่ละคน ผู้ที่อยู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 2 จะได้รับ 2 ราก
ย่อยและผู้ที่อยู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 1 จะได้รับครึ่งรากย่อย หากท่านตก
ลง เช่นนั้นก็มาร่วมมือกัน! ข้าสงสัยว่าท่านซ่วนและท่านหนานอวิ๋นมี
ความเห็นเช่นใดกับแผนนี้?”
ขณะที่นักบวชคิ้วขาวกล่าว เขาก็มองไปยังซ่วนหวู๋จี๋และหนานอวิ๋น
หวัง เห็นว่าทั้งสองผงกศีรษะ
พวกเขาได้ตกลงกันมาหลายครั้ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ข้อตกลงขึ้นอยู่
กับส่วนร่วมมิได้ขึ้นอยู่กับผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างตนเอง มันดูมีความ
น่าเชื่อถือมากขึ้น หลายคนได้พึมพำในใจว่าหากเวลานั้นมาถึงพวกเขาจะ
ได้รับมันจริงหรือไม่ เหล่าผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตจากนิกายเล็กกังวล
เกี่ยวกับเรื่องนี้
อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ไม่ได้มีแผนที่ดีกว่า ในเมื่อจำเป็นต้องอยู่ ก็
คงต้องช่วยเหลือ หากไม่ช่วย ผู้ทรงพลังที่สุดทั้ง 3 อาจที่จะเกลียดพวก
เขา และเมื่อเกิดการต่อสู้ขึ้น พวกเขาน่าจะเป็นเป้าหมายแรกๆ
เมื่อได้ข้อสรุปเช่นนี้ เหล่าผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตกว่า 20 คนก็เต็ม
ใจที่จะช่วย
หลินหมิงยืนอยู่ที่มุม มองดูสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น เขายิ้มเย้ยในใจ เห็นได้
ชัดว่าเขาดีใจที่แผนการทำลายรูปแบบค่ายกลของซ่วนหวู๋จี๋ล้มเหลว แต่
เขาก็ดีใจได้เพียงไม่นาน เขาทำได้เพียงฟื้นยิ้ม ในตอนนี้มันเป็นไปไม่ได้
เลยที่เขาจะลอบเอาสมบัติ
สำหรับการอยู่ที่นี่นานถึง 10 ปี มันเป็นเรื่องตลกที่ไม่น่าขำเลยสักนิด
สำหรับหลินหมิง ถึงแม้เขาจะรู้ว่าตนนั้นสามารถที่จะครอบครองราก
มังกรนิพพานได้หากอยู่ที่นี่ 10 ปี แต่เขาย่อมไม่อยากรอนานถึงเพียงนั้น
หลินหมิงไม่ได้กังวลเรื่องการออกไป ห่างไป 5 ลี้ยังมีรูปแบบค่ายกล
เคลื่อนย้ายอยู่ และมันอยู่ในตำแหน่งลับ ซ่วนหวู๋จี๋ไม่รู้ถึงเรื่องนี้ มิเช่นนั้น
เขาคงไม่เลือกรูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้ายนี้ช่วยหลบหนีในอนาคตแน่นอน
มันทั้งใกล้ที่สุดและปลอดภัยที่สุด
สำหรับหลินหมิง ปัญหานั้นไม่ได้อยู่ที่การจากไป ปัญหาคือหลังจาก
ที่ออกไป เขาจะรับมือกับเหล่ยจิงเทียนได้อย่างไร? หากเขาไม่สามารถ
เพิ่มพลังขึ้นอีก เช่นนั้นผลลัพธ์ในการต่อสู้ก็คงไม่ต่างจากเดิม หลังจาก
มาถึงขั้นนี้แล้ว หลินหมิงก็ได้เกิดจินตนาการว่าตนจะได้รับรากมังกร
นิพพาน ไม่ว่าจะมีความหวังน้อยเพียงใด แต่หากคิดตามเหตุผล มันก็ไม่มี
โอกาสสำหรับเขาเลย เหล่าผู้ทรงพลังขั้นทำลายเหล่านี้มีชีวิตอยู่กันมา
นาน พวกเขามีทั้งปัญญาและพลัง และมีการรับรู้ที่ดียิ่ง การที่จะแอบ
ขโมยสมบัติของพวกเขานั้นจึงเป็นเรื่องที่ยากอย่างแท้จริง
ซ่วนหวู๋จี๋กล่าว “การทำลายรูปแบบค่ายกลนั้นจะใช้เวลาหลายปี จึง
ไม่ต้องรีบเกินไป ในเมื่อทุกท่านได้ใช้พลังกันไปมากแล้ว มาพักผ่อนฟื้นฟู
ความแข็งแกร่งกันสักวัน อีก 24 ชั่วโมงเราจะกลับมาร่วมมือกันทำลาย
รูปแบบค่ายกล!”
ขณะที่ซ่วนหวู๋จี๋กล่าวจบ เขาก็ออกไปด้านข้าง นั่งลงและเริ่มเข้าฌาน
ในการพยายามที่จะทำลายรูปแบบค่ายกลเมื่อครู่ เขาได้ผลาญพลังตนเอง
ไปมาก
หนานอวิ๋นหวังและนักบวชคิ้วขาวเองก็นั่งลงและเริ่มเข้าฌานเช่นกัน
สำหรับเหล่าผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตที่เหลือ บางคนก็นั่งลงและเริ่ม
เข้าฌาน บางคนยืนเฉยๆ และบางคนพยามยามที่จะลองหาสมุนไพรอีก
ครั้ง
บางคนที่เข้าใจรูปแบบค่ายกล ก็เริ่มที่จะศึกษารูปแบบค่ายกลบรรพ
กาลนี้ด้วยความเพลิดเพลิน
ทุกคนล้วนอยากรู้อยากเห็น ผู้ใดบ้างจะพลาดโอกาสในการศึกษา
รูปแบบค่ายกลบรรพกาลนี้? ยิ่งไปกว่านั้น หากพวกเขาสามารถที่จะคิด
หาวิธีเปิดมันขึ้นมาได้เล่า?
ในจิตใจของพวกเขา ด้านนอกของรูปแบบค่ายกลถูกปิดสนิท และ
พวกเขาก็ไม่มีกุญแจ แต่ก็ยังสามารถใช้ขดลวดไปแหย่ๆรูกุญแจดู หวังว่า
บางทีอาจจะสามารถเปิดมันออกได้
แน่นอน ในมุมมองของหลินหมิง มันเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนที่จะ
เปิดมันอย่างสุ่มๆ เขาคิดวิธีที่จะเปิดรูปแบบค่ายกลนี้ได้แล้ว และทำเป็น
เหมือนว่ายืนอยู่เฉยๆ
เหล่าผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตเหล่านี้ได้แยกตัวออกไป บางคนไปจน
สุดสวนสมุนไพรจักรพรรดิปีศาจ
หลินหมิงมองไปรอบๆอย่างราบเรียบ เขาวางแผนที่จะไปยังรูปแบบ
ค่ายกลที่ใช้หลบซึ่งอยู่ในความทรงจำของจักรพรรดิปีศาจที่เขามี เขาไม่
ต้องการที่จะให้มันเกิดข้อมผิดพลาดขึ้นในยามที่จำต้องใช้มัน เช่นนั้นจึง
ได้ไปดูให้แน่ใจเอาไว้ก่อน
เขากำลังที่จะเคลื่อนไหว แต่จู่ๆก็ได้ยินเสียง ‘ปัง’ ตามมาด้วยเสียง
กรีดร้อง ทำให้ทุกคนตกใจและประหลาดใจอย่างฉับพลัน
หืม!? เกิดอันใดขึ้น?
เหล่าผู้ที่นั่งเข้าฌานอยู่ต่างลุกขึ้นในทันที ซ่วนหวู๋จี๋มองไปยังทิศทาง
ของเสียง สายฟ้าสาดประกายอยู่ในดวงตาของเขา ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดสิ่ง
ใดอยู่ภายในใจ