Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 570 ผลอันน่ามหัศจรรย์ของวิถี
สำหรับหงจง หลินหมิงในปัจจุบันที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่มีอันใดมากไป
กว่ากองผลึกโลหิตปีศาจระดับสูง 1500 ก้อน!
ไม่เพียงแค่นั้น แต่ไคเหยียงยังได้ให้คำมั่นสัญญา เมื่อหงจงสามารถ
เอาแหวนมิติหลินหมิงมาได้สำเร็จ เขาจะแนะนำให้หงจงกลายเป็นข้ารับ
ใช้ของผู้ปกครองเฮยอ้าน
แค่เพียงเรื่องนี้ก็สามารถที่จะทำให้หัวใจของหงจงเกิดความ
ทะเยอทะยานขึ้นมากแล้ว เมื่อเขาได้เป็นข้ารับใช้ของผู้ปกครองแล้ว เขา
ก็จะได้รับส่วนลด 20%- 30% หรือแม้กระทั่งการใช้ทรัพยากรการฝึกฝน
ฟรี!
สำหรับหงจง แม้ว่าลูกปัดจิตวิญญาณนี้อาจมีค่ามาก แต่ก็ยังคงเป็น
วัตถุที่เขาไม่รู้จัก มันจะเทียบได้กับผลประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนตรงหน้า
เขาได้อย่างไร?
ดังนั้นในตอนนี้ เขาจึงใจร้อนต้องการที่จะต่อสู้กับหลินหมิงอย่างยิ่ง
‘ข้าได้ไปข่มขู่สหายผู้นี้ไว้หรือ?’ หลินหมิงหันหัวไป เขาไม่ได้รู้ว่าเรื่อง
นี้เป็นอย่างไรกันแน่
หลินหมิงได้เห็นไคเหยียงเข้ามาในสังเวียน ยิ้มเล็กน้อยมายังเขา
‘ไคเหยียง…’
ดวงตาของหลินหมิงสาดประกายเย็นชา ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เขา
ไม่ได้ออกจากพื้นที่บ่มเพาะดังนั้นไคเหยียงจึงไม่มีโอกาสจะทำสิ่งใดกับ
เขา แต่ตอนนี้ได้ถึงเวลาที่เขาต้องเข้าสู่สังเวียน ไคเหยียงย่อมไม่ปล่อย
โอกาสนี้หลุดมือไปแน่
“ให้เจ้าทำตามใจชอบไปก่อนเถอะ ข้าจะเอาคืนแน่” หลินหมิงมิได้ใส่
ใจเลย แม้ว่าตัวไคเหยียงจะขึ้นมาเองเขาก็ไม่รู้สึกกดดันเลยสักนิด
การต่อสู้บนเวทียังคงดำเนินต่อไป หลินหมิงได้ใจเย็นในการเฝ้าดูการ
ต่อสู้ครั้งนี้แต่ในตอนนี้เอง ได้มีกระแสเสียงปราณแท้ดังขึ้นในหูของหลินห
มิง
“น้องชายหลิน!”
เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยนี้ หลินหมิงจึงหันไปและพบว่าเป็นม่อกู่
นั่นเอง
“พี่ชายม่อกู่!”
“น้องชายหลิน วันนี้เป็นนัดแรกของเจ้า ข้าเพิ่งพบเกี่ยวกับการ
ประลองของเจ้าเมื่อ 4 ชั่วโมงก่อนนี้เอง ดังนั้นข้าจึงช่วยเจ้ารวบรวม
ข้อมูลบางอย่างมา” ขณะที่ม่อกู่กล่าว เขาส่งแผ่นหยกให้หลินหมิง “ข้ารีบ
ร้อนจึงมีข้อมูลที่ค่อนข้างจำกัด รีบดูมันเร็วเข้า”
“ขอบใจท่านมาก” หลินหมิงรู้สึกอบอุ่นในใจ แม้ว่าเขาจะตระหนักดี
ว่าเหตุผลที่ม่อกู่กลายเป็นสหายกับเขาก็เพราะเขารอคอยอนาคตที่สดใส
ของหลินหมิง ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นสิ่งใด ก็ยังคงเป็นเรื่องที่น่าพอใจและมี
คุณค่ามากที่ได้มีสหายอยู่ที่ชั้นสาม
หลินหมิงส่งจิตสัมผัสเข้าไปในแผ่นหยก หลินหมิงไม่ได้มีเวลาดูมาก
นักก่อนที่การต่อสู้บนเวทีจะมาถึงจุดตัดสิน ผลการประลองที่ออกมาหา
ยากมาก ความแข็งแรงของทั้งสองฝ่ายได้ใกล้เคียงกันมาก ดังนั้นในขณะ
ที่ทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บร่วมกันจึงไม่มีผู้ใดเสียชีวิต
ถ้านี่เป็นชั้นแรกการประลองครั้งนี้น่าจะนำไปสู่การตะโกนโห่ไล่อย่าง
ไม่พอใจเป็นแน่ แต่ที่ชั้นสาม ผู้ชมดูเหมือนจะรักษาความเงียบสงบ จึง
เกิดบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกดดันบนสังเวียน
“การประลองนี้เป็นชัยชนะของอ้าวเย่ว!” ผู้ตัดสินมองไปที่ผู้ท้าชิงทั้ง
สองและตัดสินใจว่าผู้ใดเป็นฝ่ายชนะ จากนั้นเขาก็เหลือบไปที่ผู้ชมและ
กล่าวว่า “การประลองคู่ต่อไป หงจงปะทะหลินหมิง!”
ขณะที่ชื่อของหลินหมิงกล่าวออกมา ผู้คนจำนวนมากบนอัฒจันทร์
ให้ความสำคัญไปที่สังเวียนมากยิ่งขึ้น แต่นี่เป็นเพียงความสนใจบางส่วน
เท่านั้น บนชั้นสองหลินหมิงเป็นราชาที่สูงส่งดั่งดวงอาทิตย์ แต่ที่ชั้นสาม
เขาค่อนข้างธรรมดา ในสายตาของเหล่านักสู้เหล่านี้ หลินหมิงเป็น
อัจฉริยะชั้นนำ แต่เขาก็ยังด้อยเกินไป
“ถ้าข้าจำไม่ผิด นี่ควรจะเป็นการประลองครั้งแรกของหลินหมิง ข้าไม่
คิดว่าเขาจะได้มาต่อสู้กับบางคนเช่นหงจง”
“หงจงได้รับการพิจารณาว่าเป็นนักสู้ที่ผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชน
บนชั้นสาม ความแข็งแกร่งที่ระบุไว้ในที่สาธารณะของเขาอยู่ใน 50
อันดับแรก แต่ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขาซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้อีกมากเพียงใด ดู
เหมือนว่าผู้จัดการของหอคอยแยกนภาเชื่อว่าความแข็งแกร่งของหลินหมิ
งก็อยู่ใน 50 อันดับแรกในชั้นสามเช่นกัน ข้าไม่รู้เลยว่า พวกเขาใช้สิ่งใด
สำหรับการประเมินเช่นนี้ เขาเป็นเพียงผู้มาใหม่จากชั้นสอง แล้วกลับถูก
จัดให้เจอกับอันดับ 50 อันดับแรก หลินหมิงผู้นี้โชคร้ายอย่างยิ่ง” นักสู้ผู้
นั้นรู้สึกมีความสุขกับความโชคร้ายของหลินหมิง นักสู้ของหอคอยแยก
นภาไม่ต้องการเห็นผู้มาใหม่ได้เติบโต หากพวกเขาโชคร้าย พวกเขาเอง
อาจกลายเป็นหินรองเท้าของผู้อื่นเช่นกัน
“ฮ่าฮ่า ข้าคิดว่าหลินหมิงอาจจะไปล่วงเกินผู้ใดบางคนเข้าก็เป็นได้
แต่ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าหลินหมิงเป็นคนที่โชคร้าย มารอดูผลลัพธ์กัน
ก่อนดีกว่า”
หลินหมิงกดปลายเท้าลงบนพื้นและกระโดดลอยขึ้นมาบนเวทีอย่าง
ช้าๆ ทางฝั่งตรงข้าม หงจงจับไปที่หอกใหญ่ของเขา เขาได้รออยู่บนเวที
เรียบร้อยแล้ว
หอกปะทะหอก!
แต่หอกแห่งดาวหางม่วงของหลินหมิง มีขนาดเล็กกว่าหอกของหงจง
อย่างมาก
“เริ่มได้!”
โดยไม่พูดพร่ำทำเพลงใดๆ ผู้ตัดสินได้กล่าวประกาศเริ่มต้นการ
ประลองในทันที
“ฮ่าฮ่า เจ้าหนู เจ้าถือว่าค่อนข้างโชคร้าย ตอนนี้ข้าจะขอรับชีวิตของ
เจ้าไปซะ!” หงจงเริ่มก้าวไปข้างหน้า ในทุกย่างก้าว กลิ่นอายของเขาปะทุ
ขึ้น และเกิดเสียงดังก้องดังขึ้นในอากาศเช่นเดียวกับเสียงเต้นของหัวใจ
ก้าวแล้วก้าวเล่า ทุกย่างก้าวน่าหวาดกลัวยิ่งขึ้น แม้เป็นหลินหมิงก็ยัง
รู้สึกว่าหัวใจของเขาได้รับผลกระทบเล็กน้อยจากมันด้วย
เป็นการรวบรวมศักยภาพไปที่การย่างก้าวได้อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง!
ข้างเวที หัวใจม่อกู่รู้สึกเย็นเฉียบ นักสู้ชั้นสามของหอคอยแยกนภามิใช่ผู้
ไร้ชื่อเสียงในยุคของพวกเขา แม้ว่าย่างก้าวนี้จะดูเรียบง่าย แต่ในความ
เป็นจริงมันเต็มไปด้วยชั้นแล้วชั้นเล่าของความลึกลับอย่างลึกซึ้ง
ถ้าเป็นเขาและมิใช่หลินหมิงที่อยู่บนเวทีและเผชิญหน้ากับหงจงแล้ว
ออร่าของเขาก็คงจะถูกกดดันอย่างสมบูรณ์ ถ้าความน่าเกรงขามของเขา
ได้ถูกยับยั้งก่อนที่การต่อสู้จะเริ่มต้นอย่างแท้จริงแล้ว เขาจะเอาสิ่งใดไปสู้
ได้เล่า?
ในสังเวียน นักสู้หลายคนได้แสดงความยกย่องหงจงในหัวใจของพวก
เขา แม้แต่ไคเหยียงที่ปกติจะหยิ่งยโสก็ยังยิ้มออกมาจนเห็นฟัน
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงยืนอยู่ที่นั่นบนเวที ซึ่งดูเหมือนจะไม่ใส่ใจเลย
“เจ้าเด็กนั่น เขากำลังทำสิ่งใดอยู่?”
หงจงคิ้วขมวด โดยปราศจากการหยุดชะงักย่างก้าว ไม่นานออร่า
ของเขาก็ได้พุ่งทะยานถึงขีดสุด!
หอกยักษ์ในมือของเขาได้รวบรวมศักยภาพไว้ถึงจุดสูงสุด มันก็พร้อม
สำหรับการโจมตีแล้ว!
แต่ในขณะนี้หงจงก็รู้สึกราวกับว่าย่างก้าวของเขาได้ชะลอตัวลง เขา
เห็นได้ชัดว่ามันควรจะเร็วขึ้น แต่ด้วยเหตุผลที่ไม่ทราบสาเหตุ การ
เคลื่อนไหวของเขาไม่เป็นไปตามความคิดเลย
ในจังหวะที่สมบูรณ์แบบของเขา เนื่องจากย่างก้าวที่ได้ชะลอตัวลง
เขาจึงกลายเป็นหยุดชะงักทันที
ดังนั้น ออร่าที่เขารวบรวมมาในทุกขั้นตอนจึงถูกทำลายลงไปด้วย
“หืม? เกิดอะไรขึ้น?”
หงจงตกใจอย่างหนัก ในช่วงเวลานั้น เขารู้สึกราวกับว่าตนเองได้ช้า
ลงไปในทุกอย่าง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ แต่ศักยภาพแห่ง
หอกของเขาก็ได้แตกสลายไปแล้ว
นักสู้โดยรอบทั้งหมดตกตะลึกอย่างมากเช่นกัน ในฐานะที่เป็นผู้ท้า
ชิงชั้นสาม ผู้ที่สามารถมาถึงที่นี่ได้ล้วนเป็นอัจฉริยะในยุคของพวกเขา
เป็นธรรมดาที่จะเห็นความลึกลับของสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้
“วิถีแห่งเวลา!”
“ใช่แล้ว! สัตว์ประหลาดหลินหมิงผู้นี้ได้เข้าใจกฏของมิติและเวลา
อย่างแท้จริง! “นักสู้หลายคนก็จำขึ้นมาได้ พวกเขาก็เคยเห็นข้อมูล
เกี่ยวกับหลินหมิง
“หึ! มันเป็นเพียงสัมผัสวิถีที่ผิวเผินเท่านั้น!” ด้านข้าง มีนักสู้เฟย์ที่โดด
เด่นอยู่ผู้นึง ในแง่ของวิถี เฟย์ย่อมเหนือกว่าโดยธรรมชาติ แต่เฟย์หนุ่มผู้นี้
เอง ก็ยังคงไม่สามารถที่จะเข้าใจวิถีของมิติและเวลาอยู่ดี แต่มนุษย์ผู้นี้
กลับ สามารถทำเช่นนั้นได้ แน่นอนว่า เขาไม่มีความสุขกับเรื่องนี้เลย
อย่างไรก็ตาม นักสู้ที่อยู่ข้างๆไม่ได้เข้าใจถึงความหมายที่อยู่เบื้องหลัง
คำพูดเหล่านี้ เขายังคงกล่าวต่อไปว่า “มันเป็นเพียงเล็กน้อยก็จริง แต่ถึง
กระนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ไม่ใช่แค่นั้น แต่เพียงพื้นฐานของวิถีแห่งกฏนี้
กลับสามารถนำมาประยุกต์และทำลายย่างก้าวของหงจงลงได้ วิธีการใน
การใช้งานเช่นนี้ เป็นวิธีที่ชาญฉลาดที่สุด!”
ยิ่งนักสู้ผู้นี้ตื่นเต้นมากเท่าใด สีหน้าของเฟย์หนุ่มก็ยิ่งน่าเกลียดขึ้น
เท่านั้น
“ไม่เลว ดูเหมือนว่าข้าจะประเมินเจ้าต่ำเกินไป เจ้าสามารถทำลาย
ศักยภาพของหอกของข้าได้แล้วอย่างไร? ข้าไม่จำเป็นต้องพึ่งพามันในการ
ที่จะกำราบเจ้าเลย ข้าสามารถจัดการเจ้าได้ด้วยความแข็งแกร่งอย่าง
เดียวก็พอ!
“รับหอกของข้าซะ!”
หงจงคำรามออกมาและหอกยักษ์ในมือของเขาจู่ๆก็ได้ฟาดลงมาจาก
ด้านบน ซึ่งมีแรงกดดันที่ยิ่งใหญ่ตามมาด้วย! ปราณปีศาจเต็มไปในอากาศ
ราวกับเมฆครึ้มขนาดใหญ่!
ในตอนนี้เอง ดวงตาของหลินหมิงสาดประกาย หอกแห่งดาวหางม่วง
ในมือของเขาพุ่งออกไปราวกับสายฟ้าฟาด
วิถีแห่งสายฟ้า!
หอกนี้ไร้ซึ่งทักษะสังหารร่วมด้วย มันมีเพียงแสงสายฟ้าที่ม่วงบนตัว
หอก ภายใต้วิถีแห่งสายฟ้า พลังของแสงสายฟ้านี้จึงเทียบไม่ได้กับเมื่อใน
อดีตอีกแล้ว
เคล้งงงง!
หอกแห่งดาวหางม่วงและหอกยักษ์ปะทะกัน หอกยักษ์ได้หยุดลง
ทันที ความรุนแรงและความโกรธเกรี้ยวของสายฟ้าจมลงสู่ร่างของหงจง
หงจงชะงัก มันรู้สึกราวกับว่าร่างกายของตนกำลังเป็นอัมพาตโดย
สายฟ้านี้ อย่างไรก็ตาม หงจงเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงคนนึงของชั้นสาม
ขณะที่เขาเห็นหอกแห่งดาวหางม่วงพุ่งเข้ามายังคอของตนราวกับอสรพิษ
เขาจึงกัดลงบนลิ้น พยายามที่จะเรียกคืนร่างกายให้กลับมาใช้งาน
“ตายซะ!” หอกของหงจงพุ่งออกไปอีกครั้ง
หอกพุ่งไปยังหลินหมิง หลินหมิงใช้โอกาสที่หงจงชะงักไปชั่วครู่นี้
พลิกตัวขึ้นไปกลางอากาศ ขณะที่เขาอยู่ในอากาศ มือของเขาก็
เคลื่อนไหว
ง้าวบรรพกาลจู่โจม!
หอกได้พุ่งออกไปอีกครั้ง ผนึกดูดกลืนโลหิตร่ายรำอยู่ในอากาศ
หลังจากที่มายังหอคอยแยกนภา จำนวนผนึกดูดกลืนโลหิตก็ได้เพิ่มขึ้น
อย่างมาก ด้วยความตายของผู้ทรงพลังเช่น เสวี้ยหมานและสิงเทียน ผนึก
ดูดกลืนโลหิตจึงได้แข็งแกร่งมากขึ้นอีกด้วย
ด้วยหอกเล่มนี้ ผนึกดูดกลืนโลหิตพุ่งออกไป หมุนวนราวกับพายุเข็ม
เหล็ก
นัยย์ตาของหงจงหดตัว ตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง
ความแข็งแกร่งของหลินหมิงได้เกินกว่าจินตนาการของเขาไป
มากมายยิ่งนัก
ปังง!
ปราณปีศาจปะทุขึ้นอย่างสมบูรณ์ คลื่นใหญ่ของปราณปีศาจปรากฏ
ขึ้นรอบๆหงจง อักขระรูนบนร่างกายของเขาเริ่มสาดประกายแสงเจิดจ้า
เขาได้ตัดสินใจทุ่มพลังทั้งหมด ปลดปล่อยพลังของเคล็ดบ่มเพาะหลักของ
ตน!
หลินหมิงเค้นเสียงเย็นชา
ปราณเทพทรราชคลั่ง – เปิด!
ฟริ้วว!
หอกพุ่งออกไป หงจงใช้ปราณปีศาจป้องกันหอกแห่งดาวหางม่วง แต่
กระแสวังวนของผนึกดูดกลืนโลหิตได้ตัดคลื่นปราณปีศาจและพุ่งมายัง
เขาโดยตรงได้!
ด้วยหอกยักษ์ที่ยื่นออกไปแล้ว หงจงจึงไม่สามารถนำมันกลับมา
ต้านทานการโจมตีนี้ได้!
“ย๊ากก!”
หงจงตะโกนเสียงดัง เขาตัดสินใจชกออกไป เนื้อและเลือดของเขา
ปะทะกับผนึกดูดกลืนโลหิตโดยตรง!
ปังง!
ผนึกดูดกลืนโลหิตนับสิบกระเด็นออกไปด้วยพลังหมัดอย่างน่า
อัศจรรย์ของหงจง! ส่วนกำปั้นของหงจง มันมีเพียงผิวที่ฉีกขาดเท่านั้น
ดวงตาของหลินหมิงสาดประกายด้วยแสงเย็นยะเยือก เป็นกำปั้นที่
แข็งแกร่งอย่างยิ่ง!
ขณะที่หลินหมิงตกตะลึง หงจงก็ยิ่งตกตะลึงยิ่งกว่า การชกครั้งนั้นดู
เหมือนธรรมดา แต่ในความจริงมันผลาญพลังของเขาไปมากมายยิ่งนัก
เขาได้ใช้ปราณปีศาจที่บีบอัดไว้สูงสุดในร่างกายออกมาเพื่อต่อต้านการ
โจมตีนั้น นั่นคือเคล็ดบ่มเพาะด้านการป้องกันระดับสูงจากนิกายของเขา
– โล่ระฆังเหล็ก! แต่ในการชกเมื่อครู่แล้ว โล่ระฆังเหล็กได้แตกออกเป็น
เสี่ยงๆ
‘เจ้าเด็กนี่! ถ้ามันยังมีชีวิตอยู่ จะต้องเป็นภัยพิบัติต่อข้าอย่างแน่นอน!
หงจงเลียโลหิตออกจากหมัด ดวงตาของเขาสาดประกายจิตสังหารอัน
หนาแน่น “ข้าไม่คิดว่าจะถูกบังคับให้ต้องทำเช่นนี้ ในเมื่อมันกลายเป็น
เช่นนี้ ข้าจะให้เจ้าได้รับการโจมตีเต็มรูปแบบที่สมบูรณ์ของข้า! นี่เป็นครั้ง
แรกที่ข้าใช้การโจมตีครั้งนี้ในหอคอยแยกนภา!”
ไคเหยียงได้เคยกล่าวเอาไว้ว่าหงจงได้ซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้อยู่
ถ้าเขาแสดงพลังเต็มที่ออกมา เช่นนั้นอย่างน้อยหงจงอาจจะติด 30
อันดับแรกได้ เขาอาจจะสามารถท้าทาย 30 อันดับแรกได้!
ทั่วร่างของหงจงเริ่มมีเสียงแตกดังขึ้น ใบหน้าของเขาดูเดือดดาลมาก
ขึ้น เขี้ยวของเขายาวขึ้น หลอดเลือดดำสีฟ้าทั้งหมดในร่างกายของเขาเริ่ม
บิดตัวเหมือนหนอน
สายตาของหลินหมิงเบิกกว้าง เขารู้สึกได้ถึงความกดดันอย่างรุนแรง
ที่ถูกส่งผ่านมาทางออร่าที่เปล่งออกมาภายในร่างของหงจง
“ชั้นที่สามของหอคอยแยกนภาเป็นที่ซึ่งเสือหมอบมังกรซ่อนอย่าง
แท้จริง หงจงที่มีอันเพียง 40-50 ยังมีความแข็งแกร่งถึงเพียงนี้แล้ว ถ้า
หากเป็น 10 อันดับแรกหรือหนึ่งในปีศาจสวรรค์เจ็ดดาว พวกเขาจะน่า
หวาดกลัวมากเพียงใดกันในสถานการณ์เช่นนี้?”
ในตอนนี้ หัวใจของหลินหมิงได้ลุกโชนด้วยจิตวิญญาณการต่อสู้
เขาตัดสินใจที่จะปลดปล่อยพลังของปราณเทพทรราชคลั่งอย่าง
เต็มที่!