Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 569 การประลองนัดแรก
ภายในหอคอยแยกนภามีกฎระเบียบที่ควบคุมการจัดระเบียบการ
ประลองอย่างเป็นธรรม ความแตกต่างในด้านความแข็งแกร่งและอันดับ
ไม่อาจจะมากจนเกินไป มิเช่นนั้นก็เท่ากับว่าส่งผู้นึงไปสู่ความตาย และไม่
มีผู้ใดต้องการสิ่งนี้ ดังนั้น เมื่อจัดการต่อสู้สำหรับผู้มาใหม่ มันจึงเป็นเรื่อง
ที่เป็นไปไม่ได้ที่จะถูกจับคู่พวกเขากับคนที่อยู่ในระดับที่สูงเช่น ปีศาจ
สวรรค์เจ็ดดาว มิเช่นนั้นจะเป็นการยากที่จะโน้มน้าวผู้คนว่านี่เป็นระบบที่
ถูกต้อง
บนชั้นสาม สิงเทียนเดิมทีมีการจัดอันดับประมาณ 150 เขาได้รับ
การพิจารณาให้อยู่ในระดับกลางชั้นสูง นับตั้งแต่หลินหมิงเอาชนะสิง
เทียน ความแข็งแกร่งของเขาจึงควรอยู่ในอันดับประมาณ 120 ถึง 130
แต่หลินหมิงได้รับการบ่มเพาะเป็นเวลา 8 เดือนที่ชั้นที่สองก่อนที่จะ
มาถึงชั้นที่สาม ดังนั้นฝ่ายบริหารของหอคอยแยกนภาจึงมีความสุขที่ได้
ประเมินความแข็งแกร่งของเขาให้สูงขึ้น หลังจาก 8 เดือนของการฝึกฝน
พวกเขาได้ตัดสินใจโดยตรงว่าความแข็งแกร่งของเขาอยู่ใน 50 อันดับ
แรก!
เรื่องนี้ไม่สำคัญเลย หอคอยแยกนภานั้นได้มองหาบางคนโดย
เฉพาะที่จะต่อสู้กับหลินหมิงที่อยู่ 50 อันดับแรกและได้ซ่อนความ
แข็งแกร่งเอาไว้ด้วย นั่นคือ หงจง!
สำหรับหลินหมิงที่ได้ประลองกับเขาตั้งแต่นัดแรกเช่นนี้ ผู้ที่จัดอันดับ
คงไม่ได้มีเจตนาดีอย่างแน่นอน
เมื่อปีศาจยักษ์ได้ยินไคเหยียงบอกว่าเขาได้ซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้
เขาก็ยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เขาฝืนหัวเราะและกล่าวว่า “ข้าจะซ่อน
ความแข็งแกร่งของตนได้อย่างไร? แม้ว่าข้าจะซ่อนมันไว้ 1-2 กระบวนท่า
ก็คงไม่น่าจะอยู่ในสายตาของท่านไคเหยียง และก็อีกเช่นกัน ผู้ใดที่นี่บ้าง
ที่ไม่ได้ซ่อนสิ่งใดไว้บ้างเลย? อาจจะต้องบอกว่าของข้าน่าจะเลวร้ายที่สุด
ด้วยซ้ำ”
ไคเหยียงหัวเราะและสีหน้ากลายเป็นเคร่งขรึมมากขึ้น เขากล่าวว่า
“ดี ข้าจะไม่ปิดบังเจ้าก็ได้ เรื่องมันยาว ข้าไม่ต้องการให้เจ้าจ่ายสิ่งใด
ตราบเท่าที่เจ้าฆ่าคู่ต่อสู้ของเจ้าและให้แหวนมิติของเขาแก่ข้าก็จะพอใจ
แล้ว!”
“มันคือสิ่งใด?” ดวงตาของยักษ์ปีศาจเบิกกว้างขึ้น ถ้านี่เป็นสิ่งที่ทำให้
ไคเหยียงลงมือเช่นนี้ เช่นนั้นมันก็คงเป็นสิ่งที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
ถ้าฝ่ายตรงข้ามของเขาอ่อนแอกว่า เขาก็เพียงต้องทุ่มเทพลัง
เล็กน้อยเพื่อเอาชนะจากนั้นก็มอบสิ่งล้ำค่านั้นให้ไคเหยียง เช่นนั้นมันจะ
มิได้หมายความว่าเขาเป็นคนโง่เขลาหรอกหรือ?
ดังนั้น หงจงจึงต้องสงสัยเป็นธรรมดา อิมป์มีชื่อเสียงในด้านเทคนิค
การหลอกลวงและวิธีการที่น่ากลัว เขาเองก็ไม่ต้องการเป็นเครื่องมือของ
ผู้ใด
“ฮ่าฮ่า หงจงเอ๋ยหงจง เจ้าคิดว่าข้าจะหลอกลวงเจ้า? ข้าจะบอกเจ้า
ให้ชัดเจนแล้วกัน คนผู้นี้หากมองตามสามัญสำนึกแล้ว เขาย่อมอ่อนแอ
กว่าเจ้าแน่นอน แต่เขาเป็นคนที่มักจะเกินกว่าสามัญสำนึกดังกล่าวเสมอ
ดังนั้น… ” ในขณะที่ไคเหยียงกล่าวถึงตรงนี่ เขาก็หยุดไป ปล่อยให้หงจง
สงสัย
“มันคือผู้ใด?” หงจงกล่าวถามเพราะสงสัยอย่างยิ่ง
“ข้าจะบอกเจ้าก็ได้ คนผู้นี้คือ หลินหมิง!”
“เขาเอง? เขาเป็นผู้มาใหม่ในชั้นสาม! การจับคู่ครั้งแรกของเขาต้อง
เผชิญกับข้าหรือ?” หงจงรู้สึกประหลาดใจ เขาเคยได้ยินเกี่ยวกับหลินหมิง
เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นคนที่เอาชนะสิงเทียนได้ ความแข็งแกร่งของเขาควร
ได้รับการจัดอันดับอยู่ที่ประมาณ 100 ที่ชั้นสาม แน่นอนว่า หลินหมิงเคย
ฝึกฝนมานานกว่าครึ่งปีที่ชั้นสอง แต่นักสู้บนชั้นสามก็ไม่อยู่เฉยเช่นกัน
ผู้ใดจะไม่ฝึกฝนภายใต้แรงกดดันที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้บ้าง? หลินหมิงอาจจะ
แข็งแกร่งขึ้นแล้ว แต่ก็ไม่น่าจะมากเกินไป
‘หลินหมิงได้ทำให้บางคนไม่ชอบใจหรือ? การประลองนัดแรกของ
เขาคือข้า มันไม่ได้หมายความว่าเขาถูกส่งไปสู่ความตายอย่างแน่นอน
หรืออย่างไร? มันไม่เป็นไร นั่นหมายความว่าบิดาคนนี้ย่อมได้รับ
ประโยชน์” หงจงคิดในใจ ในตอนนี้ เขาอารมณ์ดีอย่างยิ่ง นี่อาจเรียกได้ว่า
เป็นชัยชนะที่ง่ายดาย ถ้าเขาสามารถยุติชัยชนะต่อเนื่องของหลินหมิงได้
เขาก็จะได้รับ 5 หรือ 6 แต้มสังหาร นี่เป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่งสำหรับเขา
ไคเหยียงเดาความคิดของหงจงได้อย่างถูกต้อง เขายิ้มและกล่าวว่า
“เจ้าคิดว่าจะชนะได้ง่ายๆหรือ? บนชั้นสอง เสวี้ยหมานและสิงเทียนก็เชื่อ
เช่นนั้น แต่… พวกเขาต่างก็ตกตายไปทั้งคู่!”
หงจงก็เริ่มคิดเรื่องนี้ในใจ หลินหมิงยังมิเคยพ่ายแพ้การประลองแม้
เพียงครั้งเดียวในระหว่างทางมายังชั้นสาม แต่คนที่อยู่บนชั้นสามก็มิใช่ว่า
เหมือนกันหรอกหรือ? ชัยชนะต่อเนื่องมิได้มีความหมายอันใดมากนักที่
ชั้นสาม
หงจงตระหนักดีว่ามันเกิดสิ่งใดขึ้น ในเมื่อเขาไม่ต้องการที่จะถูกแย่ง
ผลประโยชน์ เขาจึงรวบรวมความกล้าและกล่าวอย่างช้าๆว่า “ท่านไคเหยี
ยง ข้าไม่ใช่สิงเทียน”
“ดูเหมือนว่า… เจ้าไม่เชื่อข้า ในแหวนมิติของหลินหมิงมีวัตถุที่
เรียกว่า ลูกปัดจิตวิญญาณ มันไม่ได้เป็นประโยชน์สำหรับเจ้าเพราะมันใช้
ในการล่อเลี้ยงพลังจิตวิญญาณเป็นหลัก เจ้าควรจะตระหนักว่า อิมป์นั้นมี
พรสวรรค์ตามธรรมชาติในแง่มุมของพลังจิตวิญญาณ แต่สำหรับเจ้าปีศาจ
ยักษ์ค่อนข้างอ่อนแอในด้านพลังจิตวิญญาณ เอาเช่นนี้เป็นอย่างไร ข้าจะ
ให้ผลึกโลหิตปีศาจระดับสูง 1500 ก้อน หลังจากที่เจ้าชนะ ข้าจะซื้อ
ลูกปัดจิตวิญญาณนั่นจากเจ้า ดีหรือไม่?”
ผลึกโลหิตปีศาจระดับสูง 1500 ก้อนหรือ?
หงจงตกตะลึงตกอย่างยิ่ง ราคาเช่นนี้แม้แต่กับคนที่อยู่ชั้นสามก็ถือ
ว่าเป็นความมั่งคั่งอย่างยิ่ง
ก่อนหน้านี้เขาเคยได้ยินว่าหลินหมิงมีฝีมือในการใช้พลังจิตวิญญาณ
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้รู้สึกว่าต้องมีบางอย่างเกี่ยวกับลูกปัดจิตวิญญาณนี้ แต่
เขาไม่สามารถเชื่อไคเหยียงได้ ผู้ใดจะรู้ได้บ้างว่า “ลูกปัดจิตวิญญาณ” จะ
สามารถทำอย่างอื่นได้อีกหรือไม่? ถ้านี่เป็นสมบัติที่แม้แต่ตัวตนระดับสูง
ยังเกิดความโลภ เช่นนั้น 1500 ผลึกโลหิตปีศาจระดับสูงก็ล้วนไม่มีค่าอัน
ใด
“นอกเหนือจาก 1500 ผลึกโลหิตปีศาจระดับสูงแล้ว แล้วข้ายัง
สามารถให้เจ้ายืมแมลงทองคำปีศาจอีกด้วย ถ้าเจ้าสามารถเอาชนะ
หลินหมิงได้อย่างง่ายดาย เจ้าสามารถเพิ่มราคาขึ้นมาอีกก็ได้และเราจะ
สนทนาถึงเรื่องนี้ในภายหลัง ในทางกลับกันถ้าเจ้าพบว่าการต่อสู้ครั้งนี้
ยากลำบากและเจ้าต้องพึ่งพาแมลงทองคำปีศาจที่จะเอาชนะแล้ว… เจ้า
จะต้องให้ลูกปัดจิตวิญญาณแลกกับผลึกโลหิตปีศาจระดับสูง 1500 เม็ด!
”
คำพูดของไคเหยียงอาจกล่าวได้ว่าใจกว้างมากพอ หงจงรู้สึก
ประหลาดใจ ข่าวลือที่ว่าไคเหยียงหยิ่งยโสและป่าเถื่อนราวกับไม่มีมูล
ความจริงเลย
แมลงทองคำปีศาจที่ถูกเลี้ยงดูมาโดยไคเหยียงด้วยความเอาใจใส่
และค่าใช้จ่ายที่สูง พวกมันเป็นหนึ่งในท่าไม้ตายของนักสู้หลายคน แต่เขา
กลับยินดีที่จะให้ยืม ถึงแม้ว่าหงจงไม่คิดว่าเขาจะต้องใช้แมลงทองคำ
ปีศาจเหล่านี้เพื่อต่อสู้กับหลินหมิงก็ตาม แต่อย่างน้อยเขาก็สามารถใช้
โอกาสนี้ในการค้นหาจุดอ่อนของแมลงทองคำปีศาจเหล่านี้ไปด้วย มันจะ
ช่วยได้มากในอนาคตถ้าหากเขาจะต้องสู้กับไคเหยียง
หงจงมีความทะเยอทะยานของตัวเอง เขาอยากเป็นหนึ่งในปีศาจ
สวรรค์เจ็ดดาว สำหรับไคเหยียง เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในปีศาจ
สวรรค์เจ็ดดาวอันดับต่ำ ถ้าสามารถเข้ามาแทนที่เขาได้และสร้าง
ความสัมพันธ์กับผู้ปกครองแล้ว เช่นนั้นเขาก็จะสามารถเพลิดเพลินไปกับ
ทรัพยากรการบ่มเพาะทั้งหมดของชั้นสามได้
หลังจากคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า หงจงไม่สามารถหาสิ่งที่เขาจะเสียได้
ดังนั้น ในที่สุดเขาก็เห็นด้วย “ดี! เพราะพี่ชายไคเหยียงช่างใจกว้างยิ่งนัก
เช่นนั้นข้าก็ยินดีจะช่วยท่าน!”
ไคเหยียงเอาถุงแมลงจิตวิญญาณที่เอวออกมา และด้วยเสียงหึ่ง กลุ่ม
ของแมลงสีทองสีเข้มบินออกมาเหมือนควันล้อมรอบทั้งสอง
มันคือแมลงทองคำปีศาจ
แมลงทองคำปีศาจมีฟันแหลมคมและดูดุร้ายอย่างยิ่ง พวกมันมี
ขนาดเท่าเม็ดถั่วและร่างกายของพวกมันถูกปกคลุมไปทั่วด้วยเปลือกสี
ทองเข้ม เปลือกนี้แข็งกระด้างและแทบจะไม่อาจทำลายได้
แมลงชนิดนี้ได้กินโลหะหายากที่หลากหลายจนเติบโตขึ้น ต้นทุนใน
การเลี้ยงดูมันจึงสูงอย่างยิ่ง หากเป็นนักสู้ทั่วไปคงหมดตัวเพราะมัน มี
เพียงนักสู้ชั้นสูงเช่นไคเหยียงที่จะสามารถเลี้ยงดูพวกมันในจำนวนเท่า
กระเป๋าใบเล็กๆได้ ถึงกระนั้น ก็มีเพียงไม่กี่ร้อยตัวเท่านั้น
ขณะที่หงจงเห็นแมลงทองคำปีศาจเหล่านี้ ดวงตาของเขาก็สาด
ประกายขึ้น ถ้าเขาสามารถเอาแมลงแปลกประหลาดมหัศจรรย์นี้มาได้
มันก็คงเป็นเรื่องที่เยี่ยมยอด ในการต่อสู้ที่ทั้งสองฝ่ายได้รับการจับคู่อย่าง
เท่าเทียมกัน การปล่อยแมลงเหล่านี้ก็จะมีผลต่อชัยชนะอย่างยิ่ง
“นี่เป็นแผ่นค่ายกลต่อสู้ของหลินหมิง และนี่เป็นแบบครบชุดทั้งหมด
จะดีกว่าหากเจ้าจริงจังกับการต่อสู้ ฝ่ายตรงข้ามของเจ้าไม่สามารถจัดการ
ได้ง่ายๆแน่นอน ทำให้แน่ใจว่าเจ้าไม่ล้มเหลวเพราะความเชื่อมั่นมาก
เกินไป”
ไคเหยียงโยนแหวนมิติออกไปให้หงจง ภายในเป็นแผ่นค่ายกลต่อสู้
ทั้งหมดของหลินหมิงนับตั้งแต่เขาเข้ามายังหอคอยแยกนภา
อย่ากังวลไปเลย ข้าจะช่วยพี่ชายไคเหยียงเอาลูกปัดจิตวิญญาณนี้มา
ให้ได้แน่นอน”
หงจงหัวเราะและรับแหวนมิติไว้
……………………………
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่หลินหมิงเข้ามาที่ชั้นสาม มัน
เป็นเวลาสองเดือนแล้ว ในระหว่างช่วงเวลานี้ หลินหมิงได้เข้าฌานและ
รับรู้กฎอย่างต่อเนื่อง เขาเริ่มชำนาญมากขึ้นในพลังแห่งวิถี
สองเดือน ตามกฎหอคอยแยกนภานักสู้ทุกคนบนชั้นสามต้องเข้า
ร่วมการประลองทุกสองเดือน หากพวกเขาต้องการที่จะอยู่บนชั้นที่สาม
ต่อไปก็ต้องทำตามกฏนี้
ผู้หนึ่งสามารถเลื่อนมันออกไปได้ มีนักสู้หลายคนที่จะเข้าปิดด่านฝึก
ตนเป็นระยะเวลานาน หลังจากออกมาแล้ว พวกเขาจะต้องทำประลอง
ตามจำนวนที่ตนค้างไว้
แต่ปกติแล้ว นักสู้จะไม่ทำเช่นนี้ ตัวอย่างเช่น ถ้ามีผู้ฝึกมา 1 ปีก่อนที่
ออกมา มันหมายความว่าพวกเขาจะต้องประลอง 6 ครั้งซ้อน! เพื่อจะ
ประลอง 6 ครั้งในหนึ่งวันจะต้องใช้พลังงานเป็นจำนวนมากแน่นอน
บนชั้นหอคอยแยกนภาชั้นแรกและชั้นที่สอง การต่อสู้ 3-4 ครั้งซ้อน
มิได้เป็นปัญหาใหญ่เกินไปเลย แต่ที่ชั้นสามไม่มีผู้ใดอ่อนแอพอที่จะให้ทำ
เช่นนั้นได้ การต่อสู้ 6 ครั้งซ้อน เป็นการฆ่าตัวตายอย่างแท้จริง
ในสังเวียนต่อสู้ คนรับใช้ชุดสีดำส่งแผ่นหยกให้หลินหมิง “ผู้กล้าหลิน
นี่เป็นแผ่นกำหนดการประลองของท่านที่จัดไว้ในวันนี้ นอกจากนี้ยังมี
เนื้อหาข้อมูลฝ่ายตรงข้ามของท่านด้วย”
“หงจง?” หลินหมิงพบว่ามันน่าแปลกใจเล็กน้อย สิ่งที่เรียกว่า ‘เนื้อหา
ข้อมูล’ เป็นสิ่งที่น่าสมเพชอย่างแท้จริง มันเป็นเพียงข้อมูลอันดับความ
แข็งแกร่งของหงจงในชั้นสามกับอันดับ 50 และบอกว่าเป็นปีศาจปีก
สวรรค์ 6 ปีกเท่านั้น
สำหรับเคล็ดบ่มเพาะที่เขาใช้ ความสามารถที่เขามี เทคนิคหรือ
ข้อมูลใดๆเกี่ยวกับแผ่นค่ายกลการต่อสู้ที่ผ่านมาของเขา ไม่มีการกล่าวถึง
มันเลย
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงไม่สนใจเรื่องนี้มากนัก หลังจากที่เขาเอาชนะ
ให้กับสิงเทียน เขาได้ฝึกฝนอย่างหนักเป็นเวลา 10 เดือน ด้วยวิถีแห่ง
สายฟ้าและกระบวนท่าที่เขาสร้างขึ้นเอง รวมทั้งการเปิด 8 ประตูเร้นลับ
ภายในเล็กน้อย เขาก็มั่นใจในความแข็งแกร่งของตนเป็นอย่างยิ่ง
“หลินหวู่ เป็นฝ่ายชนะ! เขาได้ฆ่าคู่ต่อสู้และทำให้ได้รับชัยชนะ 10
ครั้งซ้อนและแต้มสังหารด้วย สำหรับการยุติชัยชนะของฝ่ายตรงข้ามที่มี
42 ครั้งซ้อนเขาจึงได้ 4 แต้มสังหาร รวมกันทั้งหมดเป็น 5 แต้มสังหาร!”
ผู้ตัดสินชายชราชุดดำประกาศเสียงดังออกมาบนเวทีสังเวียน
เจ้าหน้าที่หลายคนเดินขึ้นไปบนเวทีเพื่อยกร่างคู่ต่อสู้ของหลินหวู่อ
อกไป เวทีสังเวียนที่ถูกย้อมด้วยโลหิตที่ย้ำเตือนความทรงจำอันโหดร้ายที่
เพิ่งเกิดขึ้น สำหรับผู้ชนะ หลินหวู่นั้นถูกปกคลุมด้วยโลหิตตั้งแต่หัวจรด
เท้า เขาได้ผลาญพลังงานไปอย่างมากและแทบจะไม่สามารถพยุงตนเอง
ได้ เขารีบกลืนกินโอสถบางอย่างลงไปทันทีและเริ่มปรับลมหายใจของเขา
เนื่องจากการฆ่าคู่ต่อสู้ จึงได้รับชัยชนะ 10 ครั้งซ้อน แต่หากเพียง
เอาชนะคู่ต่อสู้จะได้รับชัยชนะเพียง 1 ครั้ง การต่อสู้ระหว่างนักสู้ชั้นสาม
มักเต็มไปด้วยความดุเดือดและความวุ่นวาย การต่อสู้เหล่านี้เป็นการ
ประลองเกือบถึงตายตลอดเวลา
การต่อสู้ดังกล่าวเป็นแรงกดดันมหาศาลต่อนักสู้ แม้แต่นักสู้ที่มี
ประสบการณ์ในการต่อสู้ที่คล้ายกันหลายคนก็พบว่ามันยากที่จะรักษา
ความสงบไว้ได้
ขณะที่หลินหวู่ออกจากเวที นักสู้คนใหม่จึงได้กระโดดขึ้นไปบนเวที
ทุกเดือนในวันนี้ ก็คือเวลาที่ชั้นสามได้มีชีวิตชีวามากที่สุด จะมีการ
ประลองอีกหลายครั้งในวันนี้
หลินหมิงได้ประเมินความแข็งแกร่งของนักสู้ที่เพิ่งขึ้นไปบนเวทีและ
เปรียบเทียบกับตัวเอง ในตอนนี้เอง ก็มีเสียงหัวเราะแหบแห้งดังขึ้นใกล้ๆ
เขา
เขาหันกลับไปดูก็พบปีศาจยักษ์ตนนึง มีรอยสักผนึกบนร่างของคนผู้
นี้ ปีศาจยักษ์ผู้นี้กำลังมองมายังหลินหมิงขณะที่เขาหัวเราะอย่างหนัก เผย
ให้เห็นเขี้ยวที่แหลมคม
หลินหมิงคิ้วขมวด ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ถึงบางอย่างและกล่าว
ว่า “เจ้าเป็นหงจงหรือ?”
“ไม่เลว! เจ้าเป็นคู่ต่อสู้ของข้าในวันนี้ เราจะได้ต่อสู้ในรอบถัดไป”
“โอ้? ข้าดีใจที่ข้าจะไม่ต้องรอนาน”
“ฮ่าๆ เจ้าค่อนข้างมั่นใจในตัวเองอย่างยิ่ง ข้าไม่รู้ว่าเจ้าทำให้ผู้ใด
โกรธเคียงจึงได้ทำให้ต้องมาเจอข้าเป็นคู่ต่อสู้ของเจ้!า! มั่นใจได้เลยว่า ข้า
ไม่ได้มีพฤติกรรมในการทรมานคู่ต่อสู้จนตาย ข้าจะให้เจ้าตายอย่างมี
ความสุขและเรียบง่าย”