Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 573 เส้นทางแห่งผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริง
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 573 เส้นทางแห่งผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริง
ชั้นที่สามของหอคอยแยกนภา ณ พื้นที่ฝึกฝน –
คราวนี้ พื้นที่ฝึกฝนที่หลินหมิงมาถึงคือ… วิถีแห่งเพลิง!
พื้นที่ฝึกฝนสำหรับวิถีแห่งเพลิงมีค่าใช้จ่าย 1 แต้มสังหารทุกๆ 10
วัน ปัจจุบัน หลินหมิงมีแต้มสังหารจำนวนมาก ดังนั้นเขาจึงสามารถอยู่
ที่นี่ได้ตามต้องการ
เมื่อเข้าไป มันก็มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล ด้านหน้าของหลินหมิง
ดินแดนเต็มไปด้วยโขดหินสีแดงเข้มกว้างไกลสุดขอบฟ้า
ระหว่างก้อนหินเหล่านี้ มันมีพืชที่ไม่รู้จักเติบโตขึ้น พืชเหล่านี้ โดยไม่
มีข้อยกเว้น พวกมันต่างมีพลังต้นกำเนิดเพลิงที่แข็งแกร่งและบริสุทธิ์ ไม่
ไกลเกินไปนัก ก็มีลำธารขุ่นสีแดงเข้มไหลผ่าน หากมองจากระยะไกลมัน
คล้ายกับลาวา แต่หากเข้ามาดูใกล้ๆพวกเขาจะสังเกตเห็นว่ามันถูก
ประกอบด้วยพลังงานเพลิงต้นกำเนิด ลมร้อนพุ่งออกมา ความร้อนนี้ร้อน
ยิ่งกว่าลาวาทั่วไปมาก มันเพียงพอที่จะเผาผิวของคนทั่วไปจนเกรียมได้
“สถานที่แห่งนี้… คล้ายกับแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์”
เมื่อหลินหมิงได้เข้าไปยังแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ เขาได้รับวิถีแห่ง
เพลิงด้วยการเข้าฌาน ตอนนี้ เขาได้มีประสบการณ์นั้นซ้ำอีกครั้ง
แม่น้ำพลังเพลิงต้นกำเนิดนี้ดูเหมือนเรียบง่าย แต่ในความเป็นจริง
ทุกคลื่น ประกอบไปด้วยก็มีกฎแห่งเพลิง
หลินหมิงนั่งอยู่บนหินที่โผล่ขึ้นมาในแม่น้ำ เขาทุ่มเทความสนใจใน
การทำความเข้าใจ วิถีแห่งเพลิง
อย่างช้าๆ หลินหมิงก็จมเข้าไปในแม่น้ำต้นกำเนิดเพลิงนี้
พลังงานเพลิงไหลอย่างต่อเนื่องไหลเข้าสู่ร่างของหลินหมิงผ่านทาง
จุดฝังเข็ม มันสุ่มผ่านเส้นชีพจรของเขาก่อนที่จะปล่อยผ่านรูขุมขน
ร่องรอยเบาบางของความลึกซึ่งและความเข้าใจลองลอยอยู่ภายใน
ร่างของหลินหมิง ในขณะที่หลินหมิงเข้ามาในแม่น้ำพลังงานเพลิงต้น
กำเนิดเ เขาสูญเสียความรู้สึกของเวลาไป…
“การเผาไหม้ที่เกิดความร้อน… นี่คือการเคลื่อนไหวของพลังงาน
เพลิงต้นกำเนิด ยิ่งพลังงานนี้รวดเร็วเพียงใด มันก็จะยิ่งมีอุณหภูมิสูงขึ้น
มากเท่านั้น ถ้าข้าสามารถกระตุ้นให้เกิดสถานการณ์เดียวกันนี้ด้วยปราณ
แท้แล้ว เช่นนั้นพลังแห่งเพลิงก็จะเพิ่มขึ้น… ”
นี่เป็นส่วนหนึ่งของความจริงที่หลินหมิงได้ตระหนักถึงมาก่อนหน้านี้
แล้ว แต่ตอนนี้ ในนั่งผ่านการเข้าฌานทำความเข้าใจเกี่ยวกับความจริงนี้
มันก็ยิ่งลึกซึ้งขึ้นไปอีก!
หลินหมิงไม่ทราบว่าเขานั่งเข้าฌานนานแค่ไหน หอกแห่งดาวหาง
ม่วงดูเหมือนจะออกมาจากแหวนมิติราวกับว่ามันมีจิตใจของตัวเอง
พลังงานเพลิงต้นกำเนิดถูกกระตุ้นขึ้นโดยต้นอู๋ถงศักดิ์สิทธิ์ เป็นเปลวเพลิง
ที่โชติช่วง!
หอกพุ่งออกไปครั้งแล้วและครั้งเล่า พลังงานเพลิงต้นกำเนิดแล่นไป
ทั่วร่างของหลินหมิง หลอมรวมเข้ากับหอกแห่งดาวหางม่วง ด้วยการ
สนับสนุนของต้นอู๋ถงศักดิ์สิทธิ์ มันอาจเติบโตไปอีกระดับหนึ่ง!
หลังจากสัมผัสกับประตูแห่งการรักษา ความทนทานของหลินหมิงก็
เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เขาเกือบไม่รู้สึกเหนื่อยล้าเลย เขาไม่ได้รู้ว่าหอกพุ่ง
ออกไปเช่นนี้อยู่นานเพียงใด แต่อย่างช้าๆ เมื่อเวลาผ่านไป ความเข้าใจก็
ซึมซับเข้าไปในหัวใจของเขาแล้ว
‘ถ้าข้าสามารถรวมวิถีแห่งเพลิงกับ ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้าง
ผลาญ’ มันจะเป็นเช่นไรกัน? แล้วถ้าข้าสามารถผสานวิถีแห่งเพลิงและวิถี
แห่งสายฟ้าเข้าด้วยกัน แล้วถ่ายเทลงใน ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้าง
ผลาญ’ มันจะเป็นเช่นไรอีก?
ขณะที่หลินหมินครุ่นคิดเรื่องนี้ หัวใจของเขาก็สั่นสะท้าน เขาใจร้อน
อยากที่จะทดสอบความคิดนี้
การผสานวิถีใดใน 5 ธาตุหลักนั้นเป็นไปไม่ได้ นั่นเป็นเพราะโดยปกติ
แล้ว นักสู้จะมีร่างกายรองรับเพียงรูปแบบเดียวเท่านั้น นักสู้ธาตุจำเพาะคู่
นั้นแทบจะไม่มี!
แม้ว่าพวกเขาจะมีร่างกายแบบธาตุจำเพาะคู่ มันก็ยังมิใช่เรื่องง่ายถ้า
จะผสานวิถีเข้าด้วยกัน! แต่หลินหมิงมีเมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชอยู่ภายใน
ร่างที่มีสายฟ้าและเพลิงผสานกันได้ถึงระดับที่น่าสะพรึงกลัว ด้วยเหตุนี้
ความเป็นไปไม่ได้นี้จึงอาจเป็นไปได้!
ถ้าเขาผสานเพียงวิถีแห่งเพลิงอย่างเดียวเข้าหอกแล้ว เขาก็จะ
สามารถที่จะสร้างทักษะขึ้นในระดับเดียวกับ สายฟ้าล่าสังหารได้ แต่ถ้า
เขารวมพลังของสายฟ้าและเพลิงเข้าด้วยกันแล้ว เขาจะสามารถสร้าง
ความสามารถที่แข็งแกร่งอย่างมหาศาลขึ้นได้!
หนึ่งก็ต้องจำด้วยเพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้างก็เป็นเช่นนั้น
แต่เพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้างเป็นเพียงทักษะเพียงหยาบๆของ
เพลิงและสายฟ้าเท่านั้น ทุกครั้งที่หลินหมิงใช้มัน มันก็จะผลาญปราณแท้
ไปอย่างมาก ในความเป็นจริงคือ เมื่อเพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้าง
ระเบิดขึ้น พลังงานส่วนใหญ่ของมันจะสูญเสียไป พลังงานนี้กลายเป็น
คลื่นกระแทกที่กระจายออกไปในทุกทิศทาง แต่มีเพียงพลังส่วนน้อย
เท่านั้นที่กระแทกศัตรู
การใช้เพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้างเพียงครั้งเดียว จะผลาญ
ปราณแท้สำรองอย่างน้อย 40-50% ของหลินหมิง นี่เป็นเหตุผลที่หลินห
มิงไม่กล้าที่จะใช้เพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้างออกมาง่ายๆ เขามักจะ
รอจนกว่าการต่อสู้มาถึงขีดสุดก่อนที่จะใช้เป็นความสามารถจบการต่อสู้
มิเช่นนั้น ถ้าการโจมตีล้มเหลวเขาจะตกอยู่ในสถานะที่อันตรายอย่างยิ่ง
แต่ถ้าเขาสามารถผสานวิถีของสายฟ้าและเพลิงเข้าหอกได้แล้ว
ปัญหาเหล่านั้นก็จะหมดไป
นี่เป็นการประยุกต์เพลิงสายฟ้าขึ้นไปในระดับที่สูงอย่างยิ่ง เป็นการ
ใช้งานที่ปราดเปรื่องและงดงามกว่า เพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้างแบบ
ดั้งเดิม
ถ้าเขาสามารถใช้มันได้ เขาอาจจะสามารถใช้เพลิงสายฟ้าแห่งการ
ทำลายล้างในอนาคตได้อย่างไม่ต้องกังวล
หลินหมิงมองไปที่หอกแห่งดาวหางม่วงในมือของเขา หอกแห่งดาว
หางม่วงนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากการรวมกันของไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสีม่วง
และต้นอู๋ถงเพลิงศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าระดับปฐพีขั้นสูงสุด เขา
ได้รับหอกมานานแล้ว แต่เนื่องจากข้อจำกัดในการบ่มเพาะของเขา จึงไม่
สามารถใช้มันเพื่อให้ได้แสดงผลได้มากที่สุด แต่ตอนนี้ถึงเวลาแล้ว ด้วย
หอกนี้ เขาจะสามารถเพิ่มพลังของสายฟ้าและเพลิงไปพร้อมกันได้ ราว
กับว่าสวรรค์กำลังช่วยเขาในการผสานเพลิงและสายฟ้านี้!
“เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ” เป็นรูปที่สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิ
ปีศาจ และมันเหมาะกับเขามากที่สุด ถ้าข้าใช้มันแล้ว มันจะลด
ประสิทธิภาพลงอย่างมากจากความแข็งแกร่งที่แท้จริงของมัน ถึงกระนั้น
ข้าก็ได้เข้าใจความจริงหลายอย่างจาก ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ’
ข้าเข้าใจถึงพลังของการหมุน พลังแห่งการฉุดดึง วิถีแห่งมิติ วิถีแห่งเวลา
เพราะข้าฝึกฝน “เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ” ระดับการบ่มเพาะ
ของข้าเองก็เพิ่มมากขึ้น!
“แต่ทักษะอื่นๆ ก็ยังคงมิใช่ของข้า; พวกมันไม่มีทางเหมาะกับข้า
อย่างสมบูรณ์ได้ ข้าจะใช้ ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ’ เป็นรากฐาน
และรวมกับปราณเทพทรราชคลั่ง สร้างรูปแบบที่เป็นของตัวเอง!”
เมื่อหลินหมิงได้ตัดสินใจครั้งนี้ เขาไม่ได้ตระหนักว่าเขาได้ก้าวไปสู่
เส้นทางแห่งผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริง
ในแดนเทวะ ตั้งแต่อดีตกาล บรรดานักสู้ที่สามารถเข้าสู่จุดสูงสุดของ
ศิลปะการต่อสู้ต่างได้สร้างเส้นทางของตัวเองขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ผู้อาวุโส
สูงสุดที่ได้สร้าง ‘ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม’ ขึ้นเป็นครั้งแรกโดยการเฝ้าดู
การต่อสู้ระหว่างวิหคปีกทองคำกับมังกรที่แท้จริง จากนั้น ใช้เวลาปิดด่าน
ฝึกตนเป็นเวลา 60 ปี เขาก็ได้สร้างรูปแบบพื้นฐานของ ‘ก้าวย่างวิหค
ทองคำถลาลม’ ขึ้นมาได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อ ‘ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม’ ได้ตกมาอยู่ในมือ
ของหลินหมิง ความเร็วของมันลดลงอย่างมากจากศักยภาพที่แท้จริงของ
มัน นี่เป็นเพราะความเข้าใจที่จำกัดในวิถีของหลินหมิงและรวมถึงทักษะ
การเคลื่อนไหวนี้ไม่เหมาะสำหรับเขาอย่างสิ้นเชิง
การเลียนแบบผู้อื่น หมายถึงสักวันจะมาถึงจุดสิ้นสุดของแม่น้ำเสมอ
นักสู้ของทวีปนภารินไหลได้ปกป้องมรดกที่บรรพบุรุษของพวกเขาทิ้งไว้ให้
เป็นสมบัติอันล้ำค่าอย่างหาเปรียบมิได้ แต่หากปราศจากวิวัฒนาการ
มรดกเหล่านี้จะค่อยๆสูญหายและเสื่อมลง
นี่เองก็เป็นเหตุผลที่มรดกของแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งทวีปนภารินไหลมัก
มีอายุเพียง 10,000-20,000 ปี
แต่ภายในแดนเทวะ แดนศักดิ์สิทธิ์นั้นมีมรดกที่ยาวนานถึงหนึ่งล้าน
ปีหรือแม้กระทั่งหลายล้านปี!
นี่เป็นเพราะพวกเขาต่างเต็มไปด้วยผู้มีพรสวรรค์ที่แท้จริงมากมายใน
ยุคของพวกเขา คนเหล่านี้คือความหยิ่งทะนง เป็นตัวสูงส่งที่สามารถสลัก
เส้นทางการต่อสู้ของตัวเอง สร้างอนาคตอันสดใสได้มากกว่ารากฐานที่
วางไว้โดยบรรพบุรุษของพวกเขานั่นเอง ด้วยเหตุนี้ มรดกของแดนอัน
ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้จึงทะยานสู่อีกระดับหนึ่งไปเรื่อยๆ!
อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถตำหนินักสู้ของทวีปนภารินไหลได้สำหรับ
มุมมองที่ไม่กว้างไกลพอ การสร้างเส้นทางการต่อสู้ของตนเองนั้นทำได้
ยากอย่างยิ่ง แม้ว่าจะมีผู้นึงทำได้ แต่ก็อยู่ในระดับเช่น ‘เคล็ดบ่มเพาะ
ทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’ หรือเคล็ดบ่มเพาะระดับต่ำอื่นๆ แต่ก็ยังไม่สามารถ
เปรียบเทียบกับของชนชั้นสูงแห่งแดนเทวะได้เลยแม้แต่นิด
เดิมที การบ่มเพาะและสภาพแวดล้อมในการเติบโตของหลินหมิง ก็
เป็นเรื่องไร้สาระที่จะบอกได้ว่าเขาสามารถสร้างรูปแบบทักษะการต่อสู้
ของตัวเองได้ แต่หลินหมิงมีลูกบาศก์และลูกบาศก์นั้นมีแหล่งเศษเสี้ยว
ความทรงจำที่ไม่มีที่สิ้นสุดของวิญญาณที่มีเคล็ดบ่มเพาะทักษะลับและ
ทักษะการต่อสู้อยู่ด้วย!
การใช้สิ่งนี้เป็นพื้นฐานและการควบคุมความสามารถเหล่านี้ผ่านทาง
การศึกษาของเขาเอง มันจะไม่เป็นการพูดเกินจริงที่จะกล่าวได้ว่าสภาพ
ของหลินหมิงดียิ่งกว่าคนที่มีอัจฉริยะจากแดนเทวะเสียอีก
ถ้าหลินหมิงในอดีตถูกนำมาเปรียบเทียบกับชนชั้นสูงที่โดดเด่นอื่นๆ
ในรุ่นของเขา ความได้เปรียบเพียงอย่างเดียวของเขาก็คือความหนาแน่น
ของปราณแท้เท่านั้น ในแง่ของความแข็งแกร่ง เคล็ดบ่มเพาะหรือทักษะ
การต่อสู้ เขาไม่อาจเทียบกับผู้อื่นได้ แต่หากเป็นหลินหมิงในปัจจุบัน เขา
อยู่ไกลเกินกว่าผู้มีพรสวรรค์ในยุคของเขาอย่างเทียบไม่ติด ไม่เพียงแค่นั้น
แต่มันเป็นความแตกต่างในระดับสวรรค์และปฐพี
ปัจจุบันตัวหลินหมิงเองไม่ได้คิดเช่นนั้นมากนัก สิ่งที่เขาต้องการทำ
คือการผสานวิถีแห่งเพลิงและสายฟ้าเข้ากับหอก รวมถึงการหลอม
รวมกันของเคล็ดบ่มเพาะระดับสูงสุดทั้งสอง ปราณเทพทรราชคลั่งและ
ง้าวโลหิตล้างผลาญ
ด้วยหลอมรวมยิ่งใหญ่เช่นนี้ แม้ว่าเขาจะสามารถทำมันได้เพียง
เล็กน้อย มันก็ยังให้ประโยชน์ที่ไม่มีที่สิ้นสุดกับหลินหมิงอย่างแน่นอน!
ฟู่วว! ฟู่วว!
ในพื้นที่ว่าง หอกแสงที่เผาไหม้ด้วยเปลวเพลิงที่ไร้สิ้นสุด เจิดจ้าราว
กับดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน เงาของหอกทั้งหมดถักทอเข้าด้วยกันเป็นหนึ่ง
เดียว สร้างเป็นตาข่ายแสงที่งดงามโดยไร้ซึ่งช่องว่าง!
ในพริบตา เปลวเพลิงก็ได้หายไป พลังงานบนหอกได้เปลี่ยนไปเป็น
พลังของสายฟ้าในทันที สายฟ้าหนาเลื้อนบนหอกราวกับงูสีม่วง มีขนาด
ใหญ่ เลื้อยไปมาอย่างบ้าคลั่ง!
เพลิง!
สายฟ้า!
พลังงานทั้งสองประเภทเปลี่ยนไปมาครั้งแล้วครั้งเล่า เร็วขึ้นและเร็ว
ขึ้น!
ความป่าเถื่อนรุนแรงของเพลิงและความเร็วสูงสุดของสายฟ้า ถ้า
พลังทั้งสองนี้หลอมรวมเข้าด้วยกัน เช่นนั้นก็จะได้พลังรุนแรงและรวดเร็ว
ที่สุด พลังทำลายล้างของการโจมตีครั้งนี้ไม่อาจจิตนาการได้!
หลินหมิงต้องสูญเสียการนับวันเวลาที่ฝึกฝน หรือหลายครั้งที่เขาใช้
ปราณแท้ของตัวเองหมด จนทำให้ตัวเองตกอยู่ในอันตราย
ถึงกระนั้น หลินหมิงก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใด เขาเพียงเอาผลึกโลหิตปีศาจ
ระดับสูง 100 ก้อนและโคจร ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ’ ซึ่ง
ต้องการดูดซับพลังงานมหาศาลและโลหิตชีวิต ภายในเวลาที่น้อยกว่า
หนึ่งชั่วโมง ปราณแท้ของเขาจะได้รับการฟื้นฟู แต่พลังงานภายในผลึก
โลหิตปีศาจแห้งเหือดไปแล้ว
แต่หลินหมิงไม่สนใจ เหตุผลที่เขาใช้ ผลึกโลหิตปีศาจจำนวนมากก็
เพื่อช่วยให้สามารถลดเวลาเพื่อกลับไปสู่สภาวะสูงสุด พยายามไปสู่แสง
แห่งการรู้แจ้งที่เลือนราง นี่อาจจะกล่าวว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกฝนด้วย
วิธีนี้!
ไม่ว่าอย่างไร หลินหมิงก็ได้รับผลึกโลหิตปีศาจมามากมายอยู่แล้ว
หลังจากที่ได้ฆ่าหงจง แต่ ช่วงเวลาแห่งความเข้าใจเหล่านี้กำลังจะหายไป
ถ้าเขาพลาดไปเพียงชั่วครู่แล้ว ผู้ใดจะรู้ว่าเขาจะมีโอกาสเช่นนี้อีกเมื่อใด
เมื่อเป็นเช่นนี้ การฝึกฝนบ้าบิ่นนี้จจึงกินเวลาไปหลายเดือน
การพุ่งหอกของหลินหมิงเต็มไปด้วยมีวิถีแห่งเพลิงและสายฟ้าที่เริ่มดี
ขึ้นเรื่อยๆ พื้นใต้ฝ่าเท้าของเขาฉีกขาด แม่น้ำพลังงานเพลิงต้นกำเนิดได้
เพิ่มความกว้างเป็นสองเท่า!
วูซซ!
เกิดแสงที่สาดส่องลงบนท้องฟ้าราวกับรุ่งอรุณที่โผล่ขึ้นมา รูปร่าง
ของหลินหมิงหายไป กลายเป็นหอกอย่างสมบูรณ์ทุกองค์ประกอบ เขา
ราวกับเป็นดาวตกที่พุ่งไปอย่างโชติช่วง
ในพริบตา ห่างออกไปหลายสิบลี้ หลินหมิงปะทะกับยอดเขาสูง
ซี่—!
หินละลาย เกิดหลุมกว้างหลายสิบก้าวปรากฏขึ้นที่ยอดเขาสูง ทะลุ
ผ่านยอดเขาที่หนาหลายลี้ ตลอดทั้งหลุมขนาดใหญ่นี้ สามารถมองเห็น
หินที่ถูกบดและหยดลาวาตลอดทาง
ด้วยการผสานวิถีแห่งเพลิงเข้ากับการโจมตีนี้ ถ่ายเทเจตจำลงและ
โลหิตชีวิตทั้งหมดลงไป เขาจึงสามารถบรรลุถึงผลลัพธ์ในระดับที่ใกล้เคียง
กับ สายฟ้าล่าสังหาร หลินหมิงตัดสินใจให้คล้ายกันว่า สุริยันล่าสังหาร
สิ่งที่หลินหมิงเคยใช้เมื่อครู่ก่อน มิใช่แค่สุริยันล่าสังหาร แต่เป็นการ
โจมตีที่แฝงด้วยวิถีแห่งสายฟ้าด้วย แม้ว่ามันจะไม่ได้หลอมรวมเข้าด้วยกัน
เต็มที่ แต่ก็เริ่มมีรูปร่างขึ้นแล้ว!
ถ้าเขายังคงพัฒนาสิ่งนี้ ผสานวิถีแห่งเพลิงและสายฟ้าไว้ด้วยกันอย่าง
สมบูรณ์ มันก็จะกลายเป็นทักษะสังหารที่รุนแรงที่สุดของหลินหมิง ซึ่ง
เหนือยิ่งกว่าเพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้าง ไม่เพียงแค่นั้น แต่ก็จะไม่ใช้
ปราณแท้มากเกินไป และที่สำคัญมันรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง มันแทบจะ
เป็นไปไม่ได้ที่จะป้องกัน!
หลินหมิงเก็บหอกแห่งดาวหางม่วงกลับไป เมื่อมองไปยังตันเถียนข
องตนเอง เขาก็พึมพำว่า “ข้าไม่ได้สังเกตเลยว่า การบ่มเพาะของข้าเข้าสู่
จุดสูงสุดของขั้นปราณปลายฟ้าช่วงกลางแล้ว ข้าห่างเพียงก้าวเดียวจาก
ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงปลาย ในช่วงหลายเดือนของการฝึกฝน ข้าได้รับ
ผลประโยชน์มหาศาลอย่างยิ่ง”