Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 497 รากมังกรนิพพานต้นที่ 2
ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ซ่วนหวู๋จี๋ได้สะสมข้อมูลจำนวนมากเกี่ยวกับ
รูปแบบค่ายกลบรรพกาล ไม่เพียงแค่นั้น แต่ในจดหมายของจักรพรรดิ
ปีศาจยังเขียนอธิบายมาอย่างง่ายๆและเข้าใจได้อย่างชัดเจนว่าจะกระตุ้น
การทำงานของค่ายกลเคลื่อนย้ายยังไง ซ่วนหวู๋จี๋ไม่คิดว่าเขาจะทำพลาด
อย่างไรก็ตาม มันเป็นความจริงที่ว่าค่ายกลเคลื่อนย้ายนั้นไม่ทำงาน
จดหมายของจักพรรดิปีศาจย่อมน่าจะไม่ผิดพลาดในจุดนี้!
หรือว่าจะเป็น…
ขณะที่รวบรวมเบาะแสเล็กๆน้อยๆเข้าด้วยกัน ซ่วนหวู๋จี๋ก็สัมผัสได้ถึง
ความรู้สึกที่ไม่สบายใจ ในใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกเหมือนถูกใคร
บางคนหลอก!
อย่างไรก็ตาม โดยที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว มันก็เกิดระเบิดดังสนั่นขึ้น
ม่านพลังถูกทำลายลงในทันทีโดยหนานอวิ๋นหวังและนักบวชคิ้วขาว!
“แย่แล้ว!” ซ่วนหวู๋จี๋ตกตะลึง “อย่าโจมตีข้า ข้าเรื่องอยากจะพูด
ก่อน!”
“งั้นเจ้าก็จงไปพูดในนรก!” หนานอวิ๋นหวังนั้นเต็มไปด้วยเพลิงแห่ง
ความโกรธ ทันทีที่เขาพุ่งตัวไปข้างหน้า เขาก็โคจรปราณแท้จนถึงขีดสุด
และจิตสังหารอันหนาแน่นก็ทะลักออกมาจากตัวเขา กระบี่ของเขาฟาด
ฟันลงมา แสงจากดาบได้ตัดผ่านห้วงมิติและฟันใส่ซ่วนหวู๋จี๋โดยตรง!
“บ้าเอ้ย!”
ซ่วนหวู๋จี๋มิอาจกล่าวอันใดได้ เขาทำได้เพียงตอบสนองต่อการโจมตี
เขาต้องปกป้องซ่วนอวี่เชี่ยและคนอื่นๆ เขาจึงมิอาจหลบการโจมตีนี้ได้
และในห้องโถงแคบๆนี้ มันไม่มีที่ว่างพอจะให้หลบ!
ซ่วนหวู๋จี๋หยิบหอกสมบัติระดับสวรรค์ออกมาจากแหวนมิติของเขา
และพุ่งมันไปข้างหน้าใส่คลื่นหอกของหนานอวิ๋นหวัง
“ถอยเร็ว!”
ใบหน้าอันทรงเสน่ห์ของซ่วนอวี่เชี่ยสลดลง และนางก็หนีไปพร้อม
กับผู้อาวุโสขั้นทำลายชีวิต 2 คน หนานอวิ๋นหวังและนักบวชคิ้วขาวนั้น
เป็นเป็นผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตระดับ 3 ถ้าหากพวกเขาร่วมมือกันต่อสู้
กับซ่วนหวู๋จี๋ล่ะก็ คลื่นพลังจากการปะทะกันคงจะน่าสพรึงกลัวเป็นยิ่งนัก!
หนานอวิ๋นหวัง หยุดมือก่อน! ข้าก็ถูกหลอกเช่นกัน!” สถานการณ์
ในตอนนี้นั้นซับซ้อนเกินไป และท่ามกลางการต่อสู้ ความคิดของซ่วนหวู๋จี๋
อยู่สภาวะสับสน เขาคิดไม่ออกเลยว่า ผู้ใดเป็นคนวางแผนทุกสิ่งด้วย
สายตาที่เฉียบคมมองทุกอย่างออกถึงเพียงนี้ ไม่เพียงแต่พวกเขา
คาดการณ์ทุกสิ่งไว้จนถึงจุดนี้ แต่พวกเขาได้ทำมันอย่างรอบคอบ!
“เจ้าโจรเฒ่าซ่วน คำพูดของเจ้านั้นไร้สาระ! ชายชราผู้นี้จะไม่เชื่อเจ้า
อีกต่อไปแล้ว มิเช่นนั้น ช่วงเวลากว่า 800 ปีของข้าคงไม่มีอันใดนอกเสีย
จากใช้มันอย่างไร้ค่า!” การโจมตีของหนานอวิ๋นหวังนั้นราวกับสายลม
คลื่นโลหิตอันบ้าคลั่งที่เต็มอยู่อากาศ เขาไม่ให้โอกาสซ่วนหวู๋จี๋กล่าวสิ่งใด
แม้แต่น้อย!
เขาเกือบติดกับอยู่ในตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจขณะที่ซ่วนหวู๋จี๋ได้
หนีไปพร้อมกับสมบัติเสียแล้ว และมันย่อมเป็นช่วงเวลา 8 ถึง 10 ปีที่
พวกเขาต้องติดอยู่ที่นี่อย่างน่าสมเพชเป็นแน่!
ในสถานการณ์เช่นนี้ หนานอวิ๋นหวังจะยังเชื่อคำพูดของซ่วนหวู๋จี๋อีก
ครั้งได้อย่างไรกัน?
ซ่วนหวู๋จี๋นั้นอ่อนแอกว่าหนานอวิ๋นหวัง แต่เขานั้นมีสมบัติระดับ
สวรรค์อยู่ ในแง่ของความแข็งแกร่งในการต่อสู้ เขาแข็งแกร่งกว่าหนา
นอวิ๋นหวังเพียงเล็กน้อย
แต่นอกหนานอวิ๋นหวังนั้นมีนักบวชคิ้วขาวอยู่อีกด้วย
นักบวชคิ้วขาวนั้นยังสับสนว่าทำไมซ่วนหวู๋จี๋นั้นมิได้หนีผ่านค่ายกล
เคลื่อนย้ายไป แต่ตอนนี้นั้นมิใช่เวลาสำหรับขบคิดเหตุผล มิว่าจะเกิดอัน
ใดขึ้น เขาต้องร่วมมือกับหนานอวิ๋นหวังเพื่อจัดการซ่วนหวู๋จี๋ เขาจะกล่าว
อีกครั้งเมื่อได้รับรากมังกรนิพพานและจดหมายของจักพรรดิปีศาจแล้ว!
ทำให้ซ่วนหวู๋จี๋พิการนั้นจะได้ง่ายต่อการควบคุมกว่า และทุกสิ่งจะ
ชัดเจนยิ่งขึ้นเองเมื่อเขาได้อ่านจดหมายของจักรพรรดิปีศาจ แล้วเหตุใด
เขาต้องทำตามซ่วนหวู๋จี๋บอกและรับฟังเรื่องไร้สาระของเขากัน?
“ฝ่ามือผนึกแสงอรหันต์”
เมื่อนักบวชคิ้วขาวกดฝ่ามือลง ฝ่ามือสีทองขนาดยักษ์ก็ปรากฏขึ้น
กลางอากาศและกดลงมาบดขยี้ทุกสิ่ง!
“เจ้าสารเลว!”
ซ่วนหวู๋จี๋นั้นกำลังโกรธเช่นกัน เขานั้นถูกหลอก แต่ก่อนที่เขาจะคิด
ออกว่าผู้ใดเป็นคนทำมัน เขาก็ถูกโจมตีอย่างรุนแรงโดยหนานอวิ๋นหวัง
และนักบวชคิ้วขาวเสียแล้ว! แล้วจะไม่ให้เขาโกรธได้เช่นไรกัน?
“เจ้าคิดว่าข้า ซ่วนหวู๋จี้ผู้นี้ กลัวเจ้า… หายไปซะ!”
ดวงตาของซ่วนหวู๋จี๋เปล่งแสงน่าหวากกลัว หอกของเขาก็พุ่งตรงไป
ข้างหน้าทะลวงใส่ฝ่ามือสีทองขนาดยักษ์
ปัง!
ฝ่ามือผนึกแสงอรหันต์ถูกเจาะโดยหอกของซ่วนหวู๋จี๋ แต่ซ่วนหวู๋จี๋ก็
ถูกส่งกระเด็นไปข้างหลังเช่นกัน ในเวลานี้ ทุกคนต่างร่วมกันต่อสู้กับผู้
อาวุโสจากดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้
เมื่อเห็นพวกเขาต่างถูกล้อมไปด้วยผู้อาวุโสหลายนิกายที่น่ากลัวจาก
ทุกทิศ ผู้อาวุโสจากดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ทั้ง 3 ต่างรู้สึกขมขื่นใน
ใจพวกเขา ขาของพวกเขาแข็งค้าง แม้กระทั่งใบหน้าอันทรงเสน่ห์ของซ่
วนอวี่เชี่ยยังก็คงซีดอย่างมากเช่นกัน ส่วนผู้อาวุโสอีก 2 คน ใบหน้าของ
พวกเขาต่างซีดขาวอย่างยิ่ง
……………
ขณะที่เหล่าผู้อาวุโสต่อสู้กันอย่างรุนแรงในระยะประชิดนั้น เหลือ
เพียงหลินหมิงที่ยังคงอยู่ที่สวนสมุนไพรของจักพรรดิปีศาจ
ส่วนนิกายมหาวิหารเซนและนิกายเล็กอื่นๆที่มีเป็นตัวแทนของเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์ศิทธิ์ พวกเขาต่างเห็นด้วย พวกเขาจึงไล่ตามซ่วนหวู๋จี๋ พวกเขา
ไม่ได้หวังว่าจะได้รับส่วนใหญ่ของรากมังกรนิพพาน แต่พวกเขาย่อมอยาก
ได้เพียงครึ่งหนึ่งของรากย่อยก็พอ
หลังจากผ่านอันตรายไปมากมายในที่แห่งนี้แล้ว ก็เหลือผู้อาวุโสกว่า
20 คนที่ยังมีชีวิตอยู่ ถ้าหาก 4 ผู้อาวุโสจากดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้
ถูกกำจัดทั้งหมด มันจะเหลือผู้อาวุโสอยู่เพียง 17 หรือ 18 คน ส่วนราก
ย่อยนั้น มันมีอยู่ 9 อัน ถ้าหากพวกเขาสามารถกำจัดพวกดินแดนปีศาจ
แห่งทะเลทางใต้ออกไปได้และทำตัวดีๆ มันก็เป็นไปได้ที่พวกเขาจะได้
ครึ่งหนึ่งของรากย่อย
สวนสมุนไพรของจักรพรรดิปีศาจกลายเป็นเปลี่ยวล้างในทันที
หลินหมิงถูกทิ้งไว้ในสวนสมุนไพรของจักรพรรดิปีศาจ มันย่อม
เป็นไปไม่ได้ที่มู่เฟิงเซียนจะนำหลินหมิงไปกับนาง มิต้องพูดถึงว่าหลินหมิง
นั้นเชื่องช้าอย่างมากเมื่อเทียบกับเหล่าผู้ทรงพลัง และปัญหาใหญ่สุดคือ
เมื่อเกิดการต่อสู้ขึ้น มันย่อมเป็นเรื่องง่ายที่หลินหมิงจะถูกจับตัวและถูก
ฆ่าตาย
หลินหมิงข่มความตื่นเต้นในใจของเขา เขาหลับตาลงและนับเวลา
อย่างเงียบๆ
หนึ่งลมหายใจ… สอง… สาม…
ค่ายกลเคลื่อนย้ายนั้นอยู่ห่างออกไป 10 ลี้จากสวนสมุนไพรของ
จักรพรรดิปีศาจ และจิตสัมผัสของผู้อาวุโสขั้นทำลายชีวิตทั่วๆไปนั้นไกล
หลายพันก้าวในโลกล่มสลายนี้ หลินหมิงมีเวลาเพียงพอที่จะเปิดรูปแบบ
ค่ายกลของสวนสมุนไพร
แล้วพวกเขายังอยู่ในการไล่ล่าในขณะนี้ พวกเขาย่อมไม่สังเกตเห็น
เขาที่นี่
หลังจากผ่านไป 10 ลมหายใจ หลินหมิงก็คาดว่าพวกเหล่าผู้ทรงพลัง
ขั้นทำลายชีวิตได้ออกจากระยะที่พวกเขาสามารถสัมผัสได้ถึงสวน
สมุนไพรของจักรพรรดิปีศาจแล้ว มิว่าเขาจะทำเรื่องอันใดในตอนนี้ เขา
จะปลอดภัยอย่างแน่นอน!
หลินหมิงสูดลมหายใจลึกๆ และทันใดนั้น เขาก็เปิดตา!
สวนสมุนไพรของจักรพรรดิปีศาจนั้นมีรูปแบบค่ายกลบรรพกาลอยู่ที่
จุดศูนย์กลาง เป็นธรรมดาที่จะถูกแบ่งออกเป็นค่ายกลทางเหนือกับค่าย
กลทางใต้ ทั้ง 2 ค่ายกลนั้นมีรากมังกรนิพพานถูกผนึกอยู่ในค่ายกลละต้น!
รูปแบบค่ายกลทั้ง 2 นั้นสนับสนุนซึ่งกันและกัน ซ่วนหวู๋จี๋นั้นไม่
เข้าใจถึงเรื่องนี้ เขาจึงทำเพียงพยายามทำลายมันพร้อมกัน ส่วนหลินหมิง
นั้น เขาสามารถเปิดค่ายกลได้ทีละอัน
เพื่อที่จะช่วยซ่วนหวู๋จี๋ขโมยรากมังกรนิพพาน หลินหมิงจึงเปิดค่าย
กลทางใต้เท่านั้น ส่วนค่ายกลทางเหนือ เขาไม่ได้ยุ่งกับมัน
แม้ว่ารากมังกรนิพพานที่อยู่ในค่ายกลทางใต้จะถูกนำไป แต่อันที่อยู่
ในค่ายกลทางเหนือนั้นยังไม่มีผู้ใดแตะต้องมันได้
ในการแสวงหาความมั่งคั่ง มันย่อมมีความเสี่ยง ในตอนนี้นมันคือ
โอกาสที่ดีที่สุดที่จะทำมันอย่างไม่ต้องสงสัย!
ถ้าเขาพลาดโอกาสนี้ เขาจะไม่มีโอกาสอีกครั้ง!
หลินหมิงก้าวไปข้างหน้า เขากระโดดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เขา
บินไปทางอักขระค่ายกลตัวแรกที่อยู่ใกล้ๆและตบฝ่ามือ เปลี่ยนแปลง
โครงสร้างในทันที อักขระค่ายกลตัวแรก… แยกพลังงาน!
หลายชั่วโมงที่ผ่านมา หลินหมิงได้จำลองเปิดค่ายกลในหัวอยู่นับครั้ง
ไม่ถ้วน ทั้งหมดนี่เพื่อประหยัดเวลาเมื่อลงมือจริง
สำหรับหลินหมิงในตอนนี้ เวลาคือชีวิต! ใครจะรู้กันว่าพวกเฒ่าขั้น
ทำลายชีวิตจะกลับมาเมื่อใด
ถ้าหากซ่วนหวู๋จี๋หลบหนีผ่านทางรูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้ายสำเร็จ
พวกเฒ่าทั้งหลายนั้นคงจะกลับมาอย่างรวดเร็ว หลินหมิงไม่มีเวลามากนัก
แต่… รูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้ายนั้นถูกแก้ไขโดยหลินหมิงแล้ว…
หลินหมิงอยากจะเห็นจริงๆว่าสีหน้าของซ่วนหวู๋จี๋จะเป็นเช่นไร ถ้า
หากชายคนนั้นได้รู้ว่าเขาถูกหลอกโดยหลินหมิง บางทีเขาคงจะโกรธจน
กระอักโลหิตก็เป็นได้
ถ้าหากซ่วนหวู๋จี๋มิอาจหลบหนีไปได้ เช่นนั้น มันย่อมเกิดการต่อสู้
อย่างรุนที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นี่จะทำให้หลินหมิงมีเวลามากยิ่งขึ้น
หลินหมิงมั่นใจว่าแผนของเขานั้นรัดกุมพอ ถึงแม้ว่าพวกเฒ่าเหล่านั้น
จะรู้สึกได้ถึงบางอย่างแปลกๆหลังจากสู้และกลับมา มันก็ยังคงใช้เวลา
กว่า 15-30 นาที นั่นมากเกินพอสำหรับหลินหมิงที่จะทำทุกสิ่งที่เขา
ต้องการจนเสร็จ
ปกติการเปิดรูปแบบค่ายกลบรรพกาลของสวนสมุนไพรนั้นใช้เวลา
ไม่มากนัก แต่หลินหมิงได้ย่นเวลามันสุดๆ นี่เป็นเพราะว่าเขาจำเป็นต้อง
ใช้เวลาเพื่อทำอย่างอื่นต่อ!
รูปแบบค่ายกลบรรพกาลในสวนสมุนไพรนั้นเหมือนกับการ
ผสมผสานการล็อคที่ซับซ้อน รูปแบบค่ายกลบรรพกาลย่อมเปิดออก
เพียงแค่เขาแก้ไขโครงสร้างอักขระค่ายกลให้ถูกต้องเท่านั้น
หลินหมิงเคลื่อนไหวราวกับสายลม วิ่งไปมาอย่างรวดเร็วระหว่าง
อักขระรูปแบบค่ายกลบรรพกาลทั้ง 36 ตัว
หลังจากผ่านไปหลายชั่วลมหายใจ อักขระค่ายกล โครงสร้าง
พลังงานก็ถูกแก้ไขโดยหลินหมิง ขณะที่เขาทำเสร็จ ทั่วทั้งค่ายกลก็เริ่ม
เปล่งแสงสีขาวสลัวๆ
ทันใดนั้น หัวใจของหลินหมิงแทบจะหยุดเต้น!
ได้โปรดอย่าผิดพลาดเลย!
ระหว่างที่ค่ายกลใช้เวลาอยู่หลายลมหายใจเพื่อเปิดออก ฝ่ามือของ
หลินหมิงเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ ดวงตาของเขาเปล่งประกายและจ้องไป
ยังม่านพลังที่ปกป้องรากมังกรนิพพาน
“ซู่ววว!!”
ขณะที่รูปแบบค่ายกลเปิดออก คลื่นพลังอันเยือกเย็นกระจายออกมา
อย่างไร้ที่สิ้นสุด หลินหมิงรู้สึกหนาวถึงกระดูกทั่วทั้งร่างของเขา เขาโคจร
ปราณแท้ออกจนถึงขีดสุดในทันที และแทบไม่จะสามารถต้านทานการ
โจมตีของพลังงานเย็นนี้ได้
“ช่างเป็นพลังงานเย็นที่น่าหวาดกลัวยิ่งนัก!”
หลินหมิงตื่นตัวสุดๆ ในช่วงเวลาที่รูปแบบค่ายกลเปิดออกอย่าง
สมบูรณ์ เขาก็พุ่งไปข้างหน้าราวกับสายฟ้าฟาด โผล่ไปข้างรากมังกร
นิพพานในทันที เขาคลุมปราณแท้รอบๆมือทั้ง 2 ของเขา และยื่นมัน
ออกไปยังรากมังกรนิพพาน
มือของหลินหมิงสั่นด้วยความตื่นเต้น
มันเป็นของเขาแล้ว!
มันคือวัตถุดิบสวรรค์ที่ผู้อาวุโสขั้นทำลายชีวิตจำนวนนับไม่ถ้วนต่าง
ไฝ่ฝันหา – รากมังกรนิพพาน!
รากมังกรนิพพานนั้นบิดราวกับโสมจีน และมันมีสีเทาเข้ม มันดู
ธรรมดาสุดๆ ยกเว้นส่วนรากย่อยที่จับตัวกันราวกับเขามังกร
นี่เป็นต้นไม้จิตวิญญาณที่มีตัวตนมากว่าหมื่นปี แม้กระทั่งภายใน
แดนเทวะ รากมังกรนิพพานจะยังยากที่จะเติบโตจนถึงหมื่นปีได้
มีนิกายไม่มากที่จะสามารถใช้เวลากว่าหมื่นปีเพื่อรอคอยมันเติบโต
และมันเป็นเพราะว่ามีนิกายจำนวนมากที่ไม่สามารถมีตัวตนยาวนานถึง
หมื่นปี
เหตุผลที่ว่ารากมังกรนิพพานสามารถเติบโตได้เป็นเวลานานเช่นนี้
เป็นเพราะโลกแห่งนี้ไร้ผู้คน แม้แต่ภายในทวีปนภาไหลรินก็ยังมีวัตถุดิบ
สวรรค์ไม่มากนักที่มีค่ามากกว่ามัน!
ขณะที่หลินหมิงสัมผัสรากมังกรนิพพาน หัวใจของเขาก็เต้นรัว แม้ว่า
เขาจะคลุมมือของเขาด้วยปราณแท้อย่างหนาแน่น เขาก็ยังรู้สึกได้ถึง
พลังงานเย็นที่ทะลวงใส่ฝ่ามือของเขา และมันยังดูเหมือนว่าจะปล่อย
พลังงานเย็นเข้ามาในเส้นลมปราณของเขาอ่อนๆ กระจายไปถึงกระดูกสัน
หลังของเขา มันรู้สึกสบายอย่างมาก
“มิน่าเชื่อ ข้ากำลังถือมันอยู่ แต่ข้าสามารถรู้สึกได้ถึงรากมังกร
นิพพานที่กำลังสะท้อนไปมาระหว่างกระดูกสันหลังของข้าอยู่ มันราวกับ
ว่ามันเกิดมาเพื่อ ‘เคล็ดบ่มเพาะชีพจรปราณเทพคลั่ง’ !”
หลินหมิงปัดดินรอบๆรากมังกรนิพพานออกอย่างระมัดระวังและ
รวดเร็ว เขาทำความสะอาดมัน และไม่ปล่อยแม้แต่เศษเสี้ยวของรากย่อย
ต้องหลุดรอดไป
หลังจากนั้นหลายลมหายใจ รากมังกรนิพพานก็ถูกนำออกมาโดย
หลินหมิงอย่างสมบูรณ์ เขาวางมันลงในกล่องหยกที่เขาเตรียมมาและปิด
มันด้วยดินบางส่วน และห่อหุ้มรอบๆรากมังกรนิพพานอย่างสมบูรณ์อีก
ครั้ง
จากนั้นเขาก็วางผนึกลงบนกล่องหยกและเก็บมันไปในกระเป๋าเสื้อ
อย่างระมัดระวัง นี่เป็นต้นไม้จิตวิญญาณที่ยังมีชีวิต มันเป็นไปไม่ได้ที่เขา
จะเก็บมันลงไปในแหวนมิติ