Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 537 อาณาเขตสลายวิญญาณ
“หลานซิงชนะ ผู้ใดจะเป็นคู่ท้าประลองคนต่อไป?” บนเวทีสงเวียน
ต่อสู้ผู้ตัดสินชุดดำประกาศหลังจากเฟย์ผมสีฟ้าเอาชนะชายหนุ่มคนยักษ์
ได้
ผู้ตัดสินชุดดำคล้ายกับชายผิวสีฟ้าที่หลินหมิงได้พบมาก่อนหน้านี้
พวกเขามีลักษณะคล้ายหลายเผ่าพันธุ์ นี่เป็นเรื่องปกติผสมข้ามสายพันธุ์
ภายในเมืองดาวเหนือ มีหลายคนที่เกิดมามีลักษณ์ของหลายเผ่าพันธุ์
อยู่ในตัว การใช้คนที่เป็นลูกผสมมาเป็นผู้ตัดสินเป็นเรื่องที่เป็นธรรมกับ
ทุกคน
“หลานซิงผู้นี้ได้รับชัยชนะแล้ว 2 ครั้ง ถ้าเขาชนะอีกครั้ง ก็จะชนะ
ครั้งที่ 3 เหตุใดข้าถึงไม่เคยได้ยินเขามาก่อน?”
“เป็นเรื่องปกติถ้าเจ้ายังไม่เคยได้ยินเขา ในความเป็นจริง สหายผู้นี้
เป็นผู้มาใหม่ของที่นี่ ข้าได้ยินมาว่าเขาเพิ่งจะทำให้เกิด ‘ไร้ผู้ต้านอย่าง
สมบูรณ์’ เมื่อปีที่แล้วและได้แต้มสังหารถึง 10 แต้ม หลังจากที่เขามาถึง
ชั้นที่สองเขาเลือกที่จะไม่ต่อสู้กับผู้ใด กลับกัน เขาเอาแต่เก็บตัวบ่มเพาะ
มาตลอดทั้งปี นี่เป็นการต่อสู้ครั้งแรกตั้งแต่ที่เขาออกมา!”
“เขาปิดด่านฝึกตนตลอดทั้งปีเลยหรือ? สหายผู้นี้ค่อนข้างน่ากลัว เขา
มีความอดทนในการรอคอยอย่างยิ่ง แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญที่มีรอยสักปีศาจ
ปีกสวรรค์ 2 ปีก เขาก็ยังใช้เวลาน้อยกว่า 10 ลมหายใจในการจัดการ เขา
ดูเหมือนจะซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้อยู่อีกด้วย ข้าเดาว่าความสามารถที่
แท้จริงของเขาน่าจะใกล้เคียงกับผู้มีรอยสักปีศาจปีกสวรรค์ 4 ปีก!”
ในขณะที่ผู้ชมการถึงถึงการต่อสู้นี้ หลินหมิงได้ฟังอย่างใกล้ชิด เขา
ช่วยไม่ได้ที่จะต้องให้ความสนใจกับหลานซิงขึ้นเล็กน้อย
ความจริงก็คือ นับตั้งแต่เขามาถึงหอคอยแยกนภา เขาพบว่า
เนื่องจากทุกเผ่าพันธุ์มีระบบการบ่มเพาะที่แตกต่างกัน จึงไม่มีความ
แม่นยำมากที่จะเปรียบเทียบระดับการบ่มเพาะเพื่อที่จะรู้ถึงความ
แข็งแกร่งที่ถูกต้องได้ นี่ยังไม่ได้รวมถึงว่าทุกคนที่นี่เป็นอัจฉริยะที่สามารถ
ต่อสู้ข้ามขั้นได้ แม่ทัพปีศาจระดับห้าดาวของหอคอยแยกนภาอาจ
สามารถเอาชนะราชาปีศาจระดับหนึ่งดาวข้างนอกได้
ด้วยเหตุนี้ มันจึงมีความยากอย่างยิ่งในการแยกแยะความแตกต่าง
ความแข็งแกร่งของผู้ที่มีกับการมีรอยสักปีศาจปีกสวรรค์
ยิ่งเป็นนักสู้ที่แข็งแกร่งมากขึ้น ก็จะมีปีกที่มากขึ้นบนรอยสักปีศาจ
สวรรค์ของพวกเขา
จาก 2 ปีก 4 ปีก ตลอดจน 10 ปีกและ 12 ปีก
หลินหมิงมีรอยรอยสักปีศาจสวรรค์ 2 ปีกอย่างรวดเร็ว ในอนาคต
ในขณะที่เขากำลังต่อสู้ในสังเวียนมากขึ้น รอยสักปีศาจสวรรค์ของเขาก็
จะเติบโตมากขึ้นเช่นกัน
“หลานซิง! เจ้าเพิ่งชนะ 2 ครั้ง เจ้าคิดว่าเจ้าคิดว่าตนเองกลายเป็นผู้
ไร้เทียมทานแล้วหรือ? ”
ชายร่างใหญ่ผมสีแดงที่กระโดดขึ้นไปบนเวที เขาเองก็เป็นเป็นนักสู้
เผ่าคนยักษ์ เห็นได้ชัดว่า เขาก้าวขึ้นมาด้วยความตั้งใจที่จะทวงคืนเกียรติ
ให้กับสหายของตน ในหอคอยแยกนภา แต่ละเผ่าพันธุ์ต่างกังวลเกี่ยวกับ
กลุ่มของตัวเอง เมื่อนักสู้เผ่าเดียวกันต่อสู้ พวกเขาจะไม่ฆ่ากันบ่อยนัก แต่
ถ้าบุคคลต่างเผ่าพันธุ์ต่อสู้แล้ว ทุกครั้งมักจะไร้ความปรานี เป็นเรื่องปกติ
ที่จะมีผู้ตกตายในสถานการณ์เหล่านี้
“แค่เจ้า? ดูเหมือนว่าข้าจะได้รับชัยชนะมาอย่างง่ายดายเพิ่มเป็นครั้ง
ที่ 3!” หลานซิงดูถูกชายหนุ่มเผ่าคนยักษ์ผมสีแดงที่กระชับดาบของเขา
แน่นด้วยความโกรธเกี้ยว
“หลานซิงผู้นี้หยิ่งยโสเกินไป เขาไม่ได้เห็นหงเหมาอยู่ในสายตาด้วย
ซ้ำ”
“ไม่ว่าจะอย่างไร หงเหมาอยู่บนชั้นสองไม่น้อยกว่าครึ่งปี แต่ความ
แข็งแกร่งของเขาอยู่ใกล้กับผู้มี รอยสักปีศาจปีกสวรรค์ 4 ปีก มันจะไม่
ฉลาดสำหรับหลานซิงที่จะดูถูกฝ่ายตรงข้ามของเขา”
ขณะที่ทุกคนเห็นหลานซิงหยิ่งยโสเกินไป ความคิดเห็นของฝูงชนเริ่ม
หันไปเข้าข้างชายหนุ่มคนยักษ์ผมสีแดงแทน
ในขณะที่ชายหนุ่มผมแดงได้ยินคำพูดของหลานซิง เขาก็หัวเราะ
เสียงดังและดึงดาบหนักออกจากหลัง “เอาชนะอย่างง่ายดายหรือ? เป็น
เรื่องมหัศจรรย์แล้วที่คนอย่างเจ้าสามารถมีชีวิตอยู่ในหอคอยแยกนภา
จนถึงตอนนี้ได้ แต่โชคดีของเจ้าหมดลงที่นี่แล้ว ไปตายได้แล้ว!”
ขณะที่หงเหมากล่าว ดาบหนักของเขาถูกฟันไปยังหลานซิง!
ปังง!
กระเบื้องปูพื้นระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆและร่างของหลานซิงจางหายไป
เหมือนภาพลวงตา
“เป็นทักษะการเคลื่อนไหวที่ยอดเยี่ยม มันมีวิถีแห่งลม”
หลินหมิงได้เห็นว่าหลานซิงมีความเข้าใจอย่างมากเกี่ยวกับวิถีแห่ง
ลม มันไกลเกินกว่าหลินหมิงเสียอีก
อาจกล่าวได้ว่านักสู้เผ่าเฟย์ทั้งหมดเป็นลูกรักของธรรมชาติ
ผู้มีพรสวรรค์ของเผ่าเฟย์นั้นเหนือกว่าทุกคนในทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์
ในแง่ของความแข็งแกร่งทางกายพวกเขาด้อยกว่าเพียงปีศาจยักษ์ แต่
พวกเขามีร่างกายที่เกิดมาสอดคล้องกับกฎของธรรมชาติ สิ่งนี้ทำให้พวก
เขาสามารถเข้าใจเกี่ยวกับวิถีและกฎได้อย่างง่ายดาย
ก่อให้เกิดเคล็ดการบ่มเพาะของเฟย์อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ยากที่จะมีผู้ใด
เทียบ
“คมมีดศักดิ์สิทธิ์ – ใบมีดวายุ!”
ในเวลานั้น ดาบของหลานซิงเลือนหายไปในสายลม ในตอนนั้น สาย
ลมที่ไร้สิ้นสุดของปฐพีได้กลายเป็นดาบของหลานซิง มันอยู่ทุกที่และไม่
สามารถป้องกันได้
เปล้ง เปล้ง เปล้ง!
เป็นระยะเวลานึง ไม่รู้กี่ครั้งที่ใบมีดจำนวนเท่าใดที่ปะทะกับดาบ
หนักของคนยักษ์ มันทำให้อาวุธเขาเกือบหลุดมือไป
ปราณแท้ถูกยิงออกมาอย่างบ้าคลั่ง หงเหมาตกตะลึง ร่างกายขนาด
ใหญ่ของเขารีบถอยกลับมา
อย่างไรก็ตาม ดาบของหลานซิงได้ติดตามเขามาอย่างใกล้ชิด ไม่มีที่
จะหลบหนีได้
หงเหมาตะโกนเสียงดังขึ้น แต่ในเวลานี้ 3 ใบมีดได้เสียบมายังเขา
แล้ว
ปุ ปุ ปุ!
หงเหมากรีดร้องอย่างน่าสังเวชและลอยกระเด็นไปข้างหลัง มี3 รู
โลหิตปรากฏบนร่างของเขา ขณะที่เขาล้มลงกับพื้นก็มีโลหิตกองโตไหล
ออกมาจากร่างของเขา
“เจ้ายังไม่ตายอีกหรือ? เช่นนั้นก็ถือว่าเจ้าโชคดีไป!” หลานซิงไม่ได้
เหลือบมองที่หงเหมาที่อยู่ในสภาพกึ่งตายก่อนที่เขาจะก้าวลงจากเวที
ผู้ชมทั้งหมดต่างตกตะลึง ชัยชนะและความพ่ายแพ้ได้รับการ
ตัดสินใจในเวลาเพียง 5 ลมหายใจ!
ด้านล่างเวที ชายหนุ่มคนยักษ์รีบวิ่งขึ้นมา ยกร่างของหงเหมาจากไป
อย่างรวดเร็ว
“หลานซิง ได้รับชัยชนะ 3 ครั้งซ้อน!” ผู้ตัดสินชุดดำประกาศ
“ชนะ 3 ครั้งซ้อน เขาปิดด้านฝึกฝนเป็นเวลาหนึ่งปี และทันทีที่เขา
ออกมาเขาก็ได้รับชัยชนะถึง 3 ครั้งแล้ว หลานซิงผู้นี้จะต้องมีพลังระดับ
ปีศาจปีกสวรรค์ 4 ปีกเป็นแน่ หากมองไปที่เขา ดูเหมือนว่าเขาจะมีอายุ
ประมาณ 20 ปีเท่านั้น ถ้าเขามิได้ตกตายไปก่อนแล้ว หากมีเวลาเพียงพอ
เขาย่อมสามารถก้าวขึ้นไปที่ชั้นสามได้!
ดูเหมือนว่าจะมีดาวรุ่งอีกคนหนึ่งโผล่มาแล้ว แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันก็มี
ดาวรุ่งนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นในหอคอยแยกนภาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
เช่นกัน อย่างไรก็ตาม มีเพียงไม่กี่คนที่มีความสามารถในการกลายเป็น
ปีศาจปีกสวรรค์ 10 ปีกได้
“อืม ยิ่งเจ้าขึ้นไปสูงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น”
ผู้คนเริ่มพูดถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นกับหลานซิง หลังจากที่เขาชนะ 3
ครั้งซ้อน
โดยปกติในหอคอยแยกนภา นักสู้จะไม่ค่อยชนะ 3 ครั้งซ้อนในการ
ต่อสู้เพียงรอบเดียว ในการต่อสู้ระดับสูง จะยิ่งใช้ความแข็งแกร่งและ
ปราณแท้มากขึ้นตามไปด้วย ข้อยกเว้นเพียงอย่างเดียวคือหากมีแข็งแกร่ง
เกินไป จะมีที่ผู้ชนะ 5 หรือ 10 ครั้งซ้อนปรากฏขึ้น
“มีผู้ใดอยากขึ้นมาบนเวทีอีกหรือไม่?” ผู้ตัดสินชุดดำประกาศเสียงดัง
จากบนเวที
เมื่อเสียงของผู้ตัดสินสิ้นสุด อิมป์ชุดคลุมดำยิ้มและยืนขึ้น เขามองไป
ที่หลินหมิง และดวงตาเคร่งขรึม
“น้องชาย ไปกันเถอะ”
อิมป์ชุดคลุมดำส่งกระแสเสียงปราณแท้มายังหูของหลินหมิง
คนผู้นี้ขี้ขลาดอย่างยิ่ง” หลินหมิงคิดด้วยความรังเกียจ เห็นได้ชัดว่า
เขากลัวว่าหลินหมิงจะไม่ตามเขาขึ้นไปบนเวที และคนอื่นจะท้าทายเขา
แทน อิมป์ชุดคลุมดำผู้นี้ไม่ได้มีความเชื่อมั่นแม้นิดเดียวว่าจะชนะผู้ที่
แข็งแกร่งกว่าตนได้
หลินหมิงกระโดดขึ้นไปบนเวที
อิมป์ชุดคลุมดำตามมาอย่างใกล้ชิด
“นั่นคือหนูดำ สหายผู้นี้เศร้าอย่างแท้จริง เขาก็ยังกลั่นแกล้งมือใหม่
อยู่เสมอ” บางคนในกลุ่มผู้ชมจดจำอิมป์ชุดคลุมดำได้ เขาเป็นคนที่สมควร
ได้รับชื่อ ‘หนูดำ’ อย่างแท้จริง
“นี่ เจ้าไม่จำเป็นต้องพูดมันออกมา เคล็ดลับของเจ้าหนูดำมี
ประโยชน์มาก เขาเกือบจะเป็นปีศาจปีกสวรรค์ 4 ปีกเข้าไปแล้วและเขา
กำลังจะได้รับชัยชนะ 20 ครั้งซ้อน”
“ฮ่าๆ เขาอาจจะกลายเป็นปีศาจปีกสวรรค์ส 4 ปีกที่อ่อนแอที่สุดก็
เป็นได้!”
อย่าดูถุกหนูดำ เขามีความสามารถมากเช่นกัน เพียงว่าเขาเป็นคนขี้
ขลาดจนเกินไปก็เท่านั้น ผู้มาใหม่เหล่านี้ดูโง่งมและไร้เดียงสาเกินไป ข้ารู้
ว่าเด็กหนุ่มผู้มาใหม่บนเวทีเพิ่งจะ ‘ไร้ผู้ต้านอย่างสมบูรณ์’ ได้ครึ่งเดือน
หรือมากกว่านั้นในชั้นหนึ่ง ชายหนุ่มเหล่านี้มักจะหยิ่งยโสและเต็มไปด้วย
จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้และเลือดพล่าน พวกเขาไม่รู้ว่าน้ำในหอคอย
แยกนภานั้นลึกเพียงใด ไม่ช้าก็เร็ว พวกเขาจะทนทุกทรมานเพราะมัน”
“อืม ข้าหมายถึง เพียงแค่มองไปที่หลานซิง เขาเองก็ ‘ไร้ผู้ต้านอย่าง
สมบูรณ์’ เช่นกัน แต่แล้วเขาก็ปิดด่านฝึกตนที่ชั้นสองตลอดทั้งปี ความ
หยิ่งยโสของหลานซิงไม่ใช่เรื่องผิด เขามีเจ้าสมบัติที่จะทำเช่นนั้นได้ เมื่อ
เทียบกับหลานซิง เด็กที่อยู่บนเวทีก็ห่ามเกินกว่าอีก… ”
มีน้อยคนที่มองหลินหมิงในแง่ดี แม้ว่าจะเป็นความจริงที่เขาเป็นผู้มี
พรสวรรค์มาก แต่ก็ยังเป็นมือใหม่ ทั้งอายุและการบ่มเพาะของเขายังไม่
เพียงพอ เขาต้องระงับอารมณ์ในการต่อสู้ ในหอคอยแยกนภา ผู้ที่กล้า
หาญและประมาทเกินไป ก็ตายไวที่สุด
“ฮ่าฮ่า เจ้าหนู ไม่ต้องกังวลมากเกินไป ข้าจะออมมือให้กับเจ้าเอง”
อิมชุดคลุมดำลูบมือขณะที่เขามองหลินหมิงจากหัวจรดเท้า ดวงตาสีดำ
ของเขาหรี่ลง เขามีผิวสีดำคล่ำ เขาดูเหมือนหนูดำที่น่าเศร้าไม่ผิดเลย
หลินหมิงหยิบหอกแห่งดาวหางม่วงออกมาอย่างเยือกเย็น สายฟ้า
สาดประกายบนปลายหอก
สายตาของหลินหมิงจ้องไปบนไหล่ของอิมป์ชุดคลุมดำ เขาเห็นได้ชัด
ว่ามีรอยสักปีศาจสวรรค์อยู่ตรงนั่น รอยสักนี้มีปีกสองคู่ คู่ที่สองพร่ามัวยิ่ง
กว่าคู่แรก
“รอยสักปีศาจปีกสวรรค์ 4 ปีก… เขามีพลังงานนรกมาก 10 เท่ากว่า
ที่ข้ามีในตอนนี้เสียอีก ถ้าข้าได้ครอบครองมัน ก็จะช่วยข้าประหยัดเวลา
ไปเยอะ”
ขณะที่หนูดำกำลังคิดว่าหลินหมิงเป็นเหยื่อของเขา หลินหมิงก็คิด
เช่นเดียวกันกับหนูดำ
“การต่อสู้ เริ่มได้!” ผู้ตัดสินตะโกนออกมา
หนูดำหยิบฝักกระบี่สองอันออกมาจากแหวนมิติ “เจ้าหนู สบายใจได้
การโจมตีของข้าจะไม่เจ็บปวดเกินไป”
หนูดำหัวเราะคิกคัก ทันใดนั้น ดวงตากลมโตของเขาสาดประกาย
ด้วยจิตสังหารที่หนาแน่น – อาณาเขตสลายวิญญาณ!
วูปป!
สิ่งแวดล้อมโดยรอบได้เปลี่ยนไป ในเวทีสังเวียนพลังงานนรกที่
หนาแน่นเต็มไปในอากาศ ราวกับว่าสังเวียนได้กลายเป็นสมรภูมิรบอาชู
ร่าที่ล้อมรอบผู้ชม ในตอนนี้ ทุกคนได้ยินเสียงโหยหวนที่ไม่มีวันสิ้นสุดของ
นรก พวกเขาทั้งหมดเข้ามาในภาพลวงตารอบนอกนี้
“อาณาเขตสลายวิญญาณ คือทักษะสังหารของหนูดำ เมื่อเขาใช้มัน
มันจะครอบงำจิตวิญญาณของทุกคนภายในหนึ่งร้อยก้าว ถ้าความ
เสียหายที่เบาสุด คนนั้นจะกลายเป็นคนปัญญาอ่อน ถ้าได้รับความ
เสียหายหนัก คนผู้นั้นก็จะตกตายไป สหายผู้นี้ต้องการจะเอาชีวิตของผู้
มาใหม่อย่างแท้จริงเป็นแน่”
“อืม แม้ว่าการบ่มเพาะของผู้มาใหม่จะไม่สูงเกินไป แต่ความสามารถ
ของเขาก็น่ากลัวเกินไปอยู่ดี จริงเขาสามารถทำให้เกิด ‘ไร้ผู้ต้านอย่าง
สมบูรณ์’ ทั้งที่อยู่เพียงขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้นเท่านั้น หนูดำจึงไม่
ต้องการให้ปัญหาเกิดขึ้นในอนาคตนั่นเอง”
“ฮ่าฮ่า อัจฉริยะของมนุษย์กำลังจะตกตาย! ดี! ดีมาก!”
มีอัจฉริยะนับไม่ถ้วนที่ตกตายไปในหอคอยแยกนภา มันไม่ใช่แค่
หลินหมิงเท่านั้น บางทีพรุ่งนี้ ทุกคนจะลืมใบหน้าของหลินหมิงไปแล้วก็
เป็นได้
ขณะที่ทุกคนกำลังพูดถึงหลินหมิง เขาก็ยืนนิ่งอยู่บนเวทีโดยไร้ซึ่งการ
เคลื่อนไหวใดๆ
“เจ้าหนู ถ้าเจ้าต้องการโทษใครสักคนแล้ว ก็จงโทษตัวเองที่มี
พรสวรรค์มากเกินไปเถิด ข้าก็ถูกบังคับให้ทำเช่นนี้ ดังนั้นอย่าโทษข้าเมื่อ
เจ้ากลายเป็นผีแล้ว” หนูดำหัวเราะคิกคัก ร่างของเขาราวกับภูติผีใน
ขณะที่เขาวิ่งไปหาหลินหมิง ดาบสั้นของเขาพุ่งไปที่ลำคอของหมิงหมิง
แต่ในเวลานี้ สายตาของหลินหมิงก็สาดประกายเจิดจ้า หอกแห่งดาว
หางม่วงในมือของเขาพุ่งออกไปราวกับแส้!
วูซซ!
“อะไรกัน!?”
หนูดำตกตะลึงอย่างหนัก เขาคิดว่า แม้จิตวิญญาณของหลินหมิงจะ
ไม่ถูกทำลาย แต่เขาก็ควรจะตกอยู่ในห้วงลึกของภาพมายา โดยไม่มี
ความสามารถในการต่อต้านเขา เขาไม่เคยคิดว่าหลินหมิงจะสามารถตอบ
โต้ได้เช่นนี้
“กระบี่สลายวิญญาณ!”
กระบี่ของหนูดำได้เปลี่ยนมุม เขาได้ใช้พลังจิตวิญญาณทั้งหมดเข้าไป
ในใบมีด ฟันไปยังหอกแห่งดาวหางม่วง
เปล้ง!
กระบี่กระเด็นออกจากมือของหนูดำ และหนูดำลอยกระเด็ดไป
เหมือนลูกบอลโดยหอกของหลินหมิง!
ในขณะเดียวกันการโจมตีวิญญาณของหนูดำแผ่กระจายไปในทะเล
ทางจิตวิญญาณของหลินหมิงผ่านการปะทะกับหอกแห่งดาวหางม่วง มัน
พุ่งเข้ามาดั่งพายุฝนฟ้าคะนอง รุนแรงและอันตราย!
แต่ในวินาทีต่อมา การโจมตีจิตวิญญาณนี้ได้สลายไปอย่างสมบูรณ์
กระแสวังวนของเจตจำนงแห่งนักสู้วัฏสงสาร ไม่เหลือแม้แต่ร่องลอย
หลินหมิงรู้อยู่แล้วว่าหนูดำเก่งในด้านการโจมตีทางจิตวิญญาณ เมื่อ
ตอนที่หนูดำได้ทำให้ทุกคนในสถานบริการของนักสู้หมดสติไป มันก็เป็น
เพราะการโจมตีทางจิตวิญญาณของเขาเช่นกัน