Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 556 สิงเทียนประกาศท้าสู้
“ข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ!” เสวี้ยหมานกัดฟันแน่นของเขาและโคจร
ปราณปีศาจไปจนถึงขีดจำกัด ลำแสงสีแดงเข้มหนา 3 ก้าวพุ่งออกมาจาก
ตัวเขา การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นจากปราณปีศาจ เสวี้ยหมานนั้นได้รับการ
ผลักดันไปสู่ปากเหวแห่งความสิ้นหวังแล้ว
“ดื้นด้านยิ่งนัก!”
หมิงหมิงยกหอกแห่งดาวหางม่วงขั้น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความ
ไม่แยแส บนปลายหอกนั้น พลังแห่งมิติสั่นสะเทือนและแสงโลหิตสาด
ประกาย
ผนึกโลหิตเกลียวคลื่นสังหาร!
หอกพุ่งออกไป มันเต็มไปด้วยพลังหมุนที่ทรงพลัง มันเหมือนกับ
ลูกศรที่หมุนเป็นเกลียว นี่เป็นทักษะทำลายการป้องกันที่อยู่ใน “เคล็ดบ่ม
เพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ” ด้วยการหมุนวนอย่างรุนแรงของผนึกดูดกลืน
โลหิตมันบดขยี้เมฆปราณปีศาจและกวาดล้างมันออกไป เพิ่มความ
ได้เปรียบให้กับหลินหมิงในจากการถูกยับยั้งปราณแท้ กลายเป็นหอกที่ไม่
อาจต้านทานได้!
ขวานแสงระเบิดออก และหอกดั่งอสรพิษแสงพุ่งไปยังเสวี้ยหมาน
“อ๊ากกก!” เสวี้ยหมานคำรามออกมาดั่งสวรรค์ถล่มปฐพีทลาย “ข้า
ปฏิเสธที่จะพ่ายแพ้ที่นี่! ขวานสวรรค์ผ่าปฐพี!”
ไม่ว่าอย่างไร เสวี้ยหมานก็ยังคงเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เคยประสบกับการ
ต่อสู้นับไม่ถ้วน แม้ว่าเขาจะถูกปราบปรามอย่างสมบูรณ์โดยหลินหมิง แต่
เขาก็ยังคงไม่ยอมแพ้และยังคงดิ้นรนขณะที่เขาเห็นหอกของหลินหมิงพุ่ง
เข้ามา เพื่อปกป้องตัวเอง เขาได้ใช้ปราณปีศาจอันท่วมท้นทั้งหมดลงไปใน
ขวานและผ่าไปยังหอกแห่งดาวห่างม่วง
“การโจมตีของเจ้าโร้ซึ่งวิถี และที่สำคัญที่สุด – มันไร้ซึ่งจิตวิญญาณ
ไม่ว่าการบ่มเพาะของเจ้าจะลึกซึ้งเพียงใด ทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้าทำก็ไร้
ประโยชน์อยู่ดี!”
ด้วยแสงโลหิตสาดประกาย หอกของหลินหมิงพุ่งผ่านขวานยักษ์ไป
ราวกับภูติผี ผนึกดูดกลืนโลหิตได้แยกคลื่นพลังโลหิตออกจากกัน ด้วยวิถี
แห่งมิติที่ผสานเข้ากับหอกแห่งดาวหางม่วง ปลายหอกได้ทะลวงผ่านมิติ
ไปปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าของเสวี้ยหมานในทันที
ในตอนนี้ เสวี้ยหมานไม่อาจหลบได้อีกต่อไป
ปุ!
ปราณปีศาจที่ป้องกันร่างกายของเสวี้ยหมานถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆราว
กับกระดาษบางๆ หอกแห่งดาวหางม่วงเสียบเข้าไปยังหน้าอกของเขา
พลังหมุนอันทรงพลังปะทุขึ้นภายในร่างกายของเสวี้ยหมาน บิดหัวใจของ
เขาจนเป็นเศษเนื้อ!
มีโลหิตกระชูดพุ่งออกมาจากด้านหลังของเสวี้ยหมาน หอกของหมิง
หมิงแทงทะลุเขาอย่างสิ้นเชิง!
“เจ้า!!!” หัวใจของเขาถูกบดขยี้ ใบหน้าของเสวี้ยหมานจึงได้บิดเบี้ยว
อย่างแปลกประหลาด เขาจ้องมองหลินหมิงด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความ
เกลียดชังอย่างแท้จริง “ตายไปด้วยกันซะเถอะ!”
เสวี้ยหมานตะโกนเสียงดังอีกครั้ง ขวานผ่าลงไปยังศีรษะของหลินห
มิง เขาสูญเสียความมีเหตุมีผลทั้งหมดไปแล้ว และไม่มีอะไรหลงเหลือ
นอกจากความบ้าคลั่ง
แต่เสวี้ยหมานที่เสียสติไปแล้วจะทำให้หลินหมิงบาดเจ็บได้อย่างไร
เล่า?
เท้าของหลินหมิงกดลงไป ‘ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม’ และจากนั้น
ร่างของเขาก็หายตัวไปจากที่ซึ่งเคยยืนอยู่ ไม่เหลืออะไรเลยนอกจากภาพ
ติดตา
ปังงงงง!
ขวานยักษ์ของเสวี้ยหมานปะทะเข้ากับพื้นอย่างจัง
“ข้า…”
ดวงตาของเสวี้ยหมานเริ่มเลือนลาง หอกแห่งดาวหางม่วงถูกดึง
ออกมา และน้ำพุโลหิตก็ได้พ่นออกจากหน้าอกของเขา
วิสัยทัศน์ของเสวี้ยหมานค่อยๆพร่ามัว ดวงตาของเขากวาดผ่าน
หลินหมิงไปยังสิงเทียนผู้ที่ยืนอยู่ในมุมหนึ่งของเวทีสังเวียน สีหน้าของสิง
เทียนกลายเป็นมืดมนและดวงตาเต็มไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรง
“พี่ชาย…”
เสวี้ยหมานต้องการที่จะกล่าวอะไรบางอย่าง แต่ผิวหนังของเขาก็ได้
ระเบิดออกราวกับถุงน้ำแตก มีหมอกโลหิตพุ่งออกมาจากร่างของเขา
และก่อตัวเป็นผนึกดูดกลืนโลหิตอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันรอยสัก
ปีศาจสวรรค์บนแขนของหลินหมิงดูเหมือนจะมีชีวิตชีวาขึ้น ด้วยการโบก
มือของหลินหมิงทำให้รวบรวมพลังงานจากนรกทั้งหมดที่เปล่งออกมา
จากร่างกายของเสวี้ยหมานได้
พลังงานนรกของเสวี้ยหมานมีมากมายอย่างยิ่ง หลังจากปีกคู่ที่สอง
สมบูรณ์ ปีกคู่ที่สามก็ได้ก่อตัวขึ้น ด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
มันค่อยๆกลายเป็นชัดเจนมากขึ้นจนในที่สุดมันก็หยุด และห่างเพียง
เล็กน้อยจากการรอยสักปีศาจสวรรค์ 6 ปีกที่สมบูรณ์
ช่วงเวลาที่รอยสักปีศาจสวรรค์หยุดการเติบโต แสงสีแดงสาด
ประกายตาของหลินหมิงก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่เสวี้ยหมานตกตายไป ผู้ชม 6000-7000 ก็ยังคงตกตะลึง
อย่างเงียบงันโดยสิ้นเชิง เป็นเช่นนี้อยู่นาน ไม่มีผู้ใดกล่าวออกมาแม้แต่คำ
เดียว
ความจริงก็คือนับตั้งแต่หลินหมิงได้ทำให้เสวี้ยหมานได้รับบาดเจ็บ
เป็นครั้งแรก ผู้คนจำนวนมากคาดหวังเล็กน้อยว่าหลินหมิงอาจได้รับชัย
ชนะในตอนท้าย แต่หลังจากได้เห็นฉากนี้เกิดขึ้นต่อหน้า ดวงตาของพวก
เขาก็ยังเต็มไปด้วยไม่อยากจะเชื่อ
เสวี้ยหมานเป็นผู้มีชื่อเสียงในหอคอยแยกนภาชั้นสองมานานแล้ว
เขามีความแข็งแกร่งพอที่จะเข้าสู่ชั้นสามได้แล้ว
ในชั้นที่สอง เสวี้ยหมานผู้สังหาร มีความโหดร้ายและเผด็จการอย่าง
ยิ่ง ชื่อเสียงของเขา และชัยชนะ 70 ครั้งซ้อนนั้น ได้สร้างขึ้นมาจาก 70
ศพที่เขาเหยียบย่ำ
ความโหดร้ายและป่าเถื่อนของเสวี้ยหมาน ทำให้บรรดาผู้ที่รู้จักเขา
ต้องสั่นสะท้าน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รูปลักษณ์ของเขายังฝังแน่น
ภายในจิตใจของหลายคน ไม่มีผู้ใดใน 10 อันดับแรกกล้าที่จะยอมรับการ
ท้าทายจากเขา แต่ในตอนนี้ เสวี้ยหมานกลับตกตายไปด้วยน้ำมือของ
มนุษย์ผู้มาใหม่ สำหรับอายุของมนุษย์ผู้นี้ อย่างมากสุดก็คงอายุยี่สิบต้นๆ
และการบ่มเพาะของเขาก็อยู่ขั้นปราณปลายฟ้าเท่านั้น
“การป้องกันที่ทรงพลัง ความแข็งแรงที่ไม่น่าเชื่อ ปราณแท้ที่
หนาแน่นอย่างสมบูรณ์ซึ่งขัดแย้งกับการบ่มเพาะของเขา และ
นอกเหนือจากสิ่งเหล่านั้น เขายังมีความเข้าใจวิถีและกฏอีกด้วย… สหาย
ผู้นี้!!!”
สิงเทียนมองไปยังหลินหมิงแฝงด้วยความตั้งใจ ตราบเท่าที่หลินหมิง
ยังไม่ตาย ความสำเร็จในอนาคตของเขาก็ย่อมไม่มีที่สิ้นสุด
“หลินหมิง เป็นฝ่ายชนะ!”
ผู้ตัดสินวัยกลางคนตะโกนขณะที่เขาก้าวเข้าสู่เวที ขณะที่มองไปยัง
หลินหมิง ดวงตาของเขาก็เกิดความรู้สึกหวาดกลัว “ผู้กล้าหลิน ท่านจะท้า
ทายต่อไปอีกหรือไม่?”
“ไม่!”
หลินหมิงปฏิเสธอย่างสุภาพ หลังจากที่เขาสู้กับเสวี้ยหมานแล้ว เขาก็
ไม่ได้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด ไม่เพียงแค่นั้น แต่มีผู้เชี่ยวชาญมากมายที่
ต้องการเอาชีวิตของเขา
“ฮ่าๆ เป็นเรื่องดีที่จะพักผ่อน” ผู้ตัดสินหัวเราะชอบใจ “ผู้กล้าหลินมี
พลังที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ตั้งแต่เด็ก ในอนาคต ความสำเร็จของท่านย่อมไร้
ขีดจำกัด!”
“ขอบใจ” หลินหมิงยิ้มจางๆ เขาหยิบแหวนมิติของเสวี้ยหมานมาและ
หันหลังเพื่อจากไป
“หลินหมิง!”
ขณะที่หลินหมิงกำลังจะออกจากเวที ก็มีเสียงลึกดังขึ้นทั่วทั้งสังเวียน
กระจายไปทั่วทุกซอกทุกมุม
หลินหมิงหยุดเดิน เขาชำเลืองมองและเห็นว่าคนที่พูดเป็นสิงเทียน
สิงเทียน – ราชาแห่งชั้นสอง
ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ เขาก็ได้กลายเป็นจุดสนใจของทุกคน
สิงเทียนยิ้ม “หลินหมิงเจ้าได้ทำให้ข้าประหลาดใจอย่างแท้จริง จาก
บรรดาชนชั้นสูงของมนุษย์ที่ข้าได้พบมา ความสามารถของเจ้าโดดเด่น
ที่สุด! แต่ถึงอย่างนั้นข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าจะเอาชนะเสวี้ยหมานได้! เจ้า
ได้ให้ข้าประหลาดใจอย่างแท้จริง! ดี! ดี! ดีมาก!”
สิงเทียนได้กล่าวคำว่า ‘ดี’ 3 ครั้งติดต่อกัน แต่กลับเต็มไปด้วยกลิ่น
อายอันน่าขนลุกและจิตสังหารที่หนาแน่น
หลินหมิงเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาของเขาลุกโหมขณะที่เขาจ้องมองสิง
เทียนและกล่าวว่า “เจ้าต้องการสิ่งใด?”
“ฮ่าฮ่า ง่ายมาก เนื่องจากเจ้าสามารถฆ่าเสวี้ยหมานได้ นั่น
หมายความว่าเจ้ามีความสามารถที่จะต่อสู้กับข้าได้แล้ว มันเป็นเวลานาน
มาแล้วตั้งแต่ทุกคนบนชั้นสองไม่ได้ทำให้ข้าสนใจขึ้นมา ข้าขอท้าทายเจ้า
เจ้ามีความกล้าที่จะยอมรับหรือไม่?”
คำกล่าวเหล่านี้ทำให้ผู้ชมทั้งหมดตกตะลึงไปตามๆกัน ดวงตาหลาย
พันจับบจ้องไปยังสิงเทียนและหลินหมิง
สิงเทียนได้ท้าทายหลินหมิง!
เป็นเวลาชั่วครู่ที่ทุกคนได้เงียบงันและตกตะลึง
สิงเทียนได้รับการยอมรับว่าเป็นอันดับ 1 ของชั้นสอง เขาไม่ได้ต่อสู้
มานานกว่าครึ่งปีและได้เพียงฝึกฝนอย่างขยันขันแข็งแทน
ครึ่งปีที่ก่อน มีอยู่ครั้งหนึ่งในชั้นสองได้เคยมีผู้ที่ทรงพลังกว่าเสวี้ย
หมาน นั่นคือการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของสิงเทียน ในท้ายที่สุด สิงเทียนได้ฆ่า
คู่ต่อสู้ของเขาและตัดหัวด้วย!
ในเวลานั้น ความแข็งแกร่งของสิงเทียนก็ได้รุดหน้าเสวี้ยหมานไป
มากแล้ว ในตอนนี้เขายังได้ปิดด่านฝึกตนเป็นเวลาครึ่งปี ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขามี
ขีดจำกัดเพียงใด
ไม่มีใครคาดว่าเขาจะท้าทายหลินหมิงเช่นนี้ นี่จะเป็นการต่อสู้ครั้ง
แรกในรอบ 6 เดือนของเขา!
ในสถานการณ์เช่นนี้ หลินหมิงจะตกลงหรือไม่? เขาจะกล้ายอมรับ
หรือไม่?
ในทั่วทั้งสังเวียนขนาดใหญ่ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงแม้เพียงเล็กน้อย
ผู้ชมต่างกลั่นลมหายใจรอขณะที่พวกเขามองไปยังหลินหมิงเพื่อให้
คำตอบ
หนึ่งคือราชาของชั้นสอง เขาเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการต่อสู้ตลอด
หลายปีที่ผ่านมาและยังคงไร้พ่าย
อีกคนหนึ่งเป็นราชาของผู้มาใหม่ เขาเป็นยอดอัจฉริยะที่สามารถฆ่า
หลานซิงและเสวี้ยหมานได้ เขาย่อมเป็นอัจฉริยะไร้เแรียบท่ามกลาง
อัจฉริยะในรุ่นของเขา
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าถ้าหลินมินถูกปล่อยให้เติบโตขึ้นอย่างเสรีแล้ว ใน
วันหนึ่งเขาย่อมก้าวผ่านสิงเทียนไปได้ แต่คำถามก็คือว่า สิงเทียนจะทำให้
เขามีโอกาสนั่นหรือไม่
บางทีเขาอาจกลัวว่าหลินหมิงคุกคามสถานะของเขา หรืออาจจะเป็น
ห่วงว่าวันหนึ่งเขาจะต้องตกอยู่ภายในกำมือของหลินหมิง โดยไม่คำนึงถึง
เหตุผล สิงเทียนได้ตัดสินใจที่จะกำจัดปัญหานั้นแต่เนินๆ
การกระทำนี้มิได้น่ายกย่อง แต่ก็มิได้ผิด
“นี่ เจ้ากลัวเกินกว่าที่จะยอมรับหรือ?” สิงเทียนหัวเราะอย่างชั่วร้าย
หลินหมิงหัวเราะบ้าง “ไม่ใช่ว่าข้าไม่กล้า แต่เจ้าเป็นคนขี้ขลาด
ถึงแม้ว่าเจ้าจะยิ้ม ความจริงก็คือหัวใจของเจ้ากำลังเต้นด้วยความตื่น
ตระหนก!”
คำพูดของหลินหมิงเฉียบคม จี้โดนจุดของสิงเทียน สิงเทียนกำลังตื่น
ตระหนกอย่างแท้จริง! อัตราการเติบโตของหลินหมิงทำให้เขากระวน
กระวายด้วยความหวาดกลัว เพราะเหตุนี้จึงตัดสินใจที่จะจัดการปัญหา
แต่เนินๆ
สิงเทียนคิ้วขมวดและดวงตาของเขาสาดประกายแสงสังหาร “เจ้านั้น
หยิ่งยโสอย่างยิ่ง! ในหอคอยแยกนภา ความเย่อหยิ่งจะนำไปสู่จุดจบที่เร็ว
ขึ้น!”
“ฮ่าฮ่า เช่นนั้นแล้ว เจ้าถ้าข้าเห็นด้วยกับการท้าทายของเจ้า มันจะ
มิใช่ทำให้ข้ายิ่งหยิ่งยโสขึ้นไปอีกหรือ?” หลินหมิงโต้กลับ ทำให้ซิงเทียนไร้
คำพูด
“เจ้าพล่ามไร้สาระยิ่งนัก ตกลงเจ้ากล้าที่จะสู้ข้าหรือไม่?”
หลินหมิงยิ้มจางๆ “ทำไมข้าจะไม่กล้าสู้เล่า? แต่เรื่องเวลานั้น ข้าจะ
ตัดสินใจเอง!”
สิงเทียนตกตะลึง เด็กคนนี้ เขาไม่ได้คิดจะเลื่อนเวลาการต่อสู้ออกไป
เป็นปีใช่หรือไม่?
แต่ในหอคอยแยกนภา ถ้าหลินหมิงถอยกลับไปยังพื้นที่ฝึกฝนของ
เขาและไม่ได้ออกมา ก็ย่อมไม่มีสิ่งใดที่เขาสามารถทำได้ สิงเทียนพยัก
หน้า “ดี!”
“หนึ่งเดือน หนึ่งเดือนนับจากนี้ เราจะตัดสินด้วยการต่อสู้เป็นตาย!”
เสียงของหมิงหมิงดังก้องไปทั่วทั้งสังเวียน
ในการต่อสู้กับเสวี้ยหมาน หลินหมิงยังคงเก็บซ่อนความแข็งแกร่งไว้
เป็นจำนวนมาก ในเอาชนะเสวี้ยหมานมันไม่ได้ยากกว่าการเอาชนะหลาน
ซิงเลย นั่นเป็นเพราะหลินหมิงได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงกลาง
และความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง
แม้กระทั่งไพตายของเขาก็ยังคงซ่อนเอาไว้อีกมาก หลินหมิงจึง
กำหนดการต่อสู้เป็นอีกหนึ่งเดือนนับจากนี้ นี่ไม่ใช่เพราะเขากลัวสิงเทียน
แต่เขาก็วิตกกังวลเกี่ยวกับอำนาจลึกลับที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง
หลินหมิงต้องการจะเข้าสู่ชั้นสามของหอคอยแยกนภา เมื่อ
เปรียบเทียบกับชั้นที่สองแล้ว ชั้นที่สามนั้นเป็นที่ซึ่งเสือซ่อนและมังกร
อย่างแท้จริง คู่ต่อสู้ที่อันตรายมีอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง เขาจึงต้องกำหนดให้
ตัวเองได้มีเวลาเติบโตขึ้นอีก
หนึ่งเดือน?
สิงเทียนเค้นเสียงเย็นชา เขาคิดว่าหลินหมิงจะกำหนดเวลาอย่าง
ยาวนานเพื่อหลบเลี่ยงอย่างน่าไม่อาย แต่กลับกำหนดเพียงเดือนเดียว
หลินหมิงเพิ่งทะลวงเข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงกลาง ดังนั้นมันจึงเป็นไป
ไม่ได้เลยที่เขาจะทะลวงเข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงปลายได้ในช่วงเวลา
สั้นๆ ตราบเท่าที่เขาไม่ได้ทะลวงระดับพลังขึ้นไปอีก เขาย่อมถูกย่อม
จัดการ
“หนึ่งเดือน… ดี เช่นนั้นข้าจะรอเจ้า!”
สิงเทียนได้ตกลงแล้ว
กลุ่มผู้ชมที่เงียบสงบจึงได้ระเบิดเสียงดัง หนึ่งเดือนนับจากนี้หลินห
มิงจะต่อสู้กับสิงเทียน!
ไม่มีใครรู้ถึงขีดจำกัดของหลินหมิง แต่ในเวลาเดียวกันไม่มีใครรู้ถึง
ขีดจำกัดของสิงเทียนเช่นกัน!
นี่เป็นการต่อสู้ที่ทั้งสองฝ่ายไม่รู้ถึงขีดจำกัดความแข็งแกร่งของกัน
และกัน
“เมื่อตอนที่หลินหมิงต่อสู้กับเสวี้ยหมาน เขาคงจะซ่อนความ
แข็งแกร่งส่วนใหญ่ของเขาเอาไว้ มิเช่นนั้นแล้ว เขาจะกล้าต่อสู้กับสิง
เทียนได้อย่างไร? นี่มันน่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง! ในการต่อสู้ครั้งก่อนที่รุนแรง
เพียงนั้น เขายังคงสามารถที่จะซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้ได้อีกเช่นนั้น
หรือ?” จู่ๆเหล่านักสู้ก็ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้ หลินหมิงมิได้โง่เขลา หากเขา
มิได้มีความแข็งแกร่งเช่นนั้นจริง การไปต่อสู้สิงเทียนมิใช่เพียงแค่ส่ง
ตนเองไปตายเท่านั้นหรือ?
“แล้วถ้าเขาซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้จริงเล่า? ฝ่ายตรงข้ามของเขา
คือสิงเทียน! เส้นตายหนึ่งเดือนของหลินหมิงสั้นเกินไป!”
นักสู้ผู้ที่กล่าวออกมาไม่คิดว่าหลินหมิงจะสามารถชนะได้ ความกลัว
ในความแข็งแกร่งของสิงเทียนได้ฝังแน่นลึกลงไปในจิตใจของเขาแล้ว
มันเป็นความหวาดกลัวสิงเทียนจากก้นบึ้ง…
หลินหมิง ผู้ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าเขาซ่อนความแข็งแกร่งเพียงใดเอาไว้…
การต่อสู้ครั้งนี้ทำให้ทั้งสองนักสู้รู้สึกคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ยาก…