Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 524 ม่อกู่
เผ่ามนุษย์ของฮัวหยวนเรียกว่า เผ่าผงาดฟ้า ปัจจุบัน พวกเขาถูกนำ
โดยผู้อาวุโสที่อยู่ปลายขอบขั้นปราณปลายฟ้า
คนผู้นี้มีอายุมากกว่า 100 ปีแล้ว สำหรับนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้า
หนึ่งร้อยปีเป็นเพียงปีครึ่งชีวิตของพวกเขา แต่ถ้าต้องการให้พวกเขาใช้
เวลา 100 ปีในทะลวงเข้าสู่ปลายขอบขั้นปราณปลายฟ้าโดยปราศจาก
โชค พวกเขาก็ยังไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ได้
ก่อนหน้านี้ ฮัวหยวนได้ถ่ายทอดสถานการณ์ให้แม่ทัพผู้นำของเขาฟัง
เมื่อแม่ทัพเห็นหลินหมิงว่าเขาอายุเท่าไหร่ เขาก็เต็มไปด้วยความไม่
อยากจะเชื่อ แต่ขณะที่เขามองไปที่ซากศพที่เรียงรายอยู่เบื้องหลังหลินห
มิงและจิตสังหารอันหนาแน่นที่ไหลออกมาจากเขา เขาจึงช่วยไม่ได้
นอกจากจำต้องเชื่อ
“นี่เป็นอัจฉริยะจากนิกายใหญ่ที่ออกมาผจญภัยหรือ?” ชายชรา
พึมพัมกับตนเอง ในแง่นักสู้ ทุ่งหญ้าเมฆาเคลิ้มไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่านักสู้
ทั่วไปเลย พวกเขาขาดแคลนมรดกและนักสู้หลายคนของพวกเขาอยู่เพียง
ขั้นปราณต้นฟ้า มีพื้นฐานที่สั่นคลอนมาก มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถ
ทะลวงเข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้าได้ และนี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเนื่องมาจาก
การต่อสู้ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี ในการบ่มเพาะจากการต่อสู้ มีเพียงผู้มี
พรสวรรค์จากนิกายใหญ่เท่านั้นที่ทำเช่นนี้
การได้พบกับอัจฉริยะเหล่านั้นในทุ่งหญ้าเมฆาเคลิ้มนี้ และไม่เพียง
แค่นั้นเท่านั้น แต่ยังได้เขาช่วยกำจัดพวกเผ่าทุ่งหญ้าขจีเงียบสงัดได้อย่าง
ราบรื่น… มันอาจจะกล่าวได้ว่าพวกเขาถูกทองหล่นทับ
ชายหนุ่มผู้นี้แข็งแกร่งโดยมิสามารถประเมินด้วยสามัญสำนักได้อย่าง
แท้จริง แม่ทัพได้เห็นความสามารถของผู้มีพรสวรรค์นิกายมาก่อน แต่เมื่อ
เทียบกับหลินหมิงล้วนไม่มีอะไรมากไปกว่าเมฆและโคลนตม
ถ้าพวกเขาสามารถเกี่ยวข้องกับนิกายที่อยู่เบื้องหลังหลินหมิงได้แล้ว
ผลประโยชน์ของพวกเขาจะไม่มีที่สิ้นสุด
“ท่าน… ท่านหลิน… ” แม่ทัพกล่าวทักทายด้วยความอ่อนน้อมถ่อม
ตน ตอนนี้ มีเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งในชุดชุดสีดำวิ่งมา นางร้องไห้
ขณะที่นางตะโกนออกมาว่า “พี่ใหญ่หลินหมิง!”
เด็กหญิงตัวเล็กนี้คือ ชิงเหอ นางได้ยินข่าวว่าเผ่าทุ่งหญ้าขจีเงียบสงัด
ได้ถูกกวาดล้าง นางรู้สึกตื่นเต้นและกังวลเกี่ยวกับหลินหมิง ความรู้สึก
เหล่านี้ผสมผสานเข้าด้วยกันทำให้น้ำตาของนางล่วงหล่นลงมาจากแก้ม
“ทุกอย่างจะต้องไม่เป็นไร ชิงเหอ” หลินหมิงลูบหัวของชิงเหอ
“ขอโทษผู้อาวุโส แต่ข้าอยากจะรบกวนท่านด้วยการดูแลชิงเหอที”
หลินมิงกล่าวกับแม่ทัพผู้นำเผ่าผงาดฟ้า
“ย่อมได้” แม่ทัพตีหน้าอกของตนในลักษณะว่าเขาสามารถที่จะช่วย
หลินหมิงในเรื่องนี้ได้
“พี่ใหญ่หลินหมิงท่านจะไปไหนหรือ?” แม้ว่าชิงเหอะยังเป็นเด็ก แต่
นางก็ค่อนข้างฉลาดมาก ทันทีที่นางตระหนักถึงความหมายที่อยู่เบื้องหลัง
คำพูดของหลินหมิง
“อืม ข้าต้องไป… ” หลินหมิงมองไปที่ชิงเหอและยิ้ม เขารู้ดีว่า
นับตั้งแต่นางเกิดมา ไม่มีใครอื่นนอกจากยายของนางที่ปฏิบัติอย่าง
อ่อนโยนกับนาง นางอาศัยอยู่อย่างยากจนและความหิวโหยมาตลอด
ในสถานการณ์เช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กสาวเช่นชิงเหอที่
ไร้เดียงสาและบริสุทธิ์ มันเป็นเรื่องง่ายสำหรับพวกเขาที่จะอ่อนไหวกับผู้
ที่ปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างอ่อนโยน หลังจากพบกับหลินหมิงแล้ว นางก็
ไม่ได้หิวโหยหรือหวาดกลัวอีกเลย เขาช่วยนางขับไล่คนร้ายและเขาได้
ปฏิบัติกับนางอย่างอ่อนโยน มันจึงเป็นเรื่องง่ายสำหรับนาง ที่จะมี
ความรู้สึกห่วงหาอาลัยและคิดว่าเขาเป็นพี่ใหญ่ของนาง
แต่น่าเสียดาย ชิงเหอเป็นเพียงแค่ปุถุชน นางอาจมีพรสวรรค์ด้าน
การต่อสู้ แต่ในท้ายที่สุดมันก็ย่อมมีขีดจำกัด ไม่น่าจะเป็นไปได้ว่าเส้นทาง
ของพวกเขาจะมาบรรจจบกันอีกในอนาคต
“ข้า… ข้ารู้” ชิงเหอไม่ได้พูดอะไรอีก นางเพียงมองอย่างลึกซึ่งไปที่
หลินหมิง มีร่องรอยของความไม่เต็มใจและความรู้สึกเสียใจในสายตาของ
นาง
ชิงเหอรู้ว่าหลินหมิงเพียงแค่ผ่านมาที่นี่ เขาเป็นเหมือนนกในท้องฟ้า
ถึงแม้เขาจะหยุดพัก แต่เขาก็จะบินหนีไปในที่สุด
เมื่อเป็นเช่นนี้หลินหมิงจึงลงมือในขั้นตอนต่อไปของการสำหรับการ
ผจญภัยต่อไป ภายใต้การจ้องมองจากนักสู้มากมายโดยรอบ เขาค่อยๆ
เดินจากไป…
………
สิบวันต่อมา…
บนท้องฟ้าสูงนั้นสดใสและไร้เมฆ แต่สิ่งที่แปลกก็คือท้องฟ้าดูเหมือน
จะเปื้อนไปด้วยโลหิต มันไม่ใช่ท้องฟ้าสีฟ้าสดใส แต่เป็นสีของแดงฉาน
ของโลหิตที่สดใส
ใต้แผ่นฟ้า ผืนดินก็แห้งแล้ง กว้างใหญ่และไร้ที่สิ้นสุด ณ ปลายทุ่ง
หญ้าแห้งแล้งเหล่านี้มียอดเขาสูงตระหง่านอยู่หลายแห่ง
วูซซ!
แสงสองสายตัดกันระหว่างสองภูเขาด้วยความเร็วที่ยิ่งยวด จาก
ระยะไกล พวกมันเหมือนลำธารของแสงของปริซึม มันสวยงามอย่างยิ่ง
ศิษย์น้องหญิง ที่ราบโลหิตสังหารอยู่ข้างหน้าเรา ให้ข้าถามเจ้าอีก
ครั้ง เจ้าแน่ใจหรือว่าต้องการไปกับข้า?”
รุ้งสีน้ำเงินนี้เป็นนกยักษ์สีฟ้า ไม่รู้ว่าเป็นสายพันธุ์อะไร แต่อย่างน้อย
มันก็เร็วกว่ามังกรวารีปีกของหลินหมิงอย่างน้อย 10 เท่า
คนที่เพิ่งกล่าวไปเมื่อครู่ก็คือชายหนุ่มที่สวมชุดสีดำที่ยืนอยู่บนหลัง
นกสีฟ้า เขาเป็นคนที่มีรูปร่างสูงและมีรูปร่างหน้าตาที่งดงาม ระหว่างคิ้ว
ของเขา มีพลังงานนรกเบาบางเปล่งออกมา แม้ว่าชายหนุ่มผู้นี้จะยับยั้ง
มันเอาไว้ มันก็ยังคงเล็ดรอดออกมาได้
“ศิษย์พี่ข้าตัดสินใจแล้ว ไม่มีอะไรจะพูดอีกต่อไป ” หญิงสาวชุดสีดำ
กล่าว นางกำลังยืนอยู่บนหลังนกสีฟ้าอีกตัวหนึ่งซึ่งอยู่ข้างๆชายหนุ่มที่
สวมชุดสีดำ นางสวมหน้ากากบาง นางหุ่นดีและเปล่งประกายออร่าที่มี
เสน่ห์อย่างยิ่งออกมา พลังงานนรกจ่างๆก็แผ่ออกมาจากนางเช่นกัน นาง
ให้ความรู้สึกห่างเหินและหยิ่งยโส
ทั้งสองเป็นมนุษย์ แต่พวกเขาฝึกฝนวิธีการบ่มเพาะของปีศาจ พวก
เขาเดินเป็นเส้นทางการฆ่า
ภายในทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ นี่เป็นเรื่องทั่วไป มนุษย์ที่ฝึกฝนวิธีการ
บ่มเพาะของปีศาจย่อมมีความสามารถต่ำกว่าพรสวรรค์ของปีศาจยักษ์
อย่างไรก็ตาม ในทางตรงกันข้าม แม้ว่าพวกเขาจะฝึกฝนวิธีการบ่มเพาะ
แห่งเที่ยงธรรม แต่ก็ยังด้อยกว่าปีศาจยักษ์อยู่ดี
ด้วยเหตุนี้ ธรรมมะและอธรรมจึงไม่สำคัญ ไม่ต้องพูดถึงว่ามีพลัง
ปีศาจที่อุดมสมบูรณ์และหนาแน่นที่แทรกซึมไปทั่วทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์
การฝึกฝนเคล็ดบ่มเพาะปีศาจ จึงเป็นไปได้ราบเรียบกว่าในทวีปนภาริน
ไหล
ดังนั้นจึงมีคนจำนวนมากจากบรรดานิกายปีศาจมาอยู่ที่นี่ ในขณะนี้
ชายและหญิงที่มีพรสวรรค์ทั้งสองต่างก็มาจากนิกายปีศาจใหญ่เช่นกัน
“ศิษย์น้องหญิง ทันทีที่เราเดินบนเส้นทางของการฆ่าแล้ว จะไม่มีทาง
หันกลับได้อีก เราอาจจะฆ่าหรือถูกฆ่าตาย มีน้อยน้อยคนนักที่สามารถ
ข้ามทะเลโลหิตนี้ไปได้ เจ้าควรคิดอย่างรอบคอบเกี่ยวกับสิ่งที่เจ้าต้องการ
จะทำ!”
ศิษย์พี่ ข้าเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ทั้งหมด! หญิงสาวชุดสีดำกล่าวอย่าง
ราบเรียบ
ชายหนุ่มก็ถอนหายใจแล้วไม่ได้พูดสิ่งใดอีก ทันใดนั้น มีคนที่เดินผ่าน
มาอยู่ข้างล่างพวกเขา มันเป็นชายหนุ่มที่สวมชุดสีฟ้า ถึงแม้ว่าชายหนุ่มผู้
นี้ไม่มีพาหนะ แต่เขาก็บินได้อย่างรวดเร็วอย่างยิ่ง
มันจะต้องรู้ด้วยว่าภายในทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ ถึงแม้จะมีรูปแบบค่าย
กลเคลื่อนย้าย แต่ก็ยังมีระยะทางที่ไกลถึง 100,000 ลี้ หากไม่มีพาหนะ
ในการบิน จะต้องผลาญปราณแท้ไปอย่างมากเลยทีเดียวในระยะทางไกล
เช่นนั้น คนทั่วไปจะไม่ทำอะไรเช่นนี้
“หืม? เขาเข้าใจถึงวิถีแห่งลมเช่นนั้นหรือ? ถ้าเขาผสานสานวิถีแห่ง
ลมกับความสามารถในการบินของเขาแล้ว มันจะทำให้การบินเป็นเรื่อง
ง่ายดายอย่างยิ่ง ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เหตุใดเขาจึงรวดเร็วเช่นนี้ เขาต้อง
เป็นผู้มีพรสวรรค์ที่มาจากบางนิกายอย่างแน่นอน”
ชายหนุ่มที่สวมชุดสีดำหันพาหนะเพื่อไล่ตามชายหนุ่มผู้นั้น “สหาย
ข้าคือม่อกู่ มาจากเมืองศาลานภา!”
“ท่านต้องการอะไร?” หลินหมิงกล่าวถาม เขาไม่ได้บอกชื่อของเขา
ยิ่งเขาเข้าใกล้ที่ราบโลหิตสังหารมากเท่าไร ก็ยิ่งระวังมากขึ้นเท่านั้น ที่นี่
การฆาตกรรมและปล้นใครบางคนเป็นเรื่องปกติ
“เพียงแค่ทักทายจากการได้มีโอกาสพบปะเท่านั้น ข้าคิดว่าท่านเป็น
ผู้มีพรสวรรค์จากนิกายใหญ่ ใช่หรือไม่?” ขณะที่ม่อกู่กล่าว เขาก็ตกตะลึง
เขาได้ค้นพบว่าการบ่มเพาะของหลินหมิงนั้นอยู่ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้น
เท่านั้น เป็นไปได้ไหมที่เขากำลังมุ่งหน้าไปสู่ที่ราบโลหิตสังหารใช่หรือไม่?
สำหรับชายหนุ่มขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้น ที่มุ่งหน้าสู่ที่ราบโลหิตสังหาร
นั่น จะต้องเป็นผู้ที่มั่นใจในตนเองอย่างแท้จริง!
สหาย ข้าไม่ทราบว่าท่านกำลังไปยังที่ราบโลหิตสังหารหรือไม่ แต่ข้า
อยากจะแนะนำให้ท่านทราบว่าที่ราบโลหิตสังหารไม่ใช่สถานที่เงียบสงบ
นัก ที่นั่น ผู้คนสามารถฆ่าท่านได้โดยไม่ต้องกระพริบตา ข้าเห็นว่าการบ่ม
เพาะของท่านอยู่ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้นเท่านั้น ข้าสงสัยว่าท่านจะไปที่
ราบโลหิตสังหารเพื่อการผจญภัย หรือว่าท่านจะมีเรื่องที่จะต้องไปเฉยๆ?
ดูเหมือนว่าท่านจะมีเหรียญโลหิตสังหารในครอบครอง เพราะมีพลังงาน
นรกเบาบางแผ่ออกมาจจากท่าน ท่านจะยินดีที่จะขายให้ข้าหรือไม่? ข้า
เชื่อว่าข้าสามารถ่ายให้ท่านได้ในราคาที่ท่านพอใจได้”
“ข้าขอโทษ เหรียญโลหิตสังหารนี้เป็นประโยชน์กับข้าอย่างยิ่ง ข้า
จำต้องปฏิเสธข้อเสนอของท่าน” หลินหมิงปฏิเสธไปอย่างสุภาพ เขายังคง
สีหน้าสงบ แม้จะตื่นตระหนกก็ตาม จากประสบการณ์ของเขา มันจะไม่
แปลกถ้าผู้ชายผู้นี้พยายามปล้นเขาหรือทำอะไรแปลกๆ
ม่อกู่ยิ้มหลังจากถูกปฏิเสธ เขากล่าวว่า “ในเมื่อสหายไม่ต้องการ ข้า
ก็จะไม่บังคับท่าน แต่ขอให้ข้าได้ให้คำแนะนำท่าน ไม่ใช่ทุกคนในที่ราบ
โลหิตสังหารที่จะพูดได้ด้วยง่ายและมีเหตุผลเหมือนข้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เผ่าปีศาจยักษ์ พวกเขาจะไม่ได้พูดคุยกับท่านและทำการฆ่าท่านก่อนเลย
ด้วยซ้ำ หากกล่าวตามตรง ถ้าท่านไม่ได้เป็นมนุษย์และเป็นปีศาจยักษ์แล้ว
ข้าอาจจะทำแบบเดียวกันกับที่กล่าวมา”
ม่อกู่หัวเราะอย่างเต็มที่และกระตุ้นนกสีฟ้าเพื่อหันกลับไปหาศิษย์
น้องหญิงของเขา
“ศิษย์พี่ มีเรื่องอันใดหรือ?” หญิงสาวชุดสีดำถามจากระยะไกล
“ไม่มีอะไรมาก มันก็แค่ชายหนุ่มผู้นั้นมีเหรียญโลหิตสังหาร ข้าหวังว่า
จะซื้อมันเพื่อให้ศิษย์ของพวกเราสามารถใช้มันได้เช่นกัน แต่ดูเหมือนว่า
ข้าจะถูกปฏิเสธ อย่างไรก็ตามมันไม่สำคัญแล้ว ข้าเชื่อว่าเขาน่าจจะมา
จากนิกายใหญ่บางนิกายและอาจจะไม่ด้อยไปกว่านิกายของพวกเราเอง
ข้าไม่รู้ว่าวีรบุรุษหนุ่มผู้นั้นเป็นใคร ข้าแค่หวังว่าจะได้รู้ชื่อของเขาเท่า
นั้นเอง”
……………………
หลินหมิงไม่ได้บินต่อไป จนเขาจะเห็นม่อกู่ออกจากสายตาของเขาไป
แล้ว จากช่วงเวลาที่ผ่านมา เขารู้สึกได้ถึงกลิ่นอายที่น่าเกรงขามของม่อกู่
เขาสามารถบอกได้ว่าเขาต้องเป็นคนที่มั่นใจตัวเองมาก ถึงแม้ว่าคำพูด
ของเขาจะเคารพ แต่ความจริงก็คือเขาหยิ่งยโสและเขาก็มีพลังที่
เหมาะสมกับความเย่อหยิ่งของเขา ปราณแท้ภายในของเขามีความหนา
มากและถึงแม้ว่าการบ่มเพาะของเขาจะอยู่ที่ครึ่งก้าวสู่ขั้นหลอมรวมแก่น
แท้ แต่ความแข็งแกร่งของเขาอาจไม่ด้อยกว่าผู้ทรงพลังขั้นหลอมรวม
แก่นแท้เลยก็เป็นได้ เขาไม่ได้ดูอายุมากกว่า 30 ปี! อายุและความ
แข็งแกร่งเช่นนี้ หมายความว่าเขาไม่ได้ด้อยกว่ามู่เชียนหยี่เลย!
“ข้ายังไม่ไปถึงที่ราบโลหิตสังหารด้วยซ้ำ กลับได้พบผู้มีพรสวรรค์
เช่นนี้แล้ว ดูเหมือนว่าที่ราบโลหิตสังหารไม่ได้เป็นสถานที่ที่เงียบสงบ
จริงๆด้วย” หลังจากที่หลินหมิงมาถึงทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ เขารู้สึกว่า
คุณภาพของนักสู้ที่นี่มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าผู้ที่มาจากภูมิภาคเขตแดนทางใต้
และภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุเสียอีก
เนื่องจากปีศาจยักษ์มีพรสวรรค์ที่โดดเด่นและเป็นนักรบโดยกำเนิด
เหตุผลที่สองคือสงครามและการต่อสู้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในทวีป
ปีศาจศักดิ์สิทธิ์ นี่เป็นเงื่อนไขที่เหมาะสำหรับนักสู้ที่จะเติบโตขึ้น ดังนั้น
แม้แต่นักสู้ของมนุษย์ก็น่ากลัวมากกว่าคนที่มาจากภูมิภาคเขตแดนทางใต้
ตัวอย่างเช่น ทุ่งหญ้าเมฆาเคลิ้ม ถ้าทุ่งหญ้าเมฆาเคลิ้ม ถูกเอาไปไว้ใน
ภูมิภาคเขตแดนทางใต้ อย่างมากที่สุดก็เทียบได้กับหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
อย่างไรก็ตาม ทั่วทั้งหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ของภูมิภาคเขตแดนทางใต้มีเพียง
ปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้เพียงคนเดียวเท่านั้น แต่ที่นี่ ในทุ่งหญ้า
เมฆาเคลิ้ม มีผู้ทรงพลังขั้นหลอมรวมแก่นแท้ประมาณ 20-30 คน แม้ว่า
พวกเขาส่วนใหญ่เป็นปีศาจยักษ์ แต่ก็ยังคงมีขั้นหลอมรวมแก่นแท้ที่เป็น
มนุษย์อยู่ 7-8 คน
หลังจากผ่านไปหลายวัน หลินหมิงก็เข้าสู่ที่ราบโลหิตสังหาร เขา
ประหลาดใจ ไม่เพียงแต่เขาเห็นมนุษย์และปีศาจยักษ์ แต่ยังมีอีกหลาย
เผ่าพันธุ์ที่นี่ด้วย
ในหมู่พวกเขามีหนึ่งเผ่าพันธุ์มีความสวยงามเป็นพิเศษ ผู้ชายดูหล่อ
และสะดุดตา และหญิงก็งดงาม ดวงตาสดใส หูยาวและคม มีผมสีเขียว
นอกจากดวงตา หูและสีแล้ว พวกเขาก็คล้ายกับมนุษย์ บางคนมีเกล็ด
สดใสบนใบหน้า และบางคนก็มีหางที่มีเสน่ห์
หลังจากนั้น หลินหมิงก็ได้ตระหนักว่านี่คือเผ่าวิจิตรของทวีปปีศาจ
ศักดิ์สิทธิ์