Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 511 แยกจาก
ทางออกของสมรภูมิรบบรรพกาลที่แขวนอยู่นับหมื่นก้าวในอากาศ
เส้นทางที่เชื่อมต่อกับสมรภูมิรบบรรพกาลนี้เกิดขึ้นเมื่อ 30 ผู้ทรงพลังขั้น
ทำลายชีวิตได้รวมกำลังกันเพื่อสร้างมัน
ทางออกนี้เป็นเกลียวมิติที่โอสถวไม่กี่ก้าว ถ้าผู้ไม่สามารถบินได้
เนื่องจากกฏการยับยั้งของโลกใบนี้ ก็จะไม่สามารถออกไปได้
ในเวลานี้ หมื่นก้าวขึ้นไปในอากาศชายหนุ่มคนหนึ่งกอดหญิงสาวชุด
แดง ค่อยๆบินเข้าไปในเกลียวมิตินั้น ชายหนุ่มผู้นั้นก็คือหลินหมิง สำหรับ
หญิงสาวชุดแดงนั่นคือมู่เชียนหยี่
หลังจากหลินหมิงทะลวงเข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้า และประสบ
ความสำเร็จในการผสานไขกระดูก 100% เขาสามารถกดดันเหล่ยจิง
เทียนด้วยการมีกฏแห่งการยับยั้งของโลกใบนี้สนับสนุน เช่นนั้นเขาจึง
สามารถบินสูงขึ้นไปในอากาศได้ แต่สำหรับ มู่เชียนหยี่ นางไม่มี
ความสามารถนี้ นางสามารถบินได้ด้วยการสนับสนุนของหลินหมิงเท่านั้น
สายลมเย็นพัดผ่านไปอย่างช้าๆ ทั้งสองคนไม่ได้พูดคุยกัน มู่เชียนหยี่
เพียงแค่กอดหลังหลินหมิงไว้อย่างเงียบๆราวกับว่านางอโอสถกจะจดจำ
ความรู้สึกนี้ตลอดไป
เมื่อพวกเขาผ่านทางออกเกลียวมิติไปเงียบๆ หลินหมิงและมู่เชียน
หยี่ก็มาถึงโลกย่อย
ทันทีที่พวกเขาเข้าไปในโลกใบนี้พวกเขาก็พบกับพายุฝนที่ตกหนัก
โลกย่อยนี้มีขนาดเล็กมาก มันไม่สามารถรองรับน้ำทะเลได้มากนัก
น้ำฝนมีความลึกหลายสิบก้าว เนื่องจากการมีรอยแตกของมิติที่
กระจัดกระจายในโลกย่อยนี้และจึงได้เกิดวังวนน้ำขนาดใหญ่อยู่ทุกหนทุก
แห่ง
หลินหมิงเอาเครื่องรางวางไว้บนร่างของตน รอบๆหลินหมิงและมู่
เชียนหยี่ปรากฏแสงรัศมี 50 ก้าวขึ้น จากระยะไกลพวกเขาดูเหมือน
สัญญาณไฟในคืนที่ฝนตก
ในโลกย่อยทีมีรอยแตกของมิติกระจัดกระจายอยู่ทุกหนทุกแห่งนี้
ด้วยเครื่องรางนี้ เมื่อชนกับรอยแตกของมิติ มันก็จะสว่างขึ้นทำให้
สามารถค้นพบได้ก่อนเวลา
อีกอย่าง ในโลกย่อยนี้ไม่มีสามารถในการยับยั้งบินได้อีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม มู่เชียนหยี่ดูเหมือนจะลืมเรื่องนี้ไปแล้ว นางกอดหลินหมิงไว้
เงียบๆเช่นเดิม ซบอยู่บนไหล่ของหลินหมิงโดยไม่พูดอะไรสักคำ
พายุหมุนนี้กวาดคลื่นทะเลสีดำขึ้นมา สายฟ้าผ่าหนาตัดผ่านท้องฟ้า
ลงมาราวกับง้าวสีแดงฉานของเทพเจ้า ในโลกอันกว้างใหญ่และไร้สิ้นสุดนี้
มีเพียงหลินหมิงและมู่เชียนหยี่ที่กอดกันแน่นอยู่
“พวกมาถึงแล้ว ที่นี่แหละ” ทันใดหลินหมิงก็หยุดอยู่บนผืนน้ำ เขาได้
สำรวจฉากใต้น้ำแล้ว
ง้าวได้ฟันออกไป 15 ผนึกดูดกลืนโลหิตหมุนเป็นเกลียวกวาดน้ำ
ออกไปและมีช่องน้ำสีดำขึ้นมา หลินหมิงกอดมู่เชียนหยี่ และเข้าไปในช่อง
น้ำนี้
บริเวณด้านล่างนี้เป็นแท่นบูชายักษ์ แท่นบูชาสูงเกือบ 1000 ก้าว
และสร้างด้วยหินสีเทาเข้ม บนแท่นบูชามีอักขระแปลกๆ และซับซ้อน
มากมาย อักขระที่เรียบง่ายและลึกลับเหล่านี้คืออักษรรูนของรูปแบบค่าย
กล
“นี่คือ… มู่เชียนหยี่ตกใจมาก นางไม่คิดว่าจะมีแท่นบูชาขนาดใหญ่ที่
ซ่อนตัวอยู่ในโลกย่อยนี้
“นี่เป็นรูปแบบค่ายกลบรรพกาล” หลินหมิงกล่าวอย่างสงบ ตอนแรก
ที่เขาถูกดูดเข้าไปวังวนพายยุมิติที่เกาะแสงอุษา เขาไม่ได้รับโชคอันใดเลย
แต่เขาได้ค้นพบรูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้ายบรรพกาลนี้
แท่นบูชารูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้ายบรรพกาลนี้มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดที่
หลินหมิงเคยเห็นมาจนถึงบัดนี้ รอบแท่นบูชามี 108 ช่องว่างสำหรับหิน
ลมปราณแท้ รูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้ายบรรพกาลนี้จำเป็นต้องมีหิน
ลมปราณแท้ระดับกลาง 72 ก้อนรวมทั้งหินลมปราณแท้ระดับสูงอีก 36
ก่อนเพื่อเปิดใช้งาน
“รูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้ายบรรพกาล?” มู่เชียนหยี่ตกตะลึง ในเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ รูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้ายที่ใหญ่ที่สุดสามารถส่งไปได้
ไกลถึง 100,000 ลี้ แต่รูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้ายบรรพกาลนั้นมีขนาด
เล็กกว่าหลายสิบเท่า
โดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้ายนี้เป็นรูปแบบค่ายกล
บรรพกาล นับตั้งแต่เข้าสู่โลกหลัก มู่เชียนหยี่ได้ตระหนักถึงความสำคัญ
ของรูปแบบค่ายกลอันทรงพลังเหล่านั้น มันโอสถกที่จะจินตนาการได้ว่า
รูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้ายบรรพกาลนี้จะสามารถส่งคนไปได้ไกลถึง
เพียงใด มันสามารถไปได้ 10 ล้านลี้? หรือแม้แต่ 100 ล้านลี้?
หลินหมิงเอาหินลมปราณแท้ออกจากแหวนมิติของเขาและเริ่มวาง
เรียงรายรอบๆ หินลมปราณแท้เหล่านี้ต้องถูกวางไว้ในลำดับที่
เฉพาะเจาะจงมิเช่นนั้นถ้ามีข้อผิดพลาดเพียงอย่างเดียวรูปแบบค่ายกลจะ
ไม่สามารถทำงานได้
“หลินหมิง เจ้าแน่ใจจริงๆแล้วหรือว่าว่าไม่มีปัญหาใดกับรูปแบบค่าย
กลเคลื่อนย้ายบรรพกาลนี้? ถ้าเจ้าเข้าไป จะสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้ามันส่งเจ้าไปที่
ไหนสักแห่งที่อันตรายเล่า? หรือจะสิ่งใดขึ้นหากเจ้าไม่สามารถกลับมา
ได้?” มู่เชียนหยี่รู้สึกกลัวขึ้นมาทันที ผู้ใดจะรู้ว่าสิ่งที่อยู่อีกฟากหนึ่งของ
รูปแบบค่ายกลบรรพกาลนี้จะเป็นเช่นใด? นอกจากนี้ ถ้ามีข้อผิดพลาดกับ
รูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้ายและหายไปในกระแสของเวลาเล่า?
“เชียนหยี่ ข้าได้ศึกษารูปแบบค่ายกลนี้ตั้งแรกที่ข้าเห็นมันครั้งแรก ไม่
ควรเกิดปัญหาใดๆขึ้นแน่ มีรูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้ายที่คล้ายกันใน
ตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจ ซึ่งไม่มีปัญหาเกิดแต่อย่างใด ที่นี่จึงไม่น่าจะมี
เช่นกัน เชียนหยี่ถ้าข้าสามารถขอร้องเจ้าได้ โปรดดูแลบิดามารดาของข้า
ด้วยและพาพวกเขาไปหลบซ่อนในที่ปลอดภัย เนื่องจากข้าต้องรีบจากไป
ผู้คนเห็นข้าน้อยลงเท่าใดก็ยิ่งดี มันเป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะกลับไปหาบิดา
มารดาของข้าก่อนจากไปได้”
หลินหมิงรู้สึกผิดและเสียใจที่ไม่สามารถไปเยี่ยมบิดามารดาได้ก่อนที่
เขาจะจากไป โดยปกติแล้วนักสู้จะไม่ต้องการนำภัยพิบัติมาสู่ครอบครัว
ของพวกเขา ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับศีลธรรม แต่สำหรับนักสู้ เรื่องของ
ครอบครัวนั้นเป็นสิ่งละเอียดอ่อน ยกตัวอย่างเช่นหนานอวิ๋นหวัง บิดา
มารดาของเขาเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว แต่หลินหมิงต่างกัน เขาเพิ่งก้าวเข้า
สู่วงการนักสู้เมื่อไม่กี่ปีก่อน ครอบครัวมีความสำคัญกับเขามาก
“ข้าสาบานว่าจะดูแลท่านลุงและท่านป้าอย่างดี”
“นอกจากนี้ยังมีเรื่องอื่นอีก ซ่วนหวู๋จี๋ได้รับจดหมายของจักรพรรดิ
ปีศาจ อาจมีความลับอื่นของตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจที่ระบุไว้ภายใน
ตัวอย่างเช่น ในสมรภูมิรบบรรพกาลมีสัตว์อสูรทะเลศักดิ์สิทธิ์ที่กำลัง
หลับไหลอยู่ภายใน ถ้าข้าคิดไม่ผิดแล้ว ซ่วนหวู๋จี๋อาจจะมีวิธีการอันเชิญ
มันออกมา… ”
หลินหมิงช่วยอะไรไม่ได้เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ซ่วนหวู๋จี๋สามารภ
อัญเชิญสัตว์อสูรทะเลศักดิ์สิทธิ์ออกมาได้ ถึงแม้ว่าเขาจะรู้วิธีการควบคุม
มัน แต่เขายังขาดความแข็งแกร่ง เขาไม่สามารถอัญเชิญมันได้และเขาไม่
มีเวลาที่จะทำเช่นนั้นด้วย
เขาสามารถบอกเรื่องนี้แก่มู่เชียนหยี่ เรื่องนี้ได้เท่านั้นที่เขาหวังว่ามัน
จะเป็นประโยชน์
“อืม ข้าเข้าใจ”
เอาล่ะ แล้วถึงเวลาที่ข้าจะไปแล้ว ภายใน10 ปี ข้าจะกลับมา
แน่นอน! ” หลังจากหลินหมิงให้คำมั่นสัญญานี้อีกครั้ง เขาบินตรงไปยังจุด
ศูนย์กลางของรูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้าย
ในเวลานี้ ก็ได้เกิดเสียงขึ้นภายจิตใจของหลินหมิง “เจ้าหนู นี่คือสิ่งที่
เจ้ากำลังทำ… ”
ทันทีที่หลินหมิงได้ยินเสียงของมารเจิดจรัส จิตใจของเขาก็สะท้าน
“เจ้ารู้เกี่ยวกับรูปแบบค่ายกลบรรพกาลนี้หรือไม่”
“ข้ามีความรู้เกี่ยวกับมันบ้างเล็กน้อย แต่จิตสำนึกของนักบุญ
ศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้ได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นข้าจึงไม่สามารถจำได้อย่างชัดเจน
เกี่ยวกับรูปแบบค่ายกลบรรพกาลนี้ หากข้าไม่เข้าใจผิด รูปแบบค่ายกล
เคลื่อนย้ายบรรพกาลนี้จะส่เจ้าไปไกลอย่างยิ่ง มันเป็นรูปแบบค่ายกล
เคลื่อนย้ายทางไกลพิเศษ! ถ้าเจ้าต้องการที่จะใช้รูปแบบค่ายกลบรรพกาล
นี้ มันแทบจะเป็นไปไม่ได้! ” มารเจิดจรัสพยักหน้าขณะที่กล่าว
“แทบจะเป็นไปไม่หรือ?” หัวใจของหลินหมิงสะท้าน
“รูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้ายทางไกลพิเศษนี้จะช่วยให้เจ้าสามารถ
เดินทางข้ามมิติได้ เจ้าย่อมต้องเผชิญกับความปั่นป่วนของมิติที่รุนแรง
ด้วยความเร็วของมันนั้น ร่างกายของเจ้าต้องแข็งแรงพอที่จะทนต่อการ
ปั่นป่วนของมิติ หากระดับการบ่มเพาะของเจ้าอ่อนแอและเจ้าเดิน
ทางผ่านรูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้ายบรรพกาลนี้เจ้าจะจบลงโยเป็นเพียง
ก้อนเนื้อแช่แข็งเท่านั้น ”
“มันสามารถเกิดขึ้นได้หรือ?” หัวใจของหลินหมิงสลดลง ดูเหมือนว่า
รูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้ายทางไกลนี้ไม่ง่ายอย่างที่เขาเคยคิดไว้ “เจ้าคิดว่า
ระดับการบ่มเพาะของข้ายังไม่พอหรือ?”
“มันเพียงพอแล้ว!” มารเจิดจรัสลูบคางขณะที่เขากล่าว เขานึกขึ้นมา
ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเงยหน้าและกล่าวว่า “เจ้ามีขั้นผสานไขกระดูก 100%
และพื้นฐานที่มั่นคงอีกด้วย ถ้าเจ้าใช้รูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้าย เจ้าจะ
สามารถอยู่รอดได้อย่างแน่นอน ”
ฟังจากคำกล่าวของมารเจิดจรัส หลินหมิงกล่าวอย่างรวดเร็วว่า
“อย่าล่อเล่นกับข้า”
“นี่เจ้าพูดอะไรออกมา? แน่นอนว่านักบุญผู้นี้ได้บอกความจริง”
“ในสมัยโบราณ เจ้าคิดนักสู้ระดับล่างใช้รูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้าย
ทางไกลได้อย่างไร?
“ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หากเจ้ามีเครื่องมือที่แข็งแรงพอ ก็จะ
ต่อต้านการบีบอัดของมิติได้ ตัวอย่างเช่น เตาหลอมจักรวาลที่เจ้ามีตอนนี้
เป็นเครื่องมือที่มีความต้านทานการบีบอัดของมิติค่อนข้างสูง แต่ด้วย
ระดับการบ่มเพาะของเจ้า เจ้าไม่สามารถเข้าสู่โลกภายในเตาหลอม
จักรวาลได้ ไม่ว่าเจ้าจะพโอสถโอสถมอย่างหนักแค่ไหนก็ตาม แต่เจ้ายัง
สามารถวางสิ่งของสำคัญไว้ภายในชั่วคราวได้ ถ้าเจ้าทำเช่นนั้น สิ่งต่างๆ
ของเจ้าจะปลอดภัยกว่าในแหวนมิติขเมื่อต้องถูกบีบอักด้วยพายุมิติ! ”
“สิ่งนี้เองก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกันหรือ?” หลินมิงถอนหายใจเย็นยะ
เยือก สำหรับพายุบีบอัดของมิติที่สามารถบดขยี้โลกภายในแหวนมิติได้
เป็นการพิสูจน์ได้แล้วว่ามันน่ากลัวมากเพียงใด
ไม่มีทางอื่นอีกแล้ว หลินหมิงสามารถเอาเตาหลอมจักรวาลออกจาก
ภายในร่างกายได้เท่านั้น เตาหลอมจักรวาลมีพื้นที่จำกัดในการเก็บของ
ต่างๆ หลินหมิงได้วางง้าวโลหิตล้างผลาญ หอกแห่งดาวห่างม่วง รวมทั้ง
ยาโอสถระดับสูงของเขา หินลมปราณแท้ระดับกลางและระดับสูงและ
แผ่นหยกเข้าไปเข้าไปด้วย ทั้งหมดนี้ถูกวางไว้ในโลกที่ย่อยภายในเตา
หลอมจักรวาลก่อนที่หลินหมิงจะเอาเตาหลอมจักรวาลกลับไปไว้ภายใน
ร่างตัวเอง สำหรับสิ่งอื่นๆที่ไม่ได้มีค่าเท่าไหร่ หลินหมิงก็ใส่มันในแหวนมิติ
ระดับสูงแทน
“ข้าต้องใช้รูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้ายบรรพกาลนี้แม้ว่าจะมีอันตราย
ก็ตาม” หลินหมิงปราณแท้ป้องกันของเขาไปถึงขีดสุด และจากนั้นจึงเปิด
รูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้าย
ในทันทีที่รูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้ายเปิด ลำแสงสีม่วงตกลงมาจาก
สวรรค์ ลงไปที่ศูนย์กลางของรูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้าย หลินหมิงถูกแสง
สีม่วงครอบคลุมทั้งหมด
อยู่ห่างออกไป 1000 ก้าว มู่เชียนหยี่ยืนอยู่ในอากาศขณะที่สายลม
รุนแรงหมุนผ่านตัวนาง รูปร่างของนางพร่าเลือนโดยแสงสีม่วงที่เจิดจ้า
หลินหมิงสามารถมองเห็นริมฝีปากของมู่เชียนหยี่ขยับเล็กน้อย เสียง
อันเบาบางนั้นไหลผ่านมาใจจิตใจของเขาว่า “ข้าจะรอเจ้า… จนกว่าเจ้าจะ
กลับมา… ”
เมื่อเสียงจบลง ทุกอย่างดูเหมือนจะพัดไปตามลม มันไม่ชัดเจนว่าคำ
กล่าวต่อไปเป็นอย่างไร หลังจากที่หลินหมิงได้ฟังคำกล่าวสุดท้ายนี้ เขาก็
ได้เข้าไปสู่มิติกว้างใหญ่และลึกลับแล้ว…
………
นอกจากมู่เชียนหยี่และอีกสองสามคนแล้ว ไม่มีใครรู้เรื่องที่หลินหมิ
งจากไป สำหรับเหล่าศิษย์ที่ได้เห็นหลินหมิงจากไป พวกเขาได้รับคำสั่งให้
ไม่กล่าวถึงเรื่องนี้แม้แต่คำเดียว มีแม้กระทั่งบางคนที่ถูกขัง
ความจริงข้อนี้มีความสำคัญมาก หากมีการรั่วไหลออกไปเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ มันจะอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายที่เหนือจิตนการ มู่ชิงอีเป็น
ระมัดระวังมาก นางได้รับบทเรียนจากกรณีของมู่ชือหั่วแล้ว คราวนี้นาง
จะทำให้มั่นใจได้ว่า เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์จะรักษาความลับนี้ไว้อย่าง
ปลอดภัย
เมื่อ 20 ผู้ทรงขั้นทำลายชีวิตออกมาจากตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจ
พวกเขาได้ค้นหาหลินหมิง มังกรนิพพานและเตาหลอมจักรวาลอย่างบ้า
คลั่ง บรรดานิกายที่มีขนาดใหญ่ได้ใช้เครือข่ายของพวกเขา แต่การค้นหา
ของพวกเขาก็ไร้ผล มันดูราวกับว่าหลินหมิงได้เสียชีวิตไปแล้วจริงๆ
ไม่กี่ปีต่อมา มหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้ได้ค่อยลืมเรื่องนี้ไป หลินห
มิงเป็นเพียงผู้มีพรสวรรค์ที่หายากที่ได้ร่วงล่นลงมาจากฟากฟ้าเช่นคน
อื่นๆ เมื่อผู้คนกล่าวถึงผู้มีพรสวรรค์อันดับหนึ่งของภูมิภาคเขตแดนทางใต้
จะมีผู้ที่ถอนหายใจเช่นเดียวกับคนที่อิจฉา มีบางอย่างที่ไม่สามารถช่วยได้
ได้แต่ต้องยอมรับในความจริงนี้
อัจฉริยะที่ตายไปแล้ว ก็ไม่ได้เป็นอัจฉริยะอีกต่อไป
ขณะที่ไม่มีหลินหมิง ภูมิภาคเขตแดนทางใต้็ยังคงอยู่ในความวุ่นวาย
เช่นเดิม สงครามทะเลทางใต้ดำเนินต่อไปอย่างที่เคยเป็นมา แม้ว่าซ่วนหวู๋
จี๋ไม่สามารถหารากมังกรนิพพานได้ แต่สัตว์อสูรทะเลศักดิ์สิทธิ์ก็ตกอยู่ใน
มือของเขา ด้วยการมีส่วนร่วมของเผ่ามังกรวารีทมิฬ เปลวเพลิงของ
สงครามจึงได้เผาผลาญไปทั่วทั้งภูมิภาคเขตแดนทางใต้…