Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 538 ความแข็งแกร่งของปีศาจปีกสวรรค์ 4 ปีก
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 538 ความแข็งแกร่งของปีศาจปีกสวรรค์ 4 ปีก
ปังง!
หนูดำชนเข้ากับพื้นอย่างรุนแรง บดขยี้กระเบื้องทั้งหมดที่อยู่ข้างใต้
ร่างของเขา ครึ่งหนึ่งของร่างหนูดำ ติดอยู่ในก้อนซากปรักหักพัง
นักสู้หลายร้อยคนที่ได้เห็นเหตุการณ์นี้ต่างสับสน พวกเขาคิดว่าหนู
ดำจะเป็นฝ่ายชนะได้อย่างง่ายดาย แต่ผลที่ได้ก็เกินความคาดหมายของ
พวกเขาอย่างยิ่ง หลินหมิงพุ่งหอกของเขาและส่งหนูดำลอยกระเด็นไปจม
อยู่ในพื้นครึ่งร่าง
แม้ว่าหนูดำเป็นคนขี้ขลาดและตัวตนก็ไม่ดีนัก ความจริงก็คือเขา
ยังคงเป็นอัจฉริยะจากนิกายอิมป์ระดับ 5 เมื่อเขาใช้อาณาเขตสลาย
วิญญาณแล้ว มันก็แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะมีผู้ใดป้องกันได้ มีหลายคนที่
อาศัยอยู่บนชั้นสองเป็นเวลานาน แต่ก็ยังไม่เต็มใจที่จะเผชิญกับอาณาเขต
สลายวิญญาณของหนูดำ พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้มาใหม่น่าจะสามารถ
โต้กลับได้เช่นนี้
“บัดซบ มันเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร!?” หนูดำกระโดดขึ้นมาจากซาก
ปรักหักพัง ใบหน้ารอยเหี่ยวย่นของเขาเต็มไปด้วยโหลิตและเขารู้สึก
วิงเวียนเล็กน้อย
ในเวลานี้ มีประแสเสียงปราณแท้จากคนยักษ์ส่งไปหูของหนูดำ
“หัวหน้า ท่านเป็นอันใดหรือไม่?”
“บัดซบ ความแข็งแกร่งของเจ้านี่แปลกประหลาดเกินไป แม้กระทั่ง
มนุษย์หมาป่าในระดับเดียวกันก็เป็นเพียงแค่ขยะต่อหน้าของเขาเท่านั้น”
หนูดำตอบอย่างฉุนเฉียวด้วยการส่งกระแสเสียงปราณแท้กลับไป
หลินหมิงเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาผู้ที่เขาเคยต่อสู้ด้วยอย่าง
แท้จริง เพียงแค่เด็กหนุ่มขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้นก็สามารถกวาดเขา
ด้วยหอกจนกระเด็นไปอย่างง่ายดายได้แล้ว ถ้าหนูดำไม่ได้ใช้ปราณปีศาจ
เพื่อปกป้องข้อมือของเขา การโจมตีครั้งนั้นคงจะหักมือของเขาไปแล้ว
“เด็กคนนั้น… เขาไม่บาดเจ็บหรือ? ถึงแม้ว่าการโจมตีของข้าจะ
กระเด็นกลับมาก็ตาม แต่อาณาเขตสลายวิญญาณของข้าก็ทะลวงเข้าสู่
ทะเลทางจิตวิญญาณของเขาไปได้ แม้แต่ผู้ทรงพลังขั้นหลอมรวมแก่นแท้
ก็น่าจะได้รับความเสียหายทางจิตวิญญาณบ้างแน่!” หนูดำถามคนยักษ์ชุด
คลุมดำขณะที่เขาเหลือบมองหลินหมิง เมื่อเขาถูกส่งลอยกระเด็นออกไป
โดยหอกเขา ในตอนนั้นเขาไม่สามารถสังเกตเห็นสิ่งใดเลย แต่ตอนนี้ เมื่อ
เขามองไปยังหลินหมิงยืนไม่ไหวติ่ง เขาจึงไม่สามารถบอกได้ว่าเขาทำ
ความเสียหายให้กับหลินหมิงได้มากเพียงใด
“เขาต้องเก่งในการป้องกันการโจมตีของวิญญาณเป็นแน่ ข้าไม่เห็น
ว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บ… “คนยักษ์ชุดคลุมดำพึมพำ หลังจากหลินหมิงได้
โจมตีหนูดำ เขาก็ยืนอยู่ที่นั่นบนเวทีไม่ไหวติงอีกเลย ไม่มีแสงที่ดูว่างเปล่า
หรือเคร่งเครียดในดวงตาของเขาเลย
หนูดำเจอตอเข้าจริงๆแล้วงานนี้!
หนูดำบ่นในใจ ถ้ายืนอยู่ที่ริมแม่น้ำนานเกินไป รองเท้าก็ต้องเปียก
หนูดำยังคงเลือกผู้มาใหม่เพื่อท้าทายและในวันนี้เขาก็ตกอยู่ใน
สถานการณ์วิกฤติเช่นนี้จนได้ แต่ถ้าเขาไม่ได้เลือกผู้มาใหม่มันจะเป็นไป
ไม่ได้ที่จะชนะได้ถึง 20 ครั้งเช่นกัน เขาคงจะถูกทำลายโดยผู้อื่นไปนาน
แล้ว
ในท้ายที่สุด ภายในหอคอยแยกนภา ผู้คนย่อมใช้ความแข็งแกร่ง
แทนการพูด
ที่นี่ ความแข็งแกร่งคือทุกสิ่งทุกอย่าง
หลินหมิงกระชับหอกแห่งดาวหางม่วงและเดินไปข้างหน้า
ในทุกย่างก้าว ทุกคนในกลุ่มผู้ชมก็หายใจด้วยอย่างเหน็บหนาว
ในตอนนี้พวกเขาได้เห็นจริงๆแล้วว่าไม่มีความเสียหายใดเกิดขึ้นกับหลินห
มิงเลย
หนูดำไม่ถือว่าแข็งแกร่งเกินไปในชั้นสอง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า
เขาง่ายที่จะจัดการได้ มีนักสู้จำนวนมากที่นี่ ที่ไม่กล้าต้านทานการโจมตี
ทางจิตวิญญาณของหนูดำโดยตรง แต่หลินหมิงทำได้อย่างง่ายดายอย่าง
ยิ่ง มันผิดปกติเกินไป
หนูดำสีหน้ามืดมน การต่อสู้ได้มาถึงครั้งสุดท้ายในแผนของเขาแล้ว
ไม่มีทางที่เขาจะยอมพ่ายแพ้ที่นี่ได้ เพราะหากเขาพ่ายแพ้ ชัยชนะ
ต่อเนื่อง 20 ครั้งซ้อนของเขาจะสิ้นสุดลงทันที ไม่เพียงแต่เขาจะไม่ได้รับ
แต้มสังหาร แต่เขาก็จะสูญเสียพลังงานนรกที่เขาได้พยายามสะสมไว้
ในช่วงสามปีที่ผ่านมาอีกด้วย
นี่เป็นความปราชัยที่เขาย่อมไม่อาจจะทนได้!
“จ้าหนู เจ้าบังคับให้ข้าต้องทำเช่นนี้!” ใบหน้าของหนูดำสาดประกาย
แสงแปลกๆ ผิวย่นบนใบหน้าของเขาบิดเข้าด้วยกัน
“ผลาญวิญญาณ – ทะเลแห่งจิตวิญญาณ… ปลดปล่อยถึงขีดจำกัด!”
หนูดำตะโกนออกมา ระหว่างดวงตาของเขามีรอยแตกสีดำปรากฏ
ขึ้น รอยแตกนี้สาดประกายแสงสีดำ มันเหมือนตาที่สาม
“หนูดำผลาญวิญญาณของเขา ดูเหมือนว่าเขาวางแผนที่จะทุ่มสุดตัว”
การผลาญวิญญาณเป็นทักษะเฉพาะสำหรับนักสู้ที่ต่อสู้ด้วยพลังจิต
วิญญาณ และราคาที่ต้องจ่ายสูงกว่าการผลาญปราณโลหิตเสียอีก เมื่อมี
การผลาญปราณโลหิต พวกเขาสามารถจ่ายราคาที่สูงในการฟื้นฟูมันกลับ
มาด้วยวิธีการต่างๆ แต่ถ้าผู้ใดผลาญวิญญาณ มันเป็นการยากอย่างยิ่งที่
จะฟื้นตัว มันจะสร้างความสูญเสียถาวรในจิตวิญญาณของพวกเขา วิธี
เดียวที่จะฟื้นฟูได้ คือต้องมีโอสถฟื้นฟูจิตวิญญาณระดับสูงเท่านั้น แต่
โอสถที่มีค่าเหล่านี้ ไม่ด้อยค่าไปกว่ารากมังกรนิพพานเลย
หลังจากการผลาญพลังวิญญาณของเขาแล้ว ออร่าของหนูดำก็พุ่ง
ทะยานขึ้น รูปร่างหน้าตาของเขาเปลี่ยนไป ใบหน้าย่นของเขากลายเป็น
เรื่องแปลกประหลาดอย่างมากและมีสองเขี้ยวที่ปากของเขา ดวงตาของ
เขาเปลี่ยนเป็นกระหายเลือด เขาดูไม่ต่างจากสัตว์ร้าย
“พายุวิญญาณ!”
หนูดำตะโกนขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างบ้าคลั่ง กระแสวังวนอันน่า
สะพรึงกลัวของพลังจิตวิญญาณก่อตัวเป็นพายุ นักสู้บริเวณใกล้เคียง
ทั้งหมดช่วยไม่ได้ที่จะต้องถอยออกมา เกรงว่าพวกเขาจะโดนการโจมตีนี้
ไปด้วย ไม่ว่าอย่างไร มันมิใช่เรื่องตลกเลย ถ้าจิตวิญญาณของพวกเขา
ได้รับบาดเจ็บไปด้วย
“เป็นพายุวิญญาณที่น่าประทับใจยิ่งนัก”
“แม้คลื่นกระแทกก็น่ากลัวแล้ว ความรู้สึกนี้ทำให้ข้านึกถึงตอนที่ข้า
ยังเป็นปุถุชนอยู่ ราวกับว่าข้ากำลังยืนอยู่ท่ามกลางพายุหิมะในฤดูหนาว
โดยไม่มีเสื้อผ้า”
มีหลายคนที่คิดว่าหนูดำอ่อนแอ แต่เมื่อพวกเขาเห็นการโจมตีที่
รุนแรงและเผด็จการนี้ พวกเขาต่างก็ต้องสีหน้าซีด พวกเขาช่วยไม่ได้ที่จะ
สงสัยว่า หากตนยืนอยู่บนเวทีเผชิญหน้ากับพายุวิญญาณนี้ พวกเขา
สามารถต้านทานมันได้หรือไม่?
เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้ก็ถึงกับต้องเสียวไปถึงสันหลัง
ครึ่น ครึ่น ครึ่น!
พายุสีม่วงที่ยิ่งใหญ่พุ่งมายังหลินหมิงราวกับกับสัตว์อสูรที่บ้าคลั่ง
เสียงกรีดร้องแหลมเล็กผสมอยู่ภายใน มันราวกับว่าเวทีต่อสู้ทั้งหมดได้
กลายเป็นนรกอาชูร่า!
ร่างของหมิงหมิงถูกห่อหุ้มอยู่ในพายุนี้ หายไปอย่างสมบูรณ์
หนูดำใช้กระบี่สั้นทั้งสองและพุ่งไปข้างหน้า เบื้องหลังเขา เงาปีศาจ
ยักษ์ปรากฏขึ้น เงาตัวนี้มีดวงตาสีแดงฉา มี 2 เขี้ยวคมและยาว
แต่ขณะที่พายุพุ่งมายังหลินหมิงได้เพียงครึ่งทาง จู่ๆมันก็ได้ถูกผ่า
ออก แสงสีม่วงพุ่งผ่าออกไปราวกับอุกกาบาตทะลวงเป็นช่องว่าง มุ่งตรง
ไปยังหนูดำ!
หลังจากที่ผลาญวิญญาณ หนูดำไม่สามารถที่จะขยับตัวหลบได้อีก
ร่างของเขาสั่นสะท้านในทันที!
ปุ!
มีรูโลหิตปรากฏบนหน้าผากของหนูดำ แสงสีม่วงทะลุผ่านหัวของเขา
ได้อย่างง่ายดาย!
อย่างไรก็ตาม พลังจากที่พายุวิญญาณที่หนูดำส่งไปยังหลินหมิง เมื่อ
มันกระทบหลินหมิง มันก็ราวกับสายลมฤดูใบไม้ที่ผลิอ่อนโยนแทบจะไม่มี
ผลกระทบอันใดเลย
การต่อสู้สิ้นสุด
ปังง!
หนูดำทรุดตัวลงกับพื้นมีโลหิตจำนวนมากไหลออกมาจากหน้าผาก
ของเขา
“หลินหมิง… เป็นฝ่ายชนะ!”
ผู้ตัดสินประกาศต่อ หลังจากหยุดชั่วขณะ ผู้ชมต่างตกอยู่ในความ
เงียบงัน
หนูดำถูกสังหารโดยหลินหมิงเพียงกระบวนท่าเดียว นี่ไม่น่าแปลกใจ
อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการป้องกันของหนูดำและทักษะในการ
ต่อสู้ในระยะประชิดอ่อนแออย่างยิ่ง
แต่สิ่งที่พวกเขาไม่สามารถจินตนาการได้คือ พายุวิญญาณที่น่า
สะพรึงกลัวที่หนูดำได้ปลดปล่อยออกมากลับไม่สามารถทำร้ายหลินหมิง
ได้ สหายผู้นี้ไม่มีจิตวิญญาณหรือ? หรือว่าเขาเป็นผู้ที่มีภูมิคุ้มกันการโจมตี
ทางจิตวิญญาณอยู่แล้ว?
“มันเป็นไปได้หรือไม่ที่เด็กนี้มีร่างกายพิเศษบางอย่าง? ความ
แข็งแกร่งและร่างกายของอิมป์อ่อนแอกว่าปีศาจยักษ์ ในแง่ของกฏและ
ความเข้ากันได้กับวิถีพวกเขาด้อยกว่าเพียงเฟย์เท่านั้น แม้การรับรู้ของ
พวกเขาจะด้อยกว่ามนุษย์ แต่ในแง่ของพลังจิตวิญญาณ พวกเขาจะไม่
เป็นสองรองใครภายในทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ หนูดำนี้ยังได้ศึกษาการโจมตี
ทางวิญญาณแบบพิเศษอีกด้วย ดังนั้นผลลัพธ์ในการโจมตีของเขาจะ
ออกมาเป็นเช่นนี้ได้อย่างไรเล่า?”
‘อย่าประเมินเขาต่ำไป สหายผู้นี้ ถึงแม้ว่าเราจะเอาการป้องกันจิต
วิญญาณระดับสัตว์ประหลาดของเขาออกไป แต่ก็ยังคงมีความแข็งแกร่ง
ของปีศาจปีกสวรรค์ 4 ปีกอยู่ดี ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหตใดเขากล้าจึงที่จะ
ยอมรับความท้าทายของหนูดำ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา หนูดำได้สะสม
พลังงานนรกไว้อย่างมาก สหายผู้นี้ได้รับผลประโยชน์อย่างมหาศาลเลย
ทีเดียว
ขณะที่นักสู้โดยรอบได้พูดคุยกัน พลังงานนรกส่วนใหญ่ภายในร่าง
ของหนูดำ กลายเป็นกระแสความร้อนที่ไหลเข้าสู่ร่างของหลินหมิง
วูปป!
จากหัวจรดเท้าของเขา พลังงานนรกท่วมท้นร่างกายไปหมด
พลังงานนรกนี้มีปริมาณเป็นสองเท่าเก่าแต่ก่อนและเข้มข้นมากขึ้นหลาย
เท่า แม้ว่าหมินหมิงมีความสงบอย่างยิ่ง พลังงานนรกที่พุ่งพล่านก็ยังทำให้
ความคิดหุนหันพลันแล่น มันราวกับความปรารถนานับไม่ถ้วนในหัวใจ
ของเขากำลังพองโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
“เป็นพลังงานนรกที่มากมายยิ่งนัก!”
หลังจากหลินหมิงได้ดูดซับพลังงานนรกแล้วเขาก็มองไปยังรอยสัก
ปีศาจสวรรค์บนแขนของเขา เขาเห็นว่าคู่แรกของปีกกลายเป็นรูปแบบที่
สมบูรณ์ และมีแม้กระทั่งเค้าร่างคลุมเครือของคู่ที่สองด้วย ถ้าเขาได้รับ
พลังงานนรกปริมาณเท่านี้อีกครั้ง ปีกคู่ที่สองจะปรากฏชัดเขนขึ้น เมื่อถึง
เวลานั้น หลินหมิงก็จะเป็นปีศาจปีกสวรรค์ 4 ปีกที่แท้จริง
“ด้วยพลังแห่งนรกนี้ข้าสามารถฝึกฝน ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้าง
ผลาญ’ ได้ผลสองเท่าและพยายามเพียงครึ่งเดียว”
หลินหมิงสูดลมหายใจเข้าลึกและสงบจิตใจที่กระวนกระวายใจ เขา
สะบัดนิ้วมือและมีหมอกโลหิตระเบิดออกมาจากซากศพของหนูดำ มัน
ค่อยๆกลายเป็นผนึกดูดกลืนโลหิต ก่อนที่จะบินไปในมือของหลินหมิง
แม้แต่แหวนมิติของหนูดำ ก็ถูกยึดครองโดยหลินหมิง หลินหมิงเฝ้า
รอที่จะค้นแหวนมิติของหนูดำ เขาอยากรู้เรื่องทักษะลับในการฝึกฝนจิต
วิญญาณของเผ่าอิมป์
“เขายังใช้กระทั่งปราณโลหิตของคนตายเพื่อสร้างผนึกโลหิต เคล็ด
บ่มเพาะของเด็กนี่ไร้ความปราณีอย่างยิ่ง”
“เขาและเฟย์ หลานซิงเป็นทั้งดาวรุ่งของสังเวียนในวันนี้ ทั้งสองเป็น
ผู้มาใหม่ที่มีพรสวรรค์ที่สูง และทั้งสองมีความแข็งแกร่งของปีศาจปีก
สวรรค์ 4 ปีก แต่หลินหมิงผู้นั้นน่าจะแข็งแกร่งกว่า หลานซิงได้ปิดด่าน
ฝึกฝนเป็นเวลาหนึ่งปีหลังจากเข้าสู่ชั้นสองก่อนที่เขาจะมีพลังเช่นนี้ แต่
หลินหมิงก็ไม่ได้ทำเช่นเขาและขึ้นสังเวียนทันทีที่มาถึง! มันจึงน่า
หวาดกลัวยิ่งกว่า!”
……………
“หลินหมิงแข็งแกร่งกว่าข้าอีกหรือ? ฮ่าฮ่า น่าสนใจยิ่งนัก! หลังจาก
หลานซิง ได้รับชัยชนะ 3 ครั้งซ้อนแล้ว เขาก็ไม่ได้ออกจากเขตสังเวียน
กลับกัน เขาอยู่ดูการต่อสู้ของหลินหมิง เขาไม่ได้คิดว่าหลินหมิงจะมีดีอัน
ใดในตอนนั้นเลย เขาคิดว่าหลินหมิงจะพินาศภายใต้เงื่อมือหนูดำ แต่เขา
ไม่คิดว่าผลที่ออกมาจะกลับกลายเป็นเช่นนี้ได้
“พวกเขาคิดว่าข้าแข็งแกร่งพอๆกับหลินหมิง พวกเขาคิดว่าข้าใช้
เวลาฝึกฝนหนึ่งปีเมื่อข้าเข้ามายังชั้นที่สอง ก่อนที่ข้าจะสามารถมีพลังเท่า
หลินหมิง หึ คนโง่เขลาเหล่านี้มิได้ตระหนักเลยว่า ข้ามีพลังของปีศาจปีก
สวรรค์ 4 ปีกตั้งเมื่อปีที่แล้ว ถ้าเป็นเช่นนั้นกับที่คนเหล่านี้คิดจริงๆ แล้ว
การฝึกฝนของข้าหนึ่งปีจะมิเสียเปล่าหรอกหรือ?
ริมฝีปากของหลานซิงบิดเบี้ยวและดวงตาของเขาสาดประกายด้วย
จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้
เขาได้ตัดสินใจแล้วว่า เขาจะต่อสู้กับหลินหมิง
แต่ตอนนี้ หลินหมิงเพิ่งเสร็จสิ้นการต่อสู้ มันไม่สำคัญว่าเขาสูญเสีย
ปราณแท้ไปเล็กน้อยเพียงใด หลานซิงต้องการเอาชนะหลินหมิงภายใต้
สภาวะที่เขาพร้อมที่สุด เพื่อที่จะไม่มีใครสามารถหาข้ออ้างมาแก้ตัวได้อีก
“เผ่าเฟย์ของข้า จักรพรรดิแห่งเผ่าเฟย์ ได้ก้าวข้ามกระดูกของ
อัจฉริยะนับไม่ถ้วนเพื่อที่จะขึ้นครองบัลลังก์ของจักรพรรดิ ข้าหลานซิงเอง
ก็จะกลายเป็นจักรพรรดิแห่งเผ่าเฟย์ในอนาคต หลินหมิง เจ้าจะเป็นหนึ่ง
ในหินรองเท้าของข้า!”
หลานซิงเป็นอัจฉริยะจากนิกายเผ่าเฟย์ระดับ 5 โดยปกตินิกายระดับ
5 ชั้นสูงเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ แต่นิกาย 5 ชั้นสูงของที่นี่อยู่ห่างออกไป
เพียงไม่กี่ก้าวที่จะถึงจุดนั้น ตราบเท่าที่ผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิปรากฏ
ตัวขึ้นในนิกายนั้น นิกายจะสามารถใช้มันเป็นขั้นตอนสุดท้าย และ
ดำเนินการเปลี่ยนแปลงให้สมบูรณ์ได้
เป้าหมายของหลานซิงคือการกลายเป็นจักรพรรดิไร้เปรียบ ดังนั้น
เขาจึงเดินทางด้วยตัวเองเพื่อผจญภัยไปทั่วโลกค้นหาประสบการณ์เพิ่ม
ความทะเยอทะยานของเขาสูงส่ง เขาจะกลายเป็นผู้ที่ทำให้นิกายตนจะ
กลายเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์…