Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 562 เส้นทางแห่งจักรพรรดิ
บริกรของภัตตาคารล้วนงดงามและเด็กสาว ในปัจจุบัน หลายคน
กำลังให้บริกรและไวน์ ขณะที่พวกนางเติมเหล้าองุ่นในถ้วย พวกนางต่าง
ก็จะคุกเข่าลงบนพื้น ทุกตำแหน่งและการเคลื่อนไหวที่พวกนางทำได้
เรียนรู้ผ่านการฝึกอบรมอย่างเข้มงวดและมีใบหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลา
ภายในหอคอยแยกนภา ตราบเท่าที่นักสู้ความมั่งคั่งก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้
เยี่ยงจักรพรรดิ
ต่อสิ่งเหล่านี้ ม่อกู่คุ้นเคยมานานแล้ว แต่หลินหมิงไม่ค่อยสนใจ เขา
จิบชาและรอจนกว่าบริกรจะออกไปก่อนจะค่อยๆถามว่า “ความแข็งแกร่ง
ของสิงเทียนจะอยู่อันดับใดที่ชั้นสามหรือ?”
ม่อกู่ครุ่นคิดครู่หนึ่งและกล่าวว่า “ข้าไม่สามารถบอกได้แน่ชัด แต่ข้า
สามารถประมาณว่าเขาจะอยู่อันดับกลางๆ มากที่สุดเขาก็จะอยู่ใน
ระดับกลางส่วนบน เจ้าควรทราบอยู่แล้วว่านักสู้บนชั้นสามมีอายุมากกว่า
คนที่อยู่บนชั้นสอง แม้ว่าความสามารถของสิงเทียนจะดี แต่เขาไม่ได้บ่ม
เพาะมากเท่าคนอื่น คนที่อยู่บนชั้นสามเกือบทั้งหมดเกือบเกินขีดจำกัด
อายุในชั้นสอง พวกเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากขึ้นไป จำนวนคนที่อยู่
บนชั้นสามมีน้อยมาก มีเพียงไม่กี่ร้อยคนเท่านั้น”
“แค่หลายร้อยคนเองหรือ?” หลินหมิงครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า
“ข้าจำได้ว่าหอคอยแยกนภามีตราเกียรติยศที่ชื่อว่า ตราเกียรติยศร้อยชัย
ชนะ ถ้าชั้นที่สามมีเพียงหลายร้อยคนแล้วการจะได้สัญลักษณ์นี้จะต้อง
ยากยิ่งแน่นอน!”
มันเป็นที่รู้กันดีว่าสิงเทียนมีชนะเพียง 82 ครั้งซ้อนเท่านั้น มันเป็น
เรื่องยากมากสำหรับผู้ท้าชิงที่จะสะสมชัยชนะต่อเนื่องสูงขึ้นไปอีก ไม่ใช่
ว่านักสู้อ่อนแอเกินไป แต่ก็ไม่มีผู้ใดอยากจะสู้กับพวกเขาต่างหาก
ยกตัวอย่างเช่น คนที่แข็งแกร่งราวสิงเทียน ถ้ารู้ว่าการต่อสู้กับเขาจะ
ส่งผลให้เกิดความพ่ายแพ้ที่น่ากลัวหรือแม้กระทั่งความตาย แล้วผู้ใดจะ
กล้าที่จะทำเช่นนั้นเล่า? ดังนั้น สิงเทียนจึงไม่ได้มีการประลองมานานกว่า
ครึ่งปี
ชั้นสองหอคอยแยกนภา มีนักสู้หลายพันคน สิงเทียนอยู่ที่นั่นเป็น
เวลาหลายปี แต่กลับมีชัยชนะต่อเนื่องเพียง 82 ครั้งซ้อนเท่านั้น
บนชั้นสามมีนักสู้หลายร้อยคนเท่านั้น อาจต้องใช้เวลาหลายปีในการ
ได้มาซึ่งชัยชนะเพียง 20 ครั้งซ้อน ผู้ใดจะมีตราเกียรติยศร้อยชัยชนะได้
บ้าง?
ขณะที่ม่อกู่ได้ยินคำถามของหลินหมิง สีหน้าของเขาก็ได้เปลี่ยนไป
เสียงของเขาต่ำและหวาดกลัวขณะที่เขากล่าวว่า “เรื่องนั้น… ชั้นที่สามได้
มีกฎพิเศษ บนชั้นที่สามถ้าเจ้าเอาชนะฝ่ายตรงข้ามและได้รับชัยชนะแล้ว
เจ้าจะได้รับแต้มสังหารเช่นเดียวกับบนชั้นสอง แต่สิ่งที่แตกต่างก็คือ ใน
ชั้นสามนั้นถ้าเจ้าฆ่าคู่ต่อสู้ได้ ก็จะได้รับชัยชนะ 10 ครั้งซ้อนทันที”
“อะไรกัน?” หัวใจของหลินหมิงเย็นเฉียบ “กฎข้อนี้สนับสนุนนักสู้
อย่างเต็มที่เพื่อฆ่ากัน!”
ม่อกู่พ่นลมหายใจเบาๆและกล่าวว่า “ถูกต้อง… หอคอยแยกนภา
กระตุ้นให้เราฆ่ากันและกัน อย่าลืมถ้าเจ้ามีโอกาสได้รับชนะ 10 ครั้งซ้อน
เจ้าอาจได้รับแต้มสังหาร แต่ในชั้นที่สามถ้าเจ้าฆ่าฝ่ายตรงข้ามเจ้าจะไม่ได้
รับรับชนะ 10 ครั้งซ้อน แต่เจ้าจะได้รับจำนวนแต้มสังหารที่สอดคล้องกัน
ด้วย การฆ่าและไม่ฆ่าคู่ต่อสู้… สิ่งเหล่านี้เป็นเคล็ดที่แตกต่างกันอย่าง
สิ้นเชิง! ดังนั้นบนชั้นสาม นักสู้จะต้องระมัดระวังในการท้าทายผู้อื่นอย่าง
ยิ่ง โดยปกติจะไม่ทำอะไรที่ใจร้อน เพราะการมีส่วนร่วมในการต่อสู้มักจะ
หมายถึงการต่อสู้เป็นตาย นอกจากนี้ ด้วยจำนวนของนักสู้ที่มีไม่มาก
ดังนั้น นี่หมายความว่าเวทีการต่อสู้จะว่างเปล่าเกือบตลอดเวลา”
“เรื่องนี้ดูเหมือน… ” หลินหมิงคิ้วขมวด ดูเหมือนว่าตัวตนระดับสูงใน
หอคอยแยกนภา จะไม่ได้เป็นบุคคลที่มีจิตใจดีนัก ราวกับว่าไม่มีผู้ใดอยาก
เห็นอัจฉริยะเติบโต แต่หวังว่าอัจฉริยะทุกคนจะฆ่ากันภายในหอคอยแยก
นภาแทน
นักสู้หลายร้อยคนที่อยู่บนชั้นสามของหอคอยแยกนภา เป็นชนชั้นสูง
ที่โดดเด่นที่สุดของทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ ในอนาคต คนที่อ่อนแอที่สุดในหมู่
พวกเขาก็น่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญขั้นหลอมรวมแก่นแท้ และผู้ที่แข็งแกร่ง
ที่สุดอาจจะไปถึงขั้นทำลายชีวิตระดับ 3-4 หรือราชาปีศาจห้าถึงหกดาว
มันจะไม่แปลกเลยสำหรับพวกเขาที่สักวันหนึ่งจะไปถึงระดับกึ่ง
จักรพรรดิ!
สำหรับกลุ่มสัตว์ประหลาดอัจฉริยะนี้ การตกตายไปเพียงคนเดียวก็
ถือเป็นการสูญเสียมหาศาลแล้ว!
หลินหมิงกล่าวว่า “ไม่มีชนชั้นสูงที่โง่เขลา ในหอคอยแยกนภาที่สูงขึ้น
อย่างเห็นได้ชัดว่าพวกเขาหวังให้ผู้อื่นฆ่ากันได้ ทำไมพวกนักสู้ไม่ออกไป
จากที่นี่กัน กลับปล่อยให้เรื่องเช่นนี้ยังคงดำเนินต่อไปอีกหรือ? เป็นไปได้
ไหมที่พวกเขาต้องการที่จะต้องการเดินบนเส้นทางแห่งฆ่าไปจนถึงจุด
จบ?”
เขาจะเข้าใจถ้าเป็นชั้นแรกและชั้นสอง ไม่ว่าอย่างไร พวกเขาเกือบ
ทั้งหมดก็เป็นเหมือนอาหารสัตว์ แต่ไม่มีคนประเภทที่โงเขลาบนที่ชั้นสาม
ทุกคนที่อยู่บนชั้นสามเป็นอัจฉริยะไร้เปรียบของแต่ละภูมิภาค สำหรับ
พวกเขาที่จะมาถึงจุดนี้ในเส้นทางการฆ่า มันก็หมายความว่าเส้นทางของ
พวกเขาได้มาผ่านมาไกลเป็นอย่างยิ่ง
ม่อกู่กล่าวว่า “นกยอมตายเพราะอาหาร มนุษย์ยอมพินาศเพราะ
ความมั่งคั่ง และนักสู้ยอมตกจากฟากฟ้าเพื่อหาแหล่งทรัพยากร มันไม่มี
ทางอื่น นักสู้ก็ไม่สามารถหยุดความโลภขในการผลักดันตนเองได้ เหตุผล
เรียบง่าย การที่พวกเขาไปบนเวที นอกเหนือจากการได้รับประสบการณ์
และการทดสอบตัวเอง สิ่งสำคัญคือแต้มสังหาร พวกเขาต้องการที่จะ
ได้รับแต้มเหล่านี้เพื่อที่จะนำมาใช้จ่ายค่าทรัพยากรที่นี่”
“ทรัพยากร? ทรัพยากรบ่มเพาะอันใดกันที่อยู่ชั้นสามจนสามารถทำ
ให้นักสู้จำนวนมากสูญเสียจิตใจด้วยความโลภเช่นนี้? ระดับต่ำที่สุดของ
อัจฉริยะเหล่านี้ก็ยังมาจากนิกายระดับ 4 ชั้นสูง พวกเขาขาดทรัพยากร
จริงๆหรือ?” หลินหมิงถามด้วยความสงสัย
“ฮ่าฮ่า พวกเขาไม่ขาดแคลนสิ่งต่างๆเช่นเคล็ดบ่มเพาะ โอสถ ผลึก
โลหิตปีศาจหรือหินลมปราณแท้ แต่มีบางอย่างที่สามารถหาได้จาก
หอคอยแยกนภาเท่านั้นอยู่ ยกตัวอย่างเช่น แผ่นค่ายกลการต่อสู้ที่
น้องชายหลินเคยเห็นมาก่อนก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ก็มิใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด
“โอ้?” คิ้วของหลินหมิงตั้งขึ้นในทันที แผ่นค่ายกลต่อสู้ได้ให้
ประโยชน์แก่เขามากมาย หอคอยแยกนภามีทรัพยากรที่หาได้ยาก
อะไรบ้างกว่านี้อีกหรือ?
ม่อกู่กล่าวต่อว่า “ชั้นที่สามนั้นมีเรื่องแปลกๆ ถ้าเจ้ามีสิทธิมากพอ
เจ้าสามารถขึ้นไปยังชั้นสี่ที่ซึ่งผู้ปกครองบ่มเพาะอยู่ได้ ชั้นนั้นเต็มไปด้วย
ความลึกลับมหัศจรรย์ ถ้าเจ้าไปที่นั่นและสามารถเพลิดเพลินไปกับ
ทรัพยากรที่มีอยู่ ผลประโยชน์ของเจ้าจะไม่มีที่สิ้นสุด
“บนชั้นสามของหอคอยแยกนภา มีนักสู้หลายคนที่ไม่มีพรสวรรค์
มาก นี่เป็นเหตุผลที่พวกเขามาที่หอคอยแยกนภา หากพวกเขาสามารถ
ต่อสู้ผ่านสนามรบอาชูร่าแห่งนี้ได้แล้ว พร้อมกับทรัพยากรระดับสูง พวก
เขาสามารถคายออกมาจากรังไหมออกมาและถกำเนิดใหม่เป็นผีเสื้อที่
โดดเด่น ผู้มีพรสวรรค์ระดับสามัญสามารถกลายเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับ
นักบุญ และผู้มีพรสวรรค์ระดับนักบุญอาจจะกลายเป็นผู้มีพรสวรรค์
ระดับจักรพรรดิ! ดังนั้น แม้ว่าพวกเขาทั้งหมดจะรู้ว่าโอกาสที่จะตาย
ภายในหอคอยแยกนภาสูงมาก พวกเขาก็ไม่สามารถต้านทานความ
ต้องการและยังคงอยู่ที่นี่ต่อไป”
ความสนใจของหลินหมิงได้รับแรงบันดาลใจจากคำพูดของม่อกู่ ว่า
“สิ่งที่เจ้าแปลกๆที่ท่านกล่าวถึงคืออะไรกัน?”
ม่อกู่กล่าวว่า “ความรู้ของข้าเกี่ยวกับรายละเอียดเรื่องนี้มีจำกัด ข้า
เคยได้ยินข่าวลือบางอย่าง แต่พวกมันแปลกมาก ตัวอย่างเช่น บนชั้นสี่ที่
ซึ่งผู้ปกครองชั้นสูงบ่มเพาะอยู่ มีเส้นทางลึกลับที่เรียกว่าเส้นทางแห่ง
จักรพรรดิ มีคนบอกว่า ถ้ามีผู้ใดไปถึงสุดทางเส้นนี้ พวกเขาก็จะกลายเป็น
ผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ”
“อะไรกัน?” หลินหมิงถึงกับพูดไม่ออก “ไปถึงจุดสิ้นสุดของเส้นทาง
สายนี้จะช่วยให้กลายเป็นผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิเช่นนั้นหรือ? มีอะไร
ที่บ้าคลั่งเช่นนี้ในโลกอยู่ด้วย?”
“มันน่าจะเป็นจริง ทั้งสองด้านของเส้นทางสายนี้ได้รับการแกะสลัก
ไว้ด้วยภาพสลักของผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิในอดีต มีปริศนาที่ซ่อนอยู่
นับไม่ถ้วนอยู่ภายใน และมะนคือสิ่งใด ข้าไม่แน่ใจนัก ข้าห่างไกลจากการ
มีสิทธิในการเข้าไปเส้นทางแห่งจักรพรรดิ”
คำอธิบายง่ายๆของม่อกู่ทำให้หัวใจของหลินหมิงสั่นสะท้าน เขา
ตะลึงงันชั่วครู่แล้วหยิบเอาตำราธรรมดาๆจากแหวนมิติ เขาได้รับตำรา
โบราณนี้หลังจากฆ่าเสวี้ยหมานและตรวจสอบแหวนมิติของเขา เนื้อหา
ของตำรานี้ทั้งหมดเป็นภาพทุกภาพเป็นผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิแห่ง
ทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ ที่มีอยู่นับหมื่นปีก่อน มีแม้แต่ภาพของผู้มีพรสวรรค์
ระดับจักรพรรดิชั้นสูง!
รวมทั้งมหาจักรพรรดิอเวจีก็มีในนั้นด้วย มันน่าประทับใจ แม้แต่
จักรพรรดิปีศาจก็รวมอยู่ในหมู่พวกเขาด้วย
ดวงตาของม่อกู่เบิกกว้างขณะที่เขาเห็นภาพปกตำรานี้
หลินหมิงไม่ได้กล่าวอันใดออกมา เขาเปิดตำรา ภาพวาดจากรูปสลัก
ที่มีชีวิตชีวาของผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดินับหมื่นปีก่อนได้ปรากฏตัวขึ้น
ตรงหน้าม่อกู่
เมื่อม่อกู่เปิดผ่านไปหลายหน้า เขาก็เริ่มตกตะลึงมากยิ่งขึ้น ม่อชิงเอง
ก็ยังเอนตัวไปมองด้วยความอยากรู้
“เจ้าได้รับสิ่งนี้จากที่ใด?”
“ข้าพบมันในแหวนมิติของเสวี้ยหมาน หลังจากที่ข้าฆ่าเขา ภาพของ
คนเหล่านี้ควรถูกวาดมาจากรูปแกะสลักที่ท่านกล่าวถึง ถ้าข้าไม่ผิดแล้ว
มันก็น่าจะเป็นเส้นทางแห่งจักรพรรดิ”
ม่อกู่ถอนลมหายใจยาวและปิดตำรา เขากล่าวว่า “เจ้าพูดถูก! ภาพ
สลักเหล่านี้อยู่บนเส้นทางจักรพรรดิมีลักษณะเหมือนจริงมากและมี
มากมายหลากหลายคนที่แตกต่างกันออกไป น้องชายหลินมีตัวตนตั้งจาก
หมื่นปีก่อน คนปกติจะสามารถวาดมันได้อย่างไร? ภาพเหล่านี้ได้มีความ
สมบูรณ์แบบ ทั้งความเย่อหยิ่งและเกียรติ ดวงตาที่มองลงมายังโลกด้วย
ความสูงส่ง… เนื้อหาของตำรานี้ควรจะเป็นการลอกมาจากของเส้นทาง
แห่งจักรพรรดิเป็นแน่!
หลินหมิงพยักหน้า เขามีคำถามสองข้อที่กำลังเดือดพล่านอยู่ข้างใน
ใจ ประการแรก ผู้ใดที่สลักภาพเหล่านี้บนผนังของเส้นทางแห่ง
จักรพรรดิ? เนื่องจากภาพนูนต่ำนูนต่ำนูนสูงเหล่านี้เต็มไปด้วยวิถีลึกลับที่
ใช้ในการตกแต่งเส้นทางแห่งจักรพรรดิ มันจึงมิใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะ
สามารถทำได้แน่นอน ภาพสลักเหล่านี้อายุประมาณ 70,000 ถึง 80,000
ปีมาแล้ว จนถึงขณะนี้ ในช่วงเวลาที่ยาวนานมากเช่นนี้ แม้แต่เมื่อ
จักรพรรดิปีศาจและผู้อาวุโสสูงสุดคนอื่นๆก็ยังเสียชีวิตในแดนเทวะไป
แล้ว ยังมีผู้ซึ่งสามารถมีชีวิตที่ยืนยาวและยังคงแกะสลักภาพจนถึงทุกวันนี้
อยู่ได้อย่างไร?
ประการที่สอง ทำไมตำราเล่มนี้ถึงอยู่ในมือของเสวี้ยหมานได้? เสวี้ย
หมานไม่อาจถือได้ว่าเป็นราชาแห่งชั้นสอง เขาไม่ควรมีคุณสมบัติที่จะเข้า
ไปในเส้นทางแห่งจักรพรรดิ
หลินหมิงรู้สึกว่าในหอคอยแยกนภาเต็มไปด้วยความลึกลับที่ยิ่งใหญ่
มันไม่ง่ายอย่างที่คิด
มีคนบอกว่าที่ราบโลหิตสังหารมีพลังลึกลับที่สามารถฆ่าผู้ทรงพลัง
ระดับสูงได้ ดังนั้น ผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิและผู้ทรงพลังขั้นทำลาย
ชีวิตจึงไม่กล้าที่จะย่างเท้ามาในที่ราบโลหิตสังหาร
จากนั้น ยังมีกฎแปลกๆที่ครอบบคุมที่ราบโลหิตสังหารอีกด้วย 12
เมืองปีศาจสวรรค์เป็นแหล่งพลังงานนรก 12 แห่ง และภายในเมือง
เหล่านี้ แหล่งที่มาของพลังงานนรกนั้นเป็นเหวลึกลงไป เหวเหล่านี้ขยาย
ลึกลงนับหมื่นในพื้นดิน มันไม่เป็นที่รู้จักว่ามันลึกเพียงใด
ทั้งหมดนี้ ทำให้หลินหมิงเข้าใจว่าความลึกลับของที่ราบโลหิตสังหาร
ว่าลึกลับเป็นอย่างยิ่ง
“น้องชายหลิน ให้ข้าแนะนำเจ้าว่านักสู้ทุกคนควรจะอยู่ที่ชั้นสองให้
นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นี่เป็นเพราะความกดดันนั้นใหญ่เกินไป ข้าไม่
จำเป็นต้องกล่าวถึงนักสู้ชั้นบน แต่หอคอยแยกนภายังมีกฎว่านักสู้ทุกคน
บนชั้นสามต้องประลองกันในทุกๆสองเดือนอีกด้วย มิเช่นนั้น พวกเขา
จะต้องออกจากหอคอยแยกนภาและออกจากเมืองดาวเหนือไป เมื่อพวก
เขาออกจากเมืองดาวเหนือ รอยสักปีศาจสวรรค์ของพวกเขาจะเริ่มจาง
หายไปเมื่อเวลาผ่านไปและพวกเขาจะต้องเริ่มสร้างมันใหม่ตั้งแต่เริ่มต้น
หากต้องการมันอีก”
หลินหมิงพยักหน้า “เช่นนั้น ถ้าหากข้าปิดด้านฝึกตนเป็นเวลาหนึ่งปี
ข้าก็จะต้องแระลอง 6 ครั้งใช้หรือไม่?”
“ใช่แล้ว ไม่ใช่แค่นั้น แต่ว่าการประลองทุกครั้งจะได้รับการสุ่มให้เจ้า
ตามระดับความแข็งแกร่งปัจจุบันของเจ้า มันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากชั้น
สองที่เจ้าต้องแสวงหาฝ่ายตรงข้ามเอง ดังนั้นเจ้าจะต้องระมัดระวังในการ
ซ่อนความแข็งแกร่งให้ดี ถ้าเจ้าเปิดเผยความแข็งแกร่งมากเกินไป การ
จับคู่ให้เจ้าจะได้รับจะเพิ่มมากขึ้นไปอีก!”
“ข้าเข้าใจแล้ว การพูดคุยกับพี่ชายม่อช่วยได้มากอย่างยิ่ง”
“น้องชายหลินถ่อมตนมากเกินไป เราทั้งสองเป็นมนุษย์ ดังนั้นเราจึง
ควรช่วยเหลือซึ่งกันและกันเมื่อทำได้ สิ่งเล็กน้อยเหล่านี้ เป็นสิ่งข้า
สามารถทำได้ ถ้าน้องชายหลินไปที่ชั้นสามแล้ว เจ้าสามารถหาข้าที่นั่นได้”
ขณะที่ม่อกู่กล่าว เขาเขียนที่อยู่ของเขา นี่คือที่ตั้งที่พักอาศัยของเขา
นั่นเอง
หลินหมิงชำเลืองมองเล็กน้อยแล้วเก็บมันไว้ “มีเรื่องเล็กๆน้อยๆ
บางอย่างที่ข้ายังต้องทำบนชั้นสอง หลังจากนั้น คงอีกไม่นานเกินไป
ก่อนที่ข้าจะไปยังชั้นสาม ข้าจะต้องรบกวนพี่ชายม่อในไม่ช้าเมื่อข้าขึ้นไป
ด้วย”
“น้องชายหลินสุภาพเกินไป อย่าลังเลที่จะเรียกหาข้า ไม่ว่าเมื่อไร!”