Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 568 สร้างรูปแบบของตนเอง
หลินหมิงมีความชำนาญในรูปแบบค่ายกลของแดนเทวะ ถ้าพื้นที่
กว้างใหญ่นี้เป็นค่ายกลจริง เช่นนั้นต่อให้เป็นหลินหมิงเองก็คงไม่อาจจะ
ทะลวงมันได้ เขายังคงสามารถครุ่นคิดต่อไปว่ามันเป็นค่ายกลจริงหรือไม่
แต่ในตอนนี้ ขณะที่มองไปรอบๆ เขาไม่เห็นสัญญาณใดๆว่านี่เป็น
ค่ายกลมายาเลย
“นี่เป็นพื้นที่จริง! บางทีข้าอาจออกหอคอยแยกนภา หรือบางที
อาจจะมีความเป็นไปได้อื่นๆ และนั่นก็คือที่นี่เป็นโลกใบเล็ก มันอาจจะถูก
ปิดผนึกโดยบางคนที่มีอำนาจเหนือธรรมชาติมากมายและถูกบีบอัดมันไว้
ภายในหอคอยแยกนภา!”
หลินหมิงแข็งค้างขณะที่เขาก็ตระหนักถึงความเป็นไปได้นี้ เมื่อเขา
ผ่านค่ายกลเคลื่อนย้าย เขาไม่รู้สึกวิงเวียนใดๆเลย นี่เป็นหลักฐาน
เพียงพอว่ามันเป็นการเคลื่อนย้ายระยะสั้นเท่านั้น ดังนั้นจึงมีแนวโน้มว่า
เขายังคงอยู่ในหอคอยแยกนภา
มันมีโลกใบเล็กที่ปิดผนึกอยู่ภายในหอคอยแยกนภา!
แม้ว่าแหวนมิติของเขาอาจถูกกล่าวว่าเป็นโลกใบเล็กอีกแบบ การ
จัดเรียงของโลกเช่นนั้นไม่เสถียรมากนัก มันอาจจะมีอายุไม่กี่แสนปี และ
ไม่เพียงแค่นั้น แต่ก็ไม่สามารถบรรจุสิ่งมีชีวิตได้เช่นกัน
มันเป็นวิถีที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงจากสิ่งที่เขาเคยรู้ มัน
ปรากฏที่ด้านหน้าของเขาแล้ว
เพื่อผนึกมิติอยู่ภายในหอคอยแยกนภา ซึ่งรวมถึงหลักการของกฏ
และวิถีอันยิ่งใหญ่ พลังอันใดกันจึงสามารถทำเรื่องเช่นนี้ได้?
หลินหมิงพบว่าหอคอยแยกนภา เต็มไปด้วยความลึกลับมากขึ้นราว
กับมันยังความลับบางอย่างที่สามารถสั่นสะเทือนปฐพีซ่อนอยู่เบื้องหลัง
อยู่อีก
แน่นอนว่า นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาสามารถสัมผัสได้ในระดับของเขา ดังนั้น
เขาจึงทำได้เพียงถอนหายใจ
ตอนนี้ การเข้าใจพลังแห่งกฏเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
ขณะที่เขาค่อยๆลอยไปตามแม่น้ำสายสีฟ้าเหล่านี้ เขาส่งจิตสัมผัส
เข้าไปตรวจสอบภายใน หลินหมิงสามารถรู้สึกถึงปัจจัยพื้นฐานที่ลึกซึ้ง
ของสายฟ้าที่มีอยู่ภายใน
แม่น้ำสายสีฟ้าของแสงถูกสร้างมาจากพลังงานต้นกำเนิดสายฟ้า แต่
ไม่มีเส้นสายฟ้าแม้เพียงเส้นเดียววิ่งอยู่ อาจกล่าวได้ว่านี่เป็นพลังต้น
กำเนิดสายฟ้าที่ดั้งเดิมที่สุด
วิถีเป็นกฎ ในโลกนี้ ไม่มีอะไรที่จะแยกออกจากกฎเหล่านี้ได้ จาก
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งการเปลี่ยนแปลงของดวงดาว จากเมล็ดงอกขึ้น
เป็นต้นไม้ จากชีวิตและความตายของปถุชุน ทุกอย่างการเปลี่ยนแปลง
ทุกอย่างไม่สามารถแยกออกได้จากกฎที่ครอบคลุมเหล่านี้ได้
หยดน้ำ เม็ดทราย
ทุกสิ่งทุกอย่างมีพลังแห่งกฏ
สิ่งที่ดูเรียบง่ายก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป ตราบเท่าที่ผู้หนึ่งสามารถ
เข้าใจพื้นฐานของความเรียบง่ายเหล่านี้ ความซับซ้อนทั้งหมดอาจจะ
ลดลง…
หลินหมิงนั่งไขว้ขาที่ด้านข้างของแม่น้ำสีฟ้าเข้าสู่การเข้าฌาน
จิตสำนึกของเขาถูกหลอมรวมเข้าไปในแม่น้ำและเข้าสู่พลังแห่งสายฟ้า
เมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชเริ่มสั่นสะเทือนและพลังต้นกำเนิดของสายฟ้า
นับไม่ถ้วนเริ่มไหลเข้าสู่ร่างกายหลินหมิงจากจุดฝังเข็มของเขา
อย่างช้าๆ ร่างของหลินหมิงก็ถูกแช่อยู่ในแม่น้ำแสงสีฟ้า เขาเข้ามา
เชื่อมต่อโดยตรงกับพลังงานต้นกำเนิดสายฟ้า ทำให้พลังอันมหาศาล
หลั่งไหลเข้ามาในร่างของเขา
หลินหมิงได้เปิดร่างของเขาอย่างเต็มที่ เปิดเส้นชีพจรและจุดฝังเข็ม
เขายังเปิดประตูการรักษาที่สัมผัสได้เพียงเล้กน้อยให้มากที่สุดสุดเท่าที่จะ
เป็นไปได้ทำให้พลังงานต้นกำเนิดสายฟ้าไหลผ่านแขนขาและกระดูกของ
เขา ด้วยการมีอยู่ของเมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราช พลังงานจากต้นกำเนิด
ของสายฟ้าที่รุนแรงจึงไม่อาจทำร้ายหลินหมิงเลย…
ไม่มีนักสู้ที่กล้าทำเช่นนี้ แม้กระทั่งนักสู้ที่มีความสามารถผสานธาตุ
จำเพาะสายฟ้าระดับ 8-9 ก็ไม่สามารถทำเช่นนี้ได้!
พลังงานต้นกำเนิดสายฟ้าขึ้นชื่อในเรื่องความดุร้ายและป่าเถื่อน ถ้า
ผู้ใดอยากจะเข้าสู่แม่น้ำแสงสีฟ้านี้ พวกเขาจะต้องปกป้องร่างกายด้วย
ปราณแท้ มิเช่นนั้นอวัยวะที่เปราะบางและเส้นชีพจรของพวกเขาจะไม่
สามารถทนต่อพลังงานสายฟ้าที่รุนแรงนี้ได้
สำหรับการยกเลิกปราณแท้ป้องกันร่างและทำการสัมผัสโดยตรงกับ
พลังงานต้นกำเนิดสายฟ้า จะมีผู้ใดบ้างที่สามารถทำเช่นนี้เพื่อที่จะได้รู้สึก
ถึงความลึกลับภายใน?
แน่นอนว่ามีเพียงแค่หลินหมิงเท่านั้นที่สามารถพาตนเองตัวเองเข้า
ไปไปในทะเลพลังงานต้นกำเนิดสายฟ้าและใช้วิธีนี้เพื่อทำความเข้าใจวิถี
แห่งสายฟ้า
เป็นเช่นนี้ หลินหมิงล่องลอยอยู่ในแม่น้ำแสงสีฟ้าโดยไม่รับรู้ถึงเวลา
ไม่รู้ว่าเป็นตอนเช้าหรือยามค่ำคืน หรือกี่วันที่ผ่านได้ผ่านไป หลินหมิ
งพักอยู่นี้เป็นเวลาหลายสิบวัน ไม่รับรู้ถึงอย่างอื่น มันเหมือนกับว่าเขา
กลายเป็นพลังแห่งต้นกำเนิดของสายฟ้า ทะยานผ่านสวรรค์และปฐพี
ผสานเข้ากับมหาสมุทรแห่งพลังต้นกำเนิด
“นี่คือ…
“หยิน… หยาง…”
หลินหมิงกล่าวคำเหล่านี้อย่างเงียบๆ เดิมที… พลังงานต้นกำเนิด
สายฟ้าถูกแบ่งออกเป็นหยินและหยาง บวกและลบ
หยินและหยางทั้งสองยับยั้งและสนับสนุนซึ่งกันและกัน เมื่อพลังงาน
ต้นกำเนิดสายฟ้าลบชนกับพลังงานต้นกำเนิดสายฟ้าบวก มันก็จะสร้าง
สายฟ้าขึ้นมา!
กระแสสายฟ้านั้นมิได้เป็นอันใดไปมากกว่าพลังงานต้นกำเนิด
สายฟ้าหยินและหยางไหลไปตามกันและกัน
หลินหมิงสามารถรู้สึกถึงเมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชในร่างกายของเขา
สั่นสะท้าน ขณะที่เขาเปิดตาขึ้น นัยย์ตาของเขาสาดประกายด้วยแสง
สายฟ้า ราวกับสายฟ้าปรากฏขึ้นในท้องฟ้าที่มืดครึ้ม
“พลังของหยินและหยาง… นั่นคือแหล่งพลังแห่งสายฟ้า!”
หลินหมิงหยิบหอกแห่งดาวหางม่วงออกมา เมื่อตัวหอกที่เป็นไผ่จิต
วิญญาณสายฟ้าสีม่วงปรากฏ พลังงานต้นกำเนิดสายฟ้าโดยรอบก็เริ่ม
ปั่นป่วน และกลายเป็นวังวนสีม่วงจางๆ
ไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสีม่วง 10,000 ปี เดิมเป็นพืชจิตวิญญาณที่อยู่
ภายในสภาพแวดล้อมที่มีพลังงานต้นกำเนิดสายฟ้า ที่นี่ มันไม่มีอะไร
แตกต่างจากมังกรวารีที่ได้อยู่ในทะเล ทั่วด้ามของหอกแห่งดาวหางม่วง
เริ่มเปล่งเสียงร้องที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
หัวใจของหมิงหมิงพ่องโตด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ พลังงานได้
หลั่งไหลเข้ามาในร่างของเขา เขาจำต้องปลดปล่อยมันออกมา!
“ไป!”
ทันใดนั้น หลินหมิงก็ได้พุ่งหอกออกไป แต่ในเวลานี้ พลังงานที่หมุน
วนรอบหอกแห่งดาวหางม่วงก็มิใช่ผนึกดูดกลืนโลหิตอีกต่อไปแล้ว แต่เป็น
รัศมีแสงแห่งสายฟ้า!
วิถีแห่งสายฟ้าได้หลอมรวมอย่างสมบูรณ์เข้าไปในการโจมตีด้วยหอก
นี้!
“ฆ่า!”
ด้วยเจตจำนงและศักยภาพของเขาที่ถ่ายเทลงไปในหอกแห่งดาวหาง
ม่วง เมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชของหลินหมิงเริ่มกู้ร้องด้วยความปิติ จิต
วิญญาณสายฟ้าปีศาจศักดิ์สิทธิ์ทันใดนั้นก็ได้พุ่งออกไป ผสานเข้ากับหอก
แห่งดาวหางม่วงด้วย!
ในตอนนี้ มันราวกับบว่าหลินหมิงได้กลายเป็นศูนย์รวมของสายฟ้า
มนุษย์และหอกได้ผสานกันเป็นหนึ่งเดียว ความเร็วของการโจมตีนี้ถึงได
เเพิ่มระดับขึ้นไปจนน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
อากาศเกิดเสียงหวีดหวิว ทั้งหมดถูกเจาะทะลวงกลายเป็นความว่าง
เปล่า!
วูซซ!
ในตอนนี้ สายฟ้าสีม่วงตัดผ่านท้องฟ้าที่ไร้สิ้นสุด หากมองจากที่ห่าง
ไปร้อยลี้ แสงสาดประกายขึ้นและท้องฟ้าดูเหมือนจะขาดสะบั้นออกจาก
กันโดยสายฟ้านี้ หมิงหมิงและหอกแห่งดาวหางม่วงได้กลายเป็นอวตาร
สายฟ้า ทำให้พลังงานต้นกำเนิดสายฟ้าทั้งหมดในโลกต้องสั่นสะท้าน ทั้ง
พลังและความเร็วของการโจมตีครั้งนี้เหนือความอัศจรรย์!
“กระบวนท่านี้… ” หลินหมิงหยุดลงอย่างฉับพลัน ดวงตาของเขาสาด
ประกายด้วยความตื่นเต้น ด้วยเมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชเป็นรากฐาน
โดยการใช้ปราณแท้และพลังสายฟ้าทั้งหมดในร่างของเขา ผสานเข้ากับ
เจตจำนงและศักยภาพทั้งหมดของเขา รวบรวมจิตวิญญาณสายฟ้าปีศาจ
ศักดิ์สิทธิ์ไว้ที่ปลายหอก และในขณะเดียวกันก็โคจรพลังงานต้นกำเนิด
สายฟ้าของโลกนี้…. ด้วยทั้งหมดนี้ ความเร็วและพลังของเขาได้ทะยานขึ้น
ถึงขีดสุด!
นี่เป็นการสร้างรูปแบบของตนเอง!
มันมีเฉพาะนักสู้ระดับปรมาจารย์ที่แท้จริงเท่านั้นที่จะสามารถสร้าง
มรดกของตนเองเช่นนี้ได้! นี่เป็นครั้งแรกที่หลินหมิงสร้างรูปแบบของ
ตนเองขึ้นมาได้ แน่นอนว่า กระบวนท่านี้สร้างขึ้นจากการใช้ทักษะสังหาร
ของ ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ’ รวมถึงการใช้ความสามารถของ
ปราณเทพทรราชคลั่งที่แปลกประหลาดในการสนับสนุน
กับการบ่มเพาะของหลินหมิงในตอนนี้ พลังของกระบวนท่าที่สร้าง
ด้วยตัวเองนี้จึงยังไม่รุนแรงเท่าที่มันควรเป็น แต่ด้วยความสามารถสอง
ด้านเป็นพื้นฐาน พลังของกระบวนท่านนี้ก็น่ากลัวมากอยู่ดี! รูปแบบจอง
ตนเองนี้เกิดขึ้นได้เพราะจังหวะของโชคและแรงบันดาลใจที่ประจวบ
เหมาะ
ในแง่หนึ่ง ความสามารถนี้ไม่สามารถคัดลอกได้เช่นกัน มันเป็น
กระบวนท่าที่เป็นของหลินหมิงและหลินหมิงคนเดียวที่ใช้ได้ มันเป็นไป
ไม่ได้ที่คนอื่นจะได้เรียนรู้กระบวนท่านี้ เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาจะมีเมล็ด
พันธุ์แห่งเทพทรราชและจิตวิญญาณสายฟ้าปีศาจศักดิ์สิทธิ์ในร่างเช่น
หลินหมิง
“นี่เป็นความสามารถในรูปแบบของตนเองครั้งแรกของข้า ถึงแม้ว่า
ข้าจะอ้างอิงถึงรูปแบบของผู้อื่น แต่ปรมาจารย์ท่านอื่นก็จะมิได้ได้อ้างถึง
วิธีการบ่มเพาะหายากอื่นๆ เพื่อสร้างทักษะของตนเองเช่นกันหรือ? นี่การ
เริ่มต้นที่ดีมาก!”
เมื่อนักสู้สร้างทักษะของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นกระบวนท่าที่ทรงพลัง
มากเพียงใด ผู้อื่นก็อาจนำไปใช้ได้
โดยปกติจะถูกสร้างตามแต่สถานการณ์ของแต่ละบุคคลที่เอื้ออำนวย
ความสามารถนี้จะเหมาะสมกับผู้สร้างมากที่สุด และหากในมือของพวก
เขา มันก็จะแสดงพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ถ้าคนอื่นใช้มันพลังของมันจะลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่กระบวน
ท่าที่สร้างขึ้นเองแตกต่างออกไป ผู้ที่สร้างมันจะสามารถดึงพลังออกมาได้
100%
“หอกที่แฝงไปด้วยวิถีแห่งธรรมชาติ ทำให้พลังการโจมตีของมัน
เพิ่มขึ้นอีกระดับ ทั้งหมดนี้เกือบจะเป็นเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราช
ปราณเทพทรราชคลั่งนี้เป็นความสามารถเหนือธรรมชาติอย่างแท้จริงใน
โลก เมื่อคิดไปถึงว่าข้ากำลังนั่งอยู่บนสมบัติดังกล่าวแล้ว และไม่เคยรู้
วิธีการใช้งานเช่นนี้มาก่อน มันเป็นการเสียของอย่างแท้จริง!”
หลินหมิงล้อเลียนตัวเอง แต่ในความเป็นจริง ไม่อาจกล่าวตำหนิ
หลินหมิงได้ ปราณเทพทรราชคลั่งนี้เป็นความสามารถเหนือธรรมชาติที่มี
อยู่นอกระบบการบ่มเพาะปกติ พยายามที่จะรับรู้ผ่านการเข้าฌานโดย
ปราศจากความช่วยเหลือหรือการอ้างอิงย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ตอนแรก
เมื่อผู้อาวุโสสูงสุดจากแดนเทวะได้ค้นพบปราณเทพทรราชคลั่งภายใน
ซากโบราณแล้ว เขาก็ไม่มีเวลาพอที่จะเข้าฌานศึกษามันได้ และมน
ท้ายที่สุดเขาก็ได้ตกตายไปในการเข้าร่วมปิดของแดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหค
สวรรค์เรืองรอง
“นี่เป็นความสามารถในรูปแบบของตนเองครั้งแรกของข้า ด้วยหอก
แห่งดาวหางม่วงเป็นสื่อและจิตวิญญาณสายฟ้าปีศาจศักดิ์สิทธิ์เป็นแนว
หน้า ข้าก็จะสามารถเปลี่ยนร่างของข้าเป็นสายฟ้า ผสานมนุษย์และหอก
เป็นหนึ่งเดียว กระบวนท่านี้ ข้าจะตั้งชื่อว่า สายฟ้าล่าสังหาร!” หลังจาก
สร้างความสามารถขึ้นมา ผู้นึงจะต้องตั้งชื่อให้ การใช้ชื่อ ‘สายฟ้าล่า
สังหาร’ เป็นสิ่งที่เหมาะสม ความเร็วของทักษะเทียบเคียงสายฟ้าฟาดได้!
“ด้วยการผสานวิถีแห่งสายฟ้าเข้ากับเส้นทางการสังหารของข้า จึงได้
สร้างเป็นสายฟ้าล่าสังหารขั้นมา แต่เกี่ยวกับกระบวนท่าหอกอื่นๆอีก
เล่า?” เมื่อคิดได้เช่นนี้ ดวงตาของหลินหมิงก็สาดประกายที่เจิดจ้าอย่าง
ยิ่งขึ้น
…………………
ในขณะที่หลินหมิงกำลังทำความเข้าใจวิถีแห่งสายฟ้า อิมป์ผู้นึงหนึ่ง
กำลังรับประทานอาหารภายในภัตตาคารบนชั้นสาม เขาเล่นกับพัดในมือ
มีรอยยิ้มไม่แยแสบนใบหน้า “การประกาศการประลองได้ออกมาแล้ว เจ้า
รู้หรือไม่ว่าผู้ใดเป็นฝ่ายคู่ต่อสู้ของเจ้า?”
อิมป์ผู้นี้ก็คือไคเหยียง ซึ่งเขาเป็นหนึ่งในปีศาจสวรรค์เจ็ดดาว ปีศาจ
ยักษ์ตัวใหญ่ด้านหน้าเขาคือหงจง ขณะที่หงจงได้ยินคำถามของไคเหยียง
ดวงตาของเขาก็สาดประกายขึ้น “ท่านไคเหยียงรู้ว่าผู้ใดเป็นคู่ต่อสู้ของข้า
เช่นนั้นหรือ?” *洪钟=หงจง
กฎของหอคอยแยกนภาระบุว่านักสู้ของชั้นสามต้องเข้าร่วมการ
ประลองทุกๆสองเดือน พวกเขาสามารถหาคู่ต่อสู้ของตัวเอง หรืออาจจะ
ยอมให้หอคอยแยกนภาจัดคู่ต่อสู้ให้กับพวกเขาโดยตัดสินจากความ
แข็งแกร่งก็ได้ นักสู้ส่วนใหญ่ในหอคอยแยกนภากำลังยุ่งอยู่กับการบ่ม
เพาะของตัวเอง ดังนั้นการจับคู่ส่วนใหญ่จึงถูกจัดโดยหอคอยแยกนภา
ด้วยเหตุนี้นักสู้อาจไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นคู่ต่อสู้จนถึงวันประลอง
สิ่งเหล่านี้ ทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถค้นหาข้อมูลล่าสุดของคนอื่นๆ
ได้ ถ้าผู้ใดสามารถรู้ว่าผู้ใดเป็นคู่ต้อสู้ของตน ก็จะสามารถเตรียมตัวได้
ทันเวลา แน่นอนว่านี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุด
“ฮ่าฮ่า ข้าย่อมรู้อยู่แล้ว” ไคเหยียงยิ้มกว้าง ไคเหยียงได้รับใช้
ผู้ปกครองเฮยอ้าน ในหอคอยแยกนภา มันก็เหมือนกับการเข้าถึง
แหล่งข้อมูลสูงสุดได้นั่นเอง การตรวจสอบตัวตนของคู่ต่อสู้เป็นเรื่องง่าย
คู่ต่อสู้ของหงจงก็คือหลินหมิง
มันจะถูกกว่าหากจะบอกว่าไคเหยียงได้สืบค้นเกี่ยวกับหลินหมิงก่อน
และจากนั้นก็พบว่าปีศาจยักษ์ร่างใหญ่ผู้นี้จะได้เป็นคู่ต่อสู้ของหลินหมิง
ไคเหยียงยกไวน์องุ่นดื่มและกล่าวพร้อมหัวเราะว่า “ไม่เพียงแต่ข้าจะ
รู้ แต่ข้ายังนำแผ่นค่ายกลการต่อสู้ของการต่อสู้ของเขารวมทั้งรายละเอียด
เกี่ยวกับเขามาให้เจ้าด้วย”
ปีศาจยักษ์ร่างใหญ่ตกตะลึงและกลายเป็นปิติอย่างยิ่ง แต่ในขณะที่
เขาคิบางสิ่งบางอย่างได้ ความสุขของเขาก็กลายเป็นความขมขื่น เขา
กล่าวว่า “ท่านไคเหยียงชอบใจข้ามากกว่าหรือ? เหตุใดท่านถึงให้ข้อมูล
กับข้า? ข้าเป็นเพียงผู้ยากไร้”
“ฮ่าฮ่า!” ไคเหยียงหัวเราะขณะที่เขาตบไหล่ของหงจง “ไม่
จำเป็นต้องร้องไห้ที่ตนยากจน ไม่ว่าจะดีหรือร้าย เจ้ายังคงเป็นอันดับที่
50 ในชั้นที่สามของหอคอยแยกนภา ไม่เพียงแค่นั้น แต่ข้าก็รู้ว่าเจ้าได้
ซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้เช่นกัน ความจริงก็คือด้วยความสามารถของ
เจ้า เจ้าสามารถอยู่ในอันดับที่ 30 ได้อย่างง่ายดาย!”
ชั้นที่สามของหอคอยแยกนภา มีนักสู้เพียง 300-400 คน นักสู้ 30
อันดับแรกล้วนได้กลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่