Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 531 ต่อสู้
หลินหมิงก็รู้สึกพลังงานเปลวเพลิงแผ่ไปทั่วฝ่าเท้า ทำให้วิญญาณของ
เขาพุ่งทะยานถึงสวรรค์
หลังจากที่พลังงานนี้ไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาแล้ว มันก็แล่นผ่านเส้น
ชีพจรของเขากระจายไปทั่วทุกทิศทุกทาง ภาพลวงตาทุกรูปแบบปรากฏ
ขึ้นใน0bใจของหลินหมิง มันเป็นเหมือนพลังอันบ้าคลั่งที่ถูกคุมขังอยู่ใน
หัวใจของเขาได้โผล่ออกมาเริ่มคลุ้มคลั่งไปทั่ว ทำให้โลหิตของเขาเดือด
พล่าน…
“นี่คือพลังงานนรก?”
หลินหมิงมองศพของจาน่า นี่เป็นพลังงานที่สลายตัวออกจากร่างกาย
ของจาน่า ก่อนหน้านี้ หลินหมิงได้พึ่งพาเหรียญโลหิตสังหารเพื่อดูดซับ
พลังงานนรกจำนวนเล็กน้อยดังนั้นเขาจึงไม่ได้สังเกตเห็น แต่ตอนนี้ที่มี
พลังงานนรกมากมายได้เข้ามายังร่างของเขา หลินหมิงก็รู้สึกราวกับ
ภายในส่วนลึกกำลังตื่นเต้น ราวกับว่าความมืดที่ซุ่มซ่อนอยู่ในดวง
วิญญาณของเขากำลังพุ่งออกมาด้านนอก!
เขาต้องการโลหิต เขาต้องการที่จะฆ่า เขาต้องการที่จะดื่มด่ำและใน
ความงามของหญิงสาว!
ในตอนนี้ จิตใจของหลินหมิงสั่นไหวด้วยความปรารถนาและความสุข
ที่ไม่อาจอธิบายได้ เขาต้องการที่จะระบายความรู้สึกเหล่านี้และเข่นฆ่า
ผู้คนเหมือนสัตว์อสูร
การเปลี่ยนแปลงที่ฉับพลันนี้ทำให้หัวใจของหลินหมิงเย็นเฉียบ เขา
รีบสงบจิตใจและเข้ารีบเข้าสู่เจตจำนงแห่งนักสู้จิตบริสุทธิ์เพื่อสงบอารมณ์
หลินหมิงได้ฝึกฝน ‘อำนาจครอบงำวิญญาณ’ มาเป็นเวลานาน
นอกเหนือจากพลังอันยิ่งใหญ่ของทะเลจิตวิญญาณของเขาแล้ว พลังงาน
นรกคลุ้มคลั่งอยู่ได้ชั่วเพียงชั่วครู่ก่อนที่มันจะถูกปราบปราม
“พลังงานนรกนี้ทำให้จิตใจของผู้คนเสียหายไปได้ ไม่น่าแปลกใจที่
ผู้คนจากเมืองดาวเหนือ ถึงบ้าคลั่งและแปลกประหลาดกันมาก มันเป็น
เพราะพลังงานนรกได้ซึมเข้าสู่ดวงวิญญาณของพวกเขามาเป็นเวลานาน
แล้วนั่นเอง”
ในขณะที่หลินหมิงจำได้ว่าเขาแสดงออกของความสุขที่ได้ดูดกลืน
พลังงานนรกของจ่าน่า และเขาก็กระวนกระวายใจ ช่วยไม่ได้ที่จะหายใจ
ออกมา ถ้าเขาไม่สามารถควบคุมพลังงานนรก มันก็เป็นได้ว่าเขาจะถูก
ควบคุมโดยมัน ในท้ายที่สุดเขาอาจกลายเป็นผีดิบที่รู้จักเพียงการฆ่า
เท่านั้น
หลินหมิงหลับตาลงอย่างเงียบๆ หลังจากไม่กี่ลมหายใจต่อมา เขาก็
เปิดวงตาขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ิ ดวงตาของเขาสาดประกายอีกครั้งด้วยความ
สดใสและบริสุทธิ์
บนแขนของเขา รอยสักปีศาจสวรรค์ดูชัดขึ้นมาอีกเล็กน้อยและ
ใบหน้าของคนชั่วที่น่าหวาดกลัวก็น่าหวาดกลัวยิ่งขึ้น
“ความแข็งแกร่งทางจิตวิญญาณของเจ้าเด็กคนนี้มีความเสถียรอย่าง
ยิ่ง” ปีศาจยักษ์กล่าวในขณะที่เขาจ้องมองหลินหมิง ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“นี่เป็นครั้งแรกที่เขาทำการสังหารบนสังเวียน เมื่อคนทั่วไปดูดพลังงาน
นรกเป็นครั้งแรก พวกเขาจะกลายเป็นไร้เหตุผลและบ้าคลั่งเนื่องจาก
พลังงานนรกไหลบ่าเข้ามา แต่เขาแค่หลับตาลงสักครู่เพื่อฟื้นตัว เขาไม่
เป็นอันใดเลย!”
“อืม จาน่าเป็นหนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหอคอยแยกนภาชั้นแรก
เขาสะสมพลังงานนรกไว้เป็นจำนวนมากอีกด้วยและเขาได้ดูดมันไป
มากกว่าครึ่งหนึ่ง ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงสามารถรักษาความสงบในจิตใจไว้
ได้ พลังงานนรกอันวุ่นวายนี้ก่อให้เกิดความปรารถนาและแรงกระตุ้นที่
แม้อัจฉริยะยังหลุดจากการควบคุมตนเองได้!”
“อ่า… น่าสนใจยิ่งนัก” ด้านปีศาจยักษ์สองตัวที่พูดกัน หญิงเผ่าเฟย์
กล่าวออกมา นางเปล่งประกายและดึงความสนใจทางเพศอย่างยิ่ง นาง
ดื่มน้ำแดงในแก้ว ดวงตาสาดประกายด้วยความตื่นเต้นขณะที่นางเลียริม
ฝีปากไปด้วย
เมื่อเห็นการตอบสนองของหญิงเผ่าเฟย์ ปีศาจยักษ์ก็หัวเราะ
“กุหลาบโลหิต เจ้ากำลังคิดที่จะล่อลวงให้เขาหรือ? อย่ามั่นใจมากเกินไป
หากแผนของเจ้าล้มเหลวและเขาจะเป็นคนที่ใช้ประโยชน์เจ้าแทนเสีย
เปล่า”
“ฮ่าฮ่า! ข้าไม่ต้องการให้เจ้ามาห่วงข้า ตราบเท่าที่พวกเขาเป็นผู้ชาย
ไม่มีทางที่พวกเขาสามารถควบคุมความปรารถนาภายในใจได้” หญิงเผ่า
เฟย์กล่าว นางหัวเราะคิกคัก สดใสราวกับเสียงระฆังกังวาน
ในเวทีสังเวียน ทาสหลายคนรีบวิ่งขึ้นไปและลากศพของจาน่า
ออกไป แต่พวกเขาได้ทิ้งแหวนมิติของจาน่าไว้ ตามทำเนียมของสังเวียน
ต่อสู้ สิ่งของทุกอย่างจากผู้ตายรวมทั้งแหวนมิติย่อมของผู้ชนะ สิ่งเดียวที่
หอคอยแยกนภาจะเก็บเอาไว้หลังจากผู้เข้าร่วมตายของคือ เหรียญโลหิต
สังหาร
“นายท่าน นี่เป็นของท่าน” ทาสชายคนหนึ่งนำแหวนมิติจาน่ามาส่ง
ให้หลินหมิงอย่างระมัดระวัง
“ข้ามีคำถามสำหรับเจ้า” หลินหมิงหยุดทาสที่กำลังศพไป
ทาสตกใจกลัว เขารีบตอบว่า “ท่านมีคำถามอะไรหรือ?”
“อะไรคือเงื่อนไขสำหรับการผ่านเข้าไปชั้นสอง?”
ทาสกล่าวอย่างสุภาพว่า “นายท่านตามกฎของหอคอยแยกนภา
เพื่อที่จะเข้าสู่ชั้นที่สอง ผู้เข้าแข่งขันจะต้องได้ชัยชนะติดต่อกัน 12 ครั้งใน
ชั้นแรก หรือได้ชัยชนะไปจนถึงจุดที่ไม่มีใครกล้าที่จะท้าทายท่านอีก”
“ข้าเข้าใจ”
หลินหมิงโยนผลึกโลหิตปีศาจระดับต่ำให้ทาส ชนะ 12 ครั้งต่อเนื่อง
ก็ไม่ยากเกินไป จากการสันนิษฐาน อัจฉริยะทั้งหมดที่มีการเบ่มเพาะที่สูง
คงอยู่ที่ชั้นสองของหอคอยแยกนภาหรือสูงกว่านั้น ภายในชั้นแรกของ
หอคอยแยกนภา ไม่มีผู้ที่นี่ทำให้เขารู้สึกถูกคุกคามได้
“มีผู้ใดจะขึ้นมาอีกหรือไม่?” หลินหมิงถาม ดวงตาของเขากวาดไปยัง
บริเวณที่ปีศาจยักษ์อยู่
น้ำขึ้นน้ำลงได้ตลอดเวลา ก่อนหน้านี้มนุษย์เป็นฝ่ายถูกกดดันโดย
ปีศาจยักษ์ แต่ตอนนี้มันเป็น ปีศาจยักษ์ที่ถูกกดดันโดยมนุษย์
“เจ้าเด็กนี่ เขาคงคิดว่าตนเองไร้เทียมทานแต่เพียงผู้เดียวเป็นแน่” ใน
มุมหนึ่งของเวที มีปีศาจยักษ์บดขยี้แก้วไว้ในมือของตนด้วยความไม่พอใจ
ปีศาจยักษ์นี้สวมชุดสีดำและแบกดาบยัก 9 ก้าวไว้บนหลัง เขาเป็นหนึ่งใน
ผู้ที่มีความแข็งแกร่งอันดับต้นๆของหอคอยแยกนภาชั้นแรก
ในกลุ่มคนเหล่านั้นก็มีคนที่อ่อนแอและแข็งแกร่ง ปีศาจยักษ์ผู้นี้มี
พลังแข็งแกร่งกว่าจาน่าเสียอีก
“เจ้าต้องการจะขึ้นไปหรือ? เจ้าเด็กที่ใช้สายฟ้านั้นค่อนข้างจัดการ
ยาก มันมีความสามารถในการยับยั้งเคล็ดเบ่มเพาะของเรา ถ้าข้า
คาดการณ์ไม่ผิดแล้ว สายฟ้านั้นน่าจะเป็นจิตวิญญาณสายฟ้าระดับปฐพี
ขั้นกลาง”
“ข้ามิได้ห่วงจิตวิญญาณสายฟ้าระดับปฐพีขั้นกลาง ข้าไม่รู้ว่าเขายังมี
ความสามารถอื่นหรือไม่”
“เฮ้ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเขามีเล่า? มิใช่ว่าเจ้าเองก็มีท่าไม้ตายอยู่
หรอกหรือ?”
“ก็ใช่” ปีศาจยักษ์ชุดดำหัวเราะและลุกขึ้นยืน “ข้าจะต่อสู้กับเจ้าเอง!”
ปีศาจยักษ์ชุดดำกระโดดขึ้นไป ข้ามผู้ชมโดยตรง ร่างกายสูง 10 ก้าว
ของเขาสะพายดาบที่มีน้ำหนักหมื่นจิน ขณะที่เขาร่อนลงบนพื้นเวที มัน
เหมือนกับค้อนขนาดใหญ่ทุบลงพื้นดิน
“ย๊ากกก!” หลังจากที่ปีศาจยักษ์ขึ้นไปเขาคำรามเหมือนสัตว์ป่า
เสียงตะโกนของเขาอึกทึก ร่างกายส่วนบนที่เปลือยเปล่าของเขาพันด้วย
โซ่เหล็กหนา ขณะที่เขาขยับตัว โซ่หนาเหล่านี้ก็กระทบกัน ปีศาจยักษ์นี้ดู
เหมือนว่าเขาเป็นกอริลลายักษ์
หลินหมิงมองไปที่ปีศาจยักษ์ชุดดำ เพียงแค่จากพลังแห่งออร่าเขา ก็
สามารถบอกได้ว่าฝ่ายตรงข้ามของเขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าจาน่า
“นั่นคือนิกายปีศาจอำมหิต ราชาดาบยักษ์กู่เย่ว์” หลายคนจำพวก
ปีศาจยักษ์ชุดดำได้ในทันที *古越=กู่เย่ว์
“นิกายปีศาจอำมหิตเป็นนิกายระดับ 5 และกู่เย่ว์ก็เป็นศิษย์สายตรง
ความแข็งแกร่งของเขาติด 10 อันดับ คราวนี้ เจ้าเด็กนั่นโดนขยี้เละแน่”
“กู่เย่ว์ ฆ่ามันซะ! ฆ่าเจ้าเด็กคนนั่นเลย!”
เหล่าปีศาจยักษ์ในสังเวียนตะโกนอย่างบ้าคลั่ง แม้กระทั่งผู้หญิงเผ่า
เฟย์ ก็กรีดร้องและโบกมืออย่างบ้าคลั่งเช่นกัน
กู่เย่ว์ดึงเอาดาบยักษ์ออกมาจากด้านหลัง เขาเอาปลายดาบกระแทก
ลงไปที่พื้น ทำให้พื้นกระเบื้องแตกสลาย เขายิ้มอย่างชั่วร้ายและกล่าวว่า
“เจ้าหนู ถ้าการต่อสู้ครั้งล่าสุดคือพลังทั้งหมดเจ้ามีแล้วละก็ นั่งรอความ
ตายจากข้าก็พอแล้ว”
“สุริยันทมิฬสาดแสง!”
ดาบยักษ์สับลงมาและแสงสีดำปรากฏขึ้นด้านหน้าใบมีดของกู่เย่ว์
ในตอนนี้ ปราณปีศาจได้ก่อตัวเป็นดวงอาทิตย์สีดำขนาดใหญ่รอบตัวของ
กู่เย่ว์ เปลวเพลิงสีดำเผาไหม้รอบตัวเขา เปลี่ยนพื้นดินเป็นลาวาหลอม
ละลาย
หอกของหลินหมิงพุ่งออกไปโดยไม่สนใจ สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิต
ทำลายล้างพยายามจะเจาะผ่านเปลวเพลิงสีดำและเจาะผ่านดวงอาทิตย์สี
ดำ อย่างไรก็ตาม เมื่อสายฟ้าสีแดงต้องการที่จะทะลุผ่านเปลวเพลิงสีดำ
มันก็ถูกจับได้โดยปราณปีศาจ
“หึ! ทั้งหมดที่เจ้าสามารถทำได้คือการใช้กระบวนท่าเดียวซ้ำๆ
เท่านั้นหรือ? เช่นนั้นก็ไปตายซะ!” กู่เย่ว์ยิ้มอย่างชั่วร้าย สุริยันทมิฬสาด
แสงของเขาไม่ได้ถูกยับยั้งโดยพลังของสายฟ้า มันมีความยืดหยุ่นอย่าง
มาก ขณะที่ดวงอาทิตย์สีดำปะทะกับสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้าง
เขาก็พุ่งไปยังหลินหมิง
ปังง!
คลื่นกระแทกที่น่าสะพรึงกลัวระเบิดออกไป ยกแผ่นกระเบื้อง
ทั้งหมดลงบนพื้นขึ้น กระเบื้องทั้งหมดบนพื้นละลาย และแม้กระทั่งโลหะ
ทมิฬที่รองพื้นข้างใต้พื้นก็ละลายไปเช่นกัน
ในระหว่างการระเบิดนี้ ร่างของหลินหมิงพุ่งออกไปข้างหลัง ชุดของ
เขาถูกเปลวเพลิงไหม้เล็กน้อย
“หึ เจ้าค่อนข้างวิ่งได้ดี แต่เพียงเพราะเจ้าสามารถหลบหนีได้ชั่วครู่
มันไม่ได้หมายความว่าเจ้าสามารถทำเช่นนั้นได้ตลอดไป! ”
กู่เย่ว์กางแขน มีลำแสงปราณปีศาจออกมาจากร่างของเขา มัน
กระจายตัวล้อมรอบเขาและหลินหมิง เพียงเวลาไม่ไม่กี่ลมหายใจ ลำแสง
นับร้อยที่เกิดขึ้นจากปราณผีปีศาจก่อตัวเป็นตาข่ายที่ห่อหุ้มทั้งสองไว้
อย่างสมบูรณ์
หลินหมิงค่อยๆมองไปรอบๆอย่างสงบ สิ่งที่เขาเห็นก็คือลำแสงนับไม่
ถ้วนของปราณปีศาจหมุนวนไปรอบๆ ราวกับว่าพวกมันเป็นอสรพิษสีดำ
ร่ายร่ำอยู่ในอากาศ
“ฮ่าฮ่า กู่เย่ว์ถึงกระทั่งใช้คุกอสรพิษทมิฬออกมา การต่อสู้ครั้งนี้ควร
จะจบสิ้นลงเร็วๆนี้แน่ กล่าวได้ว่าคุกอสรพิษทมิฬเป็นตาข่ายที่สามารถ
ครอบคลุมสวรรค์และปฐพี ตอนนี้ เจ้าหนูนั่นต้องเผชิญหน้ากับกู่เย่ว์ตรงๆ
เท่านั้น และนี่คือสิ่งที่กู่เย่ว์เชี่ยวชาญมากที่สุด!”
เหล่าปีศาจยักษ์ต่างรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นสิ่งนี้ ผู้มีพรสวรรค์ของการ
เผ่าปีศาจยักษ์ส่วนใหญ่มีชื่อเสียงในด้านความแข็งแกร่งเช่นเดียวกับ
ความสามารถในการป้องกันและความสามารถในการโจมตี แต่พวกเขา
ด้อยกว่ามนุษย์ในด้านความเร็ว ถ้าความเร็วของหลินหมิงถูกจำกัดโดยคุก
อสรพิษทมิฬ เขาก็สามารถเผชิญหน้ากับกู่เย่ว์ซึ่งๆหน้า เท่านั้น ถ้ามนุษย์
คนหนึ่งเข้าโจมตีปีศาจยักษ์ในระยะประชิด มันก็เป็นเพียงแค่การรนหาที่
ตายเท่านั้น
“มาดูกันว่าเจ้าจะสามารถหนีไปไหนได้อีก!” กู่เย่ว์กู่ร้องออกมา
“สุริยันทมิฬสาดแสง!”
ปังง!
ดวงอาทิตย์สีดำปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งรอบดาบยักษ์ของกู่เย่ว์ มันมี
ขนาดใหญ่กว่าเดิมและมีพลังงานที่ร้อนยิ่งขึ้น แม้ว่ากู่เย่ว์จะคลั่ง แต่เขา
ไม่ได้ประมาทหลินหมิง การโจมตีครั้งนี้อัดแน่นไปด้วยปราณแท้ถึง 30%
ของเขา เขาจับดาบยักษ์ด้วยมือทั้งสองข้างและฟันออกไป ดวงอาทิตย์สี
ดำเปรียบเสมือนดาวตกสีดำที่พุ่งเข้าหาหลินหมิง!
ด้วยคุกอสรพิษทมิฬที่ล้อมรอบ ไม่มีที่ไหนเลยที่จะให้หนีไปได้
เผชิญหน้ากับดวงอาทิตย์สีดำนี้ หลินหมิงหัวเราะขณะที่กล่าวว่า “ดู
เหมือนว่าสิ่งที่เจ้าทำได้ก็คือการใช้เพียงกระบวนท่าเดียวซ้ำๆเช่นกัน
หรือ?”
“หึ! กำลังจะตายอยู่แล้วแท้ๆ ยังจะทำอวดเก่งอีก! ไปตายซะ!”
ดาบยักษ์ 9 ก้าวยาวฟันลงมา!
ขณะที่ดวงอาทิตย์สีดำใกล้เข้ามา หลินหมิงก็เพียงแค่ดีดนิ้วของเขา
เบาๆ สามจิตวิญญาณสายฟ้ารวบรวมเป็นหนึ่ง จิตวิญญาณสายฟ้าปีศาจ
ศักดิ์สิทธิ์กู่ร้องออกมา!
ปุ!
ด้วยเสียงเสียบทะลวงที่แทบไม่ได้ยิน จิตวิญญาณสายฟ้าปีศาจ
ศักดิ์สิทธิ์จมเข้าไปในดวงอาทิตย์สีดำและทะลุออกอีกด้านหนึ่ง ด้วย
ความเร็วที่เกือบจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า มันพุ่งไปยังลำคอของกู่เย่ว์
“สลายไปซะ!”
เนื่องจากพลังงานที่ถูกบีบอัดอย่างน่าเหลือเชื่อของจิตวิญญาณ
สายฟ้าปีศาจศักดิ์สิทธิ์ กู่เย่ว์จึงคิดว่านี่เป็นอาวุธลับทั่วไป เขาไม่ได้คิด
คำนึงอันใดอีก ความจริงคือ อาวุธนี้เร็วเกินไปจนเขาไม่มีเวลาได้
ตอบสนอง
อย่างไรก็ตาม แม้กระทั่งถ้าหมัดของกู่เย่ว์จะมีการป้องกัน หรือแม้ว่า
จะถูกห่อหุ้มไว้ด้วยปราณปีศาจมันก็ยังจะสามารถเทียบได้กับเข็มเหล็ก
ปีศาจศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร?
โล่ปราณแท้ของกู่เย่ว์ถูกเจาะผ่านโดยเข็มเหล็กปีศาจศักดิ์สิทธิ์ราว
กับเป็นกระดาษบางๆ เข็มเหล็กปีศาจศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ลดความเร็วลงหรือ
เปลี่ยนเส้นทางโคจรเลย โดยไม่หยุดชะงักเลยแม้แต่น้อย มันก็ได้เจาะผ่าน
ลำคอของกู่เย่ว์!
ปุ!
ลำคอของกู่เย่ว์ถูกเจาะผ่าน และคอของเขาก็ระเบิดโลหิตกระจาย
ออกมา เขาจ้องมองด้วยสายตาเบิกกว้างเต็มไปด้วยความตกตะลึง เข็ม
เหล็กปีศาจศักดิ์สิทธิ์นั้นรวดเร็วอย่างยิ่ง เขาจึงไม่สามารถตอบสนองได้
ทัน…