Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 575 ตราสัญลักษณ์แห่งการยุติ
……………………………
หนึ่งเดือนต่อมา หลินหมิงได้เข้าสู่ชั้นที่สามของหอคอยแยกนภา
มาร่วมครึ่งปีแล้ว
ในสถานที่เปิดโล่งของพื้นที่ฝึกฝนวิถีแห่งสายฟ้า ชายหนุ่มผู้หนึ่งยืน
อยู่ที่นั่น ร่างท่อนบนของเขาเปลือยเปล่าและข้ายาวห้อยลงมาถึงเอว แสง
โอ่อ่าจางๆปรากฏระหว่างคิ้วของเขา แต่เมื่อดวงตาของเขาเปิดขึ้น มีแสง
สายฟ้าสาดประกายภายในดวงตาคู่นั้น
ระหว่างคิ้วของเขาสัญลักษณ์เปลวเพลิงจางๆ มันดูคล้ายแผลเป็น
แต่เมื่อจ้องมันก็ทำให้รู้สึกหวาดกลัวราวกับพลังลึกลับบางอย่างจับกับ
จับกุมพวกเขา
ทันทีที่ชายวัยกลางคนของสำนักลงทะเบียนเห็นหลินหมิงกำลังเดิน
เข้ามา หัวใจของเขาก็สะท้านอย่างไม่สามารถอธิบายได้
“การฝึกฝนของข้าได้สิ้นสุดลงแล้ว โปรดลงทะเบียนด้วย” หลินหมิงก
ล่าว
“โอ้… ย่อมได้” ชายวัยกลางคนตอบขณะที่รีบหยิบแผ่นหยกออกมา
เขาตรวจสอบการลงทะเบียนแล้วคืนเงินมัดจำของหลินหมิง ในฐานะ
ผู้ดูแลแห่งหอคอยแยกนภา การบ่มเพาะของชายวัยกลางคนนี้อยู่ที่ขั้น
ปราณต้นฟ้าช่วงปลาย แต่ในขณะที่เขาเข้ามใกล้หลินหมิง เขารู้สึกถึงแรง
กดดันที่แปลกอย่างมากเข้าปกคลุม
“นี่เป็นผลึกโลหิตปีศาจระดับสูง 40 ก้อน”
หลินหมิงเหลือบมองและรับพวกมันมา
“ดี… ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง… เกี่ยวกับตารางการประลองของเจ้า” ชายวัย
กลางคนหยิบแผ่นหยกอีกอันและมอบให้หลินหมิงอย่างระมัดระวัง
หลินหมิงส่งจิตสัมผัสเขาไปในแผ่นหยก ด้านในแผ่นหยกใบนี้เป็น
ข้อมูลฝ่ายตรงข้ามของเขา หนึ่งถูกจัดไว้ตั้งแต่สองเดือนก่อนและอีกอัน
คือล่าสุด
ทั้งสองคนมีความแข็งแกร่งอันดับ 17 และอันดับ 12
“เยียนฮู ปีศาจสวรรค์ 6 ปีกช่วงปลาย 122 ชัยชนะต่อเนื่อง”
“หมิงซุนปีศาจสวรรค์ 6 ปีกช่วงปลาย 133 ชัยชนะต่อเนื่อง”
หลินหมิงครุ่นคิดเกี่ยวกับทั้งสองคนนี้ ตามกฎของหอคอยแยกนภา
เขาจะต้องยอมรับทั้ง 2 การประลองนี้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งสองเป็นนักสู้ที่ที่มีมากกว่า 100 ชัยชนะต่อเนื่อง แน่นอนว่า ใน
หอคอยแยกนภา เมื่อฆ่าผู้อื่นได้ พวกเขาได้รับชัยชนะอย่างน้อย 10 ครั้ง
ซ่อน มิเช่นนั้นก็จะเป็นไปไม่ได้ที่จะได้ชัยชนะถึง 100 ครั้งซ้อนได้จริง
ชายวัยกลางคนมองไปยังหลินหมิงและกล่าวด้วยเสียงต่ำว่า “ท่าน
หลินถ้า ท่านสามารถฆ่านักสู้ที่มีชัยชนะ 100 ครั้งซ้อนได้ ท่านจะได้รับ
ตราสัญลักษณ์แห่งการยุติ”
เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของออร่าและกลิ่นอายของหลินหมิง ชาย
วัยกลางคนจึงกลายเป็นเคารพนับถือหลินหมิงโดยไม่รู้ตัว เมื่อเทียบกับ
ครั้งแรกที่เขาได้เห็นหลินหมิง มันเหมือนกับว่าเขาเป็นคนละคนอย่าง
สิ้นเชิง
“โอ้? นี่เป็นวิธีการที่จะได้รับตราสัญลักษณ์แห่งการยุติเองหรือ?”
เมื่อหลินหมิงอยู่ที่ชั้นหนึ่ง เขาเคยได้ยินเกี่ยวกับตราสัญลักษณ์แห่ง
การยุติมาแล้ว ยิ่งตราสัญลักษณ์ที่ยากจะได้มา ทำให้รางวัลของมันสูงขึ้น
อย่างยิ่ง
จิตใจของหลินหมิงสะท้าน ในเวลานี้ เขาต้องการแต้มสังหารอย่างยิ่ง
“ข้าจะได้รับแต้มสังหารมากเพียงใดหากได้ตราสัญลักษณ์แห่งการยุติ?”
“50 แต้มสังหาร นอกจากนี้ หลังจากได้รับตราสัญลักษณ์แห่งการยุติ
ท่านจะได้รับสิทธิ์ระดับสูงขึ้นซึ่งจะช่วยให้ท่านเข้าถึงพื้นที่การฝึกฝนต่างๆ
ภายในหอคอยแยกนภาได้มากขึ้นอีกด้วย”
“หืม?” ดวงตาของหลินหมิงสว่างขึ้น “ยังมีพื้นที่ฝึกฝนอื่นๆในหอคอย
แยกนภาอีกด้วยหรือ?”
“นี่… เมื่อท่านหลินตราสัญลักษณ์แห่งการยุติ ท่านก็จะรู้เอง ตอนนี้ก็
ไม่สะดวกสำหรับข้าที่จะบอกท่าน ดังนั้นข้าจะต้องขออภัยด้วย”
“อืม ข้าเข้าใจแล้ว” หลินหมิงพยักหน้า สำหรับการได้รับตรา
สัญลักษณ์แห่งการยุตินี้ เขาไม่เคยสงสัยว่าตัวเองเลยว่าต้องได้อย่าง
แน่นอน “เวลาใดที่การประลองของข้าจะเริ่ม?”
“พรุ่งนี้ พวกเขาทั้งสองจะอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ข้าต้องการให้ท่าน
หลินโชคดี”
……………………………
ตั้งแต่ชั้นหนึ่งถึงชั้นที่สาม มันจะยิ่งเงียบเหงามากขึ้นในชั้นที่สูงขึ้นไป
ในชั้นแรก สังเวียนอาจมีคนนับหมื่นเกือบทุกวัน มีเสียงเชียร์ กรีด
ร้องไม่มีที่สิ้นสุด ผู้คนเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งทุกที่
ตราบเท่าที่มีผู้นึงจ่ายด้วยผลึกโลหิตปีศาจระดับกลาง ก็จะสามารถ
เข้าสู่ชั้นแรกได้ หลายคนเหล่านี้ไม่ได้เป็นผู้ท้าชิงหรือแม้กระทั่งรุ่นเยาว์ชน
ชั้นสูง พวกเขาได้มารวมตัวกันที่นี่อย่างบริสุทธิ์ใจเพราะพวกเขารักในการ
ที่จะเห็นเกมการฆ่าเหล่านี้
ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า เวทีการต่อสู้ของชั้นแรกเป็นงานเทศกาลฆ่า
ที่ไม่มีที่สิ้นสุด
สำหรับชั้นสอง มันสามารถจุได้ประมาณ 8000 คนเท่านั้น ผู้ชม
เกือบทั้งหมดเป็นผู้ท้าชิง และพวกเขามีความยับยั้งชังใจมากกว่าคนในชั้น
แรก บ่อยครั้งที่พวกเขาจะดูการประลองอย่างสงบ – ??พวกเขาจะไม่
ตะโกนบ้าๆบอๆ
สำหรับชั้นที่สามนั้นเงียบเหงามาก สังเวียนที่สามารถจุได้เพียงไม่กี่
พันคน ทุกวันจะมีผู้ชมไม่กี่สิบเท่านั้นที่มาดู ในวันเดียว มักมีการต่อสู้
เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น ดังนั้นส่วนใหญ่ในสังเวียนบนชั้นสามจึงแทบจะไร้
ผู้คน
อย่างไรก็ตาม ในวันนี้สถานภาพของชั้นสามมีเหตุการณ์ประหลาด
เกิดขึ้น มันมีคนมารับชมการประลองมากกว่า 100 คน จะต้องรู้ด้วยว่าใน
ชั้นสามมีนักสู้เพียง 300 ถึง 400 คนเท่านั้น นั่นหมายความว่าเกือบหนึ่ง
ในสามของนักสู้บนชั้นสามมายังสังเวียนต่อสู้ มีหลายคนที่ได้รีบออกจาก
การปิดด่านฝึกฝนเพื่อมาที่นี่
โดยปกติแล้วมี เพียงบุคคลที่มีชื่อเสียงเช่นปีศาจปีกสวรรค์ หรือ
บุคคลที่มีชื่อเสียงเท่าเทียมกันเท่านั้นที่จะกระตุ้นความสนใจดังกล่าวขึ้น
ได้
แต่ผู้ที่เดินขึ้นบนเวทีวันนี้เป็นเพียงแค่มนุษย์คนเดียว หลินหมิง
แม้ว่าหลินหมิงเป็นคนที่มีพรสวรรค์ที่โดดเด่นอย่างมาก แต่เขาก็ยัง
เป็นผู้มาใหม่; มีคนไม่มากที่สนใจเขา แต่ในระหว่างการประลองนัดแรก
เขาได้เหนือความคาดหมายของผู้คน และยังได้ฆ่าหงจงซึ่งอยู่ในอันดับที่
30-40 บนชั้นสาม พรสวรรค์ที่เขาได้เปิดเผยออกมาทำให้ทุกคนตกตะลึง
และหวาดกลัว
สำหรับผู้ที่มาใหม่ที่สามารถบรรลุความสำเร็จได้ถึงระดับนี้มัน
ผิดปกติอย่างแท้จริง ดังนั้น หลินหมิงจึงได้รับความสนใจจากทุกคน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันนี้! เขาจะต่อสู้อย่างต่อเนื่อง2 ครั้งโดยไม่หยุดพัก!
แต่ฝ่ายตรงข้ามของหลินหมิงทั้งสองคนคือเยียนฮูและหมิงซุนที่ไม่ได้
เป็นนักสู้ระดับธรรมดา พวกเขาทั้งสองเป็นนักสู้ 20 อันดับแรกของ
หอคอยแยกนภาชั้นสาม
วันนี้ได้มีนักสู้ 10 อันดับแรกของชั้นสามมาดูการประลองด้วย ไม่
ต้องสงสัยเลยว่า หลินหมิงย่อมกลายเป็นคู่แข่งที่มีทรงพลังของพวกเขา
หากชนะผ่านไปได้ เป็นธรรมดาที่พวกเขาต้องระมัดระวังและมา
สังเกตการณ์
ม่อกู่เองก็มา มนุษย์บนชั้นสามมิได้มากกว่าในชั้นสองมากนักในด้าน
จำนวนระหว่างเผ่าพันธุ์ ม่อกู่ดูธรรมดาและเรียบง่ายในขณะที่ปะปนอยู่
ในฝูงชน
เมื่อม่อกู่เห็นหลินหมิงปรากฏตัวบนขอบเวที เขาก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุ
ใดแต่ก็รู้สึกสบายใจ เขารู้สึกว่าเขาได้เข้าใจหลินหมิงน้อยลงเรื่อยๆ เมื่อ
มองย้อนกลับไปในครั้งแรกที่เขาได้พบกับหลินหมิงที่ชายแดนด้านนอก
ของที่ราบโลหิตสังหารและแม้กระทั่งข่มขู่เขาบ้างอย่าง เขารู้สึกว่าการ
กระทำเมื่อก่อนช่างเป็นเรื่องน่าขันยิ่งนัก
แต่ในเวลานั้น หลินหมิงไม่ได้ค่อยแข็งแกร่งเท่าตอนนี้ ความเร็วใน
การเติบโตของเขาน่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง ม่อกู่ไช่วยไม่ได้เลยที่จะแปลกใจ
ในความเป็นจริงนี้
“การประลองครั้งแรก หลินหมิงปะทะเยียนฮู!”
ผู้ตัดสินประกาศเสียงดังบนเวที
เยียนฮูเป็นเผ่าคนยักษ์; เขาตัวสูงยิ่งกว่าเสวี้ยหมานเสียอีก สหัยทุก
คน เขาก็เหมือนกับปราการเหล็กขนาดยักษ์
อาวุธของเขาเป็นค้อนขนาดใหญ่ น้ำหนักของมันเกือบ 100,000 จิน
ด้วยเสียงคำรามดังกระหึ่ม เยียนฮูกระโดดขึ้นไปบนเวที พื้นเวที
สั่นสะเทือนจากกระแทกของน้ำหนักตัวเขา!
เยียนฮูไม่ได้ดูถูกหลินหมิงแม้แต่น้อย เสียงคำรามดังกล่าวดูเหมือน
จะเป็นพฤติกรรมที่หยาบคายของคนป่าเถื่อน แต่ในความเป็นจริงมันเป็น
ทักษะในการต่อสู้อย่งานึงของเผ่าคนยักษ์ มันถูกนำมาใช้เพื่อกระตุ้นออ
ร่าและความแข็งแกร่งในการต่อสู้
“เยียนฮูจะเอาจริง เขาได้ถือเป็นหลินหมิงเป็นศัตรูที่ยิ่งใหญ่”
“นี่เป็นเรื่องปกติ หลินหมิงได้เคยแสดงความแข็งแกร่งเทียบเท่าผู้ท่า
ชิง 30 อันดับแรก แต่ผุ้ใดจะรู้ว่าเขาได้ซ่อนความแข็งแกร่งไว้อีกมาก
เพียงใด บางที เยียนฮูอาจจะพ่ายแพ้ก็เป็นได้!” ผู้ท้าชิงคนนึงกล่าวอย่าง
มั่นใจในตัวเอง จากผู้แข่งขันที่ชั้นสาม ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะดูถูกหลินหมิงอีก
ต่อไป หลินหมิงนั้นยังเยาว์ แต่กลับมีความแข็งแกร่งถึงระดับนี้ได้ ในอีก
ไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า เขาก็จะยิ่งน่าหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น
อย่าได้ประมาทเยียนฮูเช่นกัน เยียนฮูก็ไม่ได้แย่; ความแข็งแรงของ
เขาอาจจะอยู่ในอันดับที่ 17 หรือ 18 บรรดานักสู้ที่สามารถเข้าสู่ชั้นที่
สามของหอคอยแยกนภา และติด 20 อันดับแรกย่อมมิใช่อัจฉริยะ
ธรรมดาทั่วไปอย่างแน่นอน ไม่เพียงแค่นั้น แต่เยียนฮูก็โดดเด่นที่สุดใน
ความเข้าใจในพลังของปฐพี จุดแข็งของเขาอยู่ที่ความสามารถในการ
ป้องกัน ไพ่ตายของหลินหมิงอาจเป็นไปได้ว่าคือ สายฟ้าล่าสังหาร มัน
เป็นการโจมตีด้วยความเร็วและรุนแรงจุดถึงขีดสุด ในการต่อสู้นี้ มันจะ
ราวกับเป็นหอกสุดคมปะทะกับโล่สุดแกร่ง มันจึงยังเร็วเกินไปยังจะตัดสิน
ว่าผู้ใดจะเป็นผู้ชนะ นี่จะเป็นการต่อสู้ที่รุนแรงระหว่างสองฝ่ายที่เท่า
เทียมกัน!”
……………………………
หลินหมิงถือหอกปลายชี้ไปข้างหน้า แม้ว่าเขาจะยืนอยู่ที่นั่น แต่ออ
ร่าที่ปล่อยออกมาก็ราวกับของหอกสมบัติที่ไร้เปรียบ หอกนี้สามารถเจาะ
ผ่านทุกสิ่ง ไม่อาจต้านทานและไร้เทียมทาน!
ขณะที่ออร่าของหลินหมิงพุ่งถึงนี้ มันก็ไม่มีแรงกดดันตานทานมันได้
อีก กลับกัน มันสามารถควบแน่นเป็นพลังปราณ ออร่าของหลินหมิงราว
กับหอกที่สามารถเจาะทะลุอก ของผู้ที่ได้สัมผัสอย่างน่าเหลือเชื่อ!
ส่วนออร่าของเยียนฮู มันก็ราวกับภูเขาหนักแน่นและเคร่งขรึม เมื่อ
ออร่าของพวกเขาปะทะกัน ผู้หนึ่งจะสามารถได้ยินเสียงออร่าของเยียนฮู
ที่แทบจะถูกเจาะทะลุได้ แรงกดดันที่มองไม่เห็นได้กดลงบนร่างของเยียน
ฮู สีหน้าของเขากลายเป็นมืดมนและเคร่งขรึม เขาได้เข้าสู่สถานการณ์
ร้ายแรงตั้งแต่ยังไม่สู้จริงเสียแล้ว
“ข้าจะยอมรับว่าเจ้ามีความแข็งแกร่งอย่างยิ่ง แต่ในหลายปีนี้จำนวน
ผู้ทรงพลังของชั้นที่สามที่ได้ตกตายด้วยมือของข้าได้ถึงหลักร้อยแล้ว! ให้
ข้าแสดงให้เจ้าเห็นถึงพลังในการต่อสู้สูงสุดของข้า!”
เมื่อเยียนฮูกล่าวถึงตรงนี้ เขาก็ระเบิดด้วยเสียงคำรามออกมา
กล้ามเนื้อทั้งหมดบนร่างกายของเขาพ่องโตขึ้นอย่างฉับพลัน เส้นเลือด
ของเขาบิดตัวเหมือนหนอนสีฟ้า เช่นเดียวกับเฟย์ที่มีกายาต่อสู้ราชาเฟย์
คนยักษ์ก็สามารถดึงพลังจากสายเลือดของพวกเขาและใช้ประโยชน์นี้เป็น
กายาต่อสู้เฉพาะตัวที่พวกเขามีได้
เมื่อเยียนฮูได้เข้าสู่กายาต่อสู้ของเขาแล้ว ออร่าของเขาก็พุ่งขึ้น
ผลักดันกันกับออร่าอันแหลมคมของหลินหมิงได้
“ความหมายแห่งปฐพี – การป้องกันสูงสุด!”
ปราณปีศาจธาตุจำเพาะปฐพีรวมตัวกันรอบเยียนฮู กลายเป็นคลื่น
อันหนาแน่นของพสุธา เคลื่อนออกไปเป็นระลอก ให้ความรู้สึดกดดันเป็น
อย่างยิ่ง
ฮ่าฮ่า ในแง่ของพละกำลัง ข้าอยู่เพียงอันดับที่ 17 หรือ 18 ในชั้น
สาม แต่ในแง่ของพลังป้องกัน ข้ามั่นใจว่าข้าจะไม่ด้อยกว่าผู้ใด! ในขณะที่
เจ้าใช้เวลาทำความเข้าใจวิถี ข้าก็มิได้เล่นไปวันๆเช่นกัน ข้ายังใช้เวลาร่วม
3 เดือนในการรับรู้วิถีแห่งปฐพี และได้เสียค่าใช้จ่ายไปถึง 9 แต้มสังหาร!
ด้วยราคานี้ ความเข้าใจของข้าเกี่ยวกับวิถีแห่งปฐพีก็ได้เพิ่มขึ้นไปอีกก้าว
หนึ่ง และความสามารถในการป้องกันของข้าได้ก้าวสู่อีกระดับเช่นกัน!
ด้วยความเร็วและการตอบสนองของข้า ข้าก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะหลบ
ท่าอันรวดเร็วของเจ้าได้ แต่ถ้าข้าหลบไม่ได้ เช่นนั้นข้าก็จะป้องกันแทน
มันจะยากสักเพียงใดกัน?”
เยียนฮูรู้เรื่องกระบวนท่าสังหารของหลินหมิง – สายฟ้าล่าสังหาร
ด้วยความได้เปรียบดังกล่าว เขาได้วางแผนไว้ตั้งแต่เริ่มต้นที่จะไม่โจมตี
กลับกัน เขาจะใช้ทุกอย่างในการป้องกัน ในแง่ของความสามารถในการ
ป้องกันวิถีแห่งปฐพี เป็นสิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดใน 5 ธาตุ
“หืม? การป้องกันสมบูรณ์นี้ ดูเหมือนจะเป็น… ” ในสังเวียนแววตา
ของนักสู้ชั้นนำ 10 อันดับแรกสว่างขึ้น การป้องกันของเยียนฮูมิใช่การ
สะสมพลังงานต้นกำเนิดแห่งปฐพี แต่มันมีความผันผวนอย่างสงบและ
คงที่ แน่นอนว่า มันเป็นการประยุกต์ใช้กฎแห่งปฐพี ถ้าเขาไม่ผิดแล้ว
ความผันผวนเหล่านี้ก็มีความสามารถในการระงับการโจมตีได้
ดูเหมือนว่าเยียนฮูจะพยายามอย่างหนักในการทำความเข้าใจวิถีแห่ง
ปฐพีในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้เพื่อเตรียมพร้อม! เขาค่อนข้างฉลาด!
เขารู้ดีว่าความเร็วของเขาไม่สามารถเทียบได้กับหลินหมิงได้ ดังนั้นเขาจึง
ไม่คิดถึงการหลบหลีก กลับกัน เขาะใช้ความสามารถในการป้องกันอย่าง
เต็มที่เพื่อสู้กับหลินหมิงในการปะทะซึ่งๆหน้า”
“อืม ความสามารถในการป้องกันของเยียนฮูไม่อาจดูถูกได้ ข้าไม่รู้ว่า
สายฟ้าล่าสังหารของหลินหมิงจะสามารถทะลวงการป้องกันนี้ได้หรือไม่
แต่ถ้าเขาไม่สามารถทำได้ เขาก็จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายอย่าง
แน่นอน มันความจริงที่ว่าสายฟ้าล่าสังหารของหลินหมิงนั้นทรงพลัง แต่
กระบวนท่าสังหารที่ยิ่งใหญ่นี้ต้องใช้ความพลังเป็นเป็นอย่างมาก ในทาง
ตรงกันข้าม การป้องกันของเยียนฮูก็มิได้ใช้พลังมากนัก ถ้าหลินหมิงใช้
สายฟ้าล่าสังหารอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถทะลวงการป้องกันตัวนี้ได้
แล้ว เขาจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ผลาญปราณแท้ไปอย่างมหาศาล ใน
ที่สุด เยียนฮูจะเป็นฝ่ายตอบโต้!”
นักสู้ในสังเวียนสามารถเดาได้อย่างรวดเร็วว่าแผนของเยียนฮูเป็น
อย่างไร มันชั้นเชิงที่ชาญฉลาด คนส่วนใหญ่ไม่ได้คิดว่าเยียนฮูจะชนะ แต่
พวกเขาก็ไม่คิดว่าจะมีคนทำลายการป้องกันนี้ของเขาได้อย่างง่ายๆ
เช่นกัน ในตอนนี้ ดูเหมือนจะเป็นการยากที่จะตัดสินว่าผู้ใดจะเป็นฝ่าย
ชนะในการต่อสู้ครั้งนี้