Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 552 ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงกลาง
สิงเทียนกล่าวว่า “ข้ายังคิดว่าผู้ปกครองทำให้เป็นเรื่องที่ใหญ่เกินเหตุ
ถึงแม้ว่าความสามารถของมนุษย์ผู้นี้จะค่อนข้างดี แต่เขายังไม่เติบโตขึ้น
มากจนต้องกังวลกับเขา จะดีกว่าถ้าเรารออีกหลายปี และให้เขาช่วย
แก้ปัญหาบางอย่างให้กับเรา ก่อนที่เราจะลงมืออีกครั้ง ”
ในหอคอยแยกนภา การปล่อยให้อัจฉริยะฆ่ากันเป็นวิธีที่ดีที่สุดใน
การแก้ปัญหาภัยคุกคามทั้งหมด หากทั้งสองฝ่ายพยายามต่อสู้กัน จะต้อง
มีคนนึงได้รับบาดเจ็บ หลานซิงเองเดิมทีก็ถูกเพ่งเล็งว่าเป็นภัยคุกคาม แต่
กลับตกตายด้วยน้ำมือของหลินหมิง
“ไม่ว่าอย่างไร นี่เป็นคำสั่งโดยตรงที่ผู้ปกครองมอบให้ ดังนั้นข้าก็ต้อง
จัดการกับสถานการณ์นี้ นี่เป็นเพราะเขาเป็นมนุษย์ – ถ้าเขาเป็นปีศาจ
ยักษ์หรือคนยักษ์ เช่นนั้นผู้ปกครอง คงจะดีใจที่ได้ฝึกฝนเขา”
…………….
ในขณะที่กำลังบ่มเพาะในพื้นที่ฝึกฝน หลินหมิงไม่รู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
รอบๆตัวเขา เขาอยู่ในสภาวะพิเศษ; เขาคว้าหอกของเขา พุ่งมันออกไป
อีกครั้งแล้วครั้งเล่า โดยไม่มีปราณแท้หลุดออกมาแม้แต่น้อย
ด้วยความเร็วของหอกของหลินหมิง เขาพุ่งมันออกไปหลายร้อยครั้ง
ในช่วงเวลาเดียว ซึ่งแม้กระทั่งกลายเป็นภาพติดตาก็เชื่อมโยงกันและ
แม้แต่น้ำบนผิวทะเลสาบก็ยังไม่สั่นไหว แต่ปัจจุบัน ความเร็วหอกของห
มิงหมิงไม่เร็วนัก กลับกัน มันค่อนข้างช้าไปจนถึงจุดที่แม้แต่ปุถุชนก็
สามารถเห็นมันได้ชัดเจน
หากปราศจากปราณแท้ ปราศจากความเร็ว หอกของหมิงหมิงก็ดู
เหมือนมันจะมาจากนักสู้มือใหม่ ถ้าอาจารย์เก่าของเขาที่สำนักเจ็ดแก่น
แท้มาเห็นเขาตอนนี้ แน่นอนเขาจะวิพากษ์วิจารณ์ว่ารากฐานของเขา
อ่อนแอและไม่สมกับระดับของหอก
มันเพียงแค่ว่ามีบางอย่างที่พิเศษสำหรับการเคลื่อนไหวหอกของหมิง
หมิง ไม่ว่าจะเป็นความเร็วหรือแนววิถีโคจร ทั้งสองก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทำ
ให้เกิดรู้สึกที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ในบางครั้งมันจะเริ่มต้นอย่างรวดเร็ว
และจากนั้นก็ช้าลง หรือเริ่มต้นในแนวเส้นตรงแล้วจากนั้นแบนออกไป
กลางทาง
การเคลื่อนไหวของหอกแปลกประหลาดเช่นนี้ดูเหมือนไม่สอดคล้อง
กันเลย
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ในขณะที่ทรายในนาฬิกาทรายค่อยๆล่วงหล่น
ลง หลินหมิงก็จมอยู่ในการบ่มเพาะของเขาอย่างสมบูรณ์
โดยไม่รู้ตัว เงาหอกของหลินหมิงเริ่มบิดเบี้ยว แม้ว่าหอกแห่งดาวหาง
ม่วงจะตรง แต่มันดูเหมือนจะผิดเพี้ยนออกไป เหมือนภาพเงาที่แผ่
กระจายอยู่ทุกที่
3วันผ่านไป … 5 วัน… 5 วัน…
ก่อนที่จะเข้าสู่การปิดด่านฝึกตน หลินหมิงได้กินโอสถอดอาหาร 3
เม็ดเพื่อป้องกันความหิว ตอนนี้ เขาลืมเกี่ยวกับเวลาและการประลองที่จะ
จัดขึ้นภายใน 5 วันด้วย ในความมืด เขาฝึกหอกของเขา ไม่รับรู้ทุกสิ่งทุก
อย่าง
ในพื้นที่ฝึกฝนที่เต็มไปด้วยพลังงานนรกมหาศาล พลังงานนรกค่อยๆ
ถูกผลักออกไปด้วยพลังหอกของหลินหมิง ทุกหอกที่พุ่งออกไปเต็มไปด้วย
จิตสังหารที่รุนแรงอย่างยิ่ง แม้ว่ามันจะไม่มีปราณแท้ แต่ด้วยเหตุผล
บางอย่าง เมื่อเผชิญหน้ากับหอกนี้ มันเหมือนจะเป็นการเผชิญหน้ากับ
กองทัพที่ไม่อาจต้านทานได้ หอกดูเหมือนจะผสานกัมิติและเวลาด้วยตัว
มันเอง ทำให้ไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำว่าหอกอยู่ที่ใด
หลินหมิงไม่รู้ว่าใช้หอกโจมตีออกไปเท่าใดในการฝึกฝน แต่นาฬิกา
ทรายใหญ่ก็ปราศจากทรายด้านบนเรียบร้อยแล้ว
จู่ๆดวงตาของหลินหมิงก็ได้เปิดออก ในช่วงเวลานั้น พลังงานนรก
ทั้งหมดที่เขาบ่มเพาะกลายเป็นวังวนโดยมีตันเถียนของหลินหมิง
ศูนย์กลาง ถูกบีบลงไปกลายเป็นพลังปราณบีบอีดหนาแน่นสูง
“ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงกลาง!”
หลินหมิงถอนหายใจยาว หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความปลื้มปิติ ใน
ที่สุดเขาก็ตัดผ่านเข้าไปยังขั้นปราณปลายฟ้าช่วงกลางได้ ถ้าเขาสามารถ
เข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ได้ เขาจะมีความสามารถในการเดินทาง
กลับไปยังภูมิภาคเขตแดนทางใต้!
หลินหมิงเหลือบไปที่นาฬิกาทรายที่มุมห้อง เพราะทรายล่วงหล่น
หมดแล้ว เขาไม่รู้ว่าเขาใช้เวลาไปนานแค่ไหน ทุกๆ การพลิกนาฬิกาทราย
จะเป็นเวลา 4 วัน ดังนั้นมันอาจจะผ่านไปอย่างน้อย 4 วันเป็นแน่
“กว่า 4 วันได้ผ่านไปแล้วเช่นนั้นหรือ?” หลินหมิงตกตะลึงเล็กน้อย
เขาคิดว่ามันเป็นแค่ 14 หรือ 15 ชั่วโมงเท่านั้น “สิงเทียนกล่าวว่าข้ามี
กำหนดเวลา 5 วัน ข้าสงสัยว่ามันจะผ่านมันไปแล้วหรือไม่ แม้ว่าจะเป็น
เช่นนั้น ข้าก็มิได้ใส่ใจนัก”
หลินหมิงครุ่นคิดชั่วครู่และยันต์สื่อสารไปยังหญิงสาวเฟย์ หลังจากที่
เขาถามวันนี้เป็นวันอะไรและได้รับคำตอบของนาง เขาก็แข็งค้าง
นับตั้งแต่วันที่เขาปิดด่านฝึกตนก็ได้รวมเป็นเวลาทั้งสิ้น 30 วัน!
เขาได้ฝึกฝนที่นี่เป็นเวลา 30 วันแล้วเช่นนั้นหรือ?
หลินหมิงพบว่ายากที่จะเชื่อ แม้ว่าเมื่อนักสู้ปิดด่านฝึกตน มันเป็น
เรื่องปกติหากพวกเขาทำเช่นนั้นมาแปดถึงสิบปีในแต่ละครั้ง แต่หลินหมิง
ไม่เคยมีประสบการณ์ปิดด่านฝึกตนยาวนานเช่นนี้มาก่อน เช่นเดียวกับที่
30 วันได้ผ่านไปในเสี้ยวพริบตา แต่สำหรับเขา รู้สึกว่ามันเป็นเวลาเพียง
ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
“กล่าวกันว่าการบ่มเพาะนั้นไร้ซึ่งเวลา ถ้าเป็นเช่นนั้น เมื่อข้าไปถึงขั้น
หลอมรวมแก่นแท้และปิดด่านฝึกตนเป็นเวลา 30 วันก็ราวกับว่ามันไม่อัน
ใดเลย ถ้าข้าเป็นผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตหรือผู้อาวุโสขั้นเทพสมุทรสูงสุด
เช่นนั้นแม้หลายสิบปีอาจจะผ่านไปแต่ก็คงราวกับเป็นเวลาเพียงพริบตา!
หลินหมิงมองเข้าไปด้านใน ตรวจสอบตันเถียนและเส้นชีพจรของเขา
เขาค้นพบว่าในตันเถียน ปราณแท้หมุนวนและได้ควบแน่นทีละน้อยใน
หมอกเหลว; พื้นฐานของเขาไม่เป็นของแข็งอีกต่อไปแล้ว ผลจากการบ่ม
เพาะเช่นนี้ได้ไกลเกินกว่าความคาดหวังของหลินหมิงที่เคยหวังเอาไว้
“ข้าไม่รู้ว่าเป็นเพราะข้าเข้าสู่สภาพไร้ตัวตน หรือเพราะความเข้มข้น
ทางจิตวิญญาณของข้าสูงมาก แต่ผลที่ออกมาใน 30 วันที่ได้ผ่านไปนี้ดีขึ้น
กว่าปกติ ข้าไม่เพียงแต่ได้รับข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆเกี่ยวกับวิถีแห่งมิติและ
เวลา แต่การบ่มเพราะของข้าได้ก้าวเข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงกลางแล้ว
ถ้ายังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป ข้าสงสัยว่าคงจะสามารถเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่น
แท้ก่อนที่ข้าจะอายุ 20 ปีเป็นแน่…”
โดยปกติ ผู้มีพรสวรรค์ระดับนักบุญเช่นมู่เชียนหยี่จะสามารถทะลวง
เข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ได้ก่อนอายุ 30 ปี และผู้มีพรสวรรค์ระดับ
จักรพรรดินั้น โดยปกติจะสามารถเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ได้ในช่วง
อายุ 25 หรือ 26 ปี สำหรับคนที่เข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ที่อายุ 20 ปี…
นั่นอาจถือได้ว่าเป็นประวัติการณ์ในทวีปนภารินไหลเลยก็ว่าได้
……………
“บิดามันเถอะ! พี่ใหญ่ เราถูกเจ้าเด็กนั่นหลอกแล้ว!”
เสวี้ยหมานตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยวในภัตตาคาร เขาได้กล่าวออก
มาแล้วว่าเขาจะสู้กับหลินหมิง 5 วันหลังจากได้รับชัยชนะ 70 ครั้งซ้อน
แต่จากนั้น ก็ยังไม่มีแม้แต่เห็นเงาของหลินหมิงโผล่มาให้เห็น
ตอนนี้ 30 วันได้ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว!
“เจ้าเด็กนั้นคงรู้ดีว่าเขาไม่ใช่คู่มือของข้า ดังนั้นเขาจึงพยายาม
หลีกเลี่ยงเป็นแน่ เขาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ฝึกฝนและไม่ได้ออกมาอีกเลย!”
ด้านหน้าเสวี้ยหมาน สิงเทียนเองคิ้วขมวด ถ้าหลินหมิงอยู่ในพื้นที่
ฝึกฝนชั้นสูงที่นั่นก็ไม่มีอะไรที่พวกเขาสามารถทำกับเขาได้
“เจ้าเด็กคนนี้ไม่โง่เช่นที่เราคิด ข้าเคยคิดว่าเขาคนบ้าอารมณ์ร้อน แต่
คิดว่าจริงๆแล้วเขาเป็นคนที่ระมัดระวังตัวอย่างยิ่ง บางทีเขาอาจจะเป็น
เหมือนหลานซิงและหลบซ่อนตัวไปฝึกฝนมาตลอดทั้งปี!”
“ตลอดทั้งปี! ด้วยความสามารถของเขา เช่นนั้นหนึ่งปีต่อมา แม้ว่าข้า
จะเอาชนะเขาได้ ข้าก็ยังคงต้องพยายามอย่างเต็มที่แน่นอน” เสวี้ยหมาน
ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แม้ว่าเขาจะไม่ได้คิดถึงความแข็งแกร่งในปัจจุบันของ
หลินหมิง แต่เขาก็ต้องยอมรับถึงความสามารถแฝงของเด็กมนุษย์ผู้นี้
“มันไม่สำคัญ แม้ว่าเราจะใช้เวลาในการบ่มเพาะมากขึ้น เขาก็จะต้อง
ออกมาไม่ช้าก็เร็วอยู่ ข้าจำได้ว่าเขาเช่าพื้นที่การฝึกฝนเพียง 50 วัน
เท่านั้น ถ้าเขาเพียงแค่ต้องการบ่มเพาะเพียงอย่างเดียว เช่นนั้นก็ไม่มี
เหตุผลที่เขาจะมายังหอคอยแยกนภาตั้งแต่แรก ถ้าเขาไม่ได้ประสบกับ
การต่อสู้ที่แท้จริง เขาก็จะเผชิญหน้ากับคอขวดในการบ่มเพาะของเขา
อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ”
ไม่มีนักสู้คนใดที่สามารถพึ่งพาการปิดด่านฝึกตนได้เพียงครั้งเดียว
เพื่อที่จะตัดผ่านพันธนาการของนักสู้ได้ พวกเขาต้องออกสู่โลกกว้าง เก็บ
เกี่ยวประสบการณ์และจากการผจญภัย
ขณะที่สิงเทียนกลว่า ก็ได้มีเปลวเพลิงลุกโชนตรงหน้าเขา หลังจากได้
ยินข้อความ เขาก็ยิ้มและกล่าวว่า “ฮ่าฮ่า ข้าไม่เคยคิดว่าสหายคนนี้รีบ
ร้อนเช่นนี้ เขาออกมาแล้ว และตอนนี้เขากำลังอาบน้ำที่ภัตตาคารอาหาร
เที่ยงคืน”
ดวงตาของเสวี้ยหมานสว่างขึ้น “เช่นนั้นไปที่สังเวียนต่อสู้กัน ข้า
สงสัยว่าเจ้าเด็กนั่นจะกล้าตามมาหรือไม่”
สิงเทียนยิ้มอย่างมีเลห์นัย “ไม่ต้องกังวล ยันต์สื่อสารเมื่อครู่นั้นมา
จากเจ้าเด็กนั่นเอง เขาบอกกับข้าว่าเขาลืมเวลาเพราะเขากำลังบ่มเพาะ
และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาใช้เวลานานเกินไป เขายังถามข้าว่าสามารถสร้าง
โอกาสที่พลาดไปเพื่อจะขึ้นสู่สังเวียนอีกครั้งได้หรือไม่ด้วย”
เมื่อเสวี้ยหมานได้ฟัง เขาก็ชงัก และจากนั้นก็ระเบิดหัวเราะออกมา
“เจ้าเด็กนี่กำลังรีบเร่งรนหาที่ตายอย่างแท้จริง! ข้าคิดว่าเขาจะระมัดระวัง
ตัวและกลัวที่จะออกมา แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าข้ากังวลมากเกินไป”
“เสวี้ยหมาน อย่าประมาทเขา ถึงแม้ว่าการบ่มเพาะของเขาจะต่ำ แต่
ความแข็งแกร่งของเขาไม่เป็นเช่นนั้น เขาอาจมีไพ่ตายซ่อนไว้ ดังนั้นจง
ระวังให้ดี”
“หึ ไม่ต้องกังวล ข้ารู้ตัวดี!”
………………..
ข่าวการจับคู่ของเสวี้ยหมานกับหลินหมิงแพร่กระจายออกไปราวกับ
คลื่นอันบ้าคลั่ง
ด้วยชัยชนะ 70 ครั้งซ้อนของเสวี้ยหมานที่เป็นหนึ่งในนักสู้ชั้นนำของ
ชั้นที่สอง รอยสักปีศาจสวรรค์บนแขนของเขาควบแน่นเป็น 6 ปีกแล้ว ใน
ระดับของเขา มันเป็นเรื่องยากที่จะสะสมชัยชนะต่อเนื่องไปกว่านี้
เว้นเสียแต่ว่าเขาจะขึ้นสู่ชั้นที่สาม
ด้วยการแสดงออกของเสวี้ยหมาน มันจำเป็นต้องใช้เวลาในการ
ดึงดูดกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ หาไม่แล้ว มันก็ยากที่จะทำให้เกิด ไร้ผู้ต้านอย่าง
สมบูรณ์ได้
“โอ้? วันนี้เสวี้ยหมานจะต่อสู้หรือ?” ในส่วนที่เสื่อมโทรมในพื้นที่ทาง
ตะวันออกเฉียงใต้ของชั้นสอง นักสู้คนหนึ่งเพิ่งได้รับข่าวนี้
“เฮ้ ถ้าเสวี้ยหมานไปบนสังเวียนมันก็คงจะน่าสนุก มันอาจจะ
กลายเป็นโชว์ที่ยอดเยี่ยมก็เป็นได้”
“อืม เสวี้ยหมานโหดร้ายเกินไป น้อยที่จะมีผู้รอดชีวิตจากเขา คน
ทั่วไปไม่กล้าท้าทายเขา แต่ชั้นสองของหอคอยแยกนภาเป็นที่ซึ่งเสือ
หมอบมังกรซ่อนอยู่มากมาย แม้ว่าเสวี้ยหมานเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญ
ชั้นสูงในที่แห่งนี่ แต่ก็มีนักสู้หลายคนที่ไม่อ่อนแอเช่นกัน มันมีโอกาสที่
หนึ่งในพวกเขาจะประกาศศึกกับเสวี้ยหมานได้ อย่าลืมว่าเสวี้ยหมาน ด้
รับชัยชนะมาแล้ว 70 ครั้งซ้อน ถ้าเขาพ่ายแพ้ ไม่เพียงแต่บางคนจะได้รับ
7 แต้มสังหาร แต่พวกเขากจะสามารถได้รับทรัพย์สินส่วนหนึ่งจากการยุติ
ชัยชนะต่อเนื่องอีกด้วย”
“ไปกันเถอะ!” เราจะไปยังสังเวียนและดูว่ามันจะเกิดสิ่งใดขึ้น!”
มีหลายคนที่คิดเช่นนี้ ไม่นาน ก็ได้มีนักสู้จำนวนมากมารวมตัวกันที่
สังเวียนอย่างรวดเร็ว
ส่วนใหญ่มาเพื่อร่วมสนุก 20 วันก่อน เสวี้ยหมานเพิ่งได้รับชัยชนะ
70 ครั้งซ้อน ตอนนี้ทั่วทั้งชั้นสอง ไม่มีใครสามารถคุกคามเขาได้นอกจาก
สิงเทียน ตอนนี้เมื่อเขามายังสังเวียนด้วยตัวเอง มันคงเป็นเพียงการเล่น
สนุก ไม่มีอันใดมากไปกว่านี้
ในกลุ่มผู้คน หมินหมิงได้เปลี่ยนชุดใหม่ของเสื้อคลุมสีน้ำเงินและเข้า
สู่สังเวียน
เหตุผลที่หลินหมิงได้ติดต่อกับสิงเทียน ก็เป็นเพราะแต้มสังหาร
ในตอนนี้ เขามีเพียง 2 แต้มสังหาร เมื่อถึงการต่อเวลาเช่าพื้นที่การฝึกฝน
ระดับสูง เขาจะไม่มีแต้มสังหารเพื่อต่ออายุ ดังนั้นเขาอาจจะต้องไปที่
พื้นที่ฝึกฝนระดับต่ำแทน หลินหมิงไม่ต้องการให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอย่าง
แน่นอน
ในขณะนี้ บนเวทีสังเวียนได้มีการประลองระหว่างปีศาจยักษ์และคน
ยักษ์ หลินหมิงชำเลืองมองไปก่อนที่จะเพิกเฉยมัน ถ้าความแข็งแกร่งของ
คนอื่นไม่ดีพอมันก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องดู
หลินหมิงได้เข้าสู่เจตจำนงแห่งนักสู้จิตบริสุทธิ์อย่างรวดเร็ว
หลายคนรอบข้างรู้จักหลินหมิง แต่ก็ไม่สนใจเขา เหตุผลที่พวกเขามา
วันนี้ก็คือเสวี้ยหมาน ถึงแม้ว่าหลินหมิงจะค่อนข้างโดดเด่น แต่ท้ายที่สุด
เขาก็ยังคงเป็นเพียงผู้มาใหม่และเป็นธรรมดาที่จะด้อยกว่าผู้ทรงพลังที่อยู่
มานานกว่ามาก
“เจ้าคิดว่าผู้ใดจะท้าทายเสวี้ยหมานหรือ?” นักสู้ผู้นึงจู่ๆก็ถามขึ้นมา
“ข้าคิดว่า ‘หมาบ้า’ อาจเป็นคนท้า ครึ่งปีที่ผ่านมาเขาได้ท้าทายเสวี้ย
หมาน และแม้ว่าเขาจะพ่ายแพ้ เขาก็สามารถเอาชีวิตรอดได้ เผชิญหน้า
กับเสวี้ยหมาน มีคนไม่มากที่สามารถเอาชีวิตรอดได้! ข้าได้ยินมาว่าหมา
บ้า ได้ปิดด่านฝึกตนหลังจากพ่ายแพ้ครั้งนั้น วันนี้ควรเป็นวันที่เขาออก
มาแล้ว”
“ฮ่าฮ่า มันเป็นไปไม่ได้ที่หมาบ้าจะออกมา เท่าที่ข้ารู้ เขายังคงต้องใช้
เวลาอีกหนึ่งเดือนในการบ่มเพาะ ข้าคิดว่าคนที่ก้าวขึ้นมาในครั้งนี้อาจ
เป็นเฟย์ แม่มดดำ…”