Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 555 วิถีแห่งพลัง
ด้วยเสียงตระโกนที่ดังลั่น ออร่าของเสวี้ยหมานก็ประทุขึ้น กล้ามเนื้อ
ของเขาเดิมที่เคยมีสีดำได้มีได้มีประกายแสงสีแดงแผ่ออกมา แต่ตอนนี้มัน
ดูราวกับโลหิตที่ไหลซึมออกมา
“นั่นคือ ‘เคล็ดวิชาบัญญัติโลหิตปีศาจมายาการ’ ”
ผู้ชมการแข่งส่วนหนึ่งทราบถึงทักษะพิเศษของเสวี้ยหมาน เสวี้ย
หมานมาจากนิกายเผ่าคนยักษ์ระดับห้า ซึ่ง ‘เคล็ดวิชาบัญญัติโลหิตปีศาจ
มายาการ’ เป็นเคล็ดบ่มเพาะระดับสูงภายในนิกาย การใช้งาน ‘เคล็ดวิชา
บัญญัติโลหิตปีศาจมายาการ’ ทำให้เสวี้ยหมานอยู่ในสภาพที่น่าหวาดกลัว
ที่สุดของเขา
“ตอนนี้เสวี้ยหมานได้ทุ่มสุดตัวแล้ว หลังจากที่เขาได้ประเมินเด็กคน
นี้ผิดไปครั้งแล้วครั้งเล่า” ยักษ์ปีศาจกล่าว เขาเป็นหนึ่งในคนที่คาดว่า
หลินหมิงจะถูกทำลาย
“เจ้าโง่ อย่าโง่ไปหน่อยเลย เป็นเรื่องจริงที่เสวี้ยหมานไม่ได้ใช้กำลัง
ทั้งหมดในการโจมตีครั้งล่าสุดนั้น แต่จะเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเจ้าเด็กมนุษย์
นั้นได้ใช้พลังทั้งหมดของเขาแล้วเช่นกัน?”
“งั้นรอดู นี่เป็นการต่อสู้ระยะประชิดอันดุเดือดระหว่างมังกรและ
เสือที่แท้จริง ข้าก็ไม่รู้จริงๆว่าเจ้าเด็กมนุษย์นั้นได้บ่มเพาะสิ่งใดมา!”
ผู้ชมทั้งหลายต่างถกเถียงซึ่งกันและกัน พวกเขาสัมผัสได้ถึงบรรยากา
รเย็นยะเยือกรอบๆสังเวียน มันราวกับลมหนาวที่พัดพาซึมเข้ากระดูกของ
พวกเขาซึ่งทำให้พวกเขาหนาวสั่น
“หืม?” นักสู้ที่กำลังหันหน้าและจู่ๆก็แข็งค้าง ขณะที่ลมหายใจของ
เขายังคงติดขัดอยู่ในลำคอ
ข้างๆเขามียักษ์ปีศาจยืนอยู่ ยักษ์ปีศาจตนนี้ยืนอยู่พร้อมกระบี่ขนาด
ใหญ่อยู่หลังของเขา ขณะที่ยักษ์ปีศาจจ้องมองยังสังเวียน สีหน้าก็
กลายเป็นมืดมน
“สิงเทียน!”
ภายในหอคอยแยกนภาชั้นสอง สิงเทียนเป็นดั่งราชา ด้วยการ
ปรากฏตัวของสิงเทียน ทุกคนต่างตกอยู่ในความเงียบงัน กลัวกระทั้ง
แม้แต่การหายใจ
สิงเทียนได้มาดูการประลองจริงๆด้วย!
นักสู้ทั้งหลายเบื้องหน้าของซิงเทียนต่างสับสน สิงเทียนไม่เคย
ปรากฏตัวในสังเวียนมาเป็นเวลานานกว่าครึ่งปีแล้ว
บนสังเวียน เสวี้ยหมานได้เห็นสิงเทียนปรากฏตัวขึ้น ทำให้เขาเกิด
ความขุ่นเคือง ด้วยเสียงเต้นของหัวใจที่ดังขึ้นบนหน้าอกของเขา เขา
ตัดสินใจว่าจะจัดการกับปัญหาที่รู้จักในชื่อหลินหมิง แต่ตอนนี้หลินหมิงก
ลับบังคับให้เขาถอยออกมาด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว เขายังจะเหลือ
ภาคภูมิใจอันใดอยู่อีกหรือ?
“เจ้าหนู! ข้าจะฆ่าเจ้าซะ!”
เสวี้ยหมานตระโกนออกมาพร้อมกวัดแกว่งขวานของเขาพุ่งเข้าหา
หลินหมิง ตอนนี้จะไม่ออมมืออีกแล้ว เขาจะฉีกร่างของหลินหมิงออกเป็น
ชิ้นๆ
หลินหมิงมองดูเสวี้ยหมานและถอยกลับก้าวหนึ่ง มือของเขาถือหอก
เอาไว้ เขายังไม่มีเจตนาที่จะเปิดใช้งานปราณเทพทรราชคลั่งเลย
หลังจากที่ทะลวงเข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงกลาง หลินหมิงก็
ต้องการจะทดสอบขีดจำกัดของตัวเขาเอง และเขาไม่ต้องการที่จะ
เปิดเผยความแข็งแกร่งของเขามากนัก
หลังจากถูกกดดันโดยเสวี้ยหมานและสิงเทียน หลินหมิงก็เริ่มพบกับ
ความผิดปกติบางอย่าง ราวกับมีใครบางคนกำลังจ้องมองเขา หากเป็น
เช่นนั้น การที่เขาปิดบังความแข็งแกร่งของเขาก็จะยังคงมีประโยชน์ต่อ
คนผู้นั้นแน่
ขวานยักษ์กลายเป็นหมอกโลหิตปีศาจขนาดใหญ่ หากมองจะ
ระยะไกล มันดูราวกับทะเลโลหิตที่ปั่นป่วน หมินหมิงถอยกลับกลับมา
และใช้ ‘ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม’ ในทันทีร่างของเขากลายเป็นพล่า
เลือนทำให้เกิดภาพติดตาจำนวนมาก
นับตั้งแต่ที่เขาเข้าใจวิถีแห่งลมและวิถีแห่งมิติลึกซึ่งมากยิ่งขึ้น ‘ก้าว
ย่างวิหคทองคำถลาลม’ ของหลินหมิงในที่สุดก็เข้าสู่ขั้นที่ 2 ตอนนี้การใช้
ท่วงท่านั้นดูเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง
“เจ้าโง่ หยุดการกระทำที่ไร้ประโยชน์ของเจ้าซะ! ต่อหน้าพลังที่
แท้จริงแล้วทักษะทั้งหมดก็ล้วนไร้ความหมาย จงสยบต่อข้า!”
ปังง!
จู่ขวานแสงสีโลหิตนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นกลางอากาศจากหมอกสี
โลหิต ปกคลุมทั่วทั้งสังเวียน ด้วยวิธีนี้ไม่ว่าทวงท่าการเคลื่อนไหวของ
หลินหมิงจะดีเพียงใดก็ยากที่จะหลบหนีได้
ฟรุป ฟรุป ฟรุป!
ภาพติดตาของหลินหมิงถูกปกคลุมไปด้วยหมอกโลหิตปีศาจ หลินหมิ
งเองก็ยังติดอยู่ในหมอกโลหิตปีศาจนี่เช่นกัน ขวานแสงที่บ้าคลั่งจำนวน
มากได้ปะทะกับร่างของหลินหมิง ทำลายปราณแท้ที่ป้องกันร่างของเขา
อย่างรุนแรง
ด้วยเสียงของเสื้อผ้าที่ฉีกขาด ปราณแท้ป้องกันของหลินหมิงได้ถูก
ทำลายลง มีโลหิตเล็กน้อยสาดกระเซ็นไปบนอากาศ
ห่างออกไปนับสิบก้าวจากพายุขวานนี้ หลินหมิงแทงหอกแห่งดาว
หางม่วงลงกับพื้นเพื่อหยุดการเคลื่อนไหว แต่เนื่องจากเพราะพลังงาน
นรกที่มากเกินไปทำให้หอกทรงพลังของเขาจมลงไปพื้นพื้นและไถลไปจน
สร้างรอยแยกยาวหลายสิบก้าวที่แทบจะผ่าสังเวียนออกจากกัน
ขณะที่ผู้ชมได้เห็นฉากนี้พวกเขาต่างก็เริ่มตะโกนออกมา ในการโจมตี
ครั้งล่าสุด หลินหมิงได้เปรียบ แต่ตอนนี้เสวี้ยหมานกลับเป็นฝ่ายได้พลิก
กระดาน หากยังเป็นเช่นนี้ก็ยากที่จะคาดเดาผลที่จะเกิดขึ้น
สิงเทียนยืนอยู่ตรงมุม สีหน้าที่ผ่อนคลายได้หายไป แม้ว่าการโจมตี
ของเสวี้ยหมานจะกดดันให้หลินหมิงต้องถอยกลับไปหลายก้าว แต่หลินห
มิงเองก็บาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งบาดแผลเพียงเท่านั้นไม่เพียง
พอที่จะส่งผลต่อการต่อสู้ของเขา
“เจ้าเด็กนี่ร่างกายทำมาจากเหล็กหรือไงกัน?” เสวี้ยหมานทราบดีถึง
การโจมตีของเขาว่ารุนแรงเพียงไร ปราณแท้ปกป้องร่างของหลินหลิงได้
ถูกฉีกขาดไปแล้ว และหมอกโลหิตปีศาจกำลังผ่าเขาไปในร่างกายเขา
ตามปกติหากเป็นร่างกายของนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าทั่วไปย่อมถูกฉีก
ออกเป็นชิ้นๆหลังจากถูกขวานแสง แต่หลินหมิงกลับมีเพียงแค่รอยแผล
เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
หลินหมิงเช็ดโลหิตที่มุมปาก หลังจากสำเร็จขึ้นผสานไขกระดูกแล้ว
ร่างกายของเขาแข็งแกร่งไม่ด้อยไปกว่าสมบัติระดับสูง ยิ่งกว่านั้นร่ายกาย
ของเขาก็มีระดับการฟื้นฟูที่เพิ่มมากยิ่งขั้นอีกด้วย แผลเล็กๆนี่จึงราวกับ
ไม่เป็นอันใดเลย
‘การจู่โจมของเสวี้ยหมานนั้นรุนแรงเป็นอย่างมาก แต่มันนั้นไม่มีวิถี
ผสานอยู่ มันยังไม่มากพอที่จะทำให้ข้าหวาดกลัวได้ มันเป็นเพียงเพราะ
ปราณปีศาจของเขานั้นดูหนาแน่นจนเกินไป หากข้าต้องการเอาชนะเขา
โดยไม่ต้องใช้ปราณเทพทรราชคลั่งแล้วมันคงจะค่อนข้างยุ่งยาก…’
หลินหมิงมองไปเหลือบมองตำแหน่งที่สิงเทียนยืนอยู่ ตอนนั้นหลินห
มิงได้เข้าใจถึงเหตุผลบางอย่าง สิงเทียนต้องการที่จะฆ่าเขา เสวี้ยหมาน
เป็นเพียงหมากตัวนึงเท่านั้น
‘การมีอยู่ของข้าขัดผลประโยชน์ของยักษ์ปีศาจหรือเผ่าคนยักษ์?’
หลินหมิงหัวเราะเยาะในใจของเขา เขาไม่ได้กลัวศัตรูแต่นั้นไม่ได้
หมายถึงเขาเป็นคนโง่เขลาที่จะแสดงความแข็งแกร่งของเขาแก่ศัตรู หาก
เขายังอยู่ วันข้างหน้าเบื้องหน้าของเขาอาจจะไม่ใช่เสวี้ยหมานแต่เป็นคู่
ต่อสู้ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่านี้ออกมาอีก
“หลินหมิง! เจ้าต้องตาย!”
เสวี้ยหมานพุ่งออกไปอีกครั้ง ทุกที่ๆเขาเหยียบย่ำ พื้นดินภายใต้ฝ่า
เท้าของเขาก็จะกระเด็นออกจากกันขณะที่เขายังคงกวัดแกว่งขวานไป
รอบๆ
ม่านตาของหลินหมิงหดตัวลงและเขาสัมผัสเมล็ดพันธุ์แห่งเทพ
ทรราช และเขาค่อยๆเปิดใช้เมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชอย่างเงียบๆ
ไม่จำเป็นที่เขาจะต้องใช้ปราณแท้บีบอัดทั้งหมดออกมาในครั้งเดียว
เขาต้องการเพียง 30-40% ของความแข็งแกร่งของมัน ด้วยวิธีนี้เคล็ดวิชา
ปราณเทพทรราชคลั่งก็จะคงอยู่ได้นานกว่า
หอกพุ่งออกไป และเกิดปราณแท้สีครามปะทุออกมาอย่างไรที่สิ้นสุด
เคล้งงง!
หอกของหลินหมิงปะทะเข้ากับขวาน ขณะเดียวกันจิตวิญญาณ
สายฟ้าทั้งสามหลอมรวมเข้ากับเข็มเหล็กปีศาจศักดิ์สิทธิ์และยิงออกไปพุ่ง
ไปยังดวงตาของเสวี้ยหมาน
“หืม!”
เสวี้ยหมานดึงขวานของเขากลับมา ฟันไปยังเข็มเหล็กปีศาจปีศาจ
ศักดิ์สิทธิ์ เรื่องที่หลินหมิงมีจิตวิญญาณสายฟ้านั้นไม่ใช่ความลับ เสวี้ย
หมานได้เตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว
ย๊ากกก!
เข็มเหล็กปีศาจศักดิ์สิทธิ์ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆจากการถูกผ่าออก
จากกัน สายฟ้าสีแดงและสีม่วงพุ่งไปหาเสวี้ยหมานอย่างรวดเร็วราวกับ
อสรพิษ
“อย่ามาขวางทางข้า!”
เสวี้ยหมานตระโกนออกมา ขณะที่เขาตระโกน เสียงของเขาก็ได้
หลอมปราณแท้เข้าไปจนเกิดเป็นรูปร่าง นี่เป็นการโจมตีด้วยคลื่นเสียง
เป็นการโจมตีรูปแบบเดียวกับแผนกพิณของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
.
คลื่นกระแทกและสายฟ้าพุ่งปะทะกัน ปราณแท้กระจายออกมาราว
กับคลื่นยักษ์ และพลังงานเหล่านี้ก็ได้สลายกันและกัน ในช่วงการปะทะที่
รุนแรงนี่ เส้นแสงสีม่วงได้ทะลวงผ่านคลื่นเสียงพุ่งไปยังเสวี้ยหมาน
ปังง!
ขณะนั้นร่างกายของเสวี้ยหมานก็สะท้าน เสียงที่ดังกึกก้องราวกับ
ปฐพีถล่มเกิดขึ้นอยู่ภายในหูของเขาขณะที่ทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขา
ตกอยู่ภายใต้การโจมตีของจิตวิญญาณสายฟ้าแสงแห่งฝันมายา
ในการโจมตีทางกายและจิตวิญญาณพร้อมกัน เสวี้ยหมานก็สามารถ
จัดการกับมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์และสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิต
ทำลายล้างด้วยการตอบโต้ด้วยคลื่นเสียงของเขา แต่ไม่สามารถจัดการกับ
จิตวิญญานสายฟ้าแสงแห่งฝันมายาที่มองไม่เห็นได้เลย
“บัดซบ!” ดวงตาของเสวี้ยหมานเบิกกว้างไปด้วยโลหิตแดงคลั่ง
ในตอนนี้เอง หลินหมิงได้ก้าวไปข้างหน้า เขาเปิดใช้พลังของปราณ
เทพทรราชคลั่งอีก 20% และพุ่งหอกไปยังเสวี้ยหมานอีกครั้ง
ฆ่า!
เจตจำนงทั้งหมดของเขาถูกถ่ายเทลงไปในการโจมตีนี้ หอกแห่งดาว
หางม่วงนั้นดูเหมือนจะพุ่งผ่านมิติและปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเสวี้ย
หมานในทันที!
ด้วยทะเลแห่งจิตวิญญาณที่ปั่นป่วนของเขา เสวี้ยหมานยังเป็น
อัมพาตอยู่ ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น แต่ดวงตาของเขาก็ยังคงกระสาด
ประกายแสงอันบ้าคลั่งในขณะที่เขากัดลิ้นเพื่อบังคับให้ตัวเองตื่นตัว แต่
ในตอนนั้นเอง หอกแห่งดาวหางม่วงของหลินหมิงได้มาอยู่เบื้องหน้าของ
เสวี้ยหมานเรียบร้อยแล้ว การเคลื่อนไหวของเสวี้ยหมานช้าเกินไป
นอกจากนั้นขวานของเขาก็ด้อยกว่าหอกแห่งดาวหางทั้งความยืดหยุ่น
และความเร็ว ไม่เหลือเวลามากพอที่จะป้องกันมันไป!
“เจ้าหนู ข้าขอเดิมพันทุกอย่างในการจัดการเจ้า!”
เสวี้ยหมานตระโกนและเหวี่ยงขวานไปยังหลินหมิง เขาต้องการใช้วิธี
ที่เหี้ยมโหดเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายพินาศไปด้วยกัน
ในเมื่อเขาไม่สามารถหลบได้อีกต่อไป เขาก็ได้เดิมพันทุกๆอย่างเพื่อ
บังคับให้หลินหมิงถอยกลับไป
ขณะที่หลินหมิงเห็นความตั้งใจของเสวี้ยหมานที่จะตายไปด้วยกัน
เขาก็แสยะยิ้ม หากเป็นปกติแล้วเขาจะไม่ติดใจกับกับต่อสู้ จะแลกเปลี่ยน
กันจนกว่าจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งล้มลง ด้วยความสมบูรณ์แบบของขั้นผสาน
ไขกระดูกและความสามารถในการป้องกันที่น่ากลัวของเขา เรารู้ดีว่าคน
สุดท้ายที่จะยืนอยู่ย่อมเป็นเขา แต่ในตอนนี้ มีสายตาของสิงเทียนคอยจับ
จ้องอยู่เบื้องหลัง หลินหมิงจึงไม่สามารถที่จะเปิดโอกาสให้!
หลินหมิงถอยกลับ ขณะที่เขาพุ่งหอกของเขาออกไป ดูเหมือนว่า
แนวโคจรหอกจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างแปลกๆในขณะที่เกิดฉากที่น่า
เหลือเชื่อขึ้น ในเรื่องของความความยาว หอกแห่งดาวหางม่วงนั้นสั้นกว่า
ขวานยักษ์ หากขวานยักษ์มาถึงตัวหลินหมิงแล้ว หอกแห่งดาวหางม่วงก็
ไม่ควรจึงตัวเสวี้ยหมานนั่นเอง
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้ามกัน ขวานยักษ์ยังมาไม่ถึงตัวหลินหมิง
แต่หอกแห่งดาวหางม่วงก็เจาะทะลุผ่านหน้าอกของเสวี้ยหมานไปแล้ว!
โลหิตกระฉูดออกมาและผนึกดูดกลืนโลหิตก็ประทุขึ้น เสวี้ยหมาน
สำลักและกระเด็นออกไป
หลินหมิงหลบการฟันของขวานและถูกโจมตีด้วยขวานเพลิงแสง
เท่านั้น ปราณแท้ในร่างของถูกทำลายลงอีกครั้ง และโลหิตในร่างของเขา
ปั่นป่วน แต่เขาก็จัดการหยุดมันอย่างรวดเร็ว
“มีอันใดผิดพลาด?”
“เกิดอะไรขึ้น? เห็นได้ชัดว่าหลินหมิงไม่ได้โจมตีก่อน ดังนั้นหอกของ
เขาจะทำร้ายเสวี้ยหมานได้อย่างไร?”
ขณะที่ผู้ชมได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นบนสังเวียน พวกเขาทั้งหมดต่างตก
ตะลึง การโจมตีของหลินหมิงมีความผิดปกติที่ไม่สมเหตุผล สิ่งที่เป็นไป
ได้มากที่สุดก็คือหลินหมิงหลบการจู่โจมของเสวี้ยหมานขณะที่พุ่งหอกไป
ยังหน้าอกของเสวี้ยหมานและทำให้เสวี้ยหมานกระเด็นออกไปในเวลานั้น
“มันคือวิถีแห่งมิติจริงๆด้วย! เจ้าเด็กนี่!” ใบหน้าของสิงเทียน
กลายเป็นน่าเกลียด หลินหมิงเผยทักษะหอกที่ผสานกับวิถีแห่งมิติในช่วง
ต้นของการต่อสู้กับหนูดำไปแล้ว ในตอนนั้นไม่มีผู้คนสนใจมากนัก แต่
ตอนนี้วิคถีแห่งมิติของเขาเห็นได้ชัดว่าก้าวไปอีกขั้นแล้ว
กฏแห่งมิติเป็นกฏที่คลุมเครือยากที่จะเข้าใจอย่างยิ่ง มีผู้กล้าชั้นสูง
ของเผ่าเฟย์นับไม่ถ้วนที่ไม่สามารถเข้าใจมันได้ ไม่ว่าพวกเขาจะพยายาม
มากเท่าไรก็ตาม แต่หลินหมิง เด็กหนุ่มเพียงที่อยู่เพียงขั้นปราณปลายฟ้า
ช่วงกลาง สามารถนำมันมาใช้ได้อย่างสมบูรณ์กับหอกของเขา
‘เจ้าเด็กนี่เติบโตเร็วมากเกินไป หากข้าไม่รีบจัดการเขา ในไม่ช้าเขา
จะกลายเป็นหายนะ!’ สายตาของสิงเทียนจ้องมองด้วยเจตนาสังหาร
บนสังเวียน เสวี้ยหมานคลานขึ้นมาจากพื้น รูที่ถูกเจาะตรงอกขนาด
ใหญ่ และมีโลหิตไหลออกมามากมาย สำหรับเผ่าคนยักษ์ มันเป็นแผลที่
เขาแทบจะไม่สามารถทนต่อไปได้อีก
“เจ้าสารเลว! ข้าจะฆ่าเจ้าซะ!” ขณะที่เสวี้ยหมานตะโกน เขาก็
กระอักโลหิตออกมาทุกคำพูด
หลินหมิงคิ้วขมวด ‘เขาเป็นคนที่มีจิตใจแน่วแน่อย่างยิ่ง มันน่า
เสียดายที่ความเข้าใจกฏแห่งมิติของข้ายังมีไม่เพียงพอ มิเช่นนั้นหอกของ
ข้าอาจจะแทงได้ลึกยิ่งกว่านี้และข้าก็สามารถทำให้ผลึกดูดกลืนโลหิต
ระเบิดจากภายในร่างกายของเขา แล้วเขาก็จะตกตายอย่างแน่นอนไป
แล้ว!’