Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 564 โอสถศักดิ์สิทธิ์ไร้นาม
สำหรับผู้ปกครองชั้นสูงของหอคอยแยกนภา การได้ผู้ปกครองคน
ใหม่ขึ้นมาอีกมิใช่ข่าวดี แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวเช่นกัน
สิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุดคือการพารุ่นเยาว์ผู้มีพรสวรรค์ที่โดด
เด่นเหล่านี้ไปรวมตัวกันภายใต้การบังคับบัญชาของตนเพื่อที่จะรวมขุม
พลังของพวกเขาในหอคอยแยกนภา
ปีศาจยักษ์ลังเลชั่วครู่ จากนั้นเขาก็หยิบเอายันต์สื่อสารจากแหวนมิติ
ของเขา ด้วยการสะบัดมือ เปลวเพลิงจึงลุกไหม้ขึ้น
ในห้องโถงที่มืดมิด ก็ดูสว่างขึ้นในทันที
……………
ในชั้นที่สามของหอคอยแยกนภา ภายในห้องโลหะที่ปิดสนิท มันมี
ร่างเงาสีดำที่ดูสง่างามกำลังชกลมอยู่ ทุกหมัดรวดเร็วและทำให้เสียงราว
ผ่าฟ้าซ้ำๆ ไม่รู้จบ
ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังฝึกฝนอยู่ หญิงที่สวมเสื้อผ้าสีดำก็บุกเข้ามา
ในห้องกระทันหันและกล่าวว่า “หัวหน้า ให้พวกเราจัดการกับหลินหมิง
เถอะ”
“หืม?” ชายหนุ่มชะลอตัวลง “หลินหมิง ได้ฆ่าสิงเทียนแล้วหรือ?”
“ใช่!”
ชายหนุ่มไม่ได้กล่าวอันใดอีก เขายังคงชกต่ออีกครั้ง หมัดทุกตัวที่เขา
ชกทำให้ผนังโลหะดังขึ้นในห้อง ห้องทองหนักที่ได้รับการออกแบบมาเป็น
พิเศษได้รับยุบโดยการชกของชายหนุ่มผู้นี้
“ท่านคิดอย่างไร?” หญิงชุดดำถาม
ชายหนุ่มหยุดนิ่ง เขาถูมือของเขาและกล่าวว่า “สิงเทียนได้ประมาท
ฝ่ายตรงข้ามของเขา แต่นั่นเป็นเพียงเรื่องทั่วไป ทุกคนที่เรียกตัวเองว่า
ราชาแห่งชั้นสองจะประมาทฝ่ายตรงข้ามของพวกเขา ถ้าคนที่พวกเขา
ต่อสู้เป็นเด็ก ข้าได้ตรวจดูสำเนาแผ่นค่ายกลการต่อสู้ของหลินหมิงและซิง
เทียนแล้ว ข้าคาดว่าความแข็งแกร่งที่หลินหมิงแสดงในเวลานั้นน่าจะ
ใกล้เคียงกับขีดจำกัดของเขาแล้ว ความแข็งแกร่งเช่นนี้เป็นความ
แข็งแกร่งของชั้นที่สาม ด้วยอายุปัจจุบันของหลินหมิง ความแข็งแกร่งนั้น
ทำให้เขาเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์เยี่ยงสัตว์ประหลาด แต่เมื่อเทียบกับเรา
ปีศาจสวรรค์ระดับสูงเจ็ดดาวดาว เขาก็ล้วนไม่มีอันใด!”
ชายหนุ่มก็เตะออกไป ด้วยเสียงกระหึ่มดังขึ้น ทำให้ผนังทองหนักบิด
เบี้ยว
หญิงชุดดำมองเห็นฉากนี้และก็ส่ายหัว นางจะต้องไปหานักเล่นแร่
แปรธาตุโลหะเพื่อซ่อมแซมกำแพงอีกครั้งแล้ว
“หลินหมิงกำลังบ่มเพาะที่ชั้นสอง เมื่อเขามาถึงชั้นที่สาม ตามกฎของ
หอคอยแยกนภา มันเป็นไปได้สำหรับเขาที่จะเผชิญกับผู้ทรงพลังระดับสูง
ในไม่กี่รอบแรก นั่นคือ เขามีการเติบโตอย่างมากก่อนที่เขาจะมาถึงระดับ
ปีศาจสวรรค์เจ็ดดาวจริงๆ ดังนั้น ขอให้เจ้าโชคดีแล้วกัน”
ชายหนุ่มถูจมูก ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้
เขาหัวเราะขณะที่เขาพูดเสียงดังว่า “ข้ากลัวเพียงแค่ว่าเขาจะเติบโตไม่ได้
และทำให้มันน่าเบื่อมากกว่า”
………… ..
ในห้องฝึกฝน หลินหมิงไม่ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเขา ด้วยการ
สนับสนุนจากสภาวะของเจตจำนงแห่งนักสู้จิตบริสุทธิ์ โดยไม่หลงเหลือ
จิตสำนึกอย่างสมบูรณื ปราณแท้ในร่างกายของเขาเคลื่อนไหวไปตาม
สัญชาตญาณของตัวเอง
ในสภาวะนี้ ความเร็วการบ่มเพาะของหลินหมิงอยู่ในระดับที่น่า
หวาดกลัวอย่างยิ่ง
การฝึกฝนดำเนินไปโดยไม่รู้สึกถึงเวลา ในพริบตา 3 เดือนของความ
เงียบสงบในปิดการปิดด่านฝึกตนก็ได้ผ่านไป ในตลอดระยะเวลานี้ เขา
ออกไปเพียงครั้งเดียวเท่านั้นและนั่นก็คือการไปฝากขายสมบัติของสิง
เทียนที่เขาไม่ต้องการรวมทั้งนำผลึกโลหิตปีศาจระดับสูงจากพ่อค้าเฟย์
อ้วนกลับมาด้วย
แม้จะมีค่าธรรมเนียม 5% แต่หลินหมิงก็ยังได้ผลึกโลหิตปีศาจ
ระดับสูงกว่า 1000 ก้อนอยู่ดี
ทรัพยากรที่จำเป็นในการฝึกฝน ‘เคล็ดบ่มเพาะชีพจรปราณเทพคลั่ง’
นั้นมากมายอย่างยิ่ง แม้ว่าหลินหมิงจะใช้ผลึกโลหิตปีศาจระดับสูง แต่ก็ไม่
นานหลังจากที่เขาวางมันลงในมือและมันสูญเสียความสดใสและแตกออก
กลายเป็นหินไร้ประโยชน์
หลินหมิงมักใช้ผลึกโลหิตปีศาจระดับสูงหลายชิ้นร่วมกัน ส่งผลให้
อัตราการใช้ผลึกโลหิตปีศาจระดับสูงของเขาเพิ่มสูงขึ้น ในช่วง 3 เดือน
หลินหมิงได้ใช้ผลึกโลหิตปีศาจไป 1200 ก้อน นี่เท่ากับมีผลึกโลหิตปีศาจ
ระดับกลางหลายหมื่นก้อน
ในเรื่องนี้ พ่อค้าเฟย์อ้วนอาจกล่าวว่าได้ว่าเขาทำผลงานได้ดียิ่ง ตั้งแต่
เริ่มแรก ได้แลกเปลี่ยนผลึกโลหิตปีศาจระดับสูงจำนวนมาก แต่หลังจาก
นั้น ขณะที่หลินหมิงค้าขายกันมากขึ้นเรื่อยๆ ปริมาณของผลึกโลหิตปีศาจ
ระดับสูงเริ่มน้อย ทำให้ราคามันพุ่งขึ้น กลายเป็นเรื่องยากมากที่จะแลก
มาได้ หากปราศจากพ่อค้าเฟย์อ้วนแลกเปลี่ยนผลึกทั้งหมดเหล่านี้แล้ว
หลินหมิงคงจะปวดหัวอย่างยิ่งในการหามันด้วยตนเอง
ในช่วง 3 เดือนแห่งการปิดด่านฝึกตน หลินหมิงได้ให้ผลึกโลหิต
ปีศาจระดับกลางถึง 100,000 บวกกับแหวนมิติของสิงเทียนแก่พ่อค้าเฟย์
อ้วน นี่เท่ากับผลึกโลหิตปีศาจระดับสูงกว่า 1000 ก้อน แม้หลินหมิงพบ
ว่ามันน่าเสียดายเล็กน้อย
แต่สิ่งที่แปลกใจหลินหมิงเป็นความสามารถของพ่อค้าเฟย์อ้วน
ในขณะที่ผลึกโลหิตปีศาจระดับสูงบนชั้นสองได้ลกลง เขาก็พยายามที่จะ
ติดต่อกับคนอื่นบนชั้นสามเพื่อแลกเป็นผลึกโลหิตปีศาจระดับสูง
มันมีผลึกโลหิตปีศาจระดับสูงอยู่ที่ชั้นสามมากมาย ที่นั่นนักสู้ส่วน
ใหญ่ใช้ผลึกโลหิตปีศาจระดับสูง; ผลึกโลหิตปีศาจระดับกลางใช้เป็นเพียง
ค่าใช้จ่ายประจำวันเท่านั้น
นอกจากนี้มันยังทำให้ผลึกโลหิตปีศาจระดับสูงอยู่ที่ชั้นสามจะมีราคา
แพงขึ้นอีกด้วย ราคาแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 125:1
หลินหมิงไม่สนใจเรื่องนี้มากนัก มันไม่เป็นไรตราบเท่าที่เขาสามารถ
แลกพวกมันได้
เป็นเช่นนี้ อีก 2 เดือนก็ผ่านไป หลินหมิงได้ปิดด่านฝึกตนเป็นเวลา 5
เดือนเต็ม
ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา หลินหมิงได้ใช้ผลึกโลหิตปีศาจระดับสูงไป
จำนวนมาก นอกจากนี้ เขายังมีห้องฝึกฝนระดับสูงสุดที่เต็มไปด้วย
พลังงานนรกที่ช่วยสนับสนุนเจตจำนงแห่งนักสู้จิตบริสุทธิ์ ความเร็วใน
การฝึกฝนของหลินหมิงอาจอธิบายได้ว่าอัศจรรรย์อย่างแท้จริง
ในด้านกายผันแปร พรสวรรค์ของหลินหมิงไม่ได้ถือว่าเลวร้ายนัก
หลังจากที่เขาหลอมรวมกับหลดโลหิตจากมังกรที่แท้จริง ร่างกายของเขา
จึงมีประสิทธิภาพขึ้นอย่างมาก นอกเหนือจากนี้ เขาสิ่งต่างๆสนับสนุน
ตลอดมาจนพื้นฐานมแข็งแกร่งอย่างยิ่ง
ในวันนี้ ขณะที่หลินหมิงนั่งเข้าฌานบนเตียงหิน เขาก็เปิดตาขึ้น
“5 เดือน ด้วยเจตจำนงแห่งนักสู้จิตบริสุทธิ์ ข้าได้บ่มเพาะไปเป็น
เวลา 5 เดือน ทั้งหมดนี้เพื่อวางรากฐานสำหรับการเปิด 8 ประตูเร้นลับ
ภายใน แต่ถึงกระนั้นข้าก็ยังคงห่างไกลจากจุดเริ่มต้นอยู่ดี นอกจากนี้ การ
บ่มเพาะของข้ายังมาถึงคอขวดแล้วด้วย
การบ่มเพาะในเดือนสุดท้ายของหลินหมิงได้ค่อยๆช้าขึ้นเรื่อยๆ เขา
สันนิษฐานว่าคงอยู่ไม่ห่างจากคอขวดมากนัก
จากขั้นผสานไขกระดูกจนถึง 8 ประตูเร้นลับภายในเป็นเส้นทางที่
ยาวอย่างยิ่ง หนึ่งจะต้องฝึกฝนครึ่งแรกของ ‘เคล็ดบ่มเพาะชีพจรปราณ
เทพคลั่ง’ สู่สถานะสมบูรณ์แบบ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเสร็จสมบูรณ์ในชั่ว
ข้ามคืน
แม้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะพร้อมแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังต้องการวัสดุและ
โอสถระดับสูงเพื่อที่จะเปิด 8 ประตูเร้นลับภายใน ระดับความยากเกิน
กว่าขั้นผสานไขกระดูกมหาศาล
หากต้องการหาวัสดุระดับสวรรค์เช่นนี้ในทวีปนภารินไหล ก็ต้องการ
โชคมหาศาลเช่นกัน!
ดังนั้น เส้นทางของกายผันแปรที่หลินหมิงเดิน อาจจะกล่าวได้ว่าเต็ม
ไปด้วยอุปสรรคไม่มีที่สิ้นสุด!
หลินหมิงลังเลอยู่เป็นเวลานาน จากนั้นเขาก็ท่องบางอย่างและลูก
กลมสีทองเท่ากำปั้นก็พุ่งออกมาจากตันเถียนของเขา ลูกกลมสีทองหมุน
ไปในอากาศหลายครั้งและครู่ต่อมามันกลายเป็นเตาสีทองเล็กๆ นี่คือเตา
หลอมจักรวาล
“เปิด!”
หลินหมิงพลิกมือขวาและฝาปิดก็ได้ลอยขึ้น โอสถเม็ดสีฟ้าหลุดออก
จากเตาหลอมจักรวาลและลอยมาอยู่ในมือของเขา
ตอนแรกเมื่อนักบวชคิ้วขาวจากมหาวิหารเซนได้พยายามเปิดเตา
หลอมจักรวาลด้วยฝ่ามือผนึกแสงอรหันต์ ก็ได้มีแสงสีแดงและสีฟ้า
ปรากฏขึ้น แสงสีแดงเป็นโลหิตปีศาจยักษ์; มันถูกกลืนหายไปแล้วโดย
ลูกบาศก์ ส่วนแสงสีฟ้านี่คือ โอสถศักดิ์สิทธิ์ไร้นาม ที่ตอนนี้ได้อยู่ในมือ
ของหมินหมิง
โอสถศักดิ์สิทธิ์ไร้นามนี้มีขนาดเท่าลำไยและทั่วทังเม็ดเต็มไปด้วยชั้น
ของความหนาวเย็น ขณะที่หลินหมิงจับมันไว้ในมือ เขาก็รู้สึกได้อย่าง
ชัดเจนว่ามีความเย็นผ่านเข้าไปในเส้นชีพจรของเขาไปถึงจุดที่รู้สึกว่ามัน
สามารถแช่แข็งจิตวิญญาณของเขาได้
ความหนาวเย็นโบราณนี้ดูเหมือนจะมีการไหลเวียนมานานนับหมื่นปี
แล้ว อายุพอๆกับรากมังกรนิพพาน หลินหมิงแน่ใจได้ว่าโอสถศักดิ์สิทธิ์ไร้
นามนี้ได้กลั่นจากรากมังกรนิพพานหรือไม่!
รากมังกรนิพพานสามารถช่วยให้เขาสำเร็จขั้นผสานไขกระดูก
100% แล้วผลกระทบของโอสถเม็ดกลั่นด้วยรากมังกรนิพพานจะเป็นเช่น
ไร?
หลินหมิงได้ตรวจสอบโอสถเม็ดนี้อย่างละเอียด แต่เขายังไม่กล้าที่จะ
กลืนกินมัน เขารู้สึกได้ถึงพลังงานภายในที่บีบอัดสูงซึ่งทำให้เขารู้สึก
หวาดกลัว
โดยปกติแล้วโอสถเม็ดนั้นต้องใช้วัตถุดิบมากมายในการทำมัน ถ้า
กลืนกินอย่างใดอย่างหนึ่งโดยประมาท ก็เป็นไปได้ว่าทั้งร่างกายของพวก
เขาจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
“น่าเสียดาย ที่สุนัขสามหัวได้รับบาดเจ็บทางจิตวิญญาณในพายุมิติ
และจมอยู่ในการหลับลึก มิเช่นนั้น ถ้าเขาอยู่ที่นี่เก็อาจจะสามารถให้
คำแนะนำแก่ข้าได้บ้าง”
หลินหมิงคิ้วขมวดเล็กน้อย ตอนนี้ เขาได้เจอกับคอขวดในการบ่ม
เพาะแล้ว เขาจะต้องออกไปข้างนอกและสัมผัสกับชั้นสาม แต่ถึงแม้ว่า
หลินหมิงจะมั่นใจ แต่เขาก็ยังไม่มั่นใจในจุดที่กล้าดูถูกทุกคนในชั้นสาม
ด้วยความแข็งแกร่งของเขา ถ้าเขารีบเร่งไปที่ชั้นสาม เขาอาจพบอันตราย
บางอย่างที่นั่น
หลินหมิงลังเลและกล่าวกับตนเองว่า “เมื่อข้าดูดซับรากมังกร
นิพพาน ข้าใช้วิธีการปรับแต่งโดยน้ำพุกระจ่าง ข้าดื่มน้ำที่มีประสิทธิภาพ
ในการรักษาแล้วได้แช่ตัวอยู่ในน้ำเพื่อดูดซับสิ่งสกปรกทั้งหมดออกจาก
ร่างกาย มารเจิดจรัสกล่าวว่าการใช้วิธีนี้จะดีกว่าการกลืนกินรากมังกร
นิพพานโดยตรง โอสถศักดิ์สิทธิ์ไร้นามนี้ได้รับการกลั่นจากรากมังกร
นิพพาน ดังนั้นจึงไม่น่าจะผิดที่จะใช้วิธีการเดียวกันกับที่เคยใช้มา”
ข้อได้เปรียบของการใช้น้ำเป็นวิธีการปรับแต่งคือการกระจาย
ประสิทธิภาพของโอสถที่มีประสิทธิภาพและผลของมัน นี่จะทำให้
ประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นและง่ายต่อการดูดซับ
เมื่อหลินหมิงตัดสินใจ เขาก็ไม่ลังเลอีกต่อไป หากมองในมุมที่
แตกต่างกัน แม้ว่าวิธีการนี้ไม่ถูกต้องและเขาสูญเสียผลของโอสถเม็ดสีฟ้า
ไปมากเขาก็จะไม่รู้สึกแย่เกินไป
เส้นทางในอนาคตของเขายังคงไม่มีที่สิ้นสุด ยังโอกาสรอเขาอยู่เสมอ
ในตอนนี้ เขาได้มาถึงคอขวดในการบ่มเพาะและยังห้อมล้อมไปด้วย
อันตราย นี่เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการใช้โอสถเม็ดสีฟ้านี้แล้ว ถ้าเขาไม่ได้ใช้
มันในตอนนี้เพราะเกิดกลัวที่จะเสียมันแล้ว การทำอย่างอื่นย่อมเสียเวลา
เปล่าๆ
สำหรับหลินหมิง เวลาเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุด
แหล่งทรัพยากรอื่นๆสามารถพบได้อีกครั้ง แต่ไม่สามารถกู้คืนเวลาที่
เสียไปได้อีก
หลินหมิงหยิบเอาถังน้ำพุกำเนิดสุริยันออกมาจากแหวนมิติของเขา
น้ำพุกำเนิดสุริยันนี้เกิดขึ้นจากแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ตัวน้ำพุเองเต็ม
ไปด้วยพลังงานต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีที่อุดมสมบูรณ์และบริสุทธิ์อย่าง
มาก มันไร้ซึ่งสารพิษหรือสิ่งสกปรกใดๆ มันมีค่าอย่างมาก
เมื่อตอนที่หลินหมิงอยู่ในแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ เขาดื่มน้ำนี้ทุก
วัน หลังจากที่เขาออกมา เขาก็ได้เอามันออกมาด้วยเป็นจำนวนมาก
หลังจากใช้มันอย่างต่อเนื่อง จึงเหลือเพียง 2 ถังใหญ่
อุปกรณ์ที่เข้าจะใช้ย่อมเป็นเตาหลอมจักรวาล หลินหมิงเปิดชั้นแรก
ของเตาหลอมจักรวาล ด้วยการโบกมือของเขา สายธารของน้ำพุต้น
กำเนิดสุริยันน้ำไหลออกมาจากถังเหมือนสายรุ้งที่ส่องแสง และตกลงใน
เตาหลอมจักรวาล
หลินหมิงสะบัดนิ้วของเขาและโอสถศักดิ์สิทธิ์ไร้นามกลายเป็นแสงสี
ฟ้าที่ไหลลงสู่สายธารน้ำเข้าไปในเตาหลอมจักรวาล
หลินหมิงยืนอยู่ที่ขอบเตาหลอมจักรวาลโดยมองจากด้านบน ในขณะ
ที่โอสถศักดิ์สิทธิ์ไร้นามหล่นลงสู่น้ำพุต้นกำเนิดสุริยัน น้ำก็ได้เริ่มแข็งตัว
อย่างรวดเร็ว เพียงแค่ชั่วพริบตา มันก็กลายเป็นก้อนน้ำแข็งใหญ่ก้อนหนึ่ง