Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 539 ชนะ 3 ครั้งซ้อน
“มีผู้ใดต้องการที่จะท้าทายหลินหมิงอีกหรือไม่?”
ขณะที่หลินหมิงยืนอยู่บนเวทีสังเวียน ผู้ตัดสินชุดดำก็ได้ถามคำถาม
นี้แก่ฝูงชน
ปฏิกิริยาด้านล่างเวทีเหมือนไม่ค่อยมีพลัง ในการต่อสู้ของหลินหมิง
กับหนูดำ ความแข็งแกร่งของเขาได้เพิ่มขึ้นไปถึงระดับของปีศาจปีก
สวรรค์ 4 ปีกแล้ว ไม่เพียงแค่นั้น แต่ปัจจุบันหลายคนรู้สึกงงเกี่ยวกับภูมิ
ต้านทานแปลกๆของหลินหมิงดูเหมือนจะต้านการโจมตีทางจิตวิญญาณ
ได้ เมื่อเทียบกับความแข็งแกร่งของหลินหมิง ซึ่งเขามีพลังงานนรกที่
มากกว่าปีศาจปีกสวรรค์ 2 ปีกทั่วไปเสียอีก เมื่อเทียบกับผู้เชี่ยวชาญคน
อื่นๆในกลุ่มผู้ชม ระดับพลังงานแห่งนรกนี้ก็ไม่มีอะไรเลยเช่นกัน
แต่ไม่มีใครรู้ว่าหลินหมิงซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้อยู่อีกหรือไม่ ถ้า
พวกเขาต่อสู้กับหลินหมิงแม้ว่าพวกเขาจะชนะ พวกเขาก็ยังคงถูกบังคับ
ให้เปิดเผยไพ่ตายจำนวนมากแน่ หากพวกเขาเปิดเผยไพ่ตายให้กับคน
อื่นๆ มันก็จะยิ่งอันตรายมากกว่าจะเป็นเรื่องดี จำนวนพลังงานนรกที่พวก
เขาจะได้รับก็จะไม่คุ้มค่า
ดังนั้น ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากจึงไม่สนใจต่อสู้กับหลินหมิง
“นิกายแสงทองคำ ข้าสวีเฟิงต้องการที่จะต่อสู้!”
*徐峰=สวีเฟิง
มีเสียงตะโกนออกมาและชายร่างเล็กก็กระโดดขึ้นไปบนเวที
ผู้ชายผู้นี้เป็นนักสู้ของมนุษย์ เขาดูอายุประมาณ 20 ปี รอยสักปีศาจ
สวรรค์บนแขนของเขามีเพียง 2 ปีกเท่านั้น และมันก็ยังดูไม่ชัดเจนอีก
ด้วย
หลินหมิงตกตะลึง นี่เป็นครั้งแรกในหอคอยแยกนภาที่เขาจะได้ต่อสู้
กับนักสู้ของมนุษย์
“เจ้าไม่ใช่คู่มือของข้า” หลินหมิงสำรวจดูระดับการบ่มเพาะของสวี
เฟิง ด้วยออร่าที่ชายผู้นี้ปล่อยออกมา หลินหมิงจึงสามารถคาดเดาถึง
ขีดจำกัดความแข็งแกร่งของเขาได้อย่างรวดเร็ว
เขาอาจจะเท่ากับนักสู้ครึ่งก้าวสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ ความ
แข็งแกร่งเช่นนี้เมื่อเทียบกับอายุของสวีเฟิง มันจะทำให้เกิดความตื่น
ตระหนกไปภูมิภาคเขตแดนทางใต้ พรสวรรค์ของเขาเปรียบได้กับจ่า
นอวิ๋นเจียน เจ้าหญิงเพลิงตะวัน ของภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุและอัจฉริยะ
อื่นๆที่นั่น แต่ในหอคอยแยกนภา มันธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง
“ข้ารู้ว่า” สวีเฟิงกล่าวอย่างเฉยเมย “ข้ามาจากนิกายระดับ 4 ชั้น
ล่างสุด ข้าไม่สามารถหาใครในนิกายของข้า ในวัยที่สามารถเป็นคู่มือ
ให้กับข้าได้ ดังนั้นข้าจึงเดินทางท่องโลกหวังที่จะหาผู้ทรงพลังและ
แลกเปลี่ยนทักษะกับพวกเขา ข้าต้องการเข้าใจถึงช่องว่างที่อยู่ระหว่าง
เรา วันนี้ ข้าได้เห็นการต่อสู้ของพี่ชายหลิน และตอนนี้ ข้าได้ชื่นชมฝีมือ
ของพี่ชายหลินอย่างมาก ข้าหวังว่าข้าจะได้เห็นช่องว่างระหว่างเรา แต่ให้
ข้ากล่าวเช่นนี้ก่อน ข้านั่นยากจนอย่างยิ่ง ไม่มีของมีค่าติดตัวมากนัก
ดังนั้นข้าหวังว่าพี่ชายหลินจะอ่อนโยนกับข้าเล็กน้อย”
สวีเฟิงยิ้มอย่างเอียงอายและมีแสงแวบวับที่แหวนของเขา มันเป็น
แหวนมิติระดับฐพีขั้นต่ำทั่วไป
ขณะที่หลินหมิงได้ยินคำพูดของสวีเฟิง เขาก็ตะลึงชั่วครู่ก่อนที่เขาจะ
หัวเราะออกมา มันเป็นความจริง สวีเฟิงเห็นว่าหลินหมิงเป็นนักสู้ของ
มนุษย์ และหวังว่าถ้าพวกเขาต่อสู้กันหลินหมิงจะไม่ไร้ความปรานีเกินไป
นี่เป็นเหตุผลเดียวที่เขากล้าก้าวขึ้นไปบนเวที ที่จริง คนเช่นสวีเฟิงยากที่
จะอยู่บนชั้นสองของหอคอยแยกนภา คนเช่นเขาไม่ได้แสวงหาชัยชนะ
สำหรับพวกเขา การต่อสู้บนเวทีแม้แต่ครั้งเดียวก็เป็นประสบการณ์ที่หา
ยากและมีค่ามากอย่างยิ่งแล้ว
หลินหมิงถอนหายใจ ในฐานะหัวหน้าศิษย์ของนิกายระดับ 4 สวีเฟิง
ไร้เทียมทานกับสหายของเขาที่นั่น แต่หลังจากมาถึงหอคอยแยกนภา เขา
ก็มิได้แข็งแกร่งมากนัก ความแตกต่างยิ่งใหญ่เกินไป
ในอนาคตไกล ถ้าหลินหมิงสามารถบินไปในแดนเทวะ เขาก็จะมิตก
อยู่ในสถานการณ์ที่คล้ายกันหรือ?
ถ้าเขาเคยกลายเป็นผู้ที่สามารถสั่นสะเทือนโลกในทวีปนภารินไหล
และทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ เขายังจะต้องระมัดระวังในแดนเทวะอยู่อีก
หรือไม่?
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หลินหมิงรู้สึกกดดันมหาศาล เขาไม่เคยอิ่มเอมใจ
เกี่ยวกับความแข็งแกร่งของตัวเองเลย นี่เป็นเพราะเขาได้เห็นโลกภายใน
ที่น่าสะพรึงกลัวในลูกบาศก์ และเขารู้ว่าทั้งทวีปนภารินไหล ไม่มีอะไร
มากไปกว่าหยดน้ำในมหาสมุทร
“การต่อสู้ เริ่มได้!”
ผู้ตัดสินประกาศเสียงดังออกมา
“กระบี่สายลมว่างเปล่า!” สวีเฟิงตะโกนออกมา เขาใช้กระบี่แรกพุ่ง
ไปยังของอกหลินหมิง
หลินหมิงถอยกลับมาเพียงก้าวเดียว สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลาย
ล้างทันใดนั้นก็สาดประกายบนคมหอกแห่งดาวหางม่วง และเขาสามารถ
แบนทิศทางกระบี่ของสวีเฟิงได้อย่างง่ายดาย
“กระบี่แสงข้ามปฐพี!
“กระบี่ทะยานฟ้า!”
สวีเฟิงแสดงทักษะกระบี่ออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า กระบี่ของเขา
รวดเร็วอย่างยิ่ง ทักษะทั้งหมดของเขาไร้ข้อบกพร่อง คนที่อ่อนแอกว่า จะ
ได้พบแสงกระบี่นี้ไม่สามารถป้องกันได้ อย่างไรก็ตาม หลินหมิงใช้เพียง
หอกตัวเดียวเท่านั้นเพื่อตอบโต้ แม้ว่ามันจะดูช้า แต่มันก็เต็มไปด้วยพลัง
ความน่าเกรงขามของขุนเขา เมื่อกระบี่แสงของสวีเฟิงพุ่งเข้ามา มันก็ราว
กับสายลมที่พัดมาปะทะกับเนินเขา ไม่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ใดๆได้เลย
เปล้ง!
สวีเฟิงสามารถหลีกเลี่ยงหอกแสงของหลินหมิงได้ แต สายฟ้าปีศาจ
แห่งโลหิตทำลายล้างเฉียดผ่านข้างชายโครงเขาไป โลหิตไหลออกมาที่
ชายโครง และเขาก็ถอยกลับไปหลายก้าว
ขณะที่สวีเฟิงยังไม่มั่นคง หลินหมิงก็ก้าวไปข้างหน้า หอกแห่งดาว
หางม่วงดูเหมือนทะลุผ่านมิติขณะที่มันโผล่ไปข้างหน้าสวีเฟิงจ่อลำคอของ
เขาในพริบตา
ความเยือกเย็นแผ่ออกมาจากปลายหอก สวีเฟิงรู้สึกเสียวไปถึง
กระดูกสันหลัง ในเวลานั้น เขาคิดว่าตนเองจะต้องตกตายไปซะแล้ว
“ข้าแพ้แล้ว”
สวีเฟิงรู้ว่าหลินหมิงออมมือเพราะความแข็งแกร่งของเขาไม่ได้แสดง
ออกมาเท่าตอนที่ต่อสู้กับหนูดำ หลินหมิงมีพลังที่น่ากลัวอย่างแท้จริงที่
สามารถยั้งมือในกระบวนท่านสังหารของเขาเอาไว้ได้ ทักษะหอกเช่นนี้
เป็นแค่การเล่นของเด็กสำหรับเขาเท่านั้น
“เป็นการต่อสู้ที่ดี” หลินหมิงกล่าวพร้อมกับผสานมือคำนับคู่ต่อสู้
“หลังจากที่ข้าแข็งแกร่งขึ้น ข้าจะกลับมาขอท้าประลองกับท่านอีก
ครั้ง” สวีเฟิงกล่าวก่อนที่เขาจะกระโดดออกจากเวทีไป อย่างไรก็ตาม
พลังงานนรกในร่างกายของเขายังคงอยู่บนเวทีและค่อยๆไหลเข้าสู่ร่าง
ของหลินหมิง
ไม่ว่าจะฆ่าคู่แข่งหรือไม่ก็ตาม ตราบเท่าที่มีผู้ชนะ ก็จะได้รับพลังงาน
นรกมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้แพ้
พลังงานนรกของสวีเฟิงนั้นหากเทียบกับหนูดำ ก็ไม่อาจถือว่ามากนัก
หลังจากที่สวีเฟิงได้พ่ายแพ้ ผู้ตัดสินก็ถามว่ามีผู้ใดอยากจะต่อสู้
หลินหมิงต่ออีกหรือไม่ จากนั้น นักสู้อีกคนหนึ่งก็ได้ก้าวขึ้นไปบนเวที
นี่เป็นครั้งที่ 3
“มันไม่มีความหมายเลย!”
ในมุมหนึ่งของสังเวียน หลานซิงส่ายหัวและหันหน้าเดินจากไป ใน
ตอนแรกเขาอยู่ดูว่าหลินหมิงยังมีไพ่อันใดซ่อนอยู่บ้างอีกหรือไม่ และใคร
บางคนอาจบังคับให้เขาใช้มันออกมาได้ อย่างไรก็ตาม การต่อสู้ที่เขาเพิ่ง
ได้เห็นทำให้เขาผิดหวัง มันดูเหมือนว่าจะไม่มีผู้เชี่ยวชาญคนใดที่จะก้าว
ขึ้นเวทีในวันนี้
“ไม่เป็นไร ข้าจะรอจนกว่าการต่อสู้ของข้ากับเจ้าจะมาถึง และ
จากนั้นข้าเองจะทดสอบความแข็งแกร่งที่เจ้าซ่อนมันเอาไว้ด้วยตัวเอง ข้า
หวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้ข้าต้องผิดหวัง”
เมื่อหลานซิงคิดเช่นนี้ ริมฝีปากของเขาโค้งขึ้นด้วยรอยยิ้ม ขัดกับ
ใบหน้าที่หล่อเหลาและมีเสน่ห์ของเขา
………………
“หลินหมิงชนะ! ชนะ 3 ครั้งซ้อน! ในการปรากฏตัวครั้งแรกของ
หลินหมิงเขาได้รับชัยชนะ 3 ครั้งซ้อน! มีผู้มาใหม่สองคนที่ได้รับชัยชนะ
สามครั้งในการต่อสู้ครั้งแรก เป็นผลลัพธ์ที่น่าแปลกใจอย่างยิ่ง!” ผู้ตัดสิน
ชุดดำกล่าวว่าหลังจากหลินหมิงเอาชนะคู่ต่อสู้ทั้ง 3 ของเขาได้
ไม่ใช่เรื่องธรรมดาสำหรับผู้มาใหม่ที่ได้รับชัยชนะ 3 ครั้งซ้อนและ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสองคนที่จะปรากฏในวันเดียวเช่นนี้
“เจ้าจะสู้ต่อหรือไม่?” ผู้ตัดสินถามหลินหมิง
“ไม่” หลินหมิงส่ายหัว การเพิ่มความแข็งแกร่งของตนเองเป็น
กระบวนการที่ต้องทำอย่างช้าๆ หลินหมิงไม่ได้ห่วงเรื่องนี้ เขาวางแผนที่
จะพักอยู่ในหอคอยแยกนภาเป็นเวลานาน หลังจากการต่อสู้ทุกครั้งเ ขา
จะต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจและแยกแยะสิ่งที่ได้เรียนรู้มา
หลินหมิงก้าวออกมาจากเวทีและพบหญิงเผ่าเฟย์ที่เคยพาเขามาที่นี่
เขากล่าวว่า “โปรดพาข้าไปยังพื้นที่ฝึกฝนในหอคอยแยกนภาที”
“โอ้… ดี… ย่อมได้… ” หญิงสาวเผ่าเฟย์ตื่นตระหนกชั่วครู่หนึ่งก่อนที่
นางจะพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
หอคอยแยกนภาสูงหลายพันก้าว ทุกชั้นแยกเป็นสูงร้อยก้าวและ
ภายในถูกแบ่งออกเป็นโครงสร้างขนาดเล็กและซับซ้อนจำนวนมาก มี
ภายในอาคารนับไม่ถ้วน
หญิงเผ่าเฟย์ผู้นี้นำทางหลินหมิงมาอย่างยาวไกล พวกเขาเดินผ่าน
หลายชั้นและในที่สุดพวกเขาก็มาถึงพื้นที่ฝึกฝน
เมื่อหญิงเผ่าเฟย์เปิดประตูไม้ที่หนาออก หลินหมิงก็รู้สึกประหลาดใจ
เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ภายใน
ด้านหลังประตูไม้นี้มีเป็นเหวกว้างและลึก เหวนี้เป็นทรงกระบอก
และมีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 10 ลี้ เหวนี้ล้อมรอบไปด้วยกำแพงหินสี
ดำ กำแพงราบเรียบ และอาจเห็นได้ว่ากำแพงหินสีดำถูกแบ่งด้วยเส้น
บางๆ หากมองจากที่ไกลๆก้นเหวนี้ดูเหมือนว่าเป็นรังผึ้งที่หงายหน้าอยู่
หลินหมิงอยู่ที่ประตูบานเหล่านี้ ตำแหน่งของเขาอยู่ตรงกลางเหว
แห่งนี้
ขณะที่เขามองขึ้นไปข้างบน จะได้เห็นเหวที่ทอดยาวลงไปหลายพัน
ก้าว พลังงานของนรกมีจจำนวนมากและอากาศก็ยังไม่แจ่มใส่นัก
ขณะที่มองลงไปดวงตาของเขาก็หายไปในเหวที่มืดมิดและไม่มีที่
สิ้นสุดนี้ เขาไม่สามารถบอกได้ว่ามีสิ่งใดที่ด้านล่างนั้น แต่เขารู้สึกว่ามี
พลังงานนรกที่หนาแน่นที่แผ่ขึ้นมาจากด้านล่างได้ สายลมที่หนาวเย็นพัด
ขึ้นมาราวกับว่ามันสามารถแช่แข็งดวงวิญญาณได้ มันดูเหมือนว่าเหวมืดนี้
เป็นทางเข้าไปสู่นรก 18 ชั้น
“สถานที่ฝึกฝนถูกสร้างขึ้นในที่นี่” หลินหมิงเข้าใจในที่สุด อุโมงค์
ลึกลับขนาดใหญ่นี้ต้องเชื่อมไปยังหอคอยแยกนภาทั้งหมด สามารถที่จะ
นึกภาพท่อเหล่านี้โยงไปทั่วหอคอยแยกนภาได้เลย และคาดเดาได้จาก
ความลึกของนรกแห่งนี้ว่าตั้งอยู่ตรงกลางหน้าผาสูงตระหง่านของเมือง
ดาวเหนืออีกที
หญิงเผ่าเฟย์คาดเอาไว้แล้วว่าหลินหมิงจะต้องแปลกใจ นางยิ้มบางๆ
และอธิบายว่า “เหวแห่งนี้เป็นแหล่งกำเนิดของพลังงานนรก พลังงานนรก
ภายในเมืองดาวเหนือพุ่งขึ้นมาจากใต้ดินลึกนับหมื่นก้าว ยิ่งท่านลงไปลึก
เพียงใด พลังงานนรกก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น พื้นที่การฝึกฝนที่ลึกก็
ต้องจ่ายสูงขึ้น”
“แต่นักสู้ของชั้นสองของหอคอยแยกนภา สามารถเดินทางไปได้ลึก
ถึง 10,000 ก้าวเท่านั้น ลึกกว่านี้และพวกเขาก็อาจจะตายได้ ผมอยากจะ
เตือนท่านหลินว่า ถึงแม้ว่าเหวนี้จะดูกว้างขวางและว่างเปล่า แต่ความ
จริงก็คือมีกับดักและรูปแบบค่ายกลซ่อนอยู่มากมาย นอกจากนี้ ในที่แห่ง
นี้ยังจำกัดการบินอีกด้วย ถ้าท่านต้องการออกจากพื้นที่นี้และไปฝึกฝนที่
อื่น ท่านจะไม่สามารถเดินทางผ่านเหวได้ เจ้าต้องผ่านเส้นทางของ
หอคอยแยกนภา มิเช่นนั้นท่านอาจจะประสบกับอุบัติเหตุได้”
หญิงเผ่เฟย์กระพริบตา ดวงตาที่สดใสและสวยงามของนางเปล่ง
ประกาย
ไม่สามารถเดินทางผ่านเหว เพราะมันมีอันตรายมากมายตาม
เส้นทางนั้น เช่นนั้น ความปลอดภัยของพื้นที่ฝึกฝนเหล่านี้สามารถรับรอง
ให้พวกเขาได้ มันไม่ได้เหมือนสถานที่ให้บริการนักสู้ที่อาจมีสายลับเข้ามา
สอดแนมเมื่อไรก็ไม่รู้ เพียงจุดนี้จุดเดียวก็ทำให้หัวใจของหลินหมิงปิติแล้ว
เขามีความลับมากมายในร่างกาย
“ท่านหลิน ตรงนั่นคือที่ทำการลงทะเบียนสำหรับพื้นที่ฝึกฝนชั้นสอง
ถ้าท่านหลินต้องอยู่ที่นี่ โปรดลงทะเบียนที่สำนักงานทะเบียนก่อน” หญิง
เผ่าเฟย์ปิดประตูไม้และชี้ไปที่ห้องที่ไม่ไกลนัก
หลินหมิงมองที่สำนักงานทะเบียน มันเป็นอาคารหินที่เรียบง่ายและ
หยาบโลน ด้านนอกนั้นธรรมดาและมีเพียงแผ่นป้ายเดียวที่แขวนไว้เหนือ
ประตูทางเข้า มีสองคำที่เขียนด้วยหมึกโดยมือที่แข็งแกร่งและหนักแน่น
มันเขียนว่า ‘อาคารนักสู้’
ขณะที่หลินหมิงผลักเปิดประตูและเข้ามา เขาก็ชงัก อาคารนักสู้เป็น
เพียงพื้นที่เล็กๆเท่านั้น ชายวัยกลางคนผิวคล้ำนั่งอยู่หลังโต๊ะในห้องนี้ แต่
ด้านหน้าของเขา มีชายที่หล่อเหลาเผ่าเฟย์อยู่ เฟย์ผู้นี้คือหลานซิง
ขณะที่หลินหมิงเดินเข้ามา หลานซิงก็เพียงแค่ชำเลืองมองอย่าง
รวดเร็วก่อนที่จะหันกลับอีกครั้ง
“พื้นที่การฝึกฝนแรก ข้าต้องการจะเปิดห้องที่นั่นอีกปีหนึ่ง”
“อืม เช่นนั้นจำจะต้องจ่าย 1 แต้มสังหารและผลึกโลหิตปีศาจ
ระดับกลาง 500 ก้อน”
ในขณะที่หลินหมิงได้ยินคำว่า ‘ผลึกโลหิตปีศาจระดับกลาง 500
ก้อน’ เขาก็สูดลมหายใจเข้าลึก พื้นที่การฝึกฝนนี้มิใช่ถูกๆเลย! ต้องบอก
ว่าเมื่อเขาฆ่าหนูดำ ในแหวนมิติที่เขาได้รับมามีผลึกโลหิตปีศาจ
ระดับกลางไม่ถึง 2000 ก้อนเลยด้วยซ้ำ
ด้วยจำนวนเท่านี้ยังเพียงพอสำหรับฝึกฝนเป็นเวลา 3 ปีเท่านั้น
“ดี!” หลานซิงเอากล่องเล็กๆของผลึกโลหิตปีศาจออกมาจากแหวน
มิติ เขาชำเลืองมองไปยังหลินหมิงและยิ้มจางๆ