Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 504 บรรลุขั้นผสานไขกระดูก
เป็นเพราะว่ามันโดนเปลวเพลิงเผาไหม้อย่างรุนแรงมาตลอด บอลน้ำ
สีทองจึงมีความร้อนสูงอย่างมาก หลังจากที่หลินหมิงพุ่งเข้าไป เขาก็รู้สึก
ราวผิวหนังของเขาถูกย่าง อย่างไรก็ตาม เป็นเพราะว่าเขาได้กลั่นเปลว
เพลิงภายในร่างมานาน และเคยมีประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน
กลิ่นของน้ำสีทองให้ความรู้สึกราวกับไวน์ที่ผ่านการบ่มมาอย่าง
ยาวนานและมันค่อนข้างมีรสหวาน ดื่มเพียงแค่อึกเดียวก็ราวกับมีคลื่น
ความร้อนไหลผ่านปากและลำคอ อุ่นไปถึงกระเพาะและกระจายไปยัง
แขนขาทำให้เขาเต็มไปด้วยรัศมีพลังงาน กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกาย
ขยายออกและเกิดเสียงกระดูกลั่น
รูขุมขนทั้งหมดของหลินหมิงเปิดกว้างขึ้น และพลังงานบริสุทธิ์ไหล
ผ่านเข้าไป ขณะที่ความร้อนไหลผ่านเข้าไป เข้ารู้สึกเจ็บเหมือนเข็มที่เจาะ
เข้าไป อย่างไรก็ตาม ความเจ็บปวดนี้กลับทำให้หลินหมิงรู้สึกตื่นเต้น
น้ำสมุนไพรต้มด้วยรากมังกรนิพพานที่มีอายุหมื่นปีเต็มไปด้วย
พลังงานที่บริสุทธิ์ พลังงานถูกกรอกเข้าสู่กระดูกของเขา เข้าไปยังไข
กระดูก สะสมอยู่ที่นั่นอย่างต่อเนื่อง
ซี่ ซี่ ซี่!
ขณะที่พลังงานบริสุทธิ์ไหลเข้าไปในไขกระดูก มันก็ยังเจ็บปวด แต่ว่า
ในครั้งนี้ หลินหมิงรู้สึกอบอุ่นทั่วร่างมากกว่า และจิตใจของเขาปลอด
โปร่งอย่างยิ่ง มันเทียบความเจ็บปวดไม่ได้กับตอนที่เขาใช้เศษผนึกหัวใจ
ปีศาจเลยสักนิด
ภายในน้ำสีทองนี้ หลินหมิงกางแขนขาออก ผ่อนคลายทุกรูขุมขน
เขากลืนของเหลวนี้ลงไปคำใหญ่ มากเท่าที่ตนจะทำได้
หลังจากที่มันเข้าไปทั่วเส้นชีพจรของหลินหมิง มันเริ่มไหลออกจากรู
ขุมขนของเขา พลังงานเริ่มสะสม ถึงแม้มันจะหมองมัว แต่มันก็อัศจรรย์
อย่างยิ่ง มันราวกับว่าเขาทะยานสู่สรวงสวรรค์และกลายเป็นอมตะ
อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมนี้ก็อยู่ได้ไม่นาน ขณะที่หลินหมิง
ได้ใช้วิชา ‘เคล็ดบ่มเพาะชีพจรปราณเทพคลั่ง’ เพื่อควบคุมพลังงานใน
การผสาน เขาก็รู้สึกเจ็บปวดมากยิ่งขึ้น เขารู้สึกว่าร่างกายของตนเต็มไป
ด้วยพลังงานที่ล้นทะลัก เหมือนจะระเบิดออกได้ทุกขณะ
พลังงานอันรุนแรงนี้แผ่ไปทั่วเส้นชีพจรของเขา ถึงแม้ร่างกายของ
หลินหมิงจะผ่านการผสานไขกระดูกมาส่วนนึงแล้ว เขาก็ยังแทบจะไม่
สามารถทนกับมันได้
“เจ้าหนู เร็วเข้าและรีบผนึกรูขุมขนของเจ้าซะ เน้นพลังงานส่วนเกิน
ผลักดันเข้าไปในหอกและปลดปล่อยออกมาผ่านกระบวนท่า มันจะช่วย
ให้เจ้าผสานไขกระดูกอย่างสมบูรณ์” ขณะที่หลินหมิงมาถึงจุดที่ตนเองไม่
สามารถควบคุมพลังงานได้ เขาได้ยินเสียงของมารเจิดจรัสดังก้องในหู
ความคิดของหลินหมิงก็ปลอดโปร่งในทันใด เขาสะบัดมือขวาและ
หอกแห่งดาวหางม่วงปรากฏและเขาได้ใช้กระบวนท่าของง้าวโลหิตล้าง
ผลาญ ขณะที่หอกแห่งดาวหางม่วงพุ่งผ่านน้ำสีทองนี้ ทุกการกวัดแกว่ง
จะมีความต้านทานมากอย่างยิ่ง ทุกการเคลื่อนไหวของหอก กระดูกของ
หลินหมิงจะเกิดเสียงดังลั่นปานสายฟ้า แถบของไขกระดูกสีเหลืองของ
เขากลายเป็นสีแดงสดและจากสีแดงสดที่พวกเขาเริ่มเปลี่ยนไปเป็นสีทอง
หม่น
แถบสีทองปรากฏเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งไขกระดูกของเขา
กลายเป็นสีทองอร่าม
ขณะที่ทุกกระบวนท่าพุ่งออกไป น้ำสีทองก็ยิ่งถูกตัดโดยหอกแห่ง
ดาวหางม่วง ปราณแท้ของเขาพุ่งออกไปราวกับใบมีดที่คมกริบ
หลินหมิงนั้นไม่รู้ว่าตนเองได้ใช้หอกพุ่งออกไปกี่กระบวนท่า หรือได้
ทำเช่นนี้มากี่ชั่วโมงแล้ว เขารู้สึกเพียงแค่ว่าโลหิตเดือดพล่านและปราณ
แท้ของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แม้จะทำเช่นนี้มานาน แต่ก็ยังมิรู้สึก
เหนื่อยล้าแม้เพียงเล็กน้อย
พลังงานที่เต็มไปทั่วร่างของเขาถูกปิดกั้นเอาไว้โดยรูขุมขนของเขา
เมื่อใช้หอกออกไปอีกและดูดซับพลังงานส่วนที่เหลือ รูขุมขนของเขาก็จะ
เปิดออกอีกครั้ง แล้วดูดซับพลังจากน้ำสีทอง ขณะที่เวลาผ่านไป น้ำสีทอง
ก็กลายเป็นซีดมากขึ้น และกว่าครึ่งของสีทองได้เหือดหายไปแล้ว
ในตอนนี้ หลินหมิงรู้สึกเจ็บปวดอย่างชัดเจนที่หลัง ราวกับว่ามีบาง
คนใช้เข็มทิ่มแทงกระดูกสันหลังของเขา!
ในตอนนี้ มันเจ็บปวดจนทำให้หลินหมิงต้องหลั่งเหงื่อเย็น แต่เขาก็
ไม่ได้ประหลาดใจ ความเจ็บปวดที่กระดูกสันหลังของเขาหมายความได้
เพียงอย่างเดียว – พลังงานได้ไหลเข้าไปในไขสันหลัง!
ไขสันหลังและไขกระดูกนั้นแตกต่างกัน ไขสันหลังเป็นศูนย์กลางของ
ระบบประสาท มันกระจัดกระจายและเปราะบางเป็นอย่างยิ่ง หากไขสัน
หลังไม่สามารถที่จะผสานได้ เช่นนั้นกระดูกสันหลังก็จะกลายเป็นส่วนที่
อ่อนแอที่สุดในโครงสร้างกระดูกของเขา ไม่สามารถที่จะทนแรงกดดันที่
สูงมากได้
การผสานกระดูกสันหลังนั้นเป็นก้าวสุดท้ายของการผสานไขกระดูก
และยังเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากที่สุดด้วย มันมีแม้กระทั่งผู้ที่เป็นศิษย์ของแดน
เทวะที่ไม่มีทรัพยากรมากพอ จึงกลายเป็นว่าไม่สามารถผสานกระดูกสัน
หลังได้สำเร็จ มันทำให้พื้นฐานการบ่มเพาะของคนผู้นั้นไม่เสถียรไปด้วย
และร่างก็จะมีจุดอ่อน
แต่หลินหมิงนั้นมีรากมังกรนิพพานที่มีอายุมากกว่าหมื่นปี โดยปกติ
แล้ว เขาจึงผ่านปัญหาเรื่องทรัพยากรมาได้
หลินหมิงนั้นไม่รู้ว่าตนนั้นใช้กระบวนท่าง้าวโลหิตล้างผลาญไปมาก
เพียงใด เขายังทำต่อไปจนบอลน้ำกลายเป็นใสหมดจด น้ำสีทองได้ถูกเขา
ดูดซับไปจนหมดสิ้น
แต่ในตอนที่น้ำสีทองได้ถูกเขาดูดซับไปจนหมดสิ้น ปราณแท้ใน
ตันเถียนที่กระจัดกระจายได้รวมตัวกันและหมุนเป็นเกลียวย่างช้าๆ
จากที่มันมีความวุ่นวายเริ่มแรกก็ได้กลายเป็นระเบียบ
ขั้นปราณปลายฟ้า!
สัญญานของขั้นผสานชีพจรคือการที่ปราณแท้ซึมผ่านเข้าไปในเส้น
ชีพจร สัญญานของขั้นปราณต้นฟ้าคือการที่ปราณแท้รวมตัวกันใน
ตันเถียน และสัญญานของขั้นปราณปลายฟ้าคือการที่ปราณแท้ก่อตัวเป็น
ระบบภายในตันเถียน
ปราณแท้ของหลินหมิงเป็นระบบ… วังวน
ดวงตาของหลินหมิงสาดประกายด้วยแสงสายฟ้า
โผ๊ะ!
บอลน้ำยึดเหนี่ยวกันเป็นทรงกลมด้วยปราณแท้ได้พังทลายลงด้วย
ตัวเอง น้ำตกลงบนพื้นกระจายไปทั่ว และหลินหมิงก็เปลือยเปล่าอยู่บน
พื้น ในตอนนี้ เขาเต็มไปด้วยจิตวิญญาณที่เต็มเปี่ยม
ด้วยการก้าวกระโดดเพียงครั้งเดียว เขาได้ทะลวงระดับการบ่มเพาะ
เข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้า และยังสำเร็จกระบวนการผสานไขกระดูก
100%!
หลังจากที่ผสานไขกระดูกถึง 100% อาจจะกล่าวได้ว่าหลินหมิงนั้น
ได้ถือกำเนิดใหม่ ผิวของเขาอ่อนนุ่มเป็นอย่างยิ่ง กล้ามเนื้อของเขาดู
กระชับและสมส่วน หลินหมิงในตอนนี้หล่อเหลายิ่งกว่าเดิม ร่างของเขา
เต็มไปด้วยออร่าที่แข็งแกร่งและอ่อนนุ่มของความงาม มันราวกับว่าเขา
นั้นเป็นรูปปั้นผลงานชิ้นเอกของปรมาจารย์ผู้นึง
รูปลักษณ์ของหลินหมิงกลายเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ออร่าที่เฉียบคมอัน
เดิมของเขาผสานเข้าด้วยกัน หากผู้ใดไม่ได้ให้ความสนใจ ก็จะไม่สามารถ
สัมผัสถึงมันได้
หลินหมิงในตอนนี้ให้ความรู้สึกดั่งเช่นสายลมอ่อน เหมือนจะกลับ
ไปสู่ยามแรกเกิด
“ขั้นปราณปลายฟ้า?” หมาปั๊กกล่าวพร้อมกับผงกหัวขึ้นลงอย่าง
พอใจ มันชื่อชมหลินหมิงแล้วก็กล่าวว่า “เจ้าลูกหมา ช่างโชคดีอันใด
เช่นนี้!” เจ้าทะลวงเข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้าทั้งที่ยังอายุไม่ถึง 18ปี”
‘เจ้าลูกหมา ช่างโชคดีอันใดเช่นนี้หรือ?’ ขณะที่หลินหมิงได้ยินเจ้า
หมาปั๊กกล่าว เขาก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ได้ยินหมาพูดถึงหมามัน
ก็ค่อนข้างแปลก
“หากเจ้าพึ่งพาโอสถในการทะลวงเข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้า พื้นฐาน
การบ่มเพาะของเจ้าก็จะไม่เสถียร จะต้องใช้เวลาทำให้มันมั่งคง”
เมื่อบ่มเพาะในระบบการหลอมรวมปราณ ผู้นึงจะต้องระวังเป็น
อย่างยิ่งในแต่ละขั้นตอน แต่โชคดี รากมังกรนิพพานนี้ได้เติบโตมานานถึง
หมื่นปี จึงแทบจะไม่มีสิ่งปนเปื้อน การกลั่นมันเข้าไปจึงไม่ใช่เรื่องยากอัน
ใดเลย
ระดับการบ่มเพาะขั้นปราณปลายฟ้าและผสานไขกระดูกเสร็จ
สมบูรณ์ 100%!
หลินหมิงกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว หมัดของเขาเกิดเสียงกระดูกดังลั่น
เสียงของมันราวกับฟ้าผ่าขนาดย่อม
ขณะที่ชกออกไป เกิดสายลมหวีดหวิว ในตอนนี้ เขารู้สึกถึงร่างกายที่
เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง และเขาสามารถที่จะฉีกกระชากกิ้งก่าสายฟ้าขั้น
ปราณปลายฟ้าได้ด้วยมือเปล่า โลหิตทั่งร่างกลายเป็นบริสุทธิ์และ
หนาแน่นราวกับเป็นปรอทสีทอง
หลินหมิงหยิบเอากระบี่สมบัติระดับปฐพีขั้นต่ำออกมาจากแหวนมิติ
เขาจับมันด้วยมือเดียว และยื่นแขนอีกข้างออกไป จู่ๆเขาก็ฟันกระบี่ลงไป
ที่แขนอีกข้างของตนเอง!
มันเกิดเสียง ‘เคล้ง’ กระบี่สมบัติระดับปฐพีขั้นต่ำพับครึ่งด้วยความ
แข็งแกร่งของร่างกายหลินหมิงในทันที!
“หลังจากที่ข้าผสานไขกระดูก 100% ความแข็งแกร่งของข้าก็
อาจจะมากกว่า 200,000 จิน!”
เมื่อหลินหมิงได้รับความทรงจำครั้งแรกของผู้อาวุโสจากแดนเทวะ
เขาก็รู้ว่าผู้ทรงพลังกายผันแปรในแดนเทวะนั้นมีมากกว่าแสนจิน หรือ
อาจถึงกระทั่งล้านจินและมากกว่านั้นก็เป็นไปได้ หลินหมิงเคยคิดว่ามัน
น่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง แต่ในตอนนี้ โดยไม่ทันรู้ตัว เขาก็ได้พลังที่ยากแท้ยั้ง
ถึงมาครอบครองแล้ว!
“มารเจิดจรัส ข้าใช้เวลาในการผสานไขกระดูกไปนานเพียงใดหรือ?”
“อืม… น่าจะไม่น้อยกว่า 40 ชั่วโมง” หมาปั๊กกล่าวออกมาอย่าง
ครุ่นคิด
“มากกว่า 40 ชั่วโมง… นั่นมันตั้ง 2 วัน … 2 วัน ก็เกือบที่เหล่าผู้ทรง
พลังขั้นหลอมรวมแก่นแท้ออกมาได้แล้ว ข้าจะต้องรีบสะสางปัญหาค้าง
ให้จบสิ้นโดยไว!”
เมื่อหลินหมิงเลือกที่จะเอาเตาหลอมจักรวาลออกมา เขาก็ตะหนักได้
แล้วว่าตนนั้นไม่สามารถที่จะอยู่ในภูมิภาคเขตแดนทางใต้ได้อีกแล้ว วิธี
เดียวที่จะปิดบังตัวตนของเขาคือ ปิดด่านฝึกตนในหุบเขาที่ห่างไกล ใน
เมื่อเขายังไม่มีความแข็งแกร่งพอที่จะต่อต้านผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิต
ระดับ 3 ได้ เขาก็จะไม่ออกมา มิเช่นนั้น มันย่อมเป็นการนำหายนะมาสู่
ตนเอง
และมันมิใช่เพียงแค่เขา แต่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เองก็จะพบกับ
ปัญหาไปด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม หากเขาปิดด้านฝึกตนและไม่ออกไปผจญภัย โอกาสที่
จะทะลวงระดับขึ้นไปก็ยิ่งต่ำลง ดังนั้น เขาจึงเลือกที่จะต้องออกจาก
ภูมิภาคเขตแดนทางใต้ไปชั่วคราว และไปในดินแดนที่ห่างไกล แต่ก่อนที่
เขาจะจากไป มันมีเรื่องค้างคาที่เขาจะต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อน…
……
……
……
ดินแดนรกร้างที่เต็มไปด้วยสีแดงฉานไร้สิ้นสุด ในพื้นที่ซึ่งมีหินสีเทา
ถูกปกคลุมไปด้วยอาคม มันมิแตกต่างจากหลุมศพที่ถูกทำลาย
แต่ตรงกลางนั้น มันมีกระดูกนับไม่ถ้วนถูกฝังอยู่ ไม่ว่าพวกมันจะเป็น
กระดูกของมนุษย์หรือสัตว์อสูร มันก็อยู่ใต้ท้องฟ้าสีแดงฉานเดียว มันได้
ถูกฝังอยู่ที่นี่นานกว่าหมื่นปี
ดินแดนนี้มิต่างจากป่าช้า…
แต่ในตอนนี้เอง เหนือดินแดนนี้ มันมีร่างที่งดงามและบอบบาง ยืน
อยู่ท่ามกลางสายลมที่หนาวเหน็บ
ชุดแดง มีรูปลักษณ์ที่งดงามอย่างยิ่ง… นี่เป็นสิ่งที่ตรงข้ามจาก
สถานที่อันมืดมนอย่างยิ่ง
หญิงสาวผู้นี้ก็คือมู่เชียนหยี่ ในตอนนี้ สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความ
เศร้า…
มันผ่านมามากกว่า 6 วันแล้ว…
ท้องฟ้าที่มืดมัวและเต็มไปด้วยความเศร้ามอง หลายวันที่ผ่านมา มี
เมฆหนาเกิดขึ้นที่ดินแดนรกร้างโลหิตแห่งนี้ เมฆมีสีแดงจนแทบจะเหมือน
โลหิตอย่างแท้จริง มันอึดอัดอย่างมาก
มู่เชียนหยี่จ้องมองไปยังท้องฟ้าที่มืดมนโดยไม่ขยับเขยื้อนเป็น
เวลานาน นางราวกับเป็นรูปปั้นอันงดงามที่ถูกตั้งไว้ในที่อ้างว้าง
รอข้าอยู่ที่นั่น…
คำเหล่านี้ก้องอยู่ในจิตใจของมู่เชียนหยี่ มันราวกับว่านางได้สูญเสีย
จิตวิญญาณไป ทั้งชีวิตของนาง ไม่เคยที่จะรู้สึกเช่นนี้มาก่อน
อ้างว้าง…
เศร้าโศก…
ปวดร้าว…
ไร้กำลัง…
เมฆที่มืดมนขยายใหญ่และหนักขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุด 15 นาทีต่อมา
สายฟ้าสีแดงสาดประกายแล่นผ่านสวรรค์ชั้นฟ้า และมีสายฝนตกลงมา
เจิ่งนองไปทั่ว
ฝนเม็ดใหญ่กระทบกับร่างของนาง และมันค่อนข้างเจ็บปวด…
ฝน… โลกนี้มีฝนด้วยหรือ?
มู่เชียนหยี่จมอยู่กับความคิด ราวกับตกอยู่ในภวังค์
พายุสายฝนนี้น่ากลัวอย่างยิ่ง ฝนที่ตกลงมามีรสเค็ม และหนาจน
มองเห็นเพียงแค่ไม่กี่สิบก้าวด้านหน้า มันราวกับว่าท้องฟ้าแยกออกเป็น
ส่วนๆ น้ำทะเลทั่วทั้งทะเลทางใต้ทะลักเข้ามาในที่แห่งนี้
ทั่วทั้งดินแดนรกร้าง ถูกปกคลุ่มไปด้วยสายฝนเหล่านี้
มู่เชียนหยี่ยังคงอยู่เฉย ปล่อยให้สายฝนไหลผ่านร่างกายตน ไม่ว่าจะ
เกิดสิ่งใดขึ้น ก็ดูเหมือนว่านางจะไม่สนใจ ในตอนนี้ นางแทบจะคิด
เกี่ยวกับหลินหมิงอย่างเดียวเท่านั้น