Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 510 ระยะเวลา 10 ปี
ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการสู้รบจนจบ มันผ่านไปเพียงไม่กี่ลมหายใจ
เท่านั้น เหล่ยจิงเทียน และ มู่ชือหั่ว ผู้ที่เป็นขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วง
ปลายและขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงกลางระดับสูง ถูกสังหารอย่าง
ต่อเนื่องโดยหลินหมิง
ขณะที่หลินหมิงยืนอยู่บนสนามรบร่างทั้งร่างของเขาถูกอาบด้วย
โลหิตสีแดงฉานและใบหน้าของเขาซีด ในช่วงเวลานี้ ไม่ว่าเขาจะตั้งใจ
หรือไม่ก็ตามเขาก็ได้ปล่อยกลิ่นอายที่มืดมนและน่าสพรึ่งกลัวออกมา
ขณะที่ศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์มองเห็น พวกเขาก็ช่วยไม่ได้
นอกจากจ้องมองหลินหมิงด้วยความหวาดกลัว
ด้วยความสามารถที่น่าประทับใจเช่นนี้กับอายุของหลินหมิง มันเป็น
เรื่องเหลือเชื่ออย่างแท้จริง
หลินหมิงได้เก็บง้าวโลหิตล้างผลาญกลับไป ดวงตาของเขาสัมผัส
กับมู่ชิงอีและมู่ปิงอวิ๋น เขามีสีหน้าเคร่งขรึมและกล่าวว่า “ผู้อาวุโสมู่ชิงอี,
ศิษย์พี่มู่ปิงอวิ๋น รุ่นเยาว์มีคำพูดบางอย่างที่อยากจะกล่าวกับท่าน”
“หืม?”
“ลองไปที่อื่นเพื่อพูดคุยกันเถอะ”
หลินหมิง มู่เชียนหยี่, มู่ชิงอี และ มู่ปิงอวิ๋น ทั้งหมดย้ายไปยังรูปแบบ
ค่ายกลสังหารมายา หลินหมิงกล่าวอย่างราบเรียบว่า “ศิษย์พี่มู่ข้ามีสอง
เรื่องที่ข้าต้องพูด ข้อแรกคือ … เกี่ยวกับเหตุการณ์ในวันนี้อย่าเปิดเผยให้
ทุกคน มิฉะนั้นจะเกิดภัยพิบัติกับเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์!
“เพราะเหตุใดกัน?” มู่ชิงอีตกตะลึง “เกิดสิ่งใดขึ้นหรือ?”
หลินหมิงกล่าวว่า “การได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้า … ความ
จริงก็คือเพราะข้าแอบเข้าไปในตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจและได้รับ
สมบัติอันยิ่งใหญ่ที่ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ นิกายมหาวิหารเซน
และเผ่ามังกรวารีทมิฬต่างค้นหา – รากมังกรนิพพาน นอกจากนี้สมบัติที่มี
ค่ายิ่งกว่ารากมังกรนิพพาน เตาหลอมจักรวาลก็ยังตกอยู่ในมือของข้า
หลังจากที่ข้าได้สมบัติเหล่านี้แล้ว ข้าก็ทำให้มันดูราวกับว่าข้าตายไปแล้ว
ถ้าพลังเหล่าผู้ทรงพลังเหล่านั้นรู้ว่าข้ายังมีชีวิตอยู่ พวกเขาก็จะรวมตัวกัน
และโจมตีเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ด้วยตนเองเป็นแน่ เมื่อถึงเวลานั้น เกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์จะต้องพินาศอย่างแน่นอน”
แม้ว่าคำพูดของหลินหมิงจะพูดอย่างราบเรียบ แต่มู่ชิงอีก็ตกใจ
ตลอดเวลา เจ้าพูดว่าอย่างไรนะ?”
นางไม่รู้ว่าจะแสดงความตื่นตระหนกแกับหัวใจของนางได้อย่างไรดี
มันเป็นสมบัติที่ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ นิกายมหาวิหารเซนและ
เผ่ามังกรวารีทมิฬต่างตามหา ไม่เพียงแค่นั้น แต่ยังมีผู้ทรงพลังขั้นทำลาย
ชีวิตหลายคนและแม้กระทั่งผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตระดับ 3 อยู่ที่นั่น
ด้วย แล้วสมบัติล้ำค่านี้มาตกอยู่ในมือของหลินหมิงได้อย่างไร?
ไม่ใช่แค่นั้น แต่หลินหมิงก็กลับมาอย่างปลอดภัยและหลอกทุกคนให้
เชื่อว่าเขาเสียชีวิต เขาทำอย่างนี้ได้อย่างไร?
ไม่ใช่แค่มู่ชิงอี แต่มู่ปิงอวิ๋น ยังคิดว่านี่เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ นางมอง
ไปที่หลินหมิงด้วยสายตาที่ล้ำลึก แต่ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา
“นอกจากเรา ไม่มีใครรู้ว่าท่านยังมีชีวิตอยู่ใช่หรือไม่?” มู่ชิงอีถาม
เสียงของนางมีความกลัวปนอยู่เล็กน้อยอ นางไม่สนใจที่จะถามว่าหลินห
มิงได้รับสมบัติมาอย่างไร นางตระหนักดีว่านี่เป็นเรื่องร้ายแรงแค่ไหน ถ้า
สิ่งนี้ถูกเปิดเผย มันมีแนวโน้มว่าเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ จะถูกขุมกำลัง
เหล่านี้ร่วมมือกันโจมตี!
“ไม่มี แม้แต่ต้นแบบบรรพบุรุษเฟิงเซียนก็ไม่รู้ อย่างไรก็ตาม ทักษะ
และอาวุธที่ข้าใช้สังหารเหล่ยจิงเทียน มีความเป็นเอกลักษณ์อย่งายิ่ง ถ้า
สิ่งเหล่านี้กลายเป็นที่รู้จัก อาจเกิดปัญหาตามมาได้ ข้าจะต้องรบกวนผู้
อาวุโสมู่ชิงอีจัดการในเรื่องเหล่านี้ ถ้ายังมีคนที่ท่านไว้ใจในความลับนี้
ท่านสามารถพิจารณากักขังพวกเขาไว้สัก 10 ปี”
ปัจจุบันมีศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์จำนวน 20 คน ผู้ใดสามารถ
ไว้ใจหรือไม่น่าไว้ใจ สิ่งเหล่านี้จะตัดสินใจโดยมู่ชิงอี หลินหมิงเชื่อว่า
หลังจากเรื่องการทรยศของมู่ชือหั่ว นางจะไม่มีความเชื่อมั่นในสัญญา
สายโลหิตของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป
“10 ปีข้างหน้าหรือ?” มู่ชิงอีคิ้วขมวด นางเข้าใจความหมายของ
หลินหมิงทันที ถ้านางคิดถูกเขาก็หมายความว่าใน 10 ปีข้างหน้านี้ เขา
มั่นใจว่าเขาจะเติบโตขึ้นมากพอที่จะรับมือกับผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิต
ระดับ 3!
ขณะที่มู่ชิงอีคิดเรื่องนี้ นางก็ถอนหายใจยาว ช่างมั่นใจในตนเอง
อย่างยิ่ง! 10 ปีต่อมาหลินหมิงคงอายุเท่ากับมู่เชียนหยี่ในตอนนี้
ผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิโบราณนั้น พวกเขาจะไปถึงขั้นปราณ
ปลายฟ้าเมื่ออายุ 20ปี ขั้นหลอมรวมแก่นแท้เมื่ออายุ 30ปี ปลายขอบขั้น
หลอมรวมแก่นแท้เมื่ออายุ 50 ปี และกลายเป็นจักรพรรดิไร้เปรียบเมื่อ
อายุ 100ปี!
แต่สำหรับหลินหมิง ถ้าเขาสามารถเทียบได้กับผู้ทรงพลังขั้นทำลาย
ชีวิตระดับ 3 ก่อนที่เขาจะอายุ 30 ปีเขาก็สามารถกลายเป็นจักรพรรดิไร้
เปรียบเมื่ออายุได้ 40 ปี เหตุการณ์เช่นนี้ เป็นเพียงเรื่องราวจากนิทาน
หรือตำนานเท่านั้น แต่ตอนนี้ คำกล่าวเหล่านั้นมันมาจากปากของหมิงหมิ
งเอง แล้วมู่ชิงอีจึงไม่สงสัยมันอีกเลย
“หลินหมิง เจ้าได้ตัดสินใจว่าในช่วง 10 ปี … เพื่อจะจากไปเช่นนั้น
หรือ?” มู่ชิงอีเริ่มตระหนักถึงจุดนี้ สถานะปัจจุบันของหลินหมิงเป็นเรื่องที่
อ่อนไหวเกินไป ถ้าเขาถูกค้นพบตอนนี้ ผลที่ตามมาจะเป็นเรื่องร้ายแรง!
“ขอรับ และต่อไปเป็นเรื่องที่สองที่ข้าอยากจะพูด บรรดาผู้อาวุโส
ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ได้ให้ความสำคัญกับข้ามาตลอดปีที่ผ่านมา ข้า
หมินหมิงมักจะได้รับความเมตตานี้อยู่เสมอ ภูมิภาคเขตแดนทางใต้ ไม่ได้
มีที่สำหรับข้าอีกแล้ว ข้าสามารถเดินทางไปในโลกและการผจญภัยเท่านั้น
ถ้าข้าจะหลบซ่อนตัวปิดด่านฝึกตนและปกปิดตัวตนของข้าแล้ว ข้าก็กลัว
ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะก้าวหน้าขึ้นได้ ข้าได้ตัดสินใจในระยะเวลา 10
ปี 10 ปีนับจากนี้ ข้าจะกลับมาอย่างแน่นอน! ” คำของหลินหมิงเต็มไป
ด้วยความกล้าหาญองอาจ เขาได้ตัดสินใจมานานแล้ว
10 ปี…
มู่ชิงอีจ้องมองในความมึนงง จมหายไปในความคิดของนาง
สำหรับนักสู้ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ที่อยู่มาหลายร้อยปี ความจริงแล้ว
ก็คือ 10 ปีเป็นช่วงเวลาสั้นๆ อย่างไรก็ตาม 10 ปีในตอนนี้แตกต่างกัน!
ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ตอนนี้กำลังทำสงครามกับเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ เป็นดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ที่เริ่มต้นสงครามครั้งนี้
เหตุผลส่วนหนึ่งของพวกเขาคือการเปิดสมรภูมิรบบรรพกาล แต่พวกเขา
ก็อาจใช้โอกาสนี้ในการกลับมาไปยังภูมิภาคเขตแดนทางใต้
ในช่วง10 ปีนี้ เปลวเพลิงของสงครามจะแผ่ซ่านไปทั่วภูมิภาคเขต
แดนทางใต้ 10 ปีต่อมา มันไม่รู้ว่าโชคชะตาของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์จะ
เป็นเช่นไร!
ในทำนองเดียวกันนี้ 10 ปีข้างหน้าก็จะเป็นบททดสอบที่เป็น
อันตรายสำหรับหลินหมิงเช่นกัน เขาจะออกจากภูมิภาคเขตแดนทางใต้
เพื่อความปลอดภัยของนิกาย ก้าวเข้าสู่โลกอันกว้างใหญ่และแปลก
ประหลาดด้วยตัวเอง โดยเผชิญกับอันตรายนับไม่ถ้วนและไม่มีที่สิ้นสุด …
ใครจะรู้ได้ว่าเขาจะจบลงที่นั่นก็เป็นได้มิใช่หรือ?
เส้นทางของนักสู้เต็มไปด้วยความเสี่ยง อัจฉริยะนับไม่ถ้วนจบลงใน
เส้นทางของพวกเขา เหลือกระดูกทิ้งไว้บนดิน การเกิดนักสู้ขั้นหลอมรวม
แก่นแท้ มาจากกองกระดูกจากอัจฉริยะระดับกลางจำนวนมาก การเกิด
ของผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิต ก็มากองกระดูกจากอัจฉริยะระดับสูง
จำนวนมากเช่นกัน สำหรับจักรพรรดิไร้เปรียบ พวกเขาเกิดจากกอง
กระดูกผู้มีพรสวรรค์ระดับนักบุญ!
ไม่ใช่แค่นั้น แต่หลินหมิงยังมีสมบัติแสนล้ำค่ากับเขา มีทรัพย์สมบัติ
ย่อมอยู่ในอันตราย หากมีการเปิดเผยข่าวเกี่ยวกับสมบัตินี้ออกไป…
ขณะที่มู่ชิงอีคิดเรื่องนี้นางรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง นางอยากจะพูด
และเกลี้ยกล่อมหลินหมิง แต่ในที่สุดนางก็ไม่ได้พูดอะไร อัจฉริยะถูก
กำหนดให้เดินเส้นทางแห่งความโดดเดี่ยวและวาระที่จะเผชิญกับความ
ผิดพลาดและอันตราย
ในทางหนึ่งเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ไม่สามารถจัดเตรียมเส้นทางที่
เพียงพอสำหรับหลินหมิงได้เช่นกัน ถ้าหลินหมิงถูกบังคับให้ต้องพำนักอยู่
ในภูมิภาคเขตแดนทางใต้ มันก็เพียงเป็นการยับยั้งศักยภาพของเขา
เท่านั้น
นักสู้ที่อายุน้อยกว่าคือนักสู้นักสู้ที่ง่ายกว่าสำหรับการทะลวงระดับ
เมื่อพวกเขาอายุมากความคืบหน้าของพวกเขาจะมีจำกัด ตัวอย่างเช่น
ตั้งแต่ช่วงที่มู่ชิงอีได้ทะลวงไปจนถึงขั้นหลอมรวมแก่นแท้ จนกระทั่ง 200
ปีผ่านไป นางก็ยังไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงกลาง
ได้
หากพวกเขาเสียเวลาและศักยภาพไปแล้ว พวกเขาก็จะกลายเป็น
เพียงผู้มีพรสวรรค์ระดับต้นๆเช่นหนานอวิ๋นหวังเท่านั้น แต่พวกเขาจะไม่
สามารถกลายเป็นผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิได้
ขณะที่มู่ชิงอีคิดเช่นนี้ นางก็ถอนหายใจโดยไม่พูดสิ่งใดออกมา
“หลินหมิง เจ้าวางแผนที่จะจากไปจริงหรือ?” ในความเป็นจริง มู่
เชียนหยี่รู้อยู่แล้วว่าหลินหมิงวางแผนจะจากไป นางไม่ได้กล่าวสิ่งใดเพื่อ
หยุดยั้งเขา นางทำได้เพียงจ้องมองไปที่หลินหมิงด้วยประกายแสงแห่ง
ความไม่เต็มใจในดวงตา
อนาคตไม่อาจคาดเดาและอันตรายมีอยู่เสมอ 10 ปีต่อจากนี้ ใครจะ
รู้ว่าอุบัติเหตุอันใดหรือการเปลี่ยนแปลงใดจะเกิดขึ้นบ้าง มันคงเป็นการ
โกหก หากนางบอกว่าต้องการให้หลินหมิงจากไป
นัยน์ตาอันอ่อนโยนของมู่เชียนหยี่ดูราวกับคำพูดนับพัน ในตอนนี้
หลินหมิงสั่นสะท้าน มีครู่นึงที่เขาคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับการหนีไปและใช้
ชีวิตที่เงียบสงบและเงียบสงบร่วมกับมู่เชียนหยี่ อย่างไรก็ตาม เขารีบลบ
ความคิดเหล่านั้นหัวใจ
“ข้าเลือกที่จะไป แน่นอนข้าจะกลับมาภายใน 10 ปีอย่างแน่นอน”
หลินหมิงกล่าวอย่างเด็ดขาด
ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของหลินมิงอยู่ไม่เพียงพอ! แม้ว่าเขาจะ
สามารถฆ่าเหล่ยจิงเทียนได้ แต่ก็เป็นกฎการยับยั้งของโลกใบนี้ช่วยเหลือ
เขา ถ้าเขาออกไปจากโลกที่ล่มสลายนี้ เขาก็คงไม่ใช่คู่มือของเหล่ยจิง
เทียนแน่
บนเส้นทางของนักสู้ ความแตกต่างจะมีมากขึ้นในระดับการบ่มเพาะ
ที่สูงขึ้น
ขอบเขตขนาดเล็กเช่นขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงกลางและขั้นหลอม
รวมแก่นแท้ช่วงปลายอาจมีความแตกต่างประมาณสองเท่าของจำนวน
ปราณแท้ สำหรับจุดสูงสุดขั้นปราณต้นฟ้าและขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้น
จะมีความแข็งแกร่งแตกต่างกัน 4-5 เท่า
ถึงแม้ว่าช่องว่างระหว่างจุดสูงสุดขั้นปราณต้นฟ้าและขั้นปราณปลาย
ฟ้าช่วงต้น ดูเหมือนจะมหาศาล แต่ความจริงก็คือมันไม่อาจเทียบกับ
ช่องว่างระหว่างขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงกลางและขั้นหลอมรวมแก่นแท้
ช่วงปลายได้เลย นี่เป็นเพราะความแตกต่างจะมีมากขึ้นในระดับการบ่ม
เพาะที่สูงขึ้น
เหล่าผู้ทรงพลังจากดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้และนิกายมหา
วิหารเซน ล้วนเป็นผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิต สำหรับหลินหมิงเขาเป็น
เพียงแค่เด็กคนหนึ่งในขั้นปราณปลายฟ้าเท่านั้น มี 2 ขอบเขตอันยิ่งใหญ่
ขว้างกันพวกเขาอยู่ หากต่อสู้กันหลินหมิงย่อมสิ้นหวัง
“ข้าเข้าใจแล้ว” มู่เชียนหยี่ หลับตาลงและเปิดขึ้นอีกครั้ง สายตาของ
นางกลับสู่ความสงบอีกครั้ง นางมองไปที่หลินหมิงราวกับว่าต้องการที่จะ
จดจำภาพลักษณ์ของเขาไว้ในตนเอง
“ข้าจะรอเจ้ากลับมา ข้าจะรอเจ้าเสมอ ”
มู่เชียนหยี่พึมพำ คำพูดของนางดูเหมือนเป็นคำสัญญาง่ายๆ แต่มัน
เต็มไปด้วยศรัทธาที่แรงกล้า มันคล้ายกับคำว่า ‘รอข้า’ ที่หลินหมิงเคย
กล่าวกับนางเมื่อเขาได้มอบอักขระหลบหนีให้กับนาง นั่นคือคำพูดที่จมลง
ในกายและใจของนาง
หลินหมิงไม่กล่าวอันใด เขารู้ว่าตั้งแต่วันนี้ หัวใจของเขาจะมีความ
กังวลมากขึ้นอีก เขาจะไม่หลีกเลี่ยงอันตรายเนื่องจากความกังวลนี้
กลับกัน ในสถานการณ์ที่อันตราย ความวิตกกังวลนี้จะทำให้เขาแสดง
ศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ออกมาได้
เขาต้องการที่จะกลับมา! เขาจะต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับมู่เชียนหยี่
หลังจากที่เขามีกำลังมากพอแล้ว เขาจะยืนเคียงข้างกับเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์และต้องเผชิญกับภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่เรียกว่า ดินแดนปีศาจ
แห่งทะเลทางใต้
“หลินหมิง เจ้าวางแผนจะทำอย่างไรและจะไปที่ใด?” มู่ชิงอีกล่าวถาม
ภูมิภาคเขตแดนทางใต้มีความยาวและกว้างหนึ่งล้านลี้ ภูมิภาคเขต
แดนห้าธาตุอยู่ทางทิศตะวันตก และภูมิภาคเขตแดนมหาเซนอยู่ทาง
เหนือ สำหรับภาคใต้นั่นคือทะเลใต้อันกว้างใหญ่
กองกำลังเหล่านี้สามารถที่จะสืบหาสิ่งต่างๆในดินแดนของตนได้ทุก
ที่ ราวกับกำลังนับนิ้วมือของตนเอง หลังจากที่พวกเขาออกจากตำหนัก
จักรพรรดิเทพปีศาจแล้ว พวกเขาก็จะระดมกำลังเครือข่ายและทรัพยากร
ทั้งหมดของพวกเขาเพื่อดำเนินการค้นหารากมังกรนิพพานและเตาหลอม
จักรวาล เมื่อถึงเวลานั้นมาถึง แม้หลินหมิงจะหนีไปไกลเขาก็ยังคงตกอยู่
ในอันตรายจากการถูกพบอยู่ดี
โดยเฉพาะหลินหมิงซึ่งเป็นตัวตนที่โดดเด่นอยู่แล้วด้วย ในการผจญ
ภัยของเขา เขาย่อมต้องถูกบังคับให้ต่อสู้ ขั้นปราณปลายฟ้าที่มีอายุ 18 ปี
ที่มีความแข็งแกร่งที่ไกลเกินกว่าระดับพลังของตนก็เหมือนกับดาวที่ส่อง
สว่างในท้องฟ้ายามราตรี มันยากสำหรับทุกคนที่จะละเลยเขาไปได้!
ในสถานการณ์เช่นนี้ หลินหมิงจะไปผจญภัยได้อย่างไร?
หลินหมิงกล่าวว่า “ข้ามีความคิดบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว ถ้าไม่มี
ปัญหา ข้าจะไม่กระตุ้นความสนใจของผู้ใดง่ายๆ… “