Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 499 สุนัขเฒ่า
“นั่นใครหน่ะ!?” ในช่วงเวลานั้น หลินหมิงรู้สึกราวกับว่าดวงจิตของ
เขาถูกแช่แข็ง เขากระโดดขึ้นราวกับลูกธนูในทันทีพร้อมกับหันง้าวโลหิต
ล้างผลาญไปข้างหน้า!
นี่เป็นเพียงปฏิกิริยาโดยสัญชาตญาณ เขาได้ระวังตัวพอสมควรว่าถ้า
มีหนึ่งในพวกคนชราขั้นทำลายชีวิตกลับมา พวกเขาสามารถฆ่าเขาได้
เพียงแค่พลิกฝ่ามือ!
อย่างไรก็ตาม ถ้ำแห่งนี้นั้นว่างเปล่า ไม่มีแม้กระทั่งวิญญาณอยู่ใน
สายตา
หลินหมิงรู้สึกถึงเหงื่อเย็นๆที่ก่อตัวขึ้นที่หลังของเขา จิตใจของเขาอยู่
สภาพตื่นตัว
แม้ว่าเขาจะเปิดจิตสัมผันทั้งหมดของเขาออก เขาก็ยังมิอาจเห็นได้
แม้แต่คนเดียวอยู่ที่นี่
พวกเขากำลังซ่อนตัวอยู่?
ด้วยความแข็งแกร่งของพวกคนชราเหล่านั้น มันไม่จำเป็นเลยที่จะ
ทำเช่นนี้ ถ้าหากพวกเขาทำ เช่นนั้นมันก็เป็นเพียงแมวจะเล่นกับหนู
“เจ้าหนู ไม่จำเป็นที่จะต้องมองหาไปหรอก เจ้ามิอาจหานักบุญผู้นี้
ได้หรอก อย่างไรก็ตาม นักบุญผู้นี้รู้สึกประหลาดใจอย่างมาก แม้ว่าเจ้าจะ
เป็นเด็กน้อย แต่เจ้าก็ยังทำให้กลุ่มของพวกคนชราอายุพันปีอยู่ในสภาพ
อนาถเช่นนั้นได้ มันทำให้… นักบุญผู้นี้ชอบใจยิ่ง!”
“เจ้า…” หลินหมิงตกตะลึง ใจเต้นรัว นักบุญผู้นี้หรือ!?
แม้ว่าเหล่าผู้เฒ่าขั้นทำลายชีวิตจะมิได้ประกาศตนว่าเป็นนักบุญ ช่าง
เป็นชื่อที่หยิ่งและภูมิใจยิ่ง… เขากลัวว่านั่นจะมีเพียงผู้ทรงพลังระดับ
จักรพรรดิเท่านั้นที่กล้าเรียกตนเองเช่นนั้น!
เสียงอันเก่าแก่ดังขึ้นอีกครั้งในหัวของเขา นี่คือปราณแท้สื่อสาร
หรือ… เสียงนี้ดังออกมาจากทะเลจิตวิญญาณของเขา!
ขณะที่หลินหมิงคิดเกี่ยวกับมัน เขาก็ตกตะลึงในทันที หรือจะเป็น…
“เจ้าคือจักรพรรดิปีศาจ!!!”
“จักรพรรดิปีศาจ? หึ นักบุญผู้นี้มิใช่เขา!”
“เจ้ามิใช่หรือ?” หลินหมิงตะลึง เขามั่นใจว่าเสียงอันเก่าแก่นี้นั้นมา
จากเศษเสี้ยวจิตวิญญาณที่เหลืออยู่ภายในเศษเสี้ยวดวงจิตของจักรพรรดิ
ปีศาจ แล้วมันจะไม่ใช่จักรพรรดิปีศาจได้ใช่ไรกัน? “เจ้าคือหมาสีแดงที่อยู่
ในเศษเสี้ยวดวงจิตของจักรพรรดิปีศาจงั้นหรือ?”
“หมา!? เจ้าช่างกล้ายิ่งนักที่เรียกนักบุญผู้นี้ว่าหมา!?” เสียงอันเก่าแก่
นี้ดูเหมือนจะสะท้านในทันที และจากนั้นหลินหมิงก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึก
อันรุนแรงภายในทะเลจิตวิญญาณของเขาที่เขาใช้มันเพื่อผนึกหมาสีแดง
ไว้นั้น หลินหมิงรู้สึกปวดหัวอย่างมาก ราวกับว่าเขากำลังถูกมดกัดจาก
ภายใน
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเศษเสี้ยงดวงจิตนี้จะแข็งแกร่งเพียงใดในอดีต
ตอนนี้มันก็อยู่ในสภาพน่าอนาถ มันถูกตัดเป็นชิ้นๆโดยลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์
จากนั้นมันก็ถูกผนึกไว้โดยหลินหมิงด้วยมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์
และสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้าง และหลังจากนั้นมันก็ถูกสะกดไว้
ภายในทะเลจิตวิญญาณของเขา แม้ว่ามันจะโกรธอยู่ตอนนี้ มันก็มิอาจทำ
อันใดเขาได้ พลังจิตวิญญาณที่มันได้ใช้ไปนั้นมากเสียยิ่งกว่าหลินหมิง
อย่างไรก็ตาม เมื่อมันถูกดูดเข้าไปในลูกบาศก์ จิตสำนึกหลักของมัน
ถูกหั่นเป็นชิ้นๆ และมันยังถูกผนึกไว้ในลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์เป็นเวลานาน
อย่างไรก็ตาม เสียงอันเก่าแก่นี้ก็ไม่สามารถยอมรับความพ่ายแพ้ได้
มันกล่าวอย่างเย็นชา “เจ้าหนู ถ้าเจ้ากล้าที่จะไม่เคารพนักบุญผู้นี้อีกครั้ง
เช่นนั้น นักบุญผู้นี้จะทำลายทะเลจิตวิญญาณเจ้าซะ!”
หลินหมิงกรอกลูกตา เขาไม่ได้มีเวลามากที่จะคุยไร้สาระกับมัน เขา
หันหน้าและกล่าว “ถ้าเจ้าอยากจะทำ เช่นนั้นเจ้าก็ควรจะออกมา มิใช่นั่ง
อยู่เฉยๆและคุยกับข้าจากในนั้น!”
ได้ยินหลินหมิงกล่าวเช่นนี้ด้วยน้ำเสียงค่อนข้างภูมิใจ “ฮี่ฮี่ เจ้าหนู
เจ้าค่อนข้างฉลาดเลยนะ! ใช่ ใช่แล้ว ถ้าหากนักบุญผู้นี้ออกไปตอนนี้ล่ะก็
เช่นนั้นเจ้าก็คงจะโชคดียิ่งนัก!”
หลินหมิงขมวดคิ้วขึ้น “โชคดีงั้นหรือ?”
“เจ้าต้องการที่จะครอบครองเตาหลอมจักรวาลใช่ไหมล่ะ? นักบุญผู้
นี้รู้วิชาสำหรับควบคุมมัน!”
“หืม?” หลินหมิงลังเลไปชั่วขณะ เขาเชื่อว่าเจ้าคนผู้นี้นั้นมีวิธีควบคุม
มันจริงๆ แต่เขาก็เชื่อว่าเจ้าคนผู้นี้ย่อมมิได้ช่วยเขาด้วยเจตนาดี
“แล้วข้าต้องจ่ายด้วยสิ่งใด?”
“คุยกับเจ้านั้นช่างประหยัดเวลาเสียจริง นักบุญผู้นี้จะบอกเจ้าถึงวิธี
เปิดเตาหลอมจักรวาล แต่มีเงื่อนไขคือเจ้าต้องช่วยข้าปลดผนึกจิตสำนึก
ของข้าออกไปจากทะเลแห่งจิตวิญญาณและฟื้นฟูข้า”
“มันเป็นไปไม่ได้!” หลินหมิงกล่าวออกมาในทันที เขานั้นมิใช่คู่มือ
สำหรับเจ้าสุนัขเฒ่าตัวนี้ ลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ได้ช่วยเขาผนึกเจ้าสุนัขที่น่า
กลัวนี่ หากมันมิได้ช่วยล่ะก็ การจะปลดปล่อยจิตสำนึกของสุนัขเฒ่านี่ก็
เป็นเพียงการรนหาที่ตายเท่านั้น บางทีมันอาจจะพยายามครอบงำเขา
ด้วย
“เจ้าหนู คิดให้ดี! เจ้าเตาหลอมจักรวาลนี่หน่ะเป็นโชคชะตาอัน
ยิ่งใหญ่! เมื่อข้าฟื้นฟูสำเร็จ! นักบุญผู้นี้จะอนุญาตให้เจ้านำเตาหลอม
จักรวาลทั้งอันไปเลย และอนุญาตให้เจ้าสร้างยุทธภัณฑ์จิตวิญญาณเป็น
ของตัวเอง!”
นำเตาหลอมจักรวาลไปทั้งอันงั้นหรือ?
เมื่อเขาได้ยินสุนัขเฒ่ากล่าว หัวใจของหลินหมิงเต้นรัวในทันที
อย่างไรก็ตาม เขาก็พยายามข่มความโลภในใจเขา เขากล่าวอย่างเย็นชา
“มันเป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะทำตามเงื่อนไขของเจ้า เจ้าน่าจะยอมแพ้ได้แล้ว
เวลาเป็นสิ่งสำคัญในตอนนี้ แล้วข้าก็มิได้วางแผนที่จะอยู่ที่นี่อีกต่อไป
แล้ว”
หลินหมิงเก็บง้าวโลหิตล้างผลาญและเริ่มหนี เสียงของสุนัขเฒ่าก็ดัง
ขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงกังวลเล็กน้อย มันบอกว่า “เฮ้ หยุดก่อน! เจ้าเพียง
แค่ต้องปลดผนึกจิตสำนักบางส่วนของข้าเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมด นักบุญผู้นี้
จะช่วยเจ้าครอบครองเตาหลอมจักรวาลเอง!”
“ปลดผนึกจิตสำนึกบางส่วนงั้นหรือ?” หลินหมิงจิตใจสั่นสะท้าน
ตอนแรก เจ้าสุนัขเฒ่านี่ถูกตัดเป็น7 8 ส่วนโดยลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ ถ้าหาก
เป็นหนึ่งในชิ้นส่วนพวกนั้น เช่นนั้นหลินหมิงมั่นใจว่าเขาสามารถรับมือกับ
มันได้ อย่างไรก็ตาม ยามที่หลินหมิงได้สู้กับเจ้าสุนัขเฒ่านี้ เขาได้สร้าง
ความเสียหายอย่างมากแก่มัน
“เจ้าเป็นใครกัน? เจ้าเกี่ยวข้องยังไงกับจักรพรรดิปีศาจ? แล้วทำไม
เจ้าถึงอยู่ในเศษเสี้ยวของจิตวิญญาณจักรพรรดิปีศาจ?”
“เจ้าถามว่าข้าเป็นใครงั้นหรือ? ฮ่าฮ่า เจ้าคงจะไม่เคยได้ยินเรื่อง
เกี่ยวกับข้าสินะ” น้ำเสียงของสุนัขเฒ่านี้เต็มไปด้วยความภูมิใจและดูถูก
ความจริงแล้ว ถ้าหากสุนัขเฒ่านี้มาจากแดนเทวะ เช่นนั้นหลินหมิงคงมิ
เคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับเขา
หลินหมิงไม่อยากคุยไร้สาระกับเจ้าสุนัขนี่แล้ว เจ้าสุนัขเฒ่านี้ได้ทำให้
เขาเสียเวลาไปกว่า 20 ลมหายใจไปแล้ว อย่างมากเขาก็เหลือเวลาเพียง
ครึ่งชั่วธูปก่อนจะต้องหนีออกไป มิเช่นนั้นมันจะอันตรายสำหรับเขา
แต่เงื่อนไขของเจ้าสุนัขเฒ่านี่… ใครจะรู้กันว่ามันวางแผนอันใดไว้?
มันต้องการสมบัติภายในเตาหลอมจักรวาลหรือ? โอสถเหล่านั้นหรือ
อะไรก็ตามที่อยู่ภายในย่อมไร้ประโยชน์ต่อมัน!
มันจำเป็นต้องมีกายเนื้อเพื่อที่จะกลืนโอสถเหล่านั้น หลินหมิงมิเคย
ได้ยินว่ากายจิตนั้นสามารถใช้โอสถได้
ขณะที่เขาคิดเกี่ยวกับมัน หลินหมิงคิดว่ามันมิอาจขัดขืนเขาได้
อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวจิตสำนึกของสุนัขนี่ มันย่อมมิใช่
คู่มือของเขา
แม้ว่าจะเจ้าสุนัขนี่จะวางแผนบางอย่างไว้ อย่างแย่ที่สุดที่จะเกิดขึ้น
คือเขามิอาจครอบครองเตาหลอมจักรวาลได้ หลินหมิงตั้งใจว่าจะยอมแพ้
เกี่ยวกับมันแล้ว ดังนั้นถ้าหากเขามิอาจครอบครองมันได้ มันก็ไม่ใช่การ
สูญเสียที่มากนัก
เวลามีน้อย หลินหมิงไม่ได้มีเวลาคิดมากนัก ในเมื่อมันไม่มีอันตราย
เช่นนั้นเขาย่อมยอมรับเงื่อนไขนี้ ยอมแพ้ต่อโอกาสโชคเพียงเพราะความ
กังวลเล็กน้อยนั้นไม่ใช่สไตล์ของหลินหมิน
“ก็ได้! เช่นนั้นข้าจักปลดผนึกบางส่วนของจิตสำนึกเจ้า”
หลินหมิงได้เข้ามาภายในทะเลจิตวิญญาณ ภายในทะเลจิตวิญญาณ
ของเขานั้นมีจิตสำนึกของสุนัขเฒ่าที่ถูกแบ่งออกเป็นหลายส่วนและมันยัง
ถูกผนึกไว้แยกแต่ละมุมภายในทะเลจิตวิญญาณของหลินหมิง ทุกๆส่วน
นั้นถูกปกคลุมไว้ด้วยสายฟ้าอย่างหนาแน่นราวกับรังไหม
ขณะที่หลินหมิงเห็นมัน เขาก็รู้สึกประทับใจเล็กน้อย ส่วนเจ้าสุนัข
เฒ่านั่นยังคงพูดกับเขาเช่นนี้อยู่เรื่อยๆ… พวกผู้อาวุโสแดนเทวะนั้นมี
จิตสำนึกวิญญาณที่ยืดหยุ่นอย่างน่ากลัว
หลินหมิงเลือกอันที่อ่อนแอที่สุดและเล็กที่สุดในหมู่จิตสำนึก และ
เตรียมตัวปลดผนึกมัน
สุนัขเฒ่าดูเหมือนจะไม่พอใจ “เจ้าหนุ่ม ความกล้าหาญของเจ้าอยู่ที่
ใดกัน? ความแข็งแกร่งของนักบุญผู้นี้ลดลงอย่างมาก ตอนนี้ข้าเหลือเพียง
จิตวิญญาณของข้า แต่เจ้าก็ยังจะปลดผนึกเพียงส่วนที่เล็กที่สุด? แม้ว่าข้า
จะสามารถรวบรวมได้หลายชิ้น ข้าก็มิอาจทำร้ายเจ้าได้! เพื่อที่จะเปิดเตา
หลอมจักรวาล นักบุญผู้นี้จะต้องใช้พลังจิตวิญญาณอย่างมาก ถ้าเจ้าปลด
ผนึกเพียงส่วนเล็กๆ เช่นนั้น นักบุญผู้นี้จะได้รับบาดเจ็บจากการสะท้อน
กลับพลังจิตเท่านั้น!”
หลินหมิงคิดเล็กน้อยเกี่ยวกับมัน จากนั้นเขาก็กล่าวอย่างสงบ “เจ้า
พูดถูก ข้าไม่มีความกล้า หยุดพูดจาไร้สาระได้แล้ว – เจ้าจะตกลง
หรือไม่?”
หลินหมิงเดาว่าสนุขเฒ่าตนนี้จะต้องมีแรงจูงใจบางอย่าง แต่
ในตอนนี้ เวลารัดตัวเป็นอย่ายิ่ง และเขาไม่อยากที่จะต่อรอง ในเมื่อเขาดู
แล้วมันไม่น่าจะมีอันตรายกับเขา เช่นนั้นเขาก็จะรับมือกับมันได้และรับ
เอาผลประโยชน์ทั้งหมด ด้วยอีกฝ่ายที่อ่อนแอ ผู้ที่ได้เปรียบจึงย่อมเป็น
เขา
“บ้าเอ้ย ไม่นึกว่าเสืออย่างข้าจะถูกรังแกโดยสุนัข ก็ได้ ข้ามิอยาก
ต่อรองกับเจ้าอีกต่อไปแล้ว ปลดผนึกจิตสำนึกข้าในส่วนที่เจ้าต้องการก็
ได้”
‘เสือถูกรังแกโดยสุนัข? มิใช่ว่าเจ้าเป็นสุนัขหรอกหรอ?’
หลินหมิงคิดเช่นนี้ แต่ก็ปฏิเสธมันมิได้ เจ้าสุนัขเฒ่านี้ดูไม่เหมือน
จักรพรรดิปีศาจผู้ยิ่งใหญ่เลย แต่เหมือนตาเฒ่าจอมหลอกลวงเสียมากกว่า
หลินหมิงสะบัดนิ้วของเขาและเริ่มปลดผนึกสายฟ้าที่ปกคลุมอยู่
รอบๆเศษเสี้ยวจิตสำนึก เขากล่าว “ข้าขอบอกไว้ก่อนเลย ข้ามีเวลาเพียง
ครึ่งชั่วธูป ถ้าเจ้าทำไม่สำเร็จภายในเวลานั้น เช่นนั้นข้าจะจากไป!”
“มีเวลาครึ่งชั่วธูป? นั่นมากเกินพอ!” ได้รับอิสระหลังจากถูกผนึกมา
นานนั้นราวกับคนที่ถูกมัดไว้ด้วยเชือก ที่จู่ๆก็ถูกปล่อย จิตสำนึกของสุนัข
เฒ่าได้ขยายร่างจิตวิญญาณของมันออก และจากนั้นก็ส่งเสียงร้อง “โฮ่ง!”
ได้ยินเช่นนี้ หลินหมิงก็ถึงกับไร้คำพูด แล้วนี่มันมิใช่สุนัขรึ?
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเหลื่อเชื่อยิ่งกว่าคือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น
ขณะที่หลินหมิงมองสุนัขเฒ่าพุ่งออกไปจากทะเลจิตวิญญาณของเขาและ
เปลี่ยนการเป็นร่างที่สามารถมองเห็นได้ เขาก็เกือบกัดลิ้นตนเอง
ด้านหน้าเขาคือหมาตัวเล็กยาวครึ่งก้าว หางของมันมีขนาดเท่านิ้ว
และลำตัวของมันปกคลุมไปด้วยขนสีแดงที่ขดตัวงอ หูของมันห้อยลง
และมันลิ้นมันก็ห้อยอยู่เช่นกัน ดวงตาสีดำคู่นั้นจ้องมองออกไป
มันคือหมาปั๊ก มันคือหมาปั๊กจริงๆ
“เจ้า… เจ้า…!” หลินหมิงไร้คำพูด
“เจ้ามองอันใดกัน!? พลังจิตวิญญาณของนักบุญผู้นี้ได้รับความ
เสียหายอย่างมาก เป็นปกติที่ร่างของข้าหดลงนิดหน่อย แล้วมันแปลอัน
ใดกัน!?” เห็นหลินหมิงตกตะลึง สุนัขเฒ่านี้ก็รู้สึกไม่พอใจนิดหน่อยและ
ต้องการตำหนิเขาที่ตกตะลึง
หลินหมิงไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ถ้านี่คือนักบุญและนี่คือ
รูปร่างจิตวิญญาณ เช่นนั้นมันยากอย่างแท้จริงที่จะเชื่อมต่อภาพทั้ง 2 เข้า
ด้วยกัน แต่ตอนนี้นั้นเป็นช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย และหลินหมิง
ไม่มีเวลาไปสนใจมันมากนัก เขามิอาจคลายการป้องกันตัวลงได้เพียง
เพราะเจ้าหมาปั๊กนี่ดูไร้พิษสง
หลินหมิงมั่นใจว่าเจ้าสุนัขเฒ่านี่วางแผนบางอย่างไว้อยู่ มิเช่นนั้น
ทำไมมันต้องทำดีขณะช่วยเขาเปิดเตาหลอมจักรวาลด้วยเล่า? บางทีมัน
คงต้องการที่จะดูภายในว่ามีประโยชน์อันใดที่มันจะได้รับ
เมื่อคิดเช่นนี้ หลินหมิงก็โคจรปราณแท้ภายในร่างของเขาจนถึงขีด
สุด เจตจำนงแห่งนักสู้วัฏสงสารก็เริ่มก่อตัวภายในทะเลดวงจิตของเขา
เช่นกัน และพร้อมที่จะโจมตีสุนัขเฒ่าทุกเมื่อ
หมาปั๊กลอยไปข้างบนเตาหลอมจักรวาลช้าๆ ดวงตาทั้งคู่ของมันจับ
จ้องไปยังฝาเตา มันยืดลิ้นที่ยาวของมันออกและเลียริมฝีปาก เผยให้เห็น
ร้อยยิ้มที่ยากจะอธิบายแก่หลินหมิง จากนั้นมันก็เริ่มพึมพัมอย่างช้าๆ
ขณะที่สุนัขเฒ่านี่พึมพัม ขาหน้าทั้งสองก็เริ่มขยับสุ่มไปมาในอากาศ
หลินหมิงมองไปที่มันชั่วขณะและจากนั้นก็เริ่มเข้าใจว่าการเคลื่อนไหวนี้
คือการสร้างผนึก
หลินหมิงจึงรู้สึกราวกับว่าเขาถูกฟ้าผ่า