Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 530 ชัยชนะครั้งแรก
…
…
…
“ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!”
หอคอยแยกนภาสะท้อนไปด้วยเสียงร้องดังสนั่นปานฟ้าผ่านี้ เป็น
เรื่องง่ายสำหรับเผ่าพันธุ์ใหญ่ที่จะต่อต้านกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมนุษย์
และปีศาจยักษ์เป็นปรปักษ์ มันจึงเป็นเรื่องปกติที่จะท้าทายกันและกันใน
สังเวียน อย่างไรก็ตาม ในกรณีส่วนใหญ่ก็คือมนุษย์เป็นฝ่ายพ่ายแพ้
นี่เป็นเพราะมนุษย์ในเมืองปีศาจสวรรค์อ่อนแอและมีจำนวนน้อย
กว่าปีศาจยักษ์
มันเป็นความจริงที่ว่าประชากรของมนุษย์มีมากเกินกว่าเผ่าอื่นๆ
ทั้งหมดในทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ แต่ในหมู่มนุษย์ มีเพียงจำนวนน้อยที่เลือก
เดินเส้นทางการฆ่า และความสามารถของพวกเขาก็ยังค่อนข้างต่ำ ดังนั้น
จึงมีนักสู้ของมนุษย์จำนวนไม่มากนักที่เดินทางมายังเมืองดาวเหนือ
ในทางตรงกันข้ามเผ่าปีศาจยักษ์นั้นเต็มไปด้วยอัจฉริยะ แต่ส่วนใหญ่
ของพวกเขาเลือกเส้นทางการฆ่า ดังนั้น จึงมีปีศาจยักษ์จำนวนมากอยู่ใน
เมืองดาวเหนือ
ด้วยเหตุนี้ มนุษย์ในเมืองดาวเหนือจึงอยู่ในสถานะที่อ่อนแอลง
หรือไม่มีสถานะเลยสักนิด
สำหรับ มนุษย์หมาป่า พวกเขาไม่ได้ดีไปกว่ามนุษย์ พวกเขาช้าและ
ขาดการรับรู้ ดังนั้นไม่ว่าจะฝึกฝนเคล้ดบ่มเพาะอันใด ประสิทธิภาพของ
มันก็จะน้อยลง ดังนั้น ผู้มีพรสวรรค์ของมนุษย์หมาป่าจึงมีน้อยและไม่
ค่อยเดินบนเส้นทางแห่งการฆ่า
อาจกล่าวได้ว่านอกจากเมืองดาวเหนือ เมืองปีศาจสวรรค์อื่นๆก็คือ
โลกของปีศาจยักษ์เช่นกัน นอกเหนือจากปีศาจยักษ์แล้ว อิมป์ก็ยังมี
บทบาทเล็กๆอยู่บ้าง ส่วนเผ่าเฟย์ก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น แต่ด้วยพลังที่
แข็งแกร่งยากจะหยั่งถึงของแต่ละคน จึงไม่มีใครกล้าที่จะยั่วยุพวกเขา
แม้แต่ยักษ์ปีศาจหยิ่งยโสยังไม่กล้าที่จะพ่นเรื่องไร้สาระเมื่ออยู่ต่อหน้าเฟย์
เฟย์ที่มีทรงพลังอย่างแท้จริงนั้น มีความโหดเหี้ยมจนถึงว่า หากกินคน
พวกเขาก็จะไม่คายกระดูกออกมาด้วยซ้ำ
“อ่อนแอเกินไป” ในเวลานี้ผู้หญิงเฟย์ที่งดงามหลายคนหัวเราะอย่าง
สนุกสนานบนอัฒจรรย์ ดูเหมือนว่าจะมีความสุขกับการสังหารเหล่านี้
ตอนนี้ แม้กระทั่งนักสู้ของมนุษย์หมาป่า ที่มีอารมณ์หุนหันพลันที่
มักจะไม่สามารถอดทนต่อการดูถูกนี้ได้ ก็ยังไม่มีใครกระโดดขึ้นไปบนเวที
เพื่อเผชิญหน้ากับจาน่า จาน่าเป็นหนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของหอคอย
แยกนภาในชั้นแรก แม้ว่ามนุษย์หมาป่าเหล่านี้มีการรับรู้ที่ต่ำกว่า แต่พวก
เขาก็ไม่โง่ พวกเขารู้ว่าเมื่อใดที่พวกเขาสามารถต่อสู้และเมื่อพวกเขาไม่
สามารถทำได้ มิเช่นนั้น พวกเขาคงไม่อาจอยู่มาได้นานจึงถึงตอนนี้
“ไปกันเถอะ” นักสู้มนุษย์หลายคนไม่สามารถทนต่อความกดดันและ
อยากออกจากสังเวียนไป
“หึ พวกไร้ประโยชน์อย่างแท้จริง ไม่สามารถแม้แต่จะต้านทานความ
กดดันเช่นนี้ได้ กลับยังบอกว่าต้องการที่จะเดินบนเส้นทางการฆ่าอยู่อีก
หรือ? พวกสวะ คลานกลับบ้านไปซะ!” จาน่าหัวเราะเสียงดัง
กลุ่มนักสู้ของมนุษย์สีหน้าเปลี่ยนเป็นแดงก่ำและพวกเขาทั้งหมดกำ
หมัดแน่น นักสู้ของมนุษย์ที่อายุน้อยกว่า 20 ปีผู้นึงแทบจะไม่สามารถ
ทนต่อการดูถูกซ้ำและกำลังจะกระโดดขึ้นบนเวที
อย่าใจร้อน! นักสู้อายุมากกว่าที่สวมชุดสีดำดึงแขนของนักสู้หนุ่ม
เอาไว้
“นี่ เจ้าหนู เจ้ากล้าขึ้นมาหรือไม่?” จาน่ากล่าวท้าทาย
ในตอนนี้เอง หลินหมิงก็ได้ลุกขึ้นยืน เขากล่าวว่า “ข้าจะขึ้นไปเอง”
ชั้นแรกของหอคอยแยกนภา นักสู้มีความแข็งแกร่งที่ธรรมดาเท่านั้น
หลินหมิงต้องการผ่านไปชั้นนี้อย่างรวดเร็ว เขาไม่ต้องการที่จะจมอยู่ที่นี่
เป็นเวลานานนัก ร่างของเขาแวบขึ้นและไปไผล่บนเวที
ในขณะที่นักสู้หลายคนเห็นสหายมนุษย์ขึ้นสู่เวที พวกเขาก็มี
ความสุข แต่เมื่อพวกเขาค้นพบการบ่มเพาะหลินหมิง พวกเขาทั้งหมดก็
ต้องตะลึง ความตื่นเต้นและความสุขนั้นก็จมลงไปในความมืดมน
“ขั้นปราณปลายฟ้าช้วงต้น…”
แม้พวกเขาจะได้เห็นว่าปราณแท้ของหลินหมิงนั้นหนาแน่นและ
บริสุทธิ์เกินกว่านักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าคนอื่นๆ แต่ความจริงก็คือการบ่ม
เพาะของเขาต่ำเกินไป ระหว่างมนุษย์กับปีศาจยักษ์ แม้ว่ามนุษย์จะอยู่ใน
ขั้นเดียวกันหรือสูงกว่าปีศาจยักษ์ แต่ก็ยังคงอ่อนแอกว่า อีกอย่าง การบ่ม
เพาะของหลินหมิงก็ยังด้อยกว่าคู่ต่อสู้มาก
“นี่… ” สีหน้าของนักสู้มนุษย์กลายเป็นน่าเกลียด เขาไม่รู้ว่าจะกล่าว
สิ่งใดออกมาดี หลินหมิงมีอนาคตที่ดี แต่ตอนนี้ เขากลับพาตนเองขึ้นโดน
เชือด การตายที่ไร้ความหมายนี้ เพียงแค่ทำให้พวกปีศาจยักษ์หัวเราะ
มากขึ้นเท่านั้น
ตามที่พวกเขาคาดไว้ เมื่อปีศาจยักษ์และอิมป์เห็นหลินหมิงกระโดด
ขึ้นไปบนเวที พวกเขาก็ตะลึงในตอนแรก จากนั้นพวกเขาก็ได้หัวเราะ
ออกมา
“ไม่มีมนุษย์ผู้ใดเหลืออยู่เลยหรือ? เหตใดพวกเขากับปล่อยเด็กทารก
ขึ้นมาเช่นนี้? ”
“ฮ่าฮ่า เพียงขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้น! เขายังไม่พอที่จะใช้เป็นไม้จิ้ม
ฟันได้ด้วยซ้ำ!”
“นี่! เด็กหนุ่มผู้นี้ก็ดูเซ็กซี่ดีนะ! มันจะน่าเสียดายถ้าเขาต้องตกตายไป
น่าจะมาหาที่พี่สาวที่นี่ พี่สาวผู้นี้จะดูแลเจ้าอย่างดี” หญิงสาวเผ่าเฟย์ที่มี
เสน่ห์กำลังหัวเราะคิกคัก ในเมืองดาวเหนือ แม้ว่าจะเป็นนักสู้ของมนุษย์
แต่พวกเขาก็มักจะเป็นคนกระหายเลือด มีเพียงส่วนน้อยที่หล่อเหลา
บนเวทีนี้ หมินหมิงไม่รับฟังสิ่งเหล่านั้น
จาน่ากอดอกและมองไปที่หลินหมิงด้วยความเพลิดเพลินในสายตา
ของเขา “ฮ่าฮ่า ในเมืองดาวเหนือ ยังมีคนที่ไม่รู้ที่ต่ำที่สูงอยู่ด้วย ซึ่งข้าไม่
เคยเห็นคนโง่เขลาเหมือนเจ้ามาก่อนเลย เพียงแค่เจ้าหนูขั้นปราณปลาย
ฟ้าช่วงต้นคิดว่าสามารถท้าทายข้าได้เช่นนั้นหรือ? นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้า
ออกจากนิกายหรือ? เจ้าคิดว่านักสู้คนอื่นๆทั้งหมดเป็นเช่นเดียวกับนิกาย
ขยะของเจ้า ที่เจ้าจะสามารถต่อสู้ข้ามขั้นมาเอาชนะได้ง่ายๆหรืออย่างไร?
”
หลินหมิงไม่สนใจมองจาน่าที่พล่ามเรื่องไร้สาระต่อหน้าเขา “เจ้าจะสู้
หรือเจ้าจะพ่นเรื่องไร้สาระต่อไปเรื่อยๆ?”
ทันทีที่จาน่าได้ยินคำพูดของหลินหมิ งเขาก็ขมวดคิ้ว ตาของเขาสาด
ประกายจิตสังหารที่รุนแรง ขณะที่เขากล่าวกับหลินหมิงว่า “เจ้าหนู เจ้า
คงมิรู้จักว่าความตายมันเป็นเช่นไร! ข้าจะพาเจ้าไปลงนรกให้เอง!”
จาน่าเอาขวานขนาดใหญ่ออกมาและสับไปยังหลินหมิงด้วยความ
โกรธเกรี้ยว
ขวานที่น่าเกรงขามรวมกับปราณปีศาจ มันราวกับเสียงคำรามของ
สัตว์อสูรโบราณ ขณะที่หลินหมิงยืนอยู่ที่นั่น เขาอาจจะได้ยินเสียงกรีด
ร้องเบาบางของวิญญาณนับไม่ถ้วนภายในปราณปีศาจ
หลินหมิงสัมผัสแหวนมิติของเขา และหอกแห่งดาวหางม่วงปรากฏ
ออกมา แสงสายฟ้าสีแดงสายประกายอยู่บนปลายหอก
“สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้าง!”
ฟริ้ววว!
แสงฟ้าสีแดงอสรพิษสีแดงฉานพุ่งไปยังจาน่า พลังของสายฟ้ามีฤทธิ์
รุนแรงในการทำลายภูติปีศาจ หลังจากที่สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลาย
ล้างปะทะกับเมฆมืดครึมของปราณปีศาจ มันก็เหมือนแกนเหล็กร้อนจน
แดงที่ถูกแทงเข้าไปในหิมะ มีเสียง ‘ซี่ ซี่ ซี่’ เมฆของปราณปีศาจก็ได้สลาย
ไปอย่างรวดเร็ว
“หืม!?”
จาน่าตกตะลึง เขาคิดว่าเขาจะสามารถผ่าหลินหมิงออกเป็นสองซีก
ได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะเป็นคนที่ถูก
จัดการเช่นนี้
“เงาภูติผีตัดตัดวิญญาณ!”
เมื่อจาน่าเห็นอสรพิษสีแดงขนาดใหญ่พุ่งมายังเขาเขาตา ดวงตาของ
เขาก็สาดประกายแสงดุร้าย เขาสับขวานลงที่หัวอสรพิษสีแดง
ปัง!
แขนของจาน่าเกิดด้านชาอย่างมาก เขารีบดึงมือกลับมาทันที โลหิต
ในร่างกายของเขาปั่นป่วน เขาแทบจะไม่สามารถต้านทานสายฟ้าปีศาจ
แห่งโลหิตทำลายล้างได้เลย และในขณะนี้จิตใจของเขาเต็มไปด้วยความ
ตื่นตระหนกและความหวาดกลัว
เจ้าเด็กนี่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ได้อย่างไร!?
ในช่วงเวลาสั้นๆนี้ หลินหมิงไม่ปล่อยให้จาน่ามีโอกาสได้ฟื้นตัว เขา
ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและระเบิดพลังออกมา เขาโจมตีสายฟ้า
ปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างอีกครั้ง!
เขาต้องการที่จะอยู่ที่ด้านบนสุดของหอคอยแยกนภาไปนานๆ ใน
อนาคตเขาจะเผชิญกับคู่แข่งทุกประเภท ถ้ากระบวนท่าทั้งหมดของเขา
ถูกเปิดเผย เขาก็จะอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย เขาจึงใช้สายฟ้าปีศาจ
แห่งโลหิตทำลายล้างซ้ำๆ สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างเดิมเป็นพลัง
ของสายฟ้าที่มีต่อต้านวิชาภูติผีปีศาจ เหมาะสำหรับสะกดข่มเคล็ดบ่ม
เพาะวิถีมาร และในตอนนี้มันก็เหมาะอย่างยิ่ง
“หายไปซะ!”
จาน่าคำราม ดวงตาทั้งสองข้างของเขาแดงก่ำด้วยความบ้าคลั่ง เขา
จับขวานด้วยมือทั้งสองข้างและสับลงไปที่หลินหมิง
แต่ในตอนนั้นเอง รูปร่างของหลินหมิงก็พร่าเลือนและจางหายไป
‘ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม’ ถูกเปิดใช้งาน เขาหลบการโจมตีครั้งนี้ด้วย
ความรวดเร็วราวกับภูติผี
ปังง!
ด้านหลังหลินหมิง กระเบื้องหินสีเทาระเบิดออก ใต้กระเบื้องเหล่านี้
เป็นชั้นของโลหะทมิฬหนาที่ได้รับการสนับสนุนโดยรูปแบบค่ายกล เมื่อ
ขวานผ่าลงไป เกิดเป็นรอยขึ้นเล็กน้อยที่ผิวหน้าของโลหะทมิฬ
“เจ้าเด็กนี่ยากที่จะจัดการยิ่งนัก!”
หลังจากการโจมตีล้มเหลว ร่างของจาน่าก็เลือนหายไป แต่เขาไม่
สามารถหลบหอกหลินหมิงได้อยู่ดี
แสงหอกกวาดออกมา สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างไล่ตามจา
น่า พุ่งไปทางเขาด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง
จาน่าตะโกนเสียงดังและชกไปยังสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้าง
เกิดระเบิดขึ้นขณะที่สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างระเบิดออกเป็น
ชิ้นๆ แต่ทั่วร่างของจาน่าเป็นอัมพาตและหมัดของเขาใหม้เกรียม
“ตาย!”
หอกหลินหมิงพุ่งตรงไปยังหัวใจของจาน่า ผลึกปีศาจของเผ่าปีศาจ
ยักษ์อยู่ตำแหน่งเดียวกับหัวใจของพวกเขา!
“อ๊ากกก!” ดวงตาของจาน่าสาดประกายความบ้าคลั่ง เผชิญหน้ากับ
ภัยคุกคามที่ถึงตาย เขาได้ระเบิดความแข็งแกร่งออกมา 120% เขากัดลิ้น
ของตนเองโดยใช้ความเจ็บปวดที่จะกำจัดอาการอัมพาต จากนั้นเขาก็
คว้าไปยังหอกแห่งดาวหางม่วง และต้องการจะจับมันเอาไว้ด้วยมือของ
ตน
แต่ทันทีที่สัมผัสโดนหอกแห่งดาวหางม่วง ปราณแท้สีครามก็ได้ปะทุ
ขึ้น พลังของการสั่นสะเทือนราวกับคลื่นกระแทก เมื่อกระแทกเข้ากับ
แขนจาน่า จึงทำให้มันแตกเป็นชิ้นๆทันที!
ปุ!
หอกแห่งดาวหางม่วงเจาะเข้าไปในหัวใจจาน่าอย่างง่ายดาย หอก
ผ่านร่างของเขาและโลหิตพุ่งออกมาจากหลัง ปลิวไปในสายลม!
ทันทีที่หอกแทงผ่านจุดสำคัญของจาน่า ก้เท่ากับหลินหมิงจบงาน
ของเขาลงแล้ว เขาบิดหอกเพื่อบดขยี้ผลึกปีศาจของจาน่าออกเป็นชิ้นๆ!
ร่างกายของจาน่าสั่นสะท่าน จ้องมองไปยังหลินหมิง ขณะที่มองไป
ยังหลินหมิงด้วยความยากจะเชื่อ แสงแห่งชีวิตก็ได้จางหายไปดวงตาของ
เขา
ตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งจาน่าตกตายไป มันใช้เวลาเพียงแค่ 4-5 ลม
หายใจเท่านั้น ปัจจุบัน ทั้งปีศาจยักษ์และเฟย์ ที่ได้เคยหัวเราะเยาะเย้ย
ก่อนหน้านี้ต่างแข็งค้างไปตามๆกัน
จาน่าตายแล้วหรือ!?
จาน่าผู้ซึ่งมีความแข็งแกร่งสูงสุดผู้นึงในชั้นแรกหอคอยแยกนภาตก
ตายไปแล้ว และตกตายไปด้วยฝีมือของนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้น…
ทั่วทั้งสังเวียนต่างเงียบกริบอย่างสิ้นเชิง บรรดานักสู้ของมนุษย์ที่รู้สึก
เสียดายและเสียใจสำหรับหลินหมิง ต่างอ้าปากค้างจนสามารถยัดไข่ไก่ทั้ง
ลูกเข้าไปได้ รุ่นเยาว์ที่อายุน้อยกว่า 20 ปีคนนี้สามารถชนะจาน่าได้?
ช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างนักสู้ของมนุษย์และปีศาจยักษ์ได้รับการ
ฝังลึกลงไปในหัวใจของคนเหล่านี้เป็นเวลานาน แม้ว่าพวกเขาไม่ต้องการ
ที่จะยอมรับมัน แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับความจริง
พวกเขาจ้องมองศพของจาน่า ขณะที่มีหอกของหลินหมิงเสียบมันอยู่
จากด้านหลังจาน่าโลหิตยังคงไหลออกมา…
ปัง!
มีหมอกระเบิดออกมาจากซากศพของจาน่า บินเข้าสู่มือของหลินห
มิงและก่อตัวเป็นผนึกดูดกลืนโลหิต และจมหายไปในร่างของเขาทันที
ส่วนศพของจาน่า มันเหี่ยวแห้งไปอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นมัมมี่
จากนั้นหลินหมิงก็โยนมันทิ้งไปเหมือนกระสอบเก่าๆ
‘จาน่าผู้นี้เป็นรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นท่ามกลางเผ่าปีศาจยักษ์จริงๆ โลหิต
ชีวิตของเขานั้นแข็งแกร่งมาก เหมาะสำหรับการสร้างผนึกดูดกลืนโลหิต
อย่างยิ่ง’
หลังจากที่ฆ่าและดูดโลหิตไป สีหน้าของหลินหมิงก็มิได้เปลี่ยนไปเลย
สักนิด เขาหันหน้ากวาดมองทั่วสังเวียน และกล่าวพูดอย่างชัดเจนว่า
“ผู้ใดจะเป็นรายต่อไป?”
‘เจ้าเด็กนี่!’
สีหน้าของนักสู้ปีศาจยักษ์ที่จ้องมองหลินหมิงเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
หลินหมิงใช้เวลาเพียง 4-5 ลมหายใจเท่านั้นเพื่อเอาชนะจาน่า ไม่มีใคร
กล้าที่จะดูถูกเขาอีกต่อไป
ผู้หญิงเผ่าเฟย์ที่แกล้งล้อเลียนหลินหมิงได้ยับยั้งรอยยิ้มที่ตกตะลึง
ของนางเอาไว้ “เขาได้ฝึกฝนเคล็ดบ่มเพาะการดูดซับโลหิต อาจกล่าวได้ว่า
มันคือสายมาร ภายในเส้นทางสายมารมันคือการสังหารที่แท้จริง สหายผู้
นี้ดูเหมือนสัตว์ที่น่ารัก แต่ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะฝึกฝนเคล็ดบ่มเพาะที่
โหดเหี้ยมเช่นนี้! ข้าเกือบจะหลงกลโดยรูปลักษ์ของเขาไปแล้ว”
ผู้หญิงเผ่าเฟย์เกิดความหวาดกลัวเล็กน้อย ถ้านางพยายามที่จะ
ล่อลวงหลินเพื่อที่นางจะได้ดูดแก่นพลังหยางของเขา เช่นนั้นนางอาจจะ
เป็นฝ่ายที่ถูกกินโดยไม่เหลือกระดูกเพียงชิ้นเดียว