Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 58 อาคมหมื่นสังหาร
ชายหนุ่มคนนั้นมีรอยแผลบนอก เขามีชื่อว่าหวางหมาง อายุ 18 ปี
เขาเข้าร่วมกับกองทัพของอาณาจักรลิขิตฟ้า ในฐานะทหารรับจ้างตั้งแต่
อายุ 15 ปี และถูกส่งไปประจำการในต่างแดน เขาได้ฆ่าผู้คนไปมากมาย
เป็นเวลากว่าสามปีที่เขามีสภาพกึ่งเป็นกึ่งตาย จนกระทั่งเขามีการฝึกฝน
ขั้นที่สาม และมีประสบการณ์การต่อสู้มาอย่างโชกโชน ในตอนทดสอบ
นั้น เขาแสดงพละกำลังออกมาได้ถึง 2500 จินและได้ถึงชั้นสามของมหา
เจดีย์วิจิตร
“เจ้าเด็กนี้คิดว่าจะสู้ข้าได้หรืออย่างไร หากว่าการทดสอบในมหา
เจดีย์วิจิตรไม่ได้ขึ้นเรื่อยๆตามอายุของผู้ทดสอบแล้วล่ะก็ หากข้าได้
ทดสอบที่ความยากระดับเดียวกับพวกที่อายุ15ข้าสามารถผ่านชั้น5ไปได้
อย่างง่ายดาย” เสียงนั้นมาจาก หลีไท้ เขาเป็นสหายกับหวางหมาง เขา
เองก็มีพลังระดับเดียวกับหวางหมาง ทั้งยังมีการฝึกฝนขั้น3เท่ากันอีกด้วย
พละกำลังไม่ใช่เรื่องเดียวที่ทหารรับจ้างจะเหนือกว่าคนทั่วๆไป ทั้ง
พรสวรรค์ การฝึกฝน ทักษะการใช้อาวุธ และจิตสังหารที่พร้อมจะสังหาร
มนุษย์อย่างไรซึ่งความลังเลสงสาร
“หวังหยานเฟิง, หลินหมิง เจ้าเด็กพวกนี้ก็เป็นแค่พวกไก่อ่อนเท่านั้น
การต่อสู้ของพวกเราที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมานักต่อนัก พวกมันไม่มีทาง
เทียบพวกเราได้”
ที่มหาเจดีย์วิจิตรนั้น มีเรื่องอายุมาเกี่ยวข้องในการประเมินด้วย แต่
หากพวกเขาทั้งสองจะต่อสู้กับหลินหมิงหรือหวังหยานเฟิงแล้ว พวกเขาก็
สามารถเอาชนะได้โดยง่าย เนื่องจากอายุที่มากกว่าถึง3ปี ในขณะที่อายุ
ไม่มีความเกี่ยวข้องอีกต่อไป ก็คงจะถึงเวลาในการแสดงฝีมือของพวกเขา
แล้ว
…
อาคมหมื่นสังหาร ที่สำนักเจ็ดแก่นแท้ใช้เพื่อจัดอันดับนั้นอยู่ไม่ไกล
จากมหาเจดีย์วิจิตรเท่าไร แต่ภูเขาลูกนั้นก็เต็มไปด้วยคมจากต้นไผ่ ซึ่ง
ยากแก่การเดินทาง
ซึ่งก่อนที่หลินหมิงจะมาถึงที่นี่ ก็มีศิษย์หลายคนถึงก่อนเขาเป็น
จำนวนมาก
เพราะว่าอาคมเหมือนสังหารนั้น ใช้หินลมปราณเป็นจำนวนมากใน
การเปิดใช้งาน มันจึงถูกเปิดแค่เดือนละหนึ่งครั้งเท่านั้น ทั้งยังมี
กำหนดการที่แน่นอน ในตอนนั้น ศิษย์ทุกๆคนในสำนักเจ็ดแก่นแท้จะ
สามารถมาเพื่อเข้าร่วมการจัดอันดับครั้งนี้ได้ แต่การจะเข้าร่วม
จำเป็นต้องจ่ายหินลมปราณก้อนหนึ่งเป็นค่าธรรมเนียม ถ้าอันดับต่ำกว่า
100 แล้วเปิดได้5จุด หรืออันดับสูงกว่า 100 แล้วเปิดได้3จุด พวกเขาก็จะ
ได้หินคืน ถ้าหากไม่เป็นเช่นนั้น พวกเขาก็จะเสียหินลมปราณไปเปล่าๆ
กฎแบบนี้มีไว้เพื่อกันคนที่ไม่ได้ตั้งใจจะมาทดสอบอย่างจริงจัง เพราะ
หากจะต้องทดสอบศิษย์ให้ครบทุกคนต่อให้ใช้เวลาทั้งวัน ก็ยังไม่แน่ว่าจะ
ได้ทดสอบกันครบหมดทุกคนหรือไม่
ฮ่องไซพูด “ศิษย์ใหม่ที่พึ่งมาทดสอบเป็นครั้งแรกไม่จำเป็นต้องจ่าย
หินลมปราณ พวกเจ้าแค่ใช้ป้ายหยกนั้นแสดงความจำนงขอเข้าร่วมการ
ทดสอบ และในอาคมหมื่นสังหาร ร่างจริงของพวกเจ้าจะไม่ได้รับบาดเจ็บ
ทันทีที่พวกเจ้าตายในนั้น อันดับของพวกเจ้าก็จะปรากฏขึ้นมา ซึ่งมันก็จะ
สอดคล้องกับจำนวนศัตรูที่พวกเจ้าสังหารไป”
ขณะที่เขาพยายามจะสังเกต อาคมหมื่นสังหาร เขาก็ได้พบกับคน
สองคนที่เขารู้จัก ซึ่งพวกเขาก็ คือลุ่ยหมิงเซียง และซางฉาง พวกที่มาเดิม
พันกับเขาเมื่อไม่กี่วันก่อน
ในขณะนั้นซางฉางก็เห็นหลินหมิงเช่นกัน มันมองมาที่หลินหมิงด้วย
รอยยิ้มเชิงดูถูก
“แกเองรึ ข้าเกือบลืมหน้าแกไปแล้ว ดูเหมือนพวกศิษย์ใหม่ ก็จะได้
เข้าร่วมการจัดอันดับเหมือนกันสินะ ข้าคาดหวังกับแกไว้สูง หวังว่าคงจะ
ออกมาซักอันดับ180 อย่าให้ข้าต้องผิดหวังและเบื่อแกเสียก่อนที่การเดิม
พันจะเริ่มขึ้นละกัน ฮ่าๆ”
“อย่ามายุ่งเกี่ยวกับอันดับของข้า จูเอี๋ยนไม่ได้มากับเจ้าด้วยรึ ”
หลินหมิงเดาว่า ที่มันมาก่อกวนในครั้งก่อนก็เพราะจูเอี๋ยนคอยบงการอยู่
เบื้องหลัง
ถึงยังไงซางฉางก็ไม่ได้สนใจ มันไม่สนอยู่แล้วว่าหลินหมิงจะรู้หรือไม่
ซางฉาง ยิ้มเยาะพร้อมกับกล่าวว่า “ จูเอี๋ยนเป็นถึงศิษย์จากห้อง
สวรรค์ และมีอันดับ 39 ด้วยอันดับ เขาก็คงยุ่งมากเป็นธรรมดา เขาคงจะ
มาทดสอบทุกเดือนไม่ได้หรอก แกคงไม่รู้ถึงภาระหน้าที่ของเขาสินะ”
หลินหมิงตอบกลับ “ข้าเองก็ไม่ได้สนใจเจ้าหรือจูเอี๋ยนอยู่แล้ว
หลังจากผ่านเดือนไป ข้าจะจบเรื่องน่าลำคาญพวกนี้เสียที หวังว่านอีก
หนึ่งเดือนข้างหน้า เจ้าคงยังยิ้มได้เหมือนในขณะนี้ ”
“ฮ่าๆๆ ข้าก็ตั้งใจจะพูดกับแกแบบนั้นเหมือนกัน”
ข่าวการเดิมพันระหว่างซางฉางกับหลินหมิง แพร่ออกไปเป็นวงกว้าง
หลายๆคนก็อยากมาดูศิษย์ใหม่ที่ต้องรู้สึกเจ็บใจจากความพ่ายแพ้ในครั้ง
แรกของพวกเขา และก็มีบางคนที่เกลียดซางฉางเข้าไส้ การกระทำของ
มันเองก็ไม่เป็นที่พอใจของคนส่วนมากเท่าไหร
แต่ศึกระหว่างหวังหยานเฟิงกับลุ่ยหมิงเซียง ด้วยความโอหังโดย
กำเนิดของลุ่ยหมิงเซียง และความภาคภูมิใจของหวังหยานเฟิง ก็ทำให้
ข่าวแพร่ไปเร็วไม่แพ้กัน
แต่นั้นเป็นเรื่องของในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ในขณะนี้ แท่นหยกได้
เปล่งแสงเป็นสายๆออกมานับไม่ถ้วน มันคือสัญญาณว่าการทดสอบเริ่ม
ขึ้นแล้ว
ในอาคมหมื่นสังหาร มีทั้งหมด 12 จุด หรือก็คือการทดสอบรอบหนึ่ง
สามารถเข้าร่วมได้ครั้งละ 12 คน
หลินหมิงมองไปยังอาคมหมื่นสังหาร แล้วก็หัวเราะ “ หวังหยานเฟิง
พวกเราคงไม่ต้องพูดพร่ำว่าให้เสียเวลาอีกแล้ว เรามาใช้เจ้านี้วัดให้มันรู้
เรื่องกันไปเลยดีกว่า ว่าเจ้าหรือข้า ใครจะเก่งกว่ากัน”
“เจ้าก็คิดเช่นเดียวกับข้า” ถึงหลินหมิงจะพูดข่มขวัญมัน แต่กำลังใจ
ของมันก็ไม่ได้ลดลงไปแม้แต่น้อย ถึงมันจะรู้ดีว่าไม่อาจสู้ลุ่ยหมิงเซียงได้
แต่มันก็ยังรับคำท้าไว้ด้วยความกล้าหาญ
“เจ้าพวกลูกวัวหน้าใหม่นั้น ไม่กลัวเสือเอาเสียเลย หวังหยานเฟิง แก
พอจะมีกึ๋นบ้างไหม ”
“มีไปก็ไม่ช่วยอะไร มันยังเด็กเกินไป ไม่มีทางที่มันจะชนะได้ ”
“เจ้าพวกศิษย์ใหม่ที่สามารถขึ้นไปอยู่ในอันดับ 180 ได้ก็ถือว่าหา
ยากแล้ว อันดับ 150 ก็ยิ่งไร้ที่ติ อันดับ 130 ก็เหมือนกับปาฏิหาริย์
แม้แต่หลิงเซ็น และ ต้ากู่ ก็ยังทำเช่นนั้นไม่ได้ สำหรับลุ่ยหมิงเซียงที่อยู่
อันดับ125 แล้ว หวังหยานเฟิงจะไปเอาชนะได้อย่างไร”
หลินหมิงฟังคนอื่นพูดคุยกัน เขามองไปยังแท่นหยกอันดับ เพื่อ
ยืนยันในคำพูดพวกนั้น ลุ่ยหมิงเซียงมีอันดับ125 จริงๆ มันอยู่อับต้นๆ
ของห้องพสุธา
ทั้งห้องพสุธาและห้องสวรรค์มีศิษย์รวม 230 คน มันเป็นเรื่องดีมาก
ที่ ศิษย์ใหม่ๆจะทำอันดับได้ อย่างน้อย 200 ซึ่งหวังหยานเฟิงก็ไม่น่าจะมี
ปัญหาอะไร แต่เขาต้องการอันดับที่สูงกว่านั้น หลินหมิงเองก็เช่นกัน เขารู้
มาว่า ถ้าเขาต้องการอันดับประมาณ 180 เขาต้องได้ 100 คะแนน อันดับ
150 ก็ต้องการคะแนนเพิ่มอีกหลายร้อย และการฆ่าศัตรูที่มีการฝึกฝนขั้น
ที่3 ก็ได้คะแนนเพียง50คะแนนเท่านั้น
ศิษย์ทั้ง 12 คนได้มาอยู่ที่กลางแท่นบูชาอย่างมั่นคง เจ้าหน้าที่ที่คุมก็
กล่าวขึ้นมา “การทดสอบนี้ไม่จำกัดเวลา หากฆ่าศัตรูขั้นสองจะได้ 1
คะแนน ฆ่าศัตรูขั้นสองระดับสูงได้ 5 คะแนน ฆ่าพวกระดับได้ 10
คะแนน ฆ่าศัตรูขั้นสามระดับสูงได้ 50 คะแนน ฆ่าศัตรูขั้นสี่ได้ 100
คะแนน ฆ่าศัตรูขั้นสี่ระดับสูงได้ 500 คะแนน ฆ่าศัตรูระดับห้าได้ 1000
คะแนน และหากฆ่าศัตรูขั้นห้าระดับสูงได้จะได้ 5000 คะแนน ”
“และศัตรูขั้นหก หรือก็คือขั้นผสานชีพจร หากฆ่ามันได้สำเร็จ ก็จะ
ได้รับ10000คะแนน หลังจากเข้าไปแล้ว ก็สามารถเลือกอาวุธได้ตามใจ
ชอบ หากตายก็จะถูกส่งกลับมาเอง”
“เริ่มได้”
หลังจากเสียงของผู้คุมค่อยๆเบาลงแท่นบูชา ก็เริ่มเปล่งแสงออกมา
ศิษย์ทั้ง 12 คนค่อยๆเลือนหายไป เหมือนกับว่าถูกกลืนกินโดยพลังงาน
บางอย่าง
หวังหยานเฟิงเบิกตากว้าง ในโลกสีขาวโพลน ด้านหน้าของเขาเต็ม
ไปด้วยอาวุธทุกชนิดเท่าที่เขาจะนึกออก ดาบขนาดใหญ่ ดาบเบาเล่มบาง
ดาบยาว ดาบสั้น คาตานะ กระบี่ หอก ขวาน ค้อน และอาวุธอื่นๆอีก
มากมาย
“จงมาหาข้า ดาบยาว” ทันทีที่หวังหยานเฟิงคิดในใจ ดายยาวที่ว่าก็
ปรากฏบนมือของเขาทันที ในอาณาจักรลิขิตฟ้า กว่า90เปอร์เซ็นต์ของ
นักสู้จะใช้ดาบเป็นอาวุธ และ 80เปอร์เซ็นต์ของนักสู้ที่ใช้ดาบเป็นอาวุธก็
เลือกที่จะให้ดาบยาว ดาบยาวเป็นการผสานของอาวุธที่ทรงพลังและ
ว่องไว
ในที่สุดการทดสอบก็เริ่มต้นขึ้น ปีศาจท่าทางดุร้ายก็โผล่ออกมา
ด้านหน้าของหวังหยานเฟิง ดูเหมือนมันจะมีการฝึกฝนในขั้น 2 หรือ 3
หวังหยานเฟิงมองไปทางมันด้วยสายตาเรียบๆ เขาต้องจัดการเจ้า
พวกนี้ เมื่อการทดสอบเริ่มขึ้น หวังหยานเฟิงก็พบว่า การทดสอบนี้มันก็
ค่อนข้างสะดวกดี เมื่อเขาฆ่าศัตรูไปแล้ว ศัตรูใหม่ก็จะปรากฏตัวขึ้นมา
ในทันที แต่พวกที่ปรากฏตัวขึ้นมาใหม่ก็จะทรงพลังขึ้นเรื่อยๆ
หวังหยานเฟิงเพิ่งจะสังหารพวกมันไป 5-6 ตัว ศัตรูขั้นสี่ก็เริ่มปรากฏ
ออกมา
เมื่อเขานับคะแนนของเขา ในขณะนี้เข้ามี 110 คะแนน หวังหยาน
เฟิงส่งเสียงฮึดฮัดเล็กน้อยขณะที่เขาได้รับบาดแผลเล็กๆ เมื่อเข้ามีคะแนน
ถึง 180 คะแนน เขาก็ได้รับบาดแผลที่ฝังลึกลงไปในกระเพาะของเขา
และในท้ายที่สุด หวังหยานเฟิงก็ได้บั้นหัวของนักสู้คนหนึ่งในขณะที่คนๆ
นั้นได้แทงดาบเข้าไปที่หัวใจของเขาเช่นกัน
คะแนน 190 คะแนน
หลังจากตายในโลกนั้น หวังหยานเฟิงก็ถูกส่งกลับออกมา เขามีสี
หน้าซีดๆ แต่ก็ไม่ถึงกับหมดสติ ดูเหมือนหวังหยานเฟิงจะปรับตัวให้เขา
กับโลกนั้นได้ในระดับหนึ่ง ที่จริงแล้วมันก็มาจากการที่ระบบประสาทที่
คิดว่าตัวเองตายจริงๆเท่านั้น
หวังหยานเฟิงมองไปรอบๆแท่นบูชา สีหน้าเขาก็ซีดเป็นไก่ต้มทันที
เขาไม่คิดเลยว่าเขาจะเป็นคนแรกที่ตายในนั้น อีก 11 คนยังคงต่อสู้อยู่