Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 551 ตัดสินใจสู้
หลินหมิงกลายเป็นหงุดหงิด เขาวางแก้วไวน์และมองอย่างเย็นชาไป
ยังสิงเทียนที่กำลังหัวเราะเย้ยหยัน “เจ้าหัวเราะพอหรือยัง?”
“ฮ่าฮ่า!” สิงเทียนเลียริมฝีปากของเขาและยิ้มอย่างชั่วร้าย ดวงตาของ
เขาเย็นชา “บนชั้นสองของหอคอยแยกนภา ไม่มีใครกล้าพูดกับข้าเป็นปี”
“นั่นเป็นเพราะว่าเจ้ายังไม่ได้ไปที่ชั้นสาม มีเรื่องตลกอะไรเกี่ยวกับ
คำถามของข้าหรือ?” หลินหมิงจ้องที่สิงเทียนด้วยความมุ่งมั่น เขาไม่ได้
หวาดกลัวแรงกดดันของสิงเทียนเลย
สิงเทียนหัวเราะ พลังงานนรกบนร่างกายของเขาเริ่มพลุ่งพล่านมาก
ขึ้น “เจ้ามีความกล้ายิ่งนัก แต่ข้าไม่รู้จริงๆว่านั้นเป็นความกล้าหาญหรือโง่
เขลากันแน่ ข้ามีเป็น 100 วิธีเพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าจะไม่ได้เข้าไปยังพื้นที่
ฝึกฝนของเจ้าอีกหลังจากออกจากภัตตาคารอาหารเที่ยงคืนไปแล้ว!”
“เจ้าจะลองดูก็ได้” หลินหมิงกล่าวอย่างไม่แยแส ไม่มีความหวาดกลัว
บนใบหน้าของเขาเลย
“หึ!” สิงเทียนเค้นเสียงเย็นชาและประกายแสงแห่งการสังหารปรากฏ
ในดวงตาของเขา การฆ่าหลินหมิงนอกเวทีสังเวียนสามารถทำได้ง่ายดาย
หอคอยแยกนภาได้รวบรวมความมั่งคั่งอันยิ่งใหญ่จากจำนวนชนชั้นสูงซึ่ง
มายังที่นี่ นี่เป็นพื้นฐานของพวกเขา ถ้าค้นพบผู้ปกครอง 10 ปีกต้องการ
ฆ่าผู้มีพรสวรรค์ระดับสูงที่นี่ เช่นนั้นแล้วใครจะกล้ามาทำอันใดได้?
ด้วยทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ หอคอยแยกนภามักมีความลึกลับอย่างยิ่ง
อัจฉริยะหลายคนมาที่นี่เพื่อการผจญภัยและเพิ่มประสบการณ์ และ
สถานที่ซึ่งอุดมไปด้วยพลังงานนรกรวมถึงแหล่งทรัพยากรในการบ่มเพาะ
มหาศาล แต่พวกเขาไม่เคยตระหนักว่าตัวเองเป็นปุ๋ยที่ดีที่สุดสำหรับหล่อ
เลี้ยงพลังงานนรกที่นี่
ตัวตนระดับสูงของหอคอยแยกนภาหวังเสมอว่าอัจฉริยะชั้นสูง
เหล่านี้จะตกตายที่นี่ แต่ไม่มีใครกล้าออกไปและสุ่มลอบสังหารพวกเขา มิ
เช่นนั้น ถ้าพวกเขาทำเช่นนี้สักครั้งหรือสองครั้งและต่อเนื่องไป ก็ย่อม
นำไปสู่ความสงสัย
ดังนั้น เหล่าผู้ปกครองปีศาจสวรรค์จะใช้ลูกสมุนของพวกเขาเพื่อ
กำจัดบุคคลเหล่านี้พร้อมกับเพิ่มศักยภาพในการเติบโตไปในตัวด้วย
สำหรับผู้ปกครองปีศาจสวรรค์นั้น พวกเขาจะไม่ลงมือด้วยตัวเองเป็นอัน
ขาด พวกเขาจะยินยอมให้อัจฉริยะชั้นยอดกลายเป็นปีศาจปีกสวรรค์ 10
ปีกมากกว่าที่จะทำให้ชื่อเสียงของหอคอยแยกนภาเสียหาย
นี่อาจถือว่าเป็นบรรทัดฐานของหอคอยแยกนภาสำหรับวิธีการ
จัดการเรื่องเช่นนี้
มีแม้แต่นิกายที่มีประวัติลึกลับก็ยังเกรงกลัวต่อความลับของหอคอย
แยกนภา แต่พวกเขายังคงส่งกลุ่มนักสู้รุ่นเยาว์ออกไปยังหอคอยแยกนภา
เพื่อผจญภัย ตราบเท่าที่พวกเขาแข็งแกร่ง พวกเขาก็ไม่ต้องกลัวสิ่งใด
มองไปยังภาพรวม แม้ว่าพวกเขาจะอ่อนแอ แต่พวกเขาก็ยังสามารถ
ออกไปได้หลังจากที่กลายเป็นปีศาจปีกสวรรค์ 8 ปีกแล้ว ด้วยวิธีนี้ ทั้ง
สองฝ่ายต่างได้ประโยชน์
แน่นอนหลินหมิงไม่รู้เรื่องนี้
สิงเทียนจู่ๆก็ยิ้มอย่างมีเลศนัยและยับยั้งพลังนรกทั้งหมดที่เขาปล่อย
ออกมาด้วย “ฮ่าฮ่า ตั้งแต่เจ้าต้องการจะยุติชัยชนะของผู้อื่นๆ เช่นนั้นข้าก็
ยินดีที่จะไม่บีบบังคับเจ้า!”
หลินหมิงนิ่งเงียบ เดิมทีเขาได้เตรียมตัวที่จะปฏิเสธ แต่ไม่เคยคิดว่า
สิงเทียนจะเห็นด้วยกับเขา
สิงเทียนวางแก้วไวน์และกล่าวอย่างสนุกสนานว่า “ทิ้งเครื่องหมาย
ยันต์สื่อสารของเจ้าเอาไว้ เมื่อถึงเวลาของเจ้าที่จะปรากฏตัวบนสังเวียน
ข้าจะบอกให้เจ้ารู้”
หลินหมิงทิ้งเครื่องหมายยันต์สื่อสารเอาไว้ เนื่องจากเขาไม่
จำเป็นต้องเสวนากับสหายผู้นี้อีกแล้ว จึงลุกขึ้นและออกไป
หลังจากที่หลินหมิงออกไป สิงเทียนก็ยิ้มอย่างชั่วร้าย จากนั้น เขาก็
เริ่มใช้ยันต์สื่อสารอีกครั้งหนึ่ง …
……………………………..
หลังจากหลินหมิงออกจากภัตตาคารอาหารเที่ยงคืน แล้วเขาก็
กลับไปที่ห้องฝึกฝนของตัวเอง เขาถอดเสื้อของเขาออกและนั่งลงบนเตียง
หินเย็น เริ่มเข้าฌาน
‘สิงเทียนผู้นี้เห็นได้ชัดว่ามีเจตนาที่จะสังหารข้า บนชั้นสองของ
หอคอยแยกนภา นักสู้ที่มีความสามารถในการจัดอันดับในชั้นแรกจะ
สามารถได้รับโอกาสยุติชัยชนะของผู้อื่นได้ แต่ข้าแตกต่างออกไปเพราะ
ข้าเป็นมนุษย์ และนี่คือเหตุผลที่สิงเทียนต้องการจะฆ่าข้าหรือ? หรือบาง
พวกของปีศาจยักษ์ที่ข้าฆ่ามาก่อนนั้นเป็นครอบครัวหรือสหายของเขา
กัน?
หลินหมิงครุ่นคิดชั่วครู่แต่ก็ไม่สามารถที่จะนึกเหตุผลได้ ไม่ว่าในกรณี
ใด โดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์ เขาต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น
หลินหมิงไม่กลัวความท้าทาย แต่เขากลัวที่จะก้าวขึ้นไปบนเวทีประลองที่
ว่างเปล่าที่ความเงียบสงัด ที่ไม่มีใครกล้าที่จะสู้กับเขา
เขาหยิบแผ่นค่ายกลต่อสู้ออกจากแหวนมิติ ซึ่งมันบันทึกการต่อสู้
ของนักสู้ขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 เอาไว้ หลังจากที่เขาปรับสภาพจิตใจและ
ผ่อนคลายแล้ว เขาถ่ายเทปราณแท้ลงในแผ่นค่ายกลการต่อสู้ ในทันที
มันก็ได้มีภาพมายาออกมาจากแผ่นค่ายกล
สนามรบเป็นทะเลทรายกว้างใหญ่และไร้ที่สิ้นสุด
สูงขั้นไปนับหมื่นก้าวขึ้นไปในอากาศ ชายชุดขาวกำลังลอยอยู่ ถือ
กระบี่กระบี่ไว้ในมือทั้งสอง
ชายผู้นี้ให้ความรู้สึกถึงบรรยากาศที่สบายๆ ด้วยผมยาวสยายของ
เขา ดูค่อนข้างเฉื่อยชาและยโสโอหัง ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเป็นมนุษย์เพียง
คนเดียวในภาพมายา หลินหมิงคงจะไม่คิดว่าชายคนนี้เป็นนักสู้มนุษย์ผู้
ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 เป็นแน่
“ครั้งสุดท้ายที่ข้าได้เห็นการต่อสู้ของกึ่งจักรพรรดิ แม้ว่าข้าจะไม่รู้สึก
ถึงกลิ่นอายจากภาพมายา แต่ข้าก็ยังรู้สึกเคร่งเครียดและวิตกกังวลอยู่ดี
แต่คราวนี้ ขณะที่ข้ากำลังดูท่านอาวุโสขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 ก็
เหมือนกับว่าข้ากำลังมองคนธรรมดา เพื่อให้สามารถกลับไปสู่จุดกำเนิด
ของตนเองได้ในระดับนี้ มันตกตะลึงอย่างแท้จริง ไม่เพียงแค่นั้น แต่เขาดู
เหมือนจะมีอายุ 20-30 ปีเท่านั้น หลังจากนักสู้เข้าสู่ขั้นลายชีวิตแล้วนั้น
ช่วงชีวิตของเขาจะยืนยาวอย่างมาก แต่เพื่อให้สามารถรักษารูปลักษณ์ที่
อ่อนเยาว์ได้ หมายความว่าเขาได้ก้าวเข้าสู่ขั้นทำลายล้างชีวิตตั้งแต่วัย
เยาว์ ผู้อาวุโสท่านนี้เป็นตัวตนผู้มีพรสวรรค์สูงสุดท่ามกลางผู้มีระดับ
จักรพรรดิอย่างแท้จริง”
ผู้มีพรสวรรค์ระดับนักบุญจะหยุดการเติบโตในขั้นทำลายชีวิตระดับ
1
ผู้มีพรสวรรค์ระดับจักรพรรดิมีคุณสมบัติที่จะก้าวเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร
แน่นอนว่า มีความไม่เท่าเทียมกันมากมายภายในขั้นเทพสมุทร
ผู้เชี่ยวชาญขั้นทำลายชีวิตระดับ 5 อาจถูกฆ่าได้ทันทีโดยผู้ทรงพลังขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 8
ขณะที่หลินหมิงคิดเช่นนี้ เขาก็มองไปที่คู่ต่อสู้ของเขา ชายผู้นี้มีคู่
ต่อสู้ถึงสองคน หนึ่งคือปีศาจยักษ์และอีกหนึ่งคืออิมป์ โดยไม่ต้องสงสัย
เลย ทั้งสองคนอยู่ในระดับกึ่งจักรพรรดิ
“เมื่อคิดว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ถึงสองคนแล้ว เผ่าปีศาจยักษ์
มีร่างกายที่ทรงพลังและพวกเขาเก่งในการตอสู้ระยะประชิด เผ่าอิมป์มี
พลังจิตวิญญาณที่น่าสะพรึงกลัวและเป็นเลิศในการโจมตีระยะไกล หนึ่ง
สามารถโจมตีจากระยะไกล ในขณะที่อีกหนึ่งสามารถประกบฝ่ายตรง
ข้ามในระยะประชิดได้ เป็นเรื่องยากมากที่จะจัดการ ข้าสงสัยว่าอาวุโส
ท่านนี้จะจัดการเรื่องนี้ได้อย่างไร”
หลินหมิงรอพร้อมกับกลั่นหายใจ ในตอนนี้ ปีศาจยักษ์กึ่งจักรพรรดิก็
ได้เคลื่อนไหวก่อน เขาจับขวานขนาดเท่าภูเขาและก้าวไปข้างหน้า คลื่น
ของปราณแท้สั่นสะเทือนที่รุนแรงมหาศาลปะทุออกมา ทำให้เกิดรอย
แตกมิติขนาดเล็กมากมายปรากฏขึ้นไปทุกที่
แม้ว่านี่จะเป็นเพียงภาพมายาของการต่อสู้เท่านั้น หลินหมิงยังคง
รู้สึกว่าการโจมตีครั้งนี้สามารถทำลายสวรรค์ได้
แต่ผู้ทรงพลังมนุษย์ขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 เพียงแค่หัวเราะอย่างบ้า
คลั่งออกมาเท่านั้น เขากระชับกระบี่ในมือและพุ่งออกไปข้างหน้า
“เขาจะเข้าปะทะซึ่งๆหน้าเลยเช่นนั้นหรือ?”
ดวงตาของหลินหมิงสาดประกาย ถ้ามนุษย์ต่อสู้กับปีศาจยักษ์ พวก
เขามักจะต้องพึ่งพาความเร็วของพวกเขาที่จะเอาชนะ ถ้าทั้งสองคน
ประจันหน้ากัน เช่นนั้นการโจมตีของมนุษย์จะด้อยกว่าปีศาจยักษ์
แต่ผู้อาวุโสท่านนี้ ซึ่งเผชิญหน้ากับการโจมตีที่รุนแรงกับปีศาจยักษ์ที่
ดูเหมือนจะผ่าแยกสวรรค์ เขากลับไม่ลังเลที่จะพุ่งเข้าไปปะทะในทันที
จากช่วงเวลาที่กระบี่และขวานยักษ์ปะทะกัน เกิดประกายแสงส่อง
สว่างทั่วปฐพี แม้ว่าจะไม่มีเสียงออกมาจากภาพมายา แต่หลินหมิงก็ยัง
สามารถนึกภาพการระเบิดอันน่าหวาดกลัวที่แม้แต่กวาดเมฆออกไป
ขึ้นมาได้
“ปีศาจยักษ์ถูกบังคับให้ถอยกลับไป!”
หลินหมิงมองดูด้วยดวงตาที่เบิกกว้างขณะที่ปีศาจยักษ์ถูกฟันด้วย
กระบี่และกระเด็นถอยหลังออกไป ปีศาจยักษ์ได้กระอักโลหิตออกมา
และดูเหมือนจะได้รับบาดเจ็บสาหัส
แต่ในขณะนี้ กึ่งจักรพรรดิอิมป์ได้อ้าปาก และพ่นตราประทับสีม่วง
ออกมาจำนวนมาก
ผู้อาวุโสท่านนี้มองเห้นและก็เค้นเสียงเย็นชา กระบี่ของเขาตวัด
ออกไป และแม้ว่าพวกเขาจะถูกคั่นด้วยระยะทางที่ไกลถึง 10,000 ก้าว
แต่ฉากที่ฉากที่น่าทึ่งก็ได้เกิดขึ้น กระบี่นี้มิได้สนใจต่อระยะทาง 10,000
ก้าวและมันแทงเข้าไปที่ใบหน้ากึ่งจักรพรรดิอิมป์ ราวกับว่ามิติถูกย่นเข้า
หากันและถูกเจาะทะลวงด้วยกระบี่ของมนุษย์ผู้ทรงพลังท่านนี้!
ดวงตาของหลินหมิงสาดประกายขณะที่เขาติดตามการเคลื่อนไหว
ของกระบี่นี้อย่างใกล้ชิด การใช้ประโยชน์วิถีได้น่าหวาดกลัวเช่นนี้ทำให้
จิตใจของเขาสั่นสะท้าน!
กึ่งจักรพรรดิอิมป์ตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่ง เขาต้องการที่จะหลบ
กระบี่เล่มนี้ แต่มิติรอบตัวเขาทันใดนั้นมันก็หดแคบลงและปิดกั้นเส้นทาง
หลบหนีของเขาทั้งหมด
ปุ!
กระบี่แทงทะลุหัวใจทันที!
กระบี่ถูกตวัดอีกครั้ง กวาดสายธารโลหิตให้หลั่งไหลออกมา กึ่ง
จักรพรรดิอิมป์ถูกผ่าครึ่ง!
“เขาตายแล้วหรือ?” หลินหมิงตกใจอย่างสิ้นเชิง กึ่งจักรพรรดิอิมป์ตก
ตายไปเช่นนี้!
กึ่งจักรพรรดิปีศาจยักษ์เริ่มตื่นตระหนก ใบหน้าของเขาซีดขาว เห็น
ได้ชัดว่าเขาไม่คาดคิดว่าพลังของมนุษย์ผู้นี้จะน่าหวาดกลัวถึงเพียงนี้ได้
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง และจากนั้นก็หันกลับเพื่อหนีทันที
แต่ในขณะนั้นเอง มันก็เกิดเหตุการณ์ไม่น่าเชื่อขึ้นอีก ความเร็วของ
กึ่งจักรพรรดิปีศาจยักษ์ดูเหมือนจะชะลอลง แม้ว่าเขาจะพยายามบินหนี
ด้วยพลังทั้งหมดของเขา แต่ความเร็วกลับไม่ได้เร็วกว่าผู้ทรงพลังขั้น
หลอมรวมแก่นแท้เลย มันเหมือนกับว่าเขาล่วงหล่นลงไปในบึงและ
พยายามดิ้นรน
ตอนนี้ อาวุโสมนุษย์ได้ไล่ตามมาถึง กระบี่ตวัดออกไป!
กระบี่เล่มนี้ดูเหมือนเชื่องช้า แต่กลับปรากฏตัวขึ้นด้านหลังปีศาจ
ยักษ์ในทันใด พุ่งไปยังหัวใจของเขา!
กึ่งจักรพรรดิปีศาจยักษ์ต้องการที่จะหันไปกลับมาเพื่อสกัดกั้นการ
โจมตีครั้งนี้ แต่ความเร็วของเขาถูกกักไว้ในบึงแห่งเวลาและเขาไม่สามารถ
เคลื่อนไหวได้ทัน ในที่สุด กระบี่ของมนุษย์ผู้ทรงพลังก็แทงหัวใจของเขา
จากด้านหลัง
โลหิตสาดกระจายไปในสายลม กึ่งจักรพรรดิปีศาจยักษ์ตกตายไป
ในทันที
และภาพร่างมายาก็ได้สิ้นสุดลงตรงนี้เช่นกัน!
หลินหมิงถอนหายใจยาว รู้สึกตกตะลึงอย่างอธิบายไม่ถูก สองกึ่ง
จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ได้ถูกฆ่าตายในการโจมตีกระบี่เพียง 3 ครั้ง!
เมื่อเทียบกับขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 กึ่งจักรพรรดิปีศาจยักษ์
และอิมป์ก็ยังคงห่างไกลกับเขายิ่งนัก นอกจากนี้ ผู้อาวุโสท่านนี้ยังเป็น
อัจฉริยะที่มีความเข้าใจกฏ และแม้แต่เข้าใจกฎที่ยากจะเข้าใจของมิติและ
เวลาอีกด้วย ดังนั้น ทั้งหมดนี้ทำให้กลายเป็นการต่อสู่แต่เพียงฝ่ายเดียว
และอีกฝ่ายถูกฆ่าตายอย่างหมดจด
ผู้มีพรสวรรค์ของมนุษย์ไม่ได้อ่อนแอเลย มันเป็นเพียงบททดสอบที่
พวกเขาต้องทนฝ่าไปจนถึง จำนวนผู้คนที่สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลาย
ชีวิตระดับ 8 จะมีสักกี่คน?
แต่ ยิ่งยากยากลำบากมากขึ้นก็ยิ่งมีความท้าทายที่มากขึ้น หลินหมิ
งจึงกลายเป็นรู้สึกตื่นเต้น เขาไม่หวาดกลัวการทดสอบเหล่านี้ เขากลัวแค่
ว่าตนจะไม่มีโอกาสได้ทดสอบมากกว่า
“กระบี่ทั้งสองของผู้อาวุโสมนุษย์ท่านนี้มีความลึกลับอย่างไร้ขีดจำกัด
ข้าไม่รู้ว่าข้าจะสามารถรับรู้ได้ด้วยการเข้าฌานหรือไม่” หลินหมิงครุ่นคิด
ขณะที่เขากำลังเตรียมพร้อมที่จะปิดด่านฝึกฝน เปลวไฟก็ได้ลุกโชนขึ้น
ตรงหน้าเขา มันเป็นเสียงของยันต์สื่อสาร
ทันใดนั้นก็ได้มีเสียงของสิงเทียนก็ดังขึ้นในหูของหลินหมิง “เจ้าหนู
มนุษย์ เจ้าโชคดีนัก 5 วันนับจากนี้ เจ้าจะได้โอกาสนั้น จะนักสู้ผู้นึงที่
ได้รับชัยชนะ 10 ครั้งซ้อน ถ้าเจ้ากลัวตาย เช่นนั้นก็จงอย่ามา แล้วอย่ามา
บ่นกับข้าว่าข้าไม่ได้ให้โอกาสเจ้าล่ะ”
“รวดเร็วยิ่งนัก… ” หลินหมิงขยี้ดวงไฟในมือและทำเสียงไม่พอใจ ไม่
ว่าสหายผู้นี้กำลังพยายามใช้เล่ห์กลอันใด เขาก็ไม่จำเป็นต้องกังวลกับมัน
ตราบเท่าที่เขาเหนือกว่าในด้านความแข็งแกร่งอย่างขาดลอย เช่นนั้นเขา
ไม่จำเป็นต้องกลัวสิ่งใด
“5 วันควรจะเพียงพอสำหรับข้าที่จะเข้าฌานฝึกฝนผ่านแผ่นค่ายกล
การต่อสู้นี้ ข้าอาจจะมีเวลาเหลือเพื่อในการเพิ่มระดับการบ่มเพาะของข้า
ด้วย” ขณะที่หลินหมิงคิดเช่นนี้ เขาก็วางเรื่องการต่อสู้เอาไว้ก่อน เขารีบ
ดำดิ่งเข้าสู่เจตจำนงแห่งนักสู้จิตบริสุทธิ์และจมอยู่ในการรับรู้กฎ
ในขณะเดียวกัน ในห้องที่มืดมิดที่ภัตตาคารอาหารเที่ยงคืน สิงเทียน
กำลังดื่มไวน์พันปีอยู่ เขายิ้มอย่างชั่วร้ายให้กับชายผิวดำ “เสวี้ยหมานข้า
จำได้ว่าเจ้าต้องการได้รับชัยชนะ 70 ครั้งซ้อน หลินหมิงผู้โง่เขลาคิดอย่าง
จริงจังว่าสามารถยุติชัยชนะต่อเนื่องของผู้อื่นเพื่อเอาแต้มสังหารมาได้ ข้า
คิดว่ามันเหมาะสำหรับเจ้าที่จะไปบนสังเวียน! ฮ่าฮ่าฮ่า!”
“พี่ใหญ่ถึงแม้ว่าความสามารถของหลินหมิงจะค่อนข้างดี แต่
ท้ายที่สุดเขาก็เป็นแค่ผู้มาใหม่ที่อ่อนหัด ท่านต้องการให้ข้าขึ้นไปจริง
หรือ? เขาเป็นเพียงผู้ใหม่ที่โง่เขลา ข้าอาจจะไม่ได้รับชัยชนะต่อให้
เอาชนะเขาได้” เสวี้ยหมานกล่าวในขณะที่กัดเนื้อย่างชิ้นใหญ่ มีความไม่
พอใจอย่างมากในน้ำเสียงของเขา