Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 550 สิงเทียน
ลึกลงไปในหุบเหวนรกที่เป็นแหล่งกำเนิดของพลังงานนรกทั้งหมด
ในห้องใต้ดินลึกมีพื้นที่มืดมิดส่องแสงระยิบระยับ ที่นี่ แสงเทียนสลัวส่อง
ลงไปในความมืดมิด พลังงานนรกที่นี่อุดมไปด้วยหมอกทะมึนหนารวมตัว
กันเป็นกลุ่มก้อน แสงเทียนส่องแสงผ่านทะลุระหว่างหมอกทะมึน มืดมิด
และน่าขนลุก
กลางห้องโถงมืดนี้โต๊ะยาวลอยอยู่ ณ ตอนนี้ มีแผ่นค่ายกลการต่อสู้
6 แผ่นอยู่บนโต๊ะ แผ่นค่ายกลการต่อสู้เหล่านี้อัดแน่นไปด้วยพลังงาน
และภาพร่างเงาเฟย์ได้ปรากฏขึ้นบนแผ่นค่ายกล
ฉากภาพมายาได้ลอยขึ้นเป็นการต่อสู้ของนักสู้ในหอคอยแยกนภา
ในแผ่นค่ายกล มีทั้งฉากการต่อสู้ของหลินหมิงและการต่อสู้ของหลานซิง
“ศิษย์พี่เซินกง นี้เป็นข้อมูลบุคคลทั้งหกที่ระบุไว้ในปัจจุบัน ท่านคิด
อย่างไร?”
ชายหน้าเหลี่ยม ดูมีอายุ 30 ปีได้เปิดปาก บนแขนของเขามีรอยสัก
ของปีศาจดุร้าย ขนาดของรอยสักใหญ่กว่านักสู้ทั่วไปหลายเท่า และทุก
เส้นสายมีความเด่นชัดมาก เมื่อนับเป็นรอยสักนี้ มันจะมีทั้งสิ้น 10 ปีก
รอยสักปีศาจปีกสวรรค์ 10 ปีกเป็นสัญลักษณ์ของผู้ปกครองระดับสูง
ของหอคอยแยกนภา
“ไป๋หลิงที่ชั้นสามและหลินหมิงชั้นสอง ทั้งสองต่างของขาด
ประสบการณ์มากเกินไป ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวพวกเขาเลย”
คนที่ตอบเป็นนักสู้ปีศาจยักษ์ เขายังมองดูราวชายวัย 30 ปีและร่าง
ของเขาพันด้วยโซ่หนา นอกจากนี้ยังมีรอยสักปีศาจปีกสวรรค์ 10 ปีกบน
แขนของเขา
ชายหน้าเหลี่ยมนึกครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “ถึงแม้ว่าทั้งสองคนนี้มีระดับ
การบ่มเพาะที่ต่ำ แต่ความสามารถของพวกเขาก็ไม่ธรรมดาเลย ถ้าเรา
ปล่อยให้พวกเขาพัฒนา ก็อาจจะสามารถคุกคามสถานะของเราใน
อนาคตได้”
ในหอคอยแยกนภา มีผู้ปกครองทั้งหมด 12 คนที่มีรอยสักปีศาจปีก
สวรรค์ 10 ปีก หากมีผู้ปกครองปีศาจศักดิ์สิทธิ์ใหม่เกิดขึ้นมา เช่นนั้นพวก
เขาก็จะมาแย่งความมั่งคั่งของเรา ผู้อาวุโสหลายคนของ ผู้ปกครองปีศาจ
ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ต้องการเห็นสถานการณ์นี้เกิดขึ้น
ในกรณีนี้เมื่อนักสู้ได้มาถึงรอยสักปีศาจสวรรค์ 8 ปีก ผู้ปกครองจะ
ส่งคนไปเจรจากับพวกเขา ถ้าเหล่านักสู้เหล่านี้เต็มใจที่จะยอมรับเงื่อนไข
พวกเขาอาจกลายเป็น ‘ราชทูตปีศาจ’ ภายใต้การควบคุมของพวกเขาและ
ทั้งสองฝ่ายก็น่าจะพึ่งพอใจ ถ้านักสู้ปฏิเสธ เช่นนั้นผู้ปกครองจะใช้พลังบัง
คบให้พวกเขาต้องพ่ายแพ้บนสังเวียนทำให้พวกเขาต้องสูญเสียพลังงาน
นรกเป็นจำนวนมาก
“ทั้งสองต้องอยู่ภายใต้การสังเกตอย่างใกล้ชิด คนที่ยากที่จะรับมือยัง
มีอีก 4 คนโดยเฉพาะคนที่เรียกว่า ต้ากู่ เขาเริ่มใกล้เข้ามาเรื่อยๆที่
กลายเป็นปีศาจปีกสวรรค์ 10 ปีกแล้ว! เขาจัไม่เต็มใจยอมรับเงื่อนไขของ
เราหรือ?”
ชายหน้าเหลี่ยมกล่าวว่า “ต้ากู่เป็นคนที่ดื้อรั้นมาก เขาก็ไม่สนใจกับ
ข้อความที่เราส่งให้เขา เมื่อครึ่งปีที่แล้วเราได้รวมตัวเหล่าบรรดาผู้มี
ชื่อเสียงปีศาจสวรรค์เจ็ดดาวที่ชั้นสาม และตอนนี้ เรามีกัน 5 คนแล้ว แต่
มีเพียงต้ากู่ที่ปฏิเสธไม่ยอมรับ รอยสักปีศาจสวรรค์ของเขามีถึง 8 ปีกแล้ว
ถ้าเขาเอาชนะผู้เชี่ยวชาญบางคนและมีโอกาสอีกสักนิด เช่นนั้นเขาก็จะ
กลายเป็นปีศาจปีกสวรรค์ 10 ปีก”
“หึ ความทะเยอทะยานของเขาค่อนข้างสูง เมื่อคิดว่าเขาอยากจะ
กลายเป็นปีศาจปีกสวรรค์ 10 ปีก พลังงานนรกที่มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆซึ่งได้ที่
รวบรวมไว้ในรอยสักปีศาจสวรรค์ของพวกเขาก็จะยิ่งยากที่จะสะสม
อย่างไรก็ตาม มันก็สามารถหายได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน ตราบเท่าที่เขา
พ่ายแพ้ เขาจะสูญเสียอย่างน้อย 60-70% ของพลังงานนรกทีมีอยู่”
ปีศาจยักษ์ที่ชื่อเซินกงเย้ยหยันขณะพูด
“ไม่เป็นไร แต่นอกเหนือจากต้ากู่ เราไม่สามารถลดการป้องกันให้กับ
คนอื่นได้เช่นกัน เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับพวกเขาด้วย”
“อืม… เราควรจะพยายามจัดการอีก 5 คนที่เหลือให้เร็วที่สุด เรา
ปล่อยไป๋หลิงให้กู่มู่เหลิงจัดการได้ สำหรับหลินหมิง ตั้งแต่ตอนที่เขาอยู่
บนชั้นสอง เราสามารถให้สิงเทียนจัดการเขาเช่นกัน… ”
ขณะที่ปีศาจยักษ์พูดถึงตรงนี้ เขาหยิบยันต์สื่อสารออกจากแหวนมิติ
ของเขา ด้วยการสบัดนิ้ว เปลวเพลิงได้ปรากฎขึ้นบนฝ่ามือของเขา
…
“ผู้ปกครองต้องการให้ข้าจัดการหลินหมิงหรือ?” สิงเทียนพึมพำ
ขณะที่เปลวไฟลุกประกายขึ้นมาตรงหน้าเขา เขากำลังทำการบ่มเพาะใน
ห้องลับของ ก็ได้มีเสียงของผู้ปกครองเซินกงเข้ามาในหูของเขา
หอคอยแยกนภาเป็นศูนย์รวมของความขัดแย้ง อีกในหนึ่ง หอคอย
แยกนภาก็เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจเช่นโอสถ เคล็ดบ่มเพาะ แผ่นค่ายกล
การต่อสู้และทรัพยากรอื่นๆ เพื่อดึงดูดนักต่อสู้ทั้งหมดของทวีปปีศาจ
ศักดิ์สิทธิ์มายังที่แห่งนี่และเข่นฆ่ากัน เนื่องจากอัจฉริยะเหล่านี้รวมตัว
พวกเขาจึงนำพาชะตากรรมมากมายให้เกิดขึ้นที่นี่ หลังจากที่พวกเขาจบ
ชีวิต โลหิตของพวกเขาจะซึมลงสู่พื้นดินและกลายเป็นปราณสำหรับ
พลังงานนรกของหอคอยแยกนภา
แต่ในทางกลับกัน ผู้ปกครองของหอคอยแยกนภาไม่ต้องการให้ผู้ท้า
ชิงของหอคอยจนได้รับประสบการณ์ที่จะเติบโตอย่างแท้จริง เพราะถ้า
พวกเขาทำสำเร็จ เช่นนั้นพวกเขาก็จะถูกคุกคามและพวกเขาก็จะต้องถูก
แย่งอำนาจออกไป
แผนการสำหรับ 12 ผู้ปกครองปีศาจศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องการให้เป็นก็คือ:
อัจฉริยะทุกคนของทวีปจะมารวมตัวกันที่หอคอยแยกนภา ที่นี่ พวกเขา
จะเข่นฆ่ากันไม่รู้จ้กจบจักสิ้นจนไม่มีผู้ใดเหลือ เหลือไว้ซึ่งสมบัติมหาศาล
และทรัพยากรที่สะสมไว้ตลอดชีวิตของพวกเขา ในขณะที่โลหิตของพวก
เขากลายเป็นน้ำที่หล่อเลี้ยงแหล่งพลังงานนรกของหอคอยแยกนภาต่อไป
หรือหากบุคคลใดเติบโตขึ้น เช่นนั้นพวกเขาก็จะเชื่อฟัง12 ผู้ปกครอง
และปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ใต้บังคับการของพวกเขา เพื่อดูแลเรื่องต่างใน
หอคอยแยกนภาให้แก่พวกเขาด้วย
ถ้าแผนนี้ไม่ได้ผล เช่นนั้นพวกเขาก็ังคับให้อัจฉริยะเหล่านี้ออกจาก
หอคอยแยกนภาก่อนที่จะกลายเป็นปีศาจปีกสวรรค์ 10 ปีก แม้ว่าพวก
เขาจะเอาพลังงานและความมั่งคั่งมหาศาลไปกับพวกเขาด้วย มันก็จะไม่
เป็นอันตรายต่อปรารพลังงานนรกของหอคอยแยกนภา
อาจกล่าวได้ว่าอัจฉริยะคนใดที่ปรารถนาจะเป็นผู้ปกครองปีศาจปีก
สวรรค์ 10 ปีกจะเป็นศัตรูของพวกเขา พวกเขาจะทำทุกอย่างเพื่อหยุดยั้ง
แม้ว่าจะหมายถึงการสังหารก็ตาม เกี่ยวกับนิกายใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง
อัจฉริยะเหล่านี้ ผู้ปกครองปีศาจปีกสวรรค์ 10 ปีกเป็นธรรมดาที่จะไม่ใส่
ใจหรือหวาดกลัวการแก้แค้นใดๆ เนื่องจากที่ราบโลหิตสังหารเป็นบริเวณ
ที่ต้องห้ามที่มีคำสาปลึกลับที่คงอยู่ในที่นี่ ผู้ทรงพลังระดับสูงจากภายนอก
ใด จะตกตายอย่างอนาถถ้าพวกเขามาถึง และแม้กระทั่งผู้ทรงพลังระดับ
จักรพรรดิก็ไม่มีข้อยกเว้นเช่นกัน
ด้วยวิธีนี้ 12 ผู้ปกครองปีศาจปีกสวรรค์ 10 ปีกจึงเป็นเผด็จการ
ประจำเมืองดาวเหนือ ที่นี่ พวกเขาเป็นพระเจ้า
“ข้าไม่ได้คาดหวังว่าหลินหมิงจะพัฒนารอยสักปีศาจสวรรค์ของเขา
จนมาถึงชั้นที่สองได้ อย่างน้อยก็เพียงพอแล้วที่ผู้ปกครองจะกังวลได้ ถ้า
เด็กคนนี้เติบโตขึ้น เขาอาจจะเป็นคู่ต่อสู้ที่น่าสนใจของข้า แต่… เพราะ
ผู้ปกครองได้มีคำสั่งลงมา ข้าก็ต้องกำจัดเขาเสีย”
สิงเทียนดับเปลวเพลิงด้วยมือของเขา และค่อยๆลุกขึ้นยืน ถ้าหลินห
มิงเป็นปีศาจยักษ์ เฟย์หรือแม้แต่เผ่าอิมป์ เช่นนั้น ผู้ปกครอง อาจจะ
พอใจที่จะร่วมมือกับเขามากขึ้น แต่มนุษย์ไม่ได้รับสิทธิ์พิเศษนี้
ในตอนนี้ เปลวเพลิงอีกดวงก็ได้ลุกขึ้นตรงด้านหน้าของสิงเทียน นี่คือ
ยันต์สื่อสารที่ส่งมาจากแม่มดดำ
เมื่อสิงเทียนได้ยินเสียงข้อความ เขาก็ยิ้ม “น่าสนุกยิ่ง นี่มันน่าสนใจ
ยิ่งนัก! ข้าไม่คิดว่าสหายหลินหมิงผู้นี้จะอยากเจอข้า!”
สิงเทียนเผยสีหน้าครุ่นคิด จากนั้นก็ก้าวเท้าออกจากห้องของเขาไป
…
…
มุมฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ชั้นสองของหอคอยแยกนภาเป็นพื้นที่ที่
อันตรายและเสื่อมโทรมที่สุด มันเป็นพื้นที่ที่ถูกทอดทิ้งซึ่งเป็นเหมือน
ทางเดินผ่าน ในขณะที่คนเดินผ่านถนน พวกเขาสามารถเห็นภัตตาคาร
และซ่องทุกประเภท แม้กระทั่งหญิงโสเภณีที่ยืนอยู่บนถนนโล่ง ก็ยัง
เปลือยกายเพื่อดึงดูดลูกค้าที่มีศักยภาพที่พอจะจ่าย ไม่มีข้อห้ามใดๆที่นี่
เลย
ในส่วนที่ลึกที่สุดของเขตนี้ มีภัตตาคารที่ได้รับการตกแต่งอย่าง
หรูหรา นักสู้กล่าวถึงสถานที่แห่งนี้ว่าเป็นภัตตาคารอาหารเที่ยงคืน
ภัตตาคารนี้กินเนื้อที่มากกว่าหนึ่งในสามของถนน
ที่นี่มีทาสสาวงามที่สุดในชั้นสองและนักร้องดีที่สุด มีห้องใต้ดินเต็ม
ไปด้วยสุราพันปี สมบัติอันยอดเยี่ยม วัตถุดิบและเนื้อที่ยอดเยี่ยมที่สุด
แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายในสถานประกอบการแห่งนี้แพงอย่างยิ่ง ไวน์
เพียงแก้วเดียวก็มีราคาหลายสิบหรือหลายร้อยหินลมปราณแท้
ระดับกลาง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของที่นี่
ไม่ใช่ผูัใดในชั้นสองจะมั่งคั่งพอจะเข้ามาที่แห่งนี้ได้
ภัตตาคารอาหารเที่ยงคืนไม่มีแขกมากนัก พวกเขาไม่ได้มีลูกจ้าง
พนักงานมากอีกด้วย
เมื่อหลินหมิงเข้าภัตตาคารครั้งแรก เขารู้สึกหัวใจสั่นไหว ที่ห้องโถง
ของภัตตาคาร มีเฟย์สาวเรียงแถว 20 ถึง 30 คนให้เลือกได้ตามใจ เหล่า
หญิงสาวเฟย์ มีความงดงามแม้จะในหมู่เฟย์ก็ตาม หญิงสาวเหล่านี้อายุ
17 หรือ 18 ปี ทุกคนสวมเสื้อผ้าบาง เผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งที่งดงาม
และผิวขาวดั่งไข่มุกที่ต้นขาของพวกนาง
เมื่อใดก็ตามที่แขกมาถึง พวกนางก็จะทักทายพวกเขาด้วยรอยยิ้ม
หวาน สำหรับในห้องโถงหลัก พวกนางทั้งหมดต้องคุกเข่าบริการ พวก
นางเสิร์ฟอาหารขณะคุกเข่า รินไวน์ขณะคุกเข่า และแม้แต่ต้องยอมโดน
ล่วงละเมิดจากแขกบางคนก็ยังต้องคุกเข่า
แม้ว่าหญิงสาวเหล่านี้สวมใส่เสื้อผ้าที่เปิดเผยร่างกาย แต่ส่วนใหญ่
เป็นหญิงพรหมจารีบริสุทธิ์ พวกนางได้รับการฝึกฝนเป็นเวลานานและมี
ฝีมือและทักษะที่หลากหลาย ถ้าผู้ใดอยากจะได้ตัวทาสจากที่นี่ พวกเขา
จะต้องจ่ายเงินมากกว่า 1000 ผลึกโลหิตปีศาจ ในโลกภายนอก นี่เป็น
ราคาแพงมหาศาลที่มีเพียงคนโง่เท่านั้นที่ยอมจ่าย
ก่อนที่จะเดินทางมาถึง หลินหมิงได้คุ้นเคยกับการล่อลวงและ
รูปแบบชีวิตที่เสื่อมโทรมของ หอคอยแยกนภามาแล้ว แต่ในขณะที่เขา
เห็นฉากนี้ เขาก็ยังช่วยไม่ได้ที่จะต้องประหลาดใจ เพื่อตอบสนองความ
ต้องการของแขกทุกคน เจ้าของร้านนี้จะใช้วิธีดึงแขกทุกคนหยุดชะงัก
หน้าร้าน
ขณะที่เขามาถึงที่ด้านนอกห้องที่จองไว้ ก็มีทาสเฟย์สาวที่อยู่บนและ
เริ่มช่วยหลินหมิงถอดรองเท้า จากนั้น นางก็ยกเท้าหลินหมิงขึ้นและกดลง
บนหน้าอกที่ขาวนวลเนียนของทาสสาว ในภัตตาคารอาหารเที่ยงคืน มัน
เป็นเพียงเรื่องปกติที่จะอุ่นเท้าบนหน้าอกขาวสีน้ำนมของทาสสาว
หลินหมิงไม่สนใจที่จะเหยียบหน้าอกของผู้หญิงผู้ซึ่งถูกเหยียบย่ำมา
ตลอดชีวิตของนาง เขาดึงเท้ากลับและกล่าวอย่างเย็นชาว่า “เจ้าออกไป
ได้แล้ว”
“ทราบแล้ว นายท่าน” ทาสสาวรู้สึกประหลาดใจ แต่ขออนุญาติ
ออกไปอย่างเคารพ
หลินหมิงยกเท้าขึ้นและเดินเข้าไปในห้อง ขณะที่เขาเห็นฉากภายใน
ห้อง เขาก็คิ้วขมวด
สิงเทียนกำลังพักผ่อนเอนหลังรายล้อมไปด้วยเฟย์สาวห้าคนไร้
อาภรณ์ปกปิด ข้างหลังเขา มีหญิงสาวนางหนึ่งวางหัวของเขาระหว่าง
หน้าอกของนางขณะที่นางนวดขมับให้ อีกสี่คนกำลังนวดมือและเท้า
พวกนางกำลังคลึง นวดหรือแม้กระทั่งถูด้วยหน้าอกของพวกนาง สำหรับ
ตัวสิงเทียน เขามีสีหน้าสำราญใจอย่างยิ่ง ดวงตาของเขาจ้องมอง และเขา
ก็ดูไม่แยแสกับการมาถึงของหลินหมิงแต่อย่างใดเลย
หลินหมิงเดินเข้าไปในห้องเงียบๆ นั่งลงตรงหน้าสิงเทียน
หลังจากนั้นไม่นาน สิงเทียนก็เปิดตาของเขาอย่างเฉื่อยชาและกล่าว
ว่า “เหตุใดเจ้าถึงเรียกหาข้า?”
หลินหมิงหยิบถ้วยขึ้นมาและพูดอย่างไม่แยแสว่า “ในหอคอยแยก
นภา วิธีการหลักที่จะได้แต้มสังหารคือการยุติผู้ชนะของผู้อื่น เท่าที่ข้ารู้
ทุกคนที่อยู่ในกลุ่มแรกสามารถได้รับแต้มเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่ง
ของตนเองและทุกคนมีโอกาสที่จะแย่งชิงส่วนแบ่ง ข้าต้องการส่วนที่เป็น
ของข้า”
หลังจากสิงเทียนได้ยินคำพูดของหลินหมิง เขาก็ยิ้ม รอยยิ้มของเขา
กว้างขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งในที่สุดเขาก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เฟย์สาวทุก
คนที่รายล้อมได้หวาดกลัวพฤติกรรมของเขา
หลินหมิงขมวดคิ้วขึ้น ดวงตาของเขาสาดประกายแสงเย็นชาขณะกล
ว่าว่า “มันตลกเช่นนั้นหรือ?”
“ฮ่าๆ เช่นนั้นนี่ก็คือเหตุผลที่เจ้ากำลังมองหาข้า เจ้าช่าง… โง่อย่างน่า
ขัน!”