Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 563 8 ประตูเร้นลับภายใน
หลังจากที่หลินหมิงกล่าวอำลาม่อกู่ เขารีบพุ่งทะยานไปที่จัตุรัสเมือง
ชั้นสอง
เพราะการมาถึงของหมิงหมิง ทำให้ทั่วทั้งบริเวณกลายเป็นเงียบกริบ
นักสู้หลายคนในปัจจุบันรู้ว่าหลินหมิงเป็นใคร ในฐานะราชาแห่งชั้นสอง
การมาถึงจัตุรัสของเมืองก็เป็นเหมือนการมาถึงของจักรพรรดิ
“ผู้กล้าหลิน!”
จากที่ห่างไกลเฟย์อ้วน ที่หลินหมิงได้ทำธุรกิจด้วยรีบเข้ามาหาด้วย
ใบหน้าที่ปกคลุมด้วยรอยยิ้ม “ผู้กล้าหลินรายใดอีกหรือไม่?”
“เจ้าเสร็จสิ้นการซื้อขายผลึกโลหิตปีศาจแล้วหรือยัง?” หลินหมิงได้
ทิ้งสมบัติมากมายไว้เพื่อให้พ่อค้าเฟย์อ้วนได้แลกกับผลึกโลหิตปีศาจ
ระดับสูง
“ข้าแลกไปได้เกินครึ่งแล้ว ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ข้ายังไม่ได้งของ
ตนเองเลย ข้าแลกเปลี่ยนให้ท่านเท่านั้น!” พ่อค้าเฟย์อ้วนได้ทำทุกอย่าง
เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับหลินหมิง
เขาพยายามอย่างที่สุดในวันนี้ สมบัติทั้งหมดที่หลินหมิงทิ้งไว้ให้เขา
กระจัดกระจายออกไปแบบสุ่ม แม้ว่าวัตถุทุกชิ้นจะมีคุณค่า แต่มันก็ยากที่
จะหาผู้ซื้อที่เหมาะสมทุกรายการในระยะเวลาสั้นๆ
“อืม ข้าให้คำมั่นเดิม สำหรับข้อตกลงก่อนหน้านี้ที่เราทำไว้เจ้าได้รับ
เปอร์เซ็นต์ตามสัญญาไว้”
“ฮ่าฮ่า ผู้กล้าหลินสุภาพมากเกินไป การขายได้สมบัติให้ท่านเป็น
เกียรติของข้า” เฟย์อ้วนกล่าวในขณะที่เขาดึงกล่องผลึกโลหิตปีศาจ
ออกมา ด้านในเต็มไปด้วยผลึกโลหิตปีศาจระดับสูง “นี่คือสิ่งที่ข้าได้
รวบรวมมาจากการซื้อขายล่าสุดและแลกเปลี่ยนผลึกโลหิตปีศาจ
ระดับกลาง มันควรจะมีผลึกโลหิตปีศาจระดับสูงกว่า 400 ก้อน กรุณา
นับพวกมันด้วย”
หลินหมิงชำเลืองผ่านมัน และจำนวนถูกต้อง เขาเอา 20 ก้อน
ออกมาแล้วส่งมอบให้กับเฟย์อ้วน “นี่เป็นข้อตกลง 5% จะดีที่สุดถ้า
จัดการให้เสร็จภายในเดือนนี้”
“นั่นคือ… ” เฟย์อ้วนมองที่ผลึกโลหิตปีศาจระดับสูง 20 ก้อนใน
ด้านหน้าของเขาและตกตะลึงอย่างเงียบๆ “ผู้กล้าหลิน ท่านสามารถมั่นใจ
ได้ลยว่าทำทุกอย่างจะเสร็จสิ้นในเวลาที่สั้นที่สุด”
เฟย์อ้วนตบอกของเขาในการรับประกัน
“ดี หลังจากเรื่องนี้เสร็จสิ้นแล้วข้ าจะให้รางวัลแก่เจ้าอีก” หลินหมิง
ได้รับกล่องผลึกโลหิตปีศาจมาทั้งหมดแล้วเดินจากไป
หลังจากที่เขากลับมายังพื้นที่ฝึกฝนของเขา หลินหมิงนั่งเข้าณานเพื่อ
ผ่อนคลายความรู้สึก จากนั้นเขาก็หยิบแหวนมิติสิงเทียนออกมา แหวน
มิติของสิงเทียนเป็นสมบัติระดับปฐพีขั้นกลาง ในขณะที่หลินหมิงสำรวจ
ด้วยจิคสัมผัส เขาก็สามารถบอกได้ว่าพื้นที่ภายในของมันมีขนาดใหญ่กว่า
แหวนมิติของเสวี้ยหมาน 3-4 เท่า ด้านในมีเสถียรภาพมาก มันจะ
สามารถทำงานได้อีก 3000-4000 ปีโดยไม่พังทลาย
“เป็นแหวนมิติที่ยอดเยี่ยม เพียงแค่ตัวแหวนก็ไม่ค่ามากแล้ว”
หลินหมิงเริ่มเอาทุกอย่างออกจากแหวนมิติ สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตา
ของเขาคือกล่องผลึกโลหิตปีศาจระดับสูง มันมีประมาณประมาณ 500-
600 ก้อน
เช่นเดียวกับผลึกโลหิตปีศาจระดับกลาง มีกล่องขนาดใหญ่หลายสิบ
ที่บรรจุอยู่ หากประมาณการคราวๆมันคงมีอยู่หลายหมื่น
นี่เป็นความมั่งคั่งอย่างยิ่ง
ผลึกโลหิตปีศาจได้ถูกเก็บแยกใส่ลงในแหวนมิติอื่นๆของหลินหมิง
ด้วย ตามด้วยโอสถ แผ่นหยก สมบัติและอื่นๆ
เนื่องจากหลินหมิงต้องการหาข้อมูลลับของหอคอยแยกนภาจาก
แหวนมิติของสิงเทียน เขาจึงตรวจดูแผ่นหยกทุกอันรอบคอบและอดทน
แต่น่าเสียดาย ตั้งแต่ต้นจนจบเขาไม่พบข้อที่มีค่าเกี่ยวกับหอคอยแยก
นภาเลย
แผ่นหยกเหล่านี้ได้บันทึกเคล็ดบ่มเพาะที่หายากของปีศาจ แต่ไม่
ค่อยมีประโยชน์ต่อหลินหมิง
ด้วยความผิดหวังเล็กน้อย หลินหมิงเริ่มตรวจสอบขวดโอสถ ขวด
โอสถหลายโหล หลินหมิงเริ่มนำโอสถออกมาทั้งหมดในครั้งเดียว ส่วน
ใหญ่เป็นโอสถช่วยชีวิตระดับสูงเช่นโอสถโลหิตเทวะ – มันไม่ได้พิเศษมาก
นัก แต่ในขณะที่หลินหมิงกำลังจะกวาดสายตาผ่านขวดโอสถ บางก็ได้
ดึงดูดความสนใจของเขาเข้า
เขาหยิบขวดโอสถและค่อยๆวางมันไว้ในมือ “นี่เป็น… อาคม?”
หลินหมิงรู้สึกประหลาดใจที่พบว่าขวดจารึกธรรมดาที่ดูเหมือนจะมี
ความสามารถของอาคมปกปิด
หลินหมิงมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในอาคม เขาศึกษาอาคมเล็กน้อย
และมุมปากก็โค้งขึ้นด้วยรอยยิ้ม “น่าสนใจยิ่ง ข้าสงสัยว่ามีอะไรอยู่ข้างใน”
หลินหมิงค่อยๆถ่ายเทปราณแท้เข้าไปภายใน หลังจากนั้นชั่วครู่ ออ
ร่าที่มืดมัวเริ่มปรากฏขึ้นเหนือขวดสีขาวบริสุทธิ์
แคร๊กก!
เสียงขวดแตกครึ่งดังออกมา ในทันที ได้มีกล่องโลหะขนาดใหญ่ลอย
ออกจากขวด สำหรับขวดขนาดครึ่งกำปั้นที่มีสามารถบรรจุกล่องโลหะ
ขนาดใหญ่กว่าได้ แน่นอนว่าเป็นเพราะอาคม
“เจ้าได้วางมันไว้ในแหวนมิติของตนเอง และได้ทำทุกอย่างที่จะซ่อน
มันไว้ ถึงเจ้าจะระมัดระวัง มันจะหลบเลี่ยงข้าไปได้หรือ?” ความอยากรู้
ของหลินหมิงถูกกระตุ้น สิ่งนี้จะต้องเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสิงเทียน
กล่องโลหะมีสีฟ้าเทาอยู่ทั่ว ขณะที่หลินหมิงจับมันไว้ในมือ เขาก็รู้สึก
เนื้อโลหะที่เย็นเฉียบ มีน้ำหนักเพียง 100 จินเอง
เขาบิดกุญแจของกล่องและเปิดฝา มันมีผ้าไหมสีเหลืองที่อยู่ด้านใน
ขณะที่เขาค่อยๆแกะห่อผ้าไหมสีเหลืองไว้ก็เห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน
มันเป็นลูกปัดขนาดเท่าไข่ของนกพิราบ เป็นสีดำสนิทและมีลวดลาย
จางๆอยู่บนผิว ดูเหมือนกระจกสีดำเต็มไปด้วยสิ่งสกปรก
หลินหมิงหยิบลูกปัดไว้ในมือแล้วสัมผัสผิวที่เย็นของมันด้วยนิ้ว
ความรู้สึกที่หนาวเย็นดูเหมือนจะแผ่กระจายออกมาจากพื้นผิวและเข้าสู่
เส้นชีพจรของเขา ทำให้รู้สึกราวกับว่าเขาได้เชื่อมต่อกับลูกปัดสีดำนี้
“นี่คืออะไร?”
หลินหมิงรู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆเกี่ยวกับลูกปัดนี้ มันดูเหมือนจะมีพลัง
บริสุทธิ์และไม่สามารถมองเห็นได้
เมื่อนึกไปถึงการให้ความสำคัญของสิงเทียนในลูกปัดนี้ หลินหมิงก็
เดาได้ว่าสำคัญแค่ไหน
“นี่ต้องเป็นสมบัติ แต่… ข้าไม่รู้ว่าจะใช้มันอย่างไร”
หลินหมิงค้นหาผ่านหยกในแหวนมิติของสิงเทียน และไม่พบอะไรที่
เกี่ยวข้องกับลูกปัดนี้
เมื่อมองไปยังเม็ดนี้ก็ไม่ได้ข้อมูลเพิ่มเติมใดๆมา หลินหมิงจึงเก็บวันไว้
ก่อน
จากการสนทนากับม่อกู่ หลินหมิงได้เข้าใจว่าชั้นที่สามของหอคอย
แยกนภา เป็นระดับสุดท้ายสำหรับผู้ท้าชิงในหอคอย แม้ว่าเขาจะมั่นใจใน
ความสามารถ แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะหุนหันจนเกินไป
ในการต่อสู้กับสิงเทียน หลินหมิงใช้ทักษะทุกอย่าง นอกจากการ
ผลาญโลหิตของฟีนิกซ์โบราณ แต่ความแข็งแกร่งของสิงเทียนสามารถจัด
ได้ว่าเป็นอันดับกลางในชั้นสามของหอคอยแยกนภา
นั่นหมายความว่า มีผู้คนจำนวนมากอยู่ที่ชั้นสามซึ่งหลินหมิงไม่อาจ
เป็นคู่มือได้
ในสถานการณ์เช่นนี้ หมิงหมิงยังไม่สามารถกระตุ้นผู้ทรงพลังชั้นสาม
ได้
ในตอนนี้ หลินหมิงอายุ 18 ปีเท่านั้น เขายังมีเวลามากพอที่จะเติบโต
ดังนั้นเขาจึงไม่รีบร้อนมากนัก
เขาจะเตรียมพร้อมที่จะปิดด่านฝึกตนเป็นระยะเวลานาน อาจใช้
เวลาไม่กี่เดือนหรืออาจถึงหนึ่งปีก็เป็นได้
หลินหมิงเพิ่งทะลวงเข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงกลาง ถ้าเขาอยากจะ
ก้าวเข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงปลายก็เป็นเรื่องยาก ไม่เพียงแค่นั้น แต่
ถึงแม้ว่าเขาจะเข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงปลายแล้ว ความแข็งแกร่งของ
เขาก็จะไม่เติบโตมากเท่าไร
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงยังมีแผนอื่นอีก
นั่นคือการฝึกฝนระบบกายผันแปร!
หลังจากสำเร็จขั้นผสานไขกระดูก 100% หลินหมิงก็ไม่ได้มีเวลาที่จะ
ทำให้ “เคล็ดบ่มเพาะชีพจรปราณเทพคลั่ง” ก้าวหน้าไปกว่านี้เลย แต่
ในตอนนี้ เขาตั้งใจที่จะสงบจิตใจและฝึก ‘เคล็ดบ่มเพาะชีพจรปราณเทพ
คลั่ง’ เพื่อพยายามเปิด8 ประตูเร้นลับภายใน
หลังจากขั้นผสานไขกระดูกก็จะเป็น 8 ประตูเร้นลับภายใน และ
เหนือ 8 ประตูเร้นลับภายใน ก็จะเป็น9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋า
เมื่อฝึกฝนกายผันแปรของแดนเทวะจนถึงขีดสุด ผู้นึงจะสามารถ
พลิกจักรวาลและสร้างมันแยกขึ้นมาได้
แน่นอน ราคาที่ต้องจ่ายสำหรับการบ่มเพาะระบบกายผันแปรนั้นน่า
หวาดกลัวอย่างยิ่ง นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมหลายนักสู้ในแดนเทวะเลือก
ฝึกฝนระบบการหลอมรวมปราณแทน
สำหรับทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ แม้แต่อัจฉริยะในสมัยโบราณก็เห็นว่า
ระบบกายผันแปรอ่อนแอและไร้ประโยชน์ จำเป็นต้องใช้วัสดุจำนวนมาก
และผลตอบแทนยังน้อยอีกด้วย เมื่อเวลาผ่านไป ระบบกายผันแปรของ
มนุษย์จึงถูกตัดออก มรดกเคล็ดบ่มเพาะหายไปในประวัติศาสตร์อย่างไร้
ร่องรอย
หลินหมิงเอา 100 ผลึกโลหิตปีศาจออกทาจากแหวนมิติในครั้งเดียว
ผลึกโลหิตปีศาจเหนือหินลมปราณแท้ในการเพิ่มพลังโลหิตชีวิต ช่วยปรับ
โครงสร้างร่างกายและหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณ
เคล็ดบ่มเพาะกายผันแปรของปีศาจยักษ์ขึ้นอยู่กับผลึกโลหิตปีศาจ
ในขณะเดียวกัน ผลึกโลหิตปีศาจมีผลกับเคล็ดบ่มเพาะกายผันแปร
ของมนุษย์
“ข้าจะพึ่งพาผลึกโลหิตปีศาจระดับสูงเหล่านี้เพื่อฝึกฝน ‘เคล็ดบ่ม
เพาะชีพจรปราณเทพคลั่ง’ ข้าจะไม่ทิ้งการปิดด่านฝึกตนจนกว่าข้าจะผ่าน
คอขวดไปได้!”
หลินหมิงตั้งมั่นในการแก้ปัญหาของเขา หลังจากกลืนกินโอสถอด
อาหารหลายชนิดแล้ว เขาก็ปล่อยปราณแท้ไหลออกมาจากไขกระดูกและ
โคจร ‘เคล็ดบ่มเพาะบรรพกาลแห่งกลียุคที่แท้จริง’ ได้อย่างรวดเร็ว
หลินหมิงเข้าสู่เจตจำนงแห่งนักสู้จิตบริสุทธิ์ สูญเสียการควบคุมของ
จิตสำนึกของเขา ปราณแท้ภายในร่างหมุนไปในลักษณะที่เป็นอิสระอย่าง
สมบูรณ์ มันอาจจะเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบที่สุด…
…………………
บนชั้นสี่ของหอคอยแยกนภา ภายในห้องโถงที่สวยงามและมีสลัว
แสง เกิดเสียงฝีเท้าหนักดังขึ้นขณะที่ปีศาจยักษ์สูง 12 ก้าวเดินมายังประตู
“สิงเทียนตายแล้ว!” เสียงดังออกมาจากห้องโถง อย่างไรก็ตาม ไม่
สามารถมองเห็นรูปของคนที่พูด; เสียงสะท้อนออกมาราวกับพูดโดยภูติผี
“ข้ารู้แล้ว!” เสียงฝีเท้าของปีศาจยักษ์ชะลอลง เขาเหมือนปีศาจยักษ์
อื่นๆ มีผิวสีฟ้า แต่รูปลักษณ์ของเขาไม่หยาบกระด้างเช่นปีศาจยักษ์ตน
อื่นๆ ค่อนข้างเขาสง่างามและประณีต เขาเป็นคนที่หล่อเหลาอย่างน่า
ประหลาดใจ
“ถึงแม้ว่าเราจะตระหนักถึงหลินหมิงตั้งแต่ต้นแล้วก็ตาม ตอนแรกข้า
คิดว่าสิงเทียนจะจัดการเขาได้ แต่ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะพลิกกระดาน
และฆ่าสิงเทียนแทน เขาไม่ใช่ขยะชั้นต่ำ เขาเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับ
จักรพรรดิระดับสูง ถ้าเขาได้รับอนุญาตให้เติบโตขึ้นได้อย่างอิสระ เขา
อาจจะกลายเป็นผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรในอนาคตและไม่ใช่แค่นั้น แต่
เป็นผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรที่แข็งแกร่งอย่างที่สุด” เสียงดังออกมาอีกครั้ง
ภายในห้องโถงใหญ่มีการบิดเบือนปรากฏขึ้นในอากาศ พลังงานนรกเริ่มที่
จะรวบรวมเข้าด้วยกัน ค่อยๆกลั่นตัวเข้าไปในเงาของคนยักษ์
มันเป็นแผ่นค่ายกลการต่อสู้อีกรูปแบบหนึ่ง ผ่านค่ายกลทั้งสองที่
เชื่อมโยงกัน หนึ่งสามารถส่งภาพมายาพร้อมกับเสียงเพื่อพูดคุยกัน
โดยตรงได้ ถ้าต้องการใช้ยันต์สื่อสารทำเช่นเดียวกัน ก็จะต้องมียันต์
สื่อสารหลายใบในการโต้กลับการสนทนาเช่นนี้ มันค่อนข้างยุ่งยากแล้วยัง
ไม่เห็นภาพอีกด้วย
“การที่เขาไปถึงขั้นเทพสมุทรไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับที่ราบโลหิตสังหาร
ของข้า” ปีศาจยักษ์กล่าวอย่างราบเรียบ ที่ราบโลหิตสังหารเป็นที่รู้จักว่า
เป็นพื้นที่ซึ่งจำกัดสำหรับผู้ทรงขั้นเทพสมุทร มิต้องกล่าวถึงขั้นเทพสมุทร
แม้กระทั่งผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตระดับสูงก็ยังไม่กล้าย่างเท้าลงมาใน
ดินแดนนี้ มิเช่นนั้น พวกเขาจะถูกฆ่าโดยการสาปแปลกๆในที่แห่งนี้ ไม่ว่า
หลินหมิงจะไปถึงขั้นเทพสมุทรหรือไม่ก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพวกเขา
“นั่นเป็นความจริง แต่ก่อนที่เขาจะไปถึงขั้นเทพสมุทร เขาจะ
กลายเป็นปีศาจสวรรค์ 13 ปีก ข้าไม่ต้องการให้ใครสักคนเติบโตและมี
ส่วนร่วมในอำนาจของเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาเป็นมนุษย์”
เสียงกล่าวออกมาอย่างช้าๆ หลังจากเงียบไปนาน
ในขณะนี้ ภายในห้องโถงมืดมีแสงมายาอีกดวงหนึ่งส่องอยู่ในอากาศ
ภาพมายานี้เป็นชายเผ่าเฟย์ เขามีเครา ทำให้หน้าตาหล่อเหลาของเขาดู
น่าเศร้าเล็กน้อย
ชายเฟย์ผู้นี้ยิ้มจางๆและกล่าวว่า “ผู้ที่ชื่อหลินหมิงได้เข้าปิดด่านฝึก
ตนบนชั้นสอง เขาเป็นผู้ที่ค่อนข้างฉลาด”
ผู้ปกครองคนยักษ์ครุ่นคิดชั่วครู่หนึ่งและยิ้ม เขากล่าวว่า “เมื่อเขาปิด
ด่านฝึกตน เขาจะต้องเจอกับปัญหาคอขวดถ้าเขาไม่ได้เจอกับการต่อสู้
จริง เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะอยู่ที่นั่นเป็นเวลานานเกินไป หลังจากที่เขา
ออกมา ข้าจะหาคนที่จะจัดการกับเขาเอง!”