Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 561 ตราเกียรติยศราชา
ในทันทีที่หอกแห่งดาวหางม่วงเจาะผ่านลำคอของสิงเทียน ผนึก
ดูดกลืนโลหิตก็ได้พุ่งออกมา ศีรษะของสิงเทียนถูกหั่น และน้ำพุโลหิตพุ่ง
ขึ้นไปหลายสิบก้าวในอากาศ
ปักก!
หัวของสิงเทียนตกลงบนพื้น ในขณะที่การระเบิดอันเจิดจ้าได้สิ้นสุด
ลง ทุกคนเห็นภาพของโลหิตพุ่งกระฉูด
สิงเทียนตายแล้ว…
ขณะที่ผู้ชมเห็นสิ่งนี้ พวกเขารู้สึกราวกับว่ากำลังอยู่ในความฝันที่ไม่
เป็นจริง สิงเทียนผู้เคยครอบครองชั้นสอง ได้ตกตายไปเช่นนี้!
ภายใต้น้ำมือของรุนเยาว์!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเผ่าปีศาจยักษ์ ที่ปัจจุบันพบว่าเรื่องนี้ยากที่จะ
ยอมรับ พวกพวกเขาเขา สิงเทียนเป็นตัวแทนของความเชื่อมั่น
ผลกระทบจากการตายของเขาส่งผลต่อจิตใจของพวกเขามากเกินไป
“จากนี้ไป ราชาแห่งหอคอยแยกนภาชั้นสองได้เปลี่ยนมือไปแล้ว…”
“บัดซบ!” เจ้าเด็กนี่มาจากไหนกัน?”
เมื่อหลินหมิงเอาชนะหลานซิง อาจกล่าวได้ว่าเขามีพรสวรรค์ระดับ
จักรพรรดิ แต่ภายในหอคอยแยกนภา แม้ว่าจะมีพรสวรรค์ระดับ
จักรพรรดิอยู่ไม่มากนัก แต่ก็พบได้บ่อยๆ ผู้มีพรสวรรค์ระดับจักรพรรดิไม่
เท่ากับผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ ในทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ มันมีผู้มี
พรสวรรค์ระดับจักรพรรดิมากมาย แต่คนที่สามารถเข้าถึงระดับ
จักรพรรดิที่แท้จริงหาได้ยากมากและมีจำกัด
เมื่ออัจฉริยะต้องการเติบโต พวกเขาต้องการที่จะสัมผัสโลกและการ
ผจญภัยแสวงหาโอกาสในโชคของตนเอง พวกเขาจะต้องเผชิญกับ
สถานการณ์อันตรายและโอกาสที่จะพบจุดจบ ทั้งหมดนี้ต้องการโชค
อย่างยิ่ง
หลินหมิงเป็นเพียงผู้มีพรสวรรค์ระดับจักรพรรดิเท่านั้น ถึงแม้ว่านี่จะ
เป็นเรื่องที่น่าตกใจ แต่ก็ไม่คุ้มค่ากับผู้ทรงพลังที่น่าหวาดกลัวกว่าหรือ
แม้กระทั่งที่พกวเขาจะให้ความสนใจด้วย แต่ตอนนี้เขาได้เอาชนะสิง
เทียน มันจึงทำให้บางส่วนของตัวตนระดับสูงรู้สึกกระวนกระวาย
ในมุมของสังเวียน ม่อกู่ถอนหายใจ “หลินหมิงอยู่ที่ขั้นปราณปลาย
ฟ้าช่วงกลาง แต่เขาสามารถต่อสู้ข้ามขั้นเพื่อเอาชนะผู้เชี่ยวชาญ ปีศาจ
ยักษ์ระดับสูงได้ ถ้าเขาทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ได้ในอนาคต
เข้าถึงขั้นทำลายชีวิตระดับ 7-8 และในที่สุดก็เข้าสู่ขั้นเทพสมุทร เมื่อถึง
เวลานั้นข้าไม่รู้เลยว่าผู้ใดจะสามารถยืนเคียงข้างเขาได้…”
ขณะที่ม่อกู่กล่าว ม่อกู่ก็ยืนอยู่ข้างเขาอย่างเงียบๆ ด้วยใบหน้าของ
นางซ่อนอยู่เบื้องหลังผ้าม่านจึงก็ไม่ทราบว่านางกำลังคิดสิ่งใดอยู่
ปัง!
ในบนสังเวียน ศพของสิงเทียนระเบิดออก พลังชีวิตอันยิ่งใหญ่พุ่ง
กระฉูดออกมา จากนั้นรวมตัวกันเป็นบอลผลึกเท่ากำปั้นอยู่ในอากาศ
“เป็นพลังชีวิตที่น่าทึ่งอันใดเช่นนี้!”
หลินหมิงแอบประหลาดใจอย่างเงียบๆ พลังชีวิตของสิงเทียนมี
มากกว่าเสวี้ยหมานอย่างน้อยสองเท่า! ไม่เพียงแค่นั้น แต่ที่สำคัญคือท่าน
ภาพก็ยังสูงมากอย่างยิ่งอีกด้วย หากขาดแคลนพลังโลหิตชีวิต ก็อาจ
สามารถเพิ่มปริมาณได้ แต่ถ้าขาดท่านภาพของโลหิตชีวิต ไปก็ไม่มี
ประโยชน์ที่จะเพิ่มปริมาณ
ถ้าผนึกดูดกลืนโลหิตทั้งหมดก่อตัวขึ้นมาจากปราณโลหิตระดับนี้ เขา
ก็สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของ ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ’ ได้
เป็นสองเท่า
“หืม?”
หลังจากที่ดูดซับปราณโลหิต ดวงตาหลินหมิงก็หรี่ลง ที่ด้านหน้าของ
เขา พลังงานนรกที่ถูกทิ้งไว้จากสิงเทียนไม่ได้สลายไป กลับกัน มันได้
รวมตัวกันและกลายเป็นปีศาจที่โกรธเกี้ยวพุ่งกรงเล็บมายังเขา
“โฮกกก!!”
ปีศาจที่ก่อตัวขึ้นมาจากพลังงานนรกได้คำรามขณะที่มันวิ่งไปยัง
หลินหมิง ถ้าโดยเปกติที่คู่ต่อสู้ได้เสียชีวิต ผู้ชนะจะสามารถดูดซับพลังงาน
ของนรกได้โดยตรง แต่พลังงานนรกของสิงเทียนหนาแน่นเกินไป มันถึง
จุดที่มันสามารถก่อตัวเป็นร่างกายขึ้นมาได้ มันอยากที่จะกินหลินหมิงให้
ได้
หลินหมิงเค้นเสียงเย็นชา เขาสะบัดนิ้วและมังกรวารีสีม่วงสายฟ้า
ศักดิ์สิทธิ์พุ่งออกไป สายฟ้าสาดประกายและปีศาจร้องออกมาความ
เจ็บปวด ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวอย่างน่าสังเวช
“ทำลาย!”
หลินหมิงกำมืออย่างฉับพลัน และสายฟ้าหนาเท่าแขนที่อยู่ภายใน
ร่างของมันได้ระเบิดออก ด้วยฉีกขาด ปีศาจได้ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ
พลังงานนรกเได้กระจัดกระจายอยู่ทุกทิศทาง บนแขนของหลินหมิ
งรอยสักปีศาจสวรรค์ก็ได้ดูดพลังงานนรกที่กระจัดกระจายทั้งหมดได้
อย่างสมบูรณ์
ปีกคู่ที่สามกางปีกออกบนแขนด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ชัดเจน
อย่างรวดเร็ว มันเกิดรอยสักปีศาจปีกสวรรค์ 6 ปีกขึ้น
คู่ที่สี่ก็เริ่มปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ
ปีกคู่ที่สี่นี้เห็นได้ชัดว่าหนักมากขึ้น แม้หลังจากการดูดซับพลังงานอัน
เป็นนรกอันยิ่งใหญ่ของสิงเทียน แต่มันก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างรูปร่างปีก
ที่เลือนลางได้เท่านั้น
หลินหมิงหลับตาและเข้าสู่สภาวะไร้ตัวตน ด้วยเจตจำนงแห่งนักสู้
วัฏสงสารเป็นพื้นฐาน เขาจึงลดความชั่วร้ายของพลังงานนรกที่ส่งผลต่อ
จิตใจของเขา มันไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
หลังจากสงบลง เขาก็ได้หยิบแหวนมิติสิงเทียนขึ้นมา สิงเทียนได้
สะสมสมบัติและความมั่งคั่งมหาศาลเอาไว้ตลอดตั้งแต่อยู่ในหอคอยแยก
นภา หลินหมิงตั้งตารอที่จะได้เห็นสิ่งที่อยู่ภายในแหวนมิติ
“ขอแสดงความยินดีกับผู้กล้าหลินที่ได้เป็นราชาคนใหม่แห่งชั้นสอง!”
ผู้ตัดสินประกาศขณะที่เขาก้าวเข้าสู่เวทีสังเวียน ดวงตาของเขาเต็มไป
ด้วยความรู้สึกกลัวเมื่อมองไปยังหลินหมิง
“ขอบใจ” หลินหมิงตอบอย่างราบเรียบ
“ผู้กล้าหลินได้ยุติชัยชนะ 82 ครั้งซ้อนของสิงเทียนลงได้ ท่านจะ
ได้รับ 8 แต้มสังหาร นอกจากนี้ตามกฎของหอคอยแยกนภา ผู้กล้าหลิน
จะได้รับชัยชนะเป็น 52 ครั้ง”
ภายในหอคอยแยกนภา ถ้าผู้ท้าชิงเอาชนะนักสู้ที่มีชัยชนะมากกว่า
อย่างยิ่งนั้น พวกเขาก็จะสามารถยกระดับชัยชนะของตัวเองได้ วิธีการนี้
คือชัยชนะใหม่จะได้มาจากผู้แพ้ -30
ยกตัวอย่างเช่นสิงเทียนที่มีชัยชนะ 82 ครั้งซ้อน -30 เท่ากับ 52
หากชัยชนะของผู้ชนะท้าชิงมีค่าต่ำกว่า 30 ผู้ชนะก็จะมีชัยชนะ
เพิ่มขึ้นถึง 30 อยู่ดี หากผู้ชนะของผู้ถ้าชิงมากกว่า เช่นนั้นก็จะไม่มีอะไร
เปลี่ยนแปลง
“ข้าเข้าใจแล้ว ข้าควรจะสามารถไปยังชั้นสามได้แล้วสินะ”
“แน่นอน ท่านสามารถทำได้ ท่านสามารถไปยังชั้นสามเมื่อใดก็ตามที่
ท่านต้องการ หรือท่านยังสามารถอยู่บนชั้นสองเป็นราชาต่อไป ถ้าท่านไป
จับจ่ายในจัตุรัสเมืองแล้ว ตราบใดที่เป็นร้านค้าของหอคอยแยกนภา ท่าน
สามารถได้รับส่วนลด 10% นอกจากนี้ท่านยังจะได้รับตราเกียรติยศใหม่
– ตราเกียรติยศราชา ตราเกียรติยศนี้เดิมทีเป็นของสิงเทียน แต่ตอนนี้
ท่านได้ฆ่าเขาแล้ว มันจึงเป็นของท่านโดยชอบธรรม เนื่องจากท่านได้รับ
ตราเกียรติยศราชาแล้ว ท่านยังจะได้รับแต้มสังหารเพิ่มอีก 20 แต้มด้วย”
ชั้นสองไม่มีตราเกียรติยศสำหรับการไร้ผู้ต้านสมบูรณ์ มันมีเพียงแต่
ตราเกียรติยศราชาเท่านั้น ในทางตรงกันข้าม ตราเกียรติยศราชานั้นหา
ยากมากและให้รางวัลมากมายยิ่งกว่า การทำให้เกิดไร้ผู้ต้านอย่างสมบูรณ์
สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกๆทุกสองสัปดาห์หรือมากกว่านั้นในชั้นแรก
แต่ตราตราเกียรติยศราชาจะเปลี่ยนมือทุกหนึ่งหรือสองปีเท่านั้น ใน
ขณะเดียวกัน การไร้ผู้ต้านอย่างสมบูรณ์ได้รับรางวัลเพียงรางวัลพร้อมกับ
ตราเกียรติยศไร้เทียมทาน และแต้มสังหารอีก 10 แต้ม แต่ตราเกียรติยศ
ราชาได้รับมากถึง 20 แต้มสังหาร
“อืม?”
ดวงตาของหลินหมิงสว่างขึ้น ในตอนนี้เขามีตราเกียรติยศไร้เทียม
ทานของชั้นหนึ่งและตราเกียรติยศราชาของชั้นสอง เขาได้มีสิทธิระดับ
สามดาวอีกด้วย
ด้วยสิทธิระดับสามดาว เขาสามารถเช่าแผ่นค่ายกลต่อสู้ระดับ
จักรพรรดิได้!
ผู้ทรงพลังมนุษย์ขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 มีพลังที่สามารถเทียบเคียง
กับผู้เชี่ยวชาญระดับระดับจักรพรรดิได้ แต่นั่นเป็นเพียงระดับต้นของ
ระดับจักรพรรดิเท่านั้น มันจะต้องรู้ด้วยว่าระหว่างผู้เชี่ยวชาญระดับ
จักรพรรดิยิ่งมีแตกต่างกันมากขึ้นในแต่ละช่วง ขั้นเทพสมุทรช่วงต้นและ
ขั้นเทพสมุทรช่วงปลายนั้นอยู่ในระดับที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
“ข้ามิรู้เลยว่าจะจ่ายมากเพียงใดในการเช่าแผ่นค่ายกลต่อสู้ของ
ผู้เชี่ยวชาญขั้นเทพสมุทรช่วงปลาย ถึงแม้ว่าความมั่งคั่งในปัจจุบันของข้า
จะฟังดูมากมาย ถ้าข้าใช้จ่ายได้อย่างอิสระเกินไปผู้ใดจะรู้ว่านานแค่ไหน
ก่อนที่ข้าจะหมดตัว”
เมื่อตอนที่หลินหมิงได้ฆ่าเสวี้ยหมานเขาได้รับ 7 แต้มสังหารและเมื่อ
เขาฆ่าสิงเทียนเขาได้รับอีก 8 แต้มสังหาร ด้วยการได้รับ 5 แต้มสังหาร
จากชัยชนะ 52 ครั้งซ้อนรวมอีก 20 จากตราสัญลักษณ์ราชา หลินหมิงจึง
มีแต้มสังหารทั้งหมด 40 แต้ม
ตัวเลขนี้ฟังดูน่าตกตะลึงอย่างมาก แต่ถ้าเขาใช้ 4-5 แต้มสังหาร มัน
ก็คงจะไม่นานเกินไปที่จะหมดลง
“ผู้กล้าหลิน มีคำร้องขออื่นๆหรือไม่?” ผู้ตัดสินถามด้วยความเคารพ
“ไม่มี! ขอบใจท่านมาก” หลินหมิงยกมือคารวะก่อนจะหันเตรียมจาก
ไป
“เช่นนั้น ข้าก็อยากแสดงความยินดีกับผู้กล้าหลินและหวังว่าเร็วๆนี้
ท่านจะไปถึงบัลลังก์ของเหล่าผู้ปกครองได้! ผู้ตัดสินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่
ประจบ ในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมานี้ ไม่มีมนุษย์ผู้ใดที่เคยเป็นผู้ปกครอง
ในเมืองดาวเหนือเลย
ผู้ตัดสินเป็นพวกลูกผสม เขาเป็นปีศาจยักษ์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของ
มนุษย์และเฟย์ ดังนั้น เขาจึงไม่สนใจว่าเผ่าใดจะได้ครองบัลลังก์ของ
ผู้ปกครอง
หลินหมิงยิ้ม เขาก็ก้าวลงจากเวทีสังเวียน
“น้องชายหลิน!”
ขณะที่หลินหมิงกำลังเดินผ่านกลุ่มผู้ชม ม่อกู่วิ่งไปกับม่อชิงในการไล่
ตามหลินหมิง “น้องชายหลินข้าไม่เคยคิดเลยว่าหลังจากช่วงเวลาสั้นๆ
ตั้งแต่การพบกันครั้งล่าสุดของเรา เจ้าก็ได้กลายเป็นราชาแห่งชั้นสองเสีย
แล้ว”
“มันเป็นชื่อที่ไร้ประโยชน์” หลินหมิงส่ายหัว “บนชั้นสามจะมีผู้ทรง
พลังหลายคนที่สามารถกวาดล้างทุกคนบนชั้นสองได้อย่างง่ายดาย”
“ก็จริง ชั้นสามมีผู้มีฝีมือหลายคนเช่น ปีศาจปีกสวรรค์เจ็ดดาว คน
ใดคนหนึ่งในเจ็ดคนนั้นสามารถกวาดล้างชั้นสองได้ แต่สำหรับคนที่อายุ
น้อยกว่าน้องชายหลินที่สามารถทำแบบเดียวกันได้ย่อมไม่มีแม้แต่คน
เดียว! นักสู้ชั้นสามมักจะมีอายุมากกว่านักสู้ชั้นสอง พวกเขาถือได้ว่ามี
พรสวรรค์มากเกินไป” ม่อกู่ได้กล่าวด้วยความชื่นชมอย่างสุดซึ้ง เขาได้อยู่
ที่ชั้นสองมาเป็นเวลานาน ดังนั้นเขาจึงรู้ค่าของตราเกียรติยศราชา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งในมือของคนที่อายุน้อยเช่นหลินห
มิง
“น้องชายหลินวางแผนไว้ว่าจะอยู่ที่ชั้นสองหรือไม่ หรือเจ้าวางแผนที่
จะไปยังชั้นสามกัน?”
ม่อกู่รู้ดีว่าสาเหตุที่หลินหมิงเข้ามาที่นี่คือการหาประสบการณ์ต่อสู้
ถ้าเขาไม่สามารถหาคู่ต่อสู้ที่เหมาะสมได้ที่ชั้นสอง เขาอาจจะต้องไปยังชั้น
สามแทน
“พี่ชายม่อ ท่านสามารถบอกข้าเกี่ยวกับสถานการณ์บนชั้นสามได้
หรือไม่? ข้าไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในหอคอยแยกนภามากนัก”
ม่อกู่หัวเราะและกล่าวว่า “ข้าอยู่ที่ชั้นสามมานานกว่าครึ่งปี แต่ข้าก็
ยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำสุดของที่นั่น การเก็บเกี่ยวครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของข้า
ในช่วงเวลานี้คือการที่ข้าได้รู้แจ้งจากการต่อสู้ในชั้นที่สาม น้องชายหลิน
ถามได้ถูกคนแล้ว เราจะไปยังที่อื่นและพูดคุยในรายละเอียดเพิ่มเติม
หรือไม่?”
ด้วยโอกาสที่จะช่วยหลินหมิงอยู่ข้างหน้าเขาแล้ว ม่อกู่ย่อมไม่พลาด
เป็นแน่
“อืม ข้าก็คิดเช่นเดียวกัน” หลินหมิงเคยรู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังเล็ง
เขาไว้ ถ้าเขาไม่เข้าใจอันใดและรีบวิ่งไปยังชั้นสาม เช่นนั้นเขาอาจเสี่ยง
อันตรายอย่างยิ่ง
ศึกษาข้อมูลเสียก่อนเป็นดี รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง
……………
ภัตตาคารผู้ปกครองน้อยในหอคอยแยกนภาเป็นภัตตาคารที่รองรับ
ความต้องการของนักสู้มนุษย์โดยเฉพาะ ในขณะนี้ในห้องพักที่ชั้นสองของ
ภัตตาคารผู้ปกครองน้อย หลินหมิง ม่อกู่และม่อชิงได้เลือกอาหารหลาย
จานและกำลังสนทนาขณะกิรอาหารกันอยู่
“น้องชายหลิน หอคอยแยกนภาแบ่งออกเป็น 5 ชั้นแต่ละชั้นสูง
ประมาณ 7000-8000 ก้าว ทุกชั้นมีการเชื่อมต่อกันด้วยค่ายกล
เคลื่อนย้าย
“ชั้นแรกเรียกว่านอกเมือง ตราบเท่าที่จ่ายด้วยผลึกโลหิตปีศาจก็
สามารถเข้ามาได้ ชั้นที่สองเรียกว่าเมืองชั้นใน ถ้าต้องการเข้ามายังที่นี่
จะต้องแข็งแกร่งพอหรือมีการบ่มเพาะที่สูง ชั้นที่สามคล้ายกับที่สอง
ยกเว้นว่าข้อกำหนดสำหรับความแข็งแกร่งและการบ่มเพาะมีมากขึ้น
สำหรับชั้นที่สี่ นั่นคือชั้นของผู้ปครองชั้นสูง เหล่า 10 ผู้ปกครองปีศาจ
สวรรค์ 12 ปีกทั้งหมดอยู่บนชั้นสี่ ส่วนชั้นที่ห้า มันมีลึกลับมาก ข้าไม่รู้
เลยว่ามีสิ่งใดที่นั่น หรือมีเกิดขึ้นบ้าง” ม่อกู่กล่าวขณะที่เขาเทไวน์ให้
หลินหมิง
“ดังนั้นในแง่นึง สำหรับผู้ท้าชิง ชั้นที่สามเป็นจุดสูงสุด?”
“ใช่แล้ว ชั้นที่สี่คือที่อาศัยและพื้นที่ฝึกฝนของเหล่าผู้ปกครองเท่านั้น”
หลินหมิงได้ครุ่นคิดเรื่องนี้ชั่วครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “พี่ชายม่อ ท่านรู้
หรือไม่ว่านักสู้ชั้นแนวหน้าของชั้นสามเป็นเช่นไร?”
ม่อกู่ส่ายหัว “ข้าไม่แน่ใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก ข้ายังคงไม่ค่อยได้
ติดต่อกับบุคคลในระดับนั้น บนชั้นสาม มีคนจำนวนมากคล้ายกับสิงเทียน
พวกเขาไม่ได้ต่อสู้มานาน ดังนั้นข้าจึงไม่รู้ถึงข้อ จำกัดความแข็งแกร่งของ
พวกเขาว่ามีมากเพียงใด”
“อืม…” หลินหมิงพยักหน้า ในหอคอยแยกนภา ทุกคนสามารถซ่อน
ความแข็งแกร่งของพวกเขาได้ เขาเองก็ไม่รู้ด้วยว่าข้อจำกัดความ
แข็งแกร่งของสิงเทียน นี่เป็นเรื่องปกติมากในที่แห่งนี้