Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 574 ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงปลาย
บนชั้นสี่ของหอคอยแยกนภา ในห้องโถงที่ตกแต่งอย่างหรูหรามีชาย
สวมชุดคลุมสามคนยืนอยู่ที่นั่น พวกเขากำลังดูแผ่นค่ายกลการต่อสู้ตั้งอยู่
ด้านหน้าของพวกเขา ด้านบนแผ่นค่ายกลมีการต่อสู้ของทั้งหลินหมิงกับ
หงจงที่เล่นซ้ำไปมา
ทั้งสามผู้นี้เป็นผู้ปกครองชั้นสูงของ หอคอยแยกนภา
ในการต่อสู้ครั้งล่าสุด หลินหมิงได้แสดงให้เห็นสายฟ้าล่าสังหารโดย
ใช้ทักษะนี้เพื่อฆ่าหงจงทันที เมื่อได้เห็นฉากนี้ แม้แต่เหล่าผู้ปกครองชั้นสูง
ก็ยังต้องลมหายใจเย็น
“หงจงเองก็ตกตายไปแล้ว ความแข็งแกร่งของเขาสามารถจัดอยู่ใน
30 อันดับแรกของหอคอยแยกนภา จากสิ่งนี้ ความแข็งแกร่งของหลินห
มิงต้องได้รับการจัดอันดับ 20 กลางๆ อย่างไรก็ตาม ข้ายังรู้สึกว่าเขากำลัง
ซ่อนความแข็งแกร่งส่วนหนึ่งเอาไว้อยู่ ถ้าเป็นเช่นนั้น ความแรงของเขา
ต้องอยู่ใน 20 อันดับแรก ชายหนุ่มผู้นี้ดูน่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง สำหรับเขา
ที่จะมีการบ่มเพาะและความแข็งแกร่งนี้ในอายุเท่านี้ เขาเป็นผู้มีพรสวรรค์
ในระดับสูงของจักรพรรดิไร้เปรียบ”
ในบรรดา 3 ผู้ปกครองชั้นสูง 10 ปีก ผู้ปกครองเซินกงเป็นผู้กล่าว
ออกมา เขาเป็นผู้ที่จัดการต่อสู้ของหงจงและหลินหมิง เขาคิดว่าแค่หงจง
ก็เพียงพอจะจัดการหลินหมิงได้ แต่เขาไม่คิดว่าผลที่ออกมาจะกลับกัน
เช่นนี้
“พวกเราได้พยายามทำให้เสร็จแล้ว พวกเราไม่สามารถหยุดการ
เติบโตของเขาได้อีกต่อไป ตามกฎของหอคอยแยกนภา มันเป็นไปไม่ได้ที่
เราที่จะจัดคู่ต่อสู้ให้ 10 อันดับแรกขึ้นไป ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็ทำได้
เพียงรอได้จนกว่าหมินหมิงจะพัฒนาสู่ระดับปีศาจสวรรค์เจ็ดดาวเท่านั้น
และเริ่มจัดการเขาอีกที เขาสามารถย่อมจำนนต่อเราได้หรือไม่เขาก็ต้อง
ออกจากหอคอยแยกนภาไป เขาน่าจะฉลาดพอที่จะรู้ว่าควรเลือกสิ่งใด”
หอคอยแยกนภาจะไม่หยุดนักสู้หากพวกเขาต้องการออกไป ใน
ความเป็นจริง ผู้ปกครองชั้นสูงอยากจะเห็นเหล่านักสู้ที่โดดเด่นเกินไปเช่น
หลินหมิงออกไปจากที่นี่มากกว่า พวกเขาต้องการให้นักสู้ที่โดดเด่นเหล่านี้
หนีออกไปโดยเร็วที่สุด หากพวกเขาอยู่ในหอคอยแยกนภาแล้ว
ผู้ปกครองชั้นสูงก็จะมีปัญหา ไม่อาจที่จะหลับได้อย่างสงบ
“หึ เหตุใดมนุษย์จึงจะให้คำมั่นสัญญาต่อพวกเรา? หัวใจและเผ่าของ
พวกเขาแตกต่างจากเราอย่างสิ้นเชิง! หลินหมิงสามารถออกจากหอคอย
แยกนภา ไม่เช่นนั้นก็ต้องตาย!” คนที่กล่าวออกมาก็คือผู้ปกครองชั้นสูงที่
เป็นอิมป์ เขาเป็นนายของไคเหยียง – ผู้ปกครองเฮยอ้าน
“เฮยอ้าน จะดีกว่าหากเจ้ามิได้เกิดความคิดที่ร้ายกาจบางอย่างขึ้นมา
จะฆ่าผู้ใดก็ควรทำบนสังเวียน แต่ถ้าเจ้ากล้าที่จะลอบสังหารเขาแล้ว
เช่นนั้นจะเป็นการละเมิดกฏของพวกเรา เจ้าต้องรู้ด้วยว่ามีเหล่าคนชรา
รุ่นเก่าหลายคนที่กลายเป็นปีศาจสวรรค์ 12 ปีกก่อนที่จะออกจาก
หอคอยแยกนภาไป หลังจากออกไป พวกเขาก็ได้กลายเป็นจักรพรรดิไร้
เปรียบ คนเหล่านี้สามารถเมินเฉยต่อการสาปแปลกๆของที่ราบโลหิต
สังหารและกลับเข้ามาในดินแดนแห่งนี้ได้!
“ในหมู่พวกเขาก็มี จักรพรรดิสงครามวิบัติระดับ 8! เขาเป็นมนุษย์!
ตอนแรกที่เขาข้ามขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 สู่ขั้นเทพสมุทร เขายังเป็นคนที่
เข้าใจกฏมิติและเวลา ด้วยเหตุนี้ พลังการต่อสู้ของเขาจึงเกินกว่าที่จะมีผู้
อาวุโสในระดับเดียวกัน นี่คือเหตุผลที่เขาถูกขนานนามว่า จักรพรรดิ
สงครามวิบัติระดับ 8! ถ้าเขาตัดสินใจที่จะกลับมายังที่ราบโลหิตสังหาร
แล้ว มิต้องกล่าวถึงพวกเรา แม้แต่จะเจ้าหอคอยแยกนภาแห่งดาวเหนือ ก็
ล้วนไม่มีอันใดเมื่ออยู่ต่อหน้าของเขา ในความเป็นจริง แม้แต่จ้าวแห่งที่
ราบของ 12 หอคอยแยกนภา ก็ยังมิใช่คู่มือของเขาเลย!”
ที่ราบโลหิตสังหารเนื่องคำสาปลึกลับที่แทรกซึมบนดินแดนนี้ นักสู้ที่
ไปถึงระดับสูงสุดราชาปีศาจหรือขั้นทำลายชีวิตระดับ 1-2 ก็จะไม่กล้าที่
จะก้าวเข้าสู่ที่ราบโลหิตสังหาร นี่เป็นเพราะพวกเขากลัวคำสาป
ไม่จำเป็นต้องพูดถึงจักรพรรดิปีศาจหรือผู้เชี่ยวชาญขั้นเทพสมุทร ถ้า
พวกเขามายังที่ราบโลหิตสังหาร พวกเขาก็จะพินาศอย่างมิต้องต้องสงสัย
แต่มีข้อยกเว้นเพียงอย่างเดียว ซึ่งก็คือนักสู้ที่ได้กลายเป็นปีศาจ
สวรรค์12 ปีกภายในที่ราบโลหิตสังหาร บุคคลเหล่านี้ดูเหมือนจะได้รับ
การยอมรับจากพลังลึกลับที่ซ่อนอยู่ภายที่ราบโลหิตสังหารและจะมี
คุณสมบัติในการเข้าสู่ที่ราบโลหิตสังหารได้เสมอ
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาหอคอยแยกนภาได้พยายามอย่างหนักเพื่อ
หยุดการพัฒนาของเหล่าผู้มีพรสวรรค์ เมื่อนักสู้กลายเป็นปีศาจสวรรค์ 8
ปีก พวกเขาจะเริ่มถูกจับตามองอย่างแท้จริง พวกเขาอาจเลือกที่จะจำนน
หรือเลือกที่จะจากไป ไม่มีทางเลือกที่สาม!
หากพวกเขาเลือกที่จะจำนนแล้ว มันก็มีความหวังเล็กๆที่พวกเขา
อาจจะกลายเป็นปีศาจสวรรค์ 10 ปีกได้ สำหรับพวกเขา 10 ปีกคือ
ขีดจำกัดแล้ว การคิดจะได้ 12 ปีกล้วนเป็นการกล่าวเรื่องไร้สาระของผู้ที่
ยอมจำนนแล้วเท่านั้น
แน่นอน หอคอยแยกนภาก็มีข้อห้ามอยู่แล้ว นแหจากบนเวที พวก
เขาจะไม่แอบลอบสังหารนักสู้ และยังไม่ได้จัดให้มีการต่อสู้ร้ายแรงกับนัก
สู้ที่ระดับห่างกันจนเกินไปได้
นี่เป็นเพราะพวกเขากลัวการรุกรานจากนิกายใหญ่และแดน
ศักดิ์สิทธิ์ สำหรับเหล่าพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่นั้น ข้อมูลของหอคอยแยก
นภาล้วนไม่เป็นความลับ
เป็นเวลาหลายปีที่ผ่านมา ได้มีแดนศักดิ์สิทธิ์เพียงไม่กี่ที่ซึ่งสร้าง
ความลำบากให้หอคอยแยกนภา พวกเขาได้ส่งศิษย์รุ่นเยาว์ไปยังหอคอย
แยกนภาเพื่อที่จะได้รับประสบการณ์และเมื่อพวกเขากลายเป็นปีศาจแห่ง
สวรรค์ 8 ปีกหรือแม้แต่ปีศาจแห่งสวรรค์ 10 ปีกแล้ว แดนศักดิ์สิทธิ์
เหล่านี้จะเรียกพวกเขากลับไป ด้วยวิธีนี้ ทุกฝ่ายจึงรู้ว่าบทบาทกันและกัน
สำหรับศิษย์ของพวกเขา ถ้าตกตายในการผจญภัยตามปกติแล้ว
พวกเขาก็จะถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา แดนศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้จะไม่ทำอะไร
บางอย่างที่ลำบากเช่นการแก้แค้นในหอคอยแยกนภาหรือสังหารฆาตกร
ของพวกเขา ไม่ว่าอย่างไร หอคอยแยกนภาก็เป็นสนามรบอยู่แล้ว ชีวิต
และความตายนี่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความสามารถของตนเอง ในเมื่อพวกเขา
มายังที่ราบโลหิตสังหาร แล้วพวกเขาก็ได้เตรียมใจสำหรับการเสียชีวิตไว้
แล้ว
เมื่อจักรพรรดิสงครามวิบัติระดับ 8 ได้ถูกกล่าวถึง สีหน้าของ
ผู้ปกครองเฮยอ้านก็เปลี่ยนไป เขาเป็นแค่ปีศาจสวรรค์ 10 ปีกเท่านั้น ต่อ
หน้าจักรพรรดิสงครามวิบัติระดับ 8 เขาล้วนไม่มีอะไรมากไปกว่ามด
ปลวก “เจ้าพยายามจะกล่าวสิ่งใดกัน เซินกง? เจ้าคิดว่าเด็กผู้นี้มี
ความสัมพันธ์กับจักรพรรดิสงครามวิบัติระดับ 8 หรือ?”
“ข้าไม่ได้กล่าวเช่นนั้น แต่… เขาและจักรพรรดิสงครามวิบัติระดับ 8
มีทั้งระดับพรสวรรค์ชั้นสูง และพวกเขาทั้งสองยังเข้าใจกฏของมิติและ
เวลาเหมือนกัน นี่ทำให้ข้าคิดว่าพวกเขาอาจจะเกี่ยวข้องกัน ไม่เพียงแค่
นั้น แต่เจ้าไม่คิดว่าการโจมตีสุดท้ายที่เขาใช้ในการฆ่าหงจงเป็นเรื่องที่
ชาญฉลาดอย่างยิ่งหรือไม่? มันดูเหมือนว่าชถูกสร้างขึ้นสำหรับหลินหมิง
โดยเฉพาะ ความสามารถเช่นนี้เป็นไปไม่ได้ที่หลินหมิงจะสร้างขึ้นด้วย
ตัวเอง ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว เขาจะต้องมีผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิที่
สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ข้าไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีอัจฉริยะเช่นนี้ในโลก”
ผู้ปกครองเซินกงกล่าวออกมาอย่างเฉยชา โดยปกติแล้วรูปแบบที่
สร้างขึ้นเองหรือทักษะที่ปรับให้เหมาะสมกับตนเองจะสามารถแสดงพลัง
ที่แข็งแกร่งได้ เซินกงไม่คิดว่าหลินหมิงสามารถสร้างทักษะของตัวเองได้
กระบวนท่าครั้งนี้ถูกออกแบบมาสำหรับเขาโดยเฉพาะ
ผูัปกครองเฮยอ้านยังคงเงียบงัน ในตอนนี้ ผู้ปกครองเซินกงได้กล่าว
ขึ้นมาอีกครั้ง “เมื่อหลินหมิงอยู่ชั้นสอง ข้าได้ตรวจสอบและค้นพบว่าเขา
เช่าแผ่นค่ายกลต่อสู้ของจักรพรรดิสงครามวิบัติระดับ 8”
ถ้าหลินหมิงเป็นลูกศิษย์ของจักรพรรดิสงครามวิบัติระดับ 8 แล้ว เขา
ก็คงไม่จำเป็นต้องดูแผ่นค่ายกลต่อสู้ของจักรพรรดิสงครามวิบัติระดับ 8 มี
ความเป็นไปได้อย่างหนึ่ง และนั่นก็คือหลินหมิงต้องการที่จะเห็นความ
ยอดเยี่ยมของอาจารย์ตนเองในอดีตที่เขาไม่สามารถเห็นได้ อย่างไรก็ตาม
เรื่องนี้ยังไม่อาจอธิบายอะไรได้
“ข้าเข้าใจ” ผู้ปกครองเฮยอ้านเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะกล่าวช้าๆ
ว่า “ในกรณีนี้ ข้าจะปล่อยให้เขาเติบโตขึ้น แต่เมื่อเขากลายเป็นปีศาจ
สวรรค์ 8 ปีก เขาจะต้องออกไปจากไปยังนี่ มิเช่นนั้น ข้าจะใช้กฎของ
หอคอยแยกนภาเพื่อฆ่าเขา! นี่ก็คงจะไม่เป็นเรื่องยาก ด้วยวิธีนี้ แม้ว่าเขา
จะเกี่ยวข้องกับจักรพรรดิสงครามวิบัติระดับ 8 ก็ไม่สามารถพูดอะไรได้
อีก!”
……………………………
……………………………
ฝึกฝนดำเนินผ่านมาโดยไม่รู้สึกถึงเวลา ในพื้นที่ฝึกฝนของวิถีแห่ง
เพลิง เวลาผ่านไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว วันเกินอายุ 19 ปีของหลินหมิงได้
ผ่านพ้นไปแล้ว
การบ่มเพาะของเขากำลังใกล้เข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงปลายขึ้น
เรื่อยๆ สำหรับการรวมวิถีแห่งเพลิงและวิถีแห่งสายฟ้านั้นยังคงมีการ
พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
“ข้าสงสัยว่าข้าอยู่ในพื้นที่ฝึกฝนวิถีแห่งเพลิงมานานเพียงใดแล้ว
ความเข้าใจของข้าเกี่ยวกับวิถีแห่งเพลิงมีความลึกซึ้งพอสมควร แต่ตอนนี้
ข้ารู้สึกว่าความเข้าใจวิถี วิถีแห่งสายฟ้าของข้าขาดหายไป ซึ่งเป็นสาเหตุ
ให้เกิดปัญหากับการผสานวิถีทั้งสองนี้… ข้าควรกลับไปยังพื้นที่ฝึกฝนวิถี
แห่งสายฟ้าและลองดูอีกครั้ง บางทีข้าอาจจะสามารถสร้างความก้าวหน้า
ขึ้นได้ที่นั่น”
ในขณะที่หลินหมิงคิดเช่นนี้ เขาก็ได้ออกจากพื้นที่ฝึกฝนวิถีแห่งเพลิง
และไปยังสำนักงานทะเบียนพื้นที่ฝึกฝน
ในสำนักงานทะเบียนพื้นที่ฝึกฝน ชายวัยกลางคนมองไปยังหลินหมิ
งและกล่าวว่า “หลินหมิงเจ้าเคยอยู่ในพื้นที่ฝึกฝนวิถีแห่งเพลิงมาเป็นเวลา
95 วัน! ในตอนนี้ เจ้ามีการประลองที่ค้างคาอยู่
ถ้าเจ้ายังคงไปยังพื้นที่ฝึกฝน เช่นนั้นหากเจ้าอยู่ต่ออีก 25 วันเช่นนั้น
เจ้าก็มีการประลองค้างคาขึ้นไปอีก ในเวลานั้น เจ้าจะต้องต่อสู้ถึง 2 ครั้ง
ต่อเนื่องในวันเดียว คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ดีๆ!”
“ข้าเข้าใจ ข้าเลือกที่จะฝึกฝนต่อไป!”
“ฮ่าฮ่า เจ้ามีความกล้าหาญอย่างยิ่ง” ชายวัยกลางคนเอาเหรียญเข้าสู่
พื้นที่ฝึกฝนวิถีแห่งสายฟ้าออกมาและส่งให้หลินหมิง “ค่าใช้จ่าย 1 แต้ม
สังหารและผลึกโลหิตปีศาจระดับสูง 20 ก้อนทุกๆ 10 วัน เจ้ายังมีแต้ม
สังหารจำนวน 15 แต้ม เจ้าสามารถฝึกฝนได้อีก 3 เดือน แต่หลังจากนั้น
เจ้าต้องออกมา”
หลินหมิงแอบตกตะลึง เมื่อเขาอยู่บนชั้นสองเขาได้รับ 40 แต้ม
สังหารและหลังจากฆ่าหงจง เขาได้รับอีก 10 แต้มสังหาร รวมทั้งหมด 50
แต้มสังหาร
50 แต้มสังหารเมื่อเขาบ่มเพาะที่ชั้นสามเป็นเวลาครึ่งปี เขาใช้ไป
บางส่วน หลังจากมาที่ชั้นสามจริงๆและฝึกฝนเป็นระยะเวลากว่า 5 เดือน
ในพื้นที่ฝึกฝนวิถี เขาก็ยิ่งใช้มันมากขึ้นเรื่อยๆ
ขณะนี้ เขาเหลือเวลาเพียงแค่ 15 วันเท่านั้น
เขาได้รับแต้มสังหารมาอย่างมากมาย แต่ก็ยังรู้สึกว่ามันยังไม่พอ ถ้า
เป็นเช่นนั้นแล้ว สถานการณ์ของคนอื่นก็อาจพอที่ถูกจินตนาการได้
เช่นกัน ถ้าผู้อื่นในชั้นที่สามของหอคอยแยกนภา ทำการต่อสู้กับสหายโดย
ไม่ต้องฆ่ากันแล้ว มันก็ไม่มีจุดประสงค์ที่พวกเขาจะอยู่ในหอคอยแยกนภา
นี่เป็นเพราะ ถ้าผุ้ใดพ้ายแพ้เพียงครั้งเดียวแล้ว ชัยชนะต่อเนื่องของ
พวกเขาจะถูกทำลายและพวกเขาก็จะสูญเสียส่วนหนึ่งของรอยสักปีศาจ
สวรรค์ไปด้วย ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็จะดีกว่าหากจะออกจากที่ราบโลหิต
สังหารและไปผจญภัยภายนอกแทน ถ้าไม่มีแต้มสังหารภายในหอคอย
แยกนภา ทรัพยากรที่มีอยู่ก็จะไร้ประโยชน์ นี่เป็นเหตุผลที่ม่อกู่ไม่ยอม
เสียสละแต้มสังหารสัตว์ใดๆไปง่ายๆ
หลินหมิงเอาผลึกโลหิตปีศาจระดับสูง 100 ก้อนออกมาแหวนมิติ
และส่งให้ชายวัยกลางคน มันเพียงพอที่จะฝึกฝนงานเป็นเวลา 50 วัน
หลังจากที่ฆ่าผู้อื่นและช่วงชิงความมั่งคั่งมา หลินหมิงก็มิได้ขาดแคลนผลึก
โลหิตปีศาจอีกเลย
หลังจาก 1 ชั่วธูปผ่านไป หลินหมิงก็ได้มาถึงพื้นที่ฝึกฝนวิถีแห่ง
สายฟ้าอีกครั้ง
นี่เป็นพื้นที่มิติฝันมายาสีม่วง เทียบกับพื้นที่ฝึกฝนวิถีแห่งเพลิงแล้ว
ทัศนียภาพที่นี่นุ่มนวลและงดงามมากกว่านัก
ภูเขาขนาดใหญ่และเล็กนับไม่ถ้วนลอยอยู่ในอากาศ พืชจิตวิญญาณ
มีมากมาย ภายใต้ท้องฟ้าที่ไร้สิ้นสุด มีแม่น้ำสายสีฟ้าที่แปลกประหลาด
พราวแสงเจิดจ้า
อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังความงามนี้เป็นพลังงานต้นกำเนิดสายฟ้าที่
รุนแรงและบ้าคลั่ง แม่น้ำที่เงียบสงบของแสงสีฟ้านั้นแท้จริงแล้ว
ประกอบด้วยพลังงานต้นกำเนิดของสายฟ้านั่นเอง
หลินหมิงไม่ได้เอาหอกออกมาและไม่ได้พยายามที่จะผสานวิถี
กลับกัน หัวใจสงบนิ่งและกางแขนออกกว้าง โอบกอดอากาศ ปรารแท้
ของเขากลายเป็นตัวนำ ปลุกพลังต้นกำเนิดสายฟ้าอันบ้าคลั่งระหว่าง
สวรรค์และปฐพี พลังงานนี้หล่นลงบนร่างของหลินหมิงเป็นสายโดยไม่
หลุดออกไป
เพราะเขาไม่ได้ตัดผมในช่วงปีครึ่งปีที่ผ่านมา เส้นผมของหลินหมิงจึง
ห้อยลงถึงเอวของเขาสยายไปในอากาศภายใต้พายุสายฟ้าที่รุนแรงนี้
ในตอนนี้ หลินหมิงได้ปล่อยวางความว้าวุ่นใจทั้งหมด ในหัวใจของ
เขาตระหนักถึงพลังของสายฟ้า; นี่เป็นความพยายามของเขาที่จะผสาน
วิถีแห่งสายฟ้าและเพลิง
แต่ตอนนี้ ภายในตันเถียนของหลินหมิง พายุปราณแท้ยังคงหด
ตัวอย่างต่อเนื่อง หลังจากผ่านไปไม่กี่วัน ในที่สุดเขาก็ได้ก้าวจากจุดสูงสุด
ของขั้นปราณปลายฟ้าช่วงกลาง เข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงปลาย
ในหลายกรณี เมื่อผู้นึงปิดด่านฝึกตนเพื่อทะลวงเข้าสู่ขั้นถัดไป พวก
เขาก็มักจะพบปัญหาคอขวด แต่หารู้ไม่ ทั้งการเข้าฌานและประสบการณ์
ทั้งหมดที่พวกเขาสะสมตลอดเวลา และการต่อสู้ทั้งหมดที่ผ่านมา มันจะ
ทำให้พวกเขาไม่อาจทะลวงคอขวดและก้าวเข้าสู่ขั้นต่อไปได้ หากไม่
ปล่อยวางอย่างแท้จริง
นี่เป็นเหตุผลว่านักสู้จำนวนมากจึงออกไปผจญภัยสู้และแสวงหา
โอกาสของตัวเองจะดีกว่า
พายุปราณแท้ถูกบีบอัด หลังจากทะลวงเข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้าช่วง
ปลาย การผสานของวิถีแห่งสายฟ้าและเพลิงก็ประสบความสำเร็จอย่าง
มาก ในช่วงเวลาที่หลินหมิงปิดด่านฝึกตน ความแข็งแกร่งของเขาก็ได้
เพิ่มขึ้นอย่างมาก