Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 496 ภายใต้สวรรค์นี้ ผู้ใดจะหยุดยั้งข้าได้?
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 496 ภายใต้สวรรค์นี้ ผู้ใดจะหยุดยั้งข้าได้?
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ซ่วนหวู๋จี๋ก็ได้ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย เมื่อตอนที่เขา
ได้เปิดรูปแบบค่ายกลของตำหนักจักรพรรดิปีศาจเข้ามา เขาก็ตั้งใจจะใช้
มันหยุดคนอื่นเช่นกัน ปราศจากวิธีลับ การจะเปิดรูปแบบค่ายกลที่
ครอบคลุมตำหนักจักรพรรดิปีศาจก็ยากเย็นยิ่งนัก
ซ่วนหวู๋จี๋ประสบความล้มเหลวเมื่อพยายามเปิดสมรภูมิรบบรรพกาล
และไม่สามารถเข้าไปด้วยตนเองได้ และโดนผู้อื่นมาจ้องแย่งในสิ่งที่เขาได้
ลงทุนไป หลังจากที่ได้ใช้สติปัญญาของตนจัดการปัญหาได้ เขาก็ได้
วางแผนที่จะเอารากมังกรนิพพานและหลบหนีไปด้วยรูปแบบค่ายกล
เคลื่อนย้ายบรรพกาล ขังพวกที่มาแย่งผลประโยชน์ของเขาไว้ในนี้ ถึงแม้
จะไม่สามารถขังพวกเขาไว้ได้ตลอดไป แต่ก็น่าจะอยู่ได้ 8-10 ปี ใน
ระหว่างนั้น เขาก็จะสามารถอัญเชิญวาฬยักษ์สัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่
จักรพรรดิปีศาจได้เหลือทิ้งไว้ได้
หลังจากที่เอาวาฬยักษ์สัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้โลกนี้เกิดความ
เสถียรออกมา เช่นนั้นโลกนี้ก็จะยิ่งเปราะบางและเสี่ยงต่อการพังทลายลง
อย่างแท้จริงมากยิ่งขึ้น และไม่รู้ว่าจะมีผู้ใดรอดออกไปได้หรือไม่!
หากฝ่ายธรรมะได้ถูกกำจัดไป และซ่วนหวู๋จี๋ได้ครอบครองวาฬยักษ์
สัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ เช่นนั้นเขาก็จะสามารถครอบครองทั่วทั้งภูมิภาคเขต
แดนทางใต้และทำให้กลายเป็นดินแดนปีศาจทะเลทางใต้
เขาอาจจะใช้แม้กระทั่งรากมังกรนิพพานเพื่อก้าวข้ามขั้นทำลายชีวิต
ในแต่ละขั้นให้เร็วขึ้นให้มีพลังแข็งแกร่งมากกว่าเดิม เมื่อถึงตอนนั้น
ดินแดนปีศาจทะเลทางใต้ก็จะสามารถกลายเป็นนิกายระดับ 5 ขั้นกลาง
ได้อย่างแท้จริง!
ซ่วนหวู๋จี๋ได้วางแผนการไว้หมดแล้ว!
อย่างไรก็ตาม เขาไม่คิดว่ารูปแบบค่ายกลบรรพกาลในสวนสมุนไพร
นั้นจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ แผนของเขาจึงได้กลายเป็นเพียงฝัน
แต่เมื่อนึกถึงว่าเขานั้นมิได้รู้ถึงว่าผู้ใดทะลวงรูปแบบค่ายกลนี้ แต่เมื่อ
มีผู้ที่เรียกตนเองว่าปรมาจารย์รูปแบบค่ายกลจะต้องมีโชคอย่างมากจึงทำ
เช่นนั้นได้ เพียงอึดใจ รูปแบบค่ายกลก็ได้เปิดออกอย่างไม่คาดฝัน และซ่
วนหวู๋จี๋ก็ได้พึ่งพาความแข็งแกร่งของตนเองเพื่อแย่งรากมังกรนิพพานมา!
ถึงแม้ซ่วนหวู๋จี๋จะรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลก และมีสิ่งน่าสงสัยเกี่ยวกับ
สถานการณ์นี้ ความจริงคือซ่วนหวู๋จี๋ ไม่จำเป็นที่จะต้องคิดว่าเกิดสิ่งใดขึ้น
ซ่วนหวู๋จี๋มิได้โลภมากจนเกินไป เขาไม่ได้คิดว่าตนเองจะได้รับเตา
หลอมจักรวาลมาตั้งแต่ต้นแล้ว หากเขาสามารถที่จะครอบครองรากมังกร
นิพพานและชำระล้างไขกระดูกอย่างสมบูรณ์ และหากได้วาฬยักษ์สัตว์
อสูรศักดิ์สิทธิ์ความต้องการทั้งหมดของเขาก็เพียงพอแล้ว
ด้วยการที่มีรากมังกรนิพพาน เขาก็สามารถที่จะมั่นใจว่าตนจะ
ทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรได้! และเมื่อเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร เขาก็จะถือว่า
เป็นผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ! นี่คือเป้าหมายของเขา ตราบใดที่เขา
สามารถทำได้ทำสำเร็จ สิ่งอื่นย่อมไม่สำคัญ
ในตอนนี้ รูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้ายนั้นอยู่ห่างไปเพียง 1000 ก้าว ซ่
วนหวู๋จี๋ยิ้มออกมาราวกับคนบ้า!
สำเร็จ!
‘หากชายชราผู้นี้มีเวลาอีก 100ปี ก็จะสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพ
สมุทรและครองทั่วทั้งภูมิภาคเขตแดนทางใต้!’ ปัง!
การโจมตีของหนานอวิ๋นหวังปะทะเข้ากับม่านพลังที่สร้างขึ้นจาก
ลูกปัดอาคม อย่างไรก็ตาม ม่านพลังเพียงแค่สั่นสะท้าน มันไม่ได้พังลง!
“พังทะลายลงซะ!”
นักบวชคิ้วขาวเองก็ช่วยโจมตี! เขาพุ่งฝ่ามือไปยังม่านพลัง ฝ่ามือสี
ทองปะทะเข้ากับม่านพลังจนเกิดระเบิดเสียงดัง ม่านพลังจมเข้าไปเกิด
เป็นรูปฝ่ามือ มันดูเหมือนเปราะบาง แต่ก็ไม่ได้พังทลายลง!
ในตอนนี้ ซ่วนหวู๋จี๋ได้ก้าวขึ้นไปบนรูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้ายแล้ว
ขณะที่เขาเห็นหนานอวิ๋นหวังและนักบวชคิ้วขาวร่วมมือกันโจมตี
ม่านพลัง ซ่วนหวู๋จี๋ก็ได้หัวเราะออกมา “ลูกปัดอาคมนี้ไม่สามารถที่จะ
ทำลายลงได้ง่ายๆ หนานอวิ๋นหวัง นักบวชคิ้วขาว พวกเจ้าคิดจริงหรือว่า
ข้าซ่วนหวู๋จี๋ จะยอมโดนเอาเปรียบแล้วไม่ทำอันใดเลยหรือ? ข้าเป็นผู้ที่
ค้นพบจดหมายของจักรพรรดิปีศาจ! ข้าเป็นผู้ที่ใช้เวลาทุ่มเทวางแผนถึง
10 ปี และไม่แม้กระทั่งลังเลที่จะเริ่มสงครามในทะเลทางใต้ ทั้งหมดก็
เพื่อที่จะให้ได้ครอบครองรากมังกรนิพพาน! พวกเจ้าไม่ได้ลุงทุนในสิ่งใด
มาตั้งแต่แรก กลับต้องการที่จะมาครอบของสิ่งที่ข้าลงทุนไปเช่นนั้นหรือ?
ข้าจะปล่อยให้พวกเจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!? ข้าจะให้คำแนะนำพวกเจ้า
ฟรีๆ หากปราศจากทักษะลับของข้า การจะทะลวงรูปแบบค่ายกลที่
ครอบคลุมตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจออกไปนั้นจะยากเย็นเป็นอย่างยิ่ง
ข้าหวังว่าจะเห็นพวกเจ้าทะลวงมันออกไปได้ในอีก 10 ปีข้างหน้า!”
ขณะที่ซ่วนหวู๋จี๋กล่าว หนานอวิ๋นหวังและนักบวชคิ้วขาวก็มีสีหน้า
กลายเป็นน่าเกลียดอย่างยิ่ง พวกเขาได้ทะลวงรูปแบบค่ายกลที่ครอบคลุม
ตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจเข้ามา ดังนั้นจึงรู้ว่ามันยากเย็นเพียงไร มันก็
จะไม่ง่ายเลยสักนิดที่จะออกไป
นักบวชคิ้วขาวเต็มไปด้วยความโกรธ พุ่งฝ่ามือผนึกแสงอรหันต์
ออกไป! ปังง!
ม่านพลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แม้จะโดนการโจมตีที่รุนแรงเช่นนี้
มันก็เพียงแค่จางลง ราวกับว่ามันได้ผลาญพลังไปอย่างมากชั่วครู่ในการ
ป้องกันการโจมตีจากนักบวชคิ้วขาว “ฮ่าฮ่า ข้าแนะนำให้เก็บพลังของ
พวกเจ้าเอาไว้ดีกว่า ถึงแม้จะทำลายม่านพลังของข้ามาได้ เมื่อถึงตอนนั้น
ก็คงสายไปแล้ว!” ขณะที่ซวนหวู๋จี๋กล่าว ซ่วนอวี่เชี่ยเองก็มองไปยัง
รูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้ายและยืนอยู่ข้างเขา
“หนานอวิ๋นหวัง นิกายมหาวิหารเซ็น รอข้าก่อนเถอะ! เมื่อชายชราผู้
นี้ทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรและกลายเป็นจักรพรรดิไร้เปรียบได้ ข้าจะไป
เยี่ยมเยือนบ้านเกิดของพวกเจ้าทีละคน เมื่อถึงตอนนั้น ภายใต้ท้องฟ้า
ของภูมิภาคเขตแดนทางใต้ ภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุ ภูมิภาคเขตแดนมหา
เซน หรือแม้กระทั่งทั่วทะเลทางใต้ ผู้ใดจะสามารถหยุดยั้งข้าได้!? พวกมัน
ทุกคนจะทำได้เพียงก้มหัวและให้สัตย์สาบานภักดีต่อซ่วนหวู๋จี๋ผู้นี้!”
ซ่วนหวู๋จี๋กล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้นและเต็มไปด้วยจิตวิญญาณ
นี่เป็นความฝันของเขามากว่าพันปี! ในตอนนี้เขาได้เข้าใกล้ความฝันนั้น
มากอย่างยิ่ง ในตอนนี้ การได้เผยให้เห็นถึงความปลื้มปิติและความ
ทะเยอทะยานต่อหน้าศัตรูของเขา เป็นความสุขที่มากล้น ทำให้ความคิด
ปลอดโปร่งลื่นไหลเป็นอย่างยิ่ง
มันกล่าวได้เพียงแค่ว่าความกดดันที่ต้องเผชิญกับการก้าวผ่านขั้น
ทำลายชีวิตนั้นกดดันอย่างแท้จริง เพราะแม้แต่ผู้ที่เจ้าเล่ห์และจอม
วางแผนเช่นซ่วนหวู๋จี๋ ห่วงขั้นทำลายชีวิตที่คล้องคอเขาตลอดมาได้ถูก
ทำลายลง ดวงตาของเขาจึงเต็มไปด้วยความปิติยินดี! มันจะต้องรู้ด้วยว่า
เขาทะลวงเข้าสู่ปลายขอบขั้นหลอมรวมแก่นแท้ก่อนอายุ 100ปีนั้น
ยากเย็นเพียงใด และหลังจากนั้น ขุนเขามหึมาที่รู้จักกันในนาม ‘ขั้น
ทำลายชีวิต’ ก็ได้กดทับเขาไว้ถึง 1000 ปี ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก
เหล่านั้นเขาไม่อาจที่จะคลายความกังวลที่เกิดขึ้นในหัวใจของเขาได้เลย
เมื่อบางคนที่ได้ยืนหยัดถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในชีวิตที่จัดการปัญหา
ค้างคาได้ ความบ้าคลั่งที่อยู่ในตัวของพวกเขาก็จะยิ่งระเบิดออกมารุนแรง
กว่าคนทั่วไปหลายเท่านัก
“ซ่วนหวู๋จี๋ เจ้านั้นหยิ่งยโสเกินไป! รากมังกรนิพพานเพียงแค่สามารถ
เพิ่มโอกาสในการก้าวข้ามขั้นทำลายชีวิตในแต่ละขั้นให้เจ้าเท่านั้น! เจ้าคิด
จริงหรือว่าตนจะสามารถที่จะกลายเป็นจักรพรรดิไร้เปรียบได้? ใน
ระหว่างกระบวนการทะลวงผ่านขั้นทำลายชีวิตครั้งต่อไปนั้น เจ้าต้อง
ตาย!” หนานอวิ๋นหวังตะโกนออกไปเสียงดัง หายใจถี่ เขาโจมตีไปยังม่าน
พลังอย่างบ้าคลั่งพร้อมทั้งด่าทอซ่วนหวู๋จี๋
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ชายชราผู้นี้มีแผนสำรองอยู่แล้ว เจ้านั้นไม่รู้เรื่องรู้ราว!
เจ้าคิดจริงหรือว่าสมบัติโบราณนี้จะทำได้เพียงแค่นั้น? ข้าซ่วนหวู๋จี๋ได้
เตรียมตัวที่จะทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรมาเกือบพันปีแล้ว เหตุใดข้าจะไม่
รู้ในสิ่งที่เจ้ากล่าวมาเล่า!?”
“ความล้ำค่าของรากมังกรนิพพานนี้มากมายกว่าที่เจ้าคิดนัก! ไม่
เพียงแค่มันสามารถที่จะเพิ่มโอกาสในการก้าวข้ามขั้นทำลายชีวิตในแต่ละ
ขั้นให้ผู้ใช้ แต่มันยังามารถที่จะชำระล้างไขกระดูกได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้
ระดับการบ่มเพาะของนักสู้สูงขึ้นไปอีกขั้น! อย่างไรก็ตาม เจ้าไม่จำเป็นที่
จะต้องกังวลเรื่องเหล่านั้น จะดีกว่าที่เจ้าจะคิดเรื่องการที่จะออกไปจาก
ที่นี่อย่างไรก่อนที่โลกที่ล่มสลายใบนี้จะพังลงอย่างแท้จริง!”
ขณะที่ซ่วนหวู๋จี๋กล่าว หนานอวิ๋นหวังก็โกรธจนแทบจะกัดฟันของตน
จนแหลกสลายไปหมด เมื่อพวกเขาได้เข้ามาในตำหนักจักรพรรดิปีศาจ
เขาก็เดาได้ว่าซ่วนหวู๋จี๋ต้องมีลูกไม้บางอย่างซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ และ
เตรียมใช้มันมาตลอด อย่างไรก็ตาม ในเมื่อเขาไม่ได้รับจดหมายจักรพรรดิ
ปีศาจและซ่วนหวู๋จี๋ก็ไม่ให้เขาดู มันย่อมเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจคาดการณ์ได้!
อย่างไรก็ตาม ด้วยโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นตรงหน้าเขา หนานอวิ๋น
หวังก็ได้ยอมเข้ามาทั้งที่รู้ว่ามันเสี่ยงเป็นอย่างยิ่ง แต่กลับไม่นึกว่าตนเอง
จะต้องมาจบลงเช่นนี้!
“พังลงซะ!” นักบวชคิ้วขาวโจมตีโดยใช้ฝ่ามือผนึกแสงอรหันต์ไปยัง
ม่านพลังครั้งแล้วครั้งเล่า ต้องการที่จะทำลายมันลงให้ได้ ในตอนนี้ มัน
เกิดเสียงกระหึ่มราวกับว่าม่านพลังจะพังลงมา
ซ่วนหวู๋จี๋ยิ้มและกล่าว “ฝ่ามือผนึกแสงอรหันต์นั้นไม่เสียแรงเลยที่ถูก
เรียกว่าเป็นเคล็ดบ่มเพาะสูงสุดของนิกายมหาวิหารเซน แต่น่าเสียดาย
เพราะมันช้าไปแล้ว! ข้าจะให้มหาวิหารเซนอยู่รอดต่อไปก่อน บางทีในอีก
10 ปี ชายชราผู้นี้อาจจะไปเยี่ยมเยือนที่นั่น! หากกล่าวว่าเคล็ดบ่มเพาะ
ฝ่ายคุณธรรมสามารถที่จะเทียบได้กับเคล็ดบ่มเพาะฝ่ายมาร ข้าก็สงสัยยิ่ง
นักว่ามันจะจริงหรือไม่!”
“เจ้าชั่วร้ายเกินไปแล้ว! ซ่วนหวู๋จี๋ ชายชราผู้นี้สาบานต่อพระพุทธเจ้า
ด้วยชีวิตของข้า ข้าจะทำลายพวกชั่วร้ายทั้งหมดในทะเลทางใต้!”
ในตอนนี้นักบวชคิ้วขาวได้สูญเสียความเยือกเย็นไปอย่างแท้จริง หนวด
ของเขาสยายอย่างบ้าคลั่ง สีหน้ามืดมน ราวกับช้างปีศาจ
*ประมาณว่านักบวชหูใหญ่มาก ตอนโกรธเลยทำให้ดูคล้ายช้างปีศาจ
“ฮ่าฮ่า? พระพุทธเจ้าหรือ? พระพุทธเจ้าคือสิ่งใด? ตัวตนเช่นนั้นมีจริง
ด้วยหรือ? ด้วยพลังที่ไร้สิ้นสุด ข้าจะกลายเป็นพระพุทธเจ้าของเจ้าได้!
เป็นได้แม้กระทั่งพระเจ้า!”
“โชคชะตาของข้าจะถูกควบคุมโดยข้าแต่เพียงผู้เดียว!
ประวัติศาสตร์ของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้จะถูกเขียนโดยข้า ซ่
วนหวู๋จี๋ผู้นี้! ข้าจะฟื้นคืนความรุ่งเรืองของเมืองจักรพรรดิปีศาจแห่งความ
เงียบงันขึ้นมาด้วยมือตนเอง! หลังจากที่ข้าได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร
ภายใต้สวรรค์นี้ ผู้ใดจะหยุดยั้งข้าได้!?”
“เริ่มรูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้าย!” ขณะที่ซ่วนหวู๋จี๋กล่าวออกมา เขา
ก็กระทืบเท้าลงไปอย่างฉับพลัน เริ่มรูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้ายใต้เท้าของ
เขาเปล่งแสงออกมา อย่างไรก็ตาม แสงมันสว่างอยู่เพียงไม่นานก่อนที่จะ
จางลง ครู่ต่อมาก็หายไปเลย
ผู้อาวุโสของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ที่ยืนอยู่ด้านหลังของซ่
วนหวู๋จี๋บนรูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้าย ไม่ได้ย้ายไปไหนเลยสักนิด
“หืม?” ซ่วนหวู๋จี๋ตะลึงอยู่ชั่วครู่
เหล่าผู้อาวุโสของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ต่างไม่แน่ใจว่าเกิดสิ่ง
ใดขึ้น แต่ใบหน้าที่มักเคร่งขรึมและมีเสน่ห์ของซ่วนอวี่เชี่ยก็ได้ซีดลง “เกิด
อันใดขึ้น?”
ซ่วนหวู๋จี๋ตื่นตระหนกอยู่ชั่วครู่ แต่ก็ได้รีบสงบใจตนเองลง ก่อนหน้านี้
เขาได้สำรวจรูปแบบค่ายกลนี้ไปแล้วและพบว่ามันสามารถใช้ได้ เขาได้นึก
ถึงความทรงจำที่อยู่ในแผ่นหยกของจักรพรรดิปีศาจ… มันไม่น่าจะ
ผิดพลาด…
เขาก็กระทืบเท้าลงไป “เริ่มรูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้าย!”
ขณะที่ความหวังกำลังเหือดหายไป ก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
นักบวชคิ้วขาวและหนานอวิ๋นหวังที่ยังคงโจมตีม่านพลัง และม่านพลังมัน
ก็ใกล้จะพังทลายลงมาแล้ว!
ในเวลานี้ ซ่วนหวู๋จี๋รู้สึกว่าร่างกายด้านชา เขารู้สึกเหมือนมีอีกา
จำนวนมากบินอยู่เหนือศีรษะของเขา “บ้าเอ้ย! มันมีปัญหาอะไรอีก!?”
“ศิษย์พี่ เกิดอันใดขึ้น?” ซ่วนอวี่เชี่ยกล่าวถามด้วยความกังวล
รูปแบบค่ายเคลื่อนย้ายนี้ไม่สามารถที่จะใช้งานได้เช่นนั้นหรือ?
พวกเขาจะโชคร้ายเช่นนี้ได้อย่างไร!?ตลอดทางที่ผ่านมา ไม่มีรูปแบบ
ค่ายกลใดในตำหนักจักรพรรดิปีศาจที่พังเลย แล้วเหตุใดจึงมีเพียงอัน
เดียวที่พังเล่า!?
เหล่าผู้อาวุโสของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้รู้สึกหวาดเสียวและ
เข่าอ่อน
ความแข็งแกร่งของพวกเขามีขีดจำกัด หากรูปแบบค่ายกลนี้พังจริง
เช่นนั้นซ่วนหวู๋จี๋ก็ไม่สามารถที่จะหลบหนีไปได้ สำหรับพวกเขา มันแทบ
จะหมายถึงความตายอย่างเดียว! “รูปแบบค่ายกล ทำงาน!”
ด้วยการลองครั้งสุดท้าย ซ่วนหวู๋จี๋เดาได้ว่าปัญหามันไม่ได้อยู่ที่
วิธีการกระตุ้นรูปแบบค่ายกล แต่ปัญหาเกิดที่ตัวของรูปแบบค่ายกลเอง
ในตอนนี้ ซ่วนหวู๋จี๋ที่ปกติดูเยือกเย็นก็ได้มีเหงื่อไหลออกมาที่หน้าผาก!
จากที่เคยเต็มไปด้วยจิตวิญญาณเมื่อครู่ก่อน แต่ในตอนนี้ เขานั้นไร้
ทางช่วย ด้วยเพียงแค่ 4 คน พวกเขาจะต่อต้านขุมกำลังอื่นๆที่มีจำนวน
มากกว่าได้อย่างไร? ซ่วนหวู๋จี๋รู้สึกราวกับว่าเขานั้นตกลงจากสวรรค์ไปสู่
นรก… “บ้าเอ้ย! ข้าถูกหลอก!”