Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 581 สายรุ้งทะลวงสวรรค์
พายุมิติสีดำกวาดไปทั่วท้องฟ้าราวกับว่ามันกำลังกลืนกินทุกสิ่งทุก
อย่าง นี่เป็นการรวมตัวของวิถีแห่งมิติและวิถีแห่งเวลา วิถีที่ซับซ้อน
เหล่านี้ทำให้เส้นทางของพายุนี้ยุ่งยากยิ่งขึ้น
ม่านตาของหลินหมิงหดลง เผชิญหน้ากับพายุมิติอันยิ่งใหญ่นี้ทำให้
เขารู้สึกตื่นเต้นมากยิ่งขึ้นไปอีก แต่สิ่งที่แตกต่างจากก่อนหน้านี้คือความ
ตื่นเต้นนี้มีสีสันของความเยือกเย็น
วิถีแห่งเวลาถูกผสานเข้ากับพายุมิตินี้ ในขณะที่เขาต้องการปรับตัว
ให้เข้ากับพลังแห่งมิติเขาก็จำเป็นต้องปรับกาลเวลารอบตัวให้พอดีกับกฎ
มิติด้วย
การปรับความคิดไปในสองทิศทางไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ฟริ้วว!
หลินหมิงตัดสินใจโดยจุดต่อของมิติเวลา และเขาพุ่งหอกออกไป
ด้วยพลังแห่งการหมุนวนที่ทรงพลัง หอกแสงทะลวงเข้าสู่พายุสีดำ
มันก่อตัวขึ้นเป็นคลื่นกระเพื่อม แต่เมื่อระลอกนี้ปรากฏขึ้นมันก็ได้ชะลอ
ตัวลงทันทีราวกับปลาที่ติดโคลน
“คาดคะเนเวลาไม่ถูกต้อง”
หลินหมิงถอยกลับ หนีออกจากพายุมิติอันรุนแรงที่ผ่านเข้ามาใกล้
เขา เขาเริ่มปรับตัวให้เข้ากับกระแสเวลาอีกครั้ง
ฟู้วว ฟู้วว ฟู้วว!
หอกพุ่งออกไปอย่างต่อเนื่องสร้างระลอกเกลียวที่งดงาม แต่ละครั้ง
ราวกับลูกศรพุ่งที่ลงสู่น้ำ การโจมตีเหล่านี้ก่อให้เกิดระลอกคลื่นพายุมิติ
แพร่กระจายไปหลายสิบก้าว เนื่องจากการชนกันอย่างรุนแรงจากพลัง
แห่งมิติ ระลอกคลื่นเหล่านี้ค่อยๆจางหายไป
หลินหมิงยังคงพยายามหลบพลังแห่งมิติอยู่เป็นระยะๆ ขณะที่หอก
มือของเขาพุ่งออกไปในอัตราที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ในเวลานี้ แสงสาดประกาย
ขึ้นในดวงตาของเขา
ปราณเทพทรราชคลั่ง – เปิด!
100% ของปราณเทพทรราชคลั่งได้ถูกปลดปล่อย ปราณแท้ที่ถูกบีบ
อัดภายในร่างกายหลินหมิงปะทุขึ้นมา ขณะที่เขาเปิดใช้ก้าวย่างวิหค
ทองคำถลาลมไปด้วย ความเร็วของเขาจึงเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล พลังและ
เตจำนงทั้งหมดของเขาถูกเทลงในหอกแห่งดาวหางม่วง หลินหมิงกลาย
เป็นหนึ่งเดียวกับหอก และทั้งหมดกลายเป็นพลังหมุนที่สั่นสะเทือน
ทะลวงเข้าไปในพายุมิติ!
ถ้าเขาเข้าใกล้การโจมตีของพายุมิติแล้ว หลินหมิงจะสามารถรับรู้
รายละเอียดได้มากที่สุด และยิ่งเขาทุ่มเทพาตัวเองเข้าไปในพายุแห่งมิติ
และเวลานี้ เขาจะสามารถสัมผัสกับความลึกซึ่งแท้จริงและเข้าใจวิถีและ
กฏขั้นพื้นฐานได้มากที่สุด
พลังแห่งมิติที่ดังก้องผ่านหลินหมิงไป พลังแห่งมิติเป็นที่รู้จักกันว่า
เป็นพลังที่สามารถทำลายล้างได้ทุกสิ่ง เมื่อหลินหมิงได้เดินทางผ่านช่วง
รูปแบบค่ายกลโบราณ แหวนมิติหลายอันที่เขาสวมนั้นได้ถูกทำลายโดย
พายุมิติในทันที โอสถ สมบัติ ขวดทุกอย่างที่อยู่ภายในแหวนมิติเหล่านี้ได้
กลายเป็นฝุ่นผงไปต่อหน้าต่อตาของหลินหมิงก่อนที่จะหายตัวไปในความ
มืดไร้สิ้นสุด
การพยายามที่จะต่อต้านพลังที่น่าสะพรึงกลัวของมิติด้วยเพียงแค่
ปราณแท้ย่อมหมายถึงการฆ่าตัวตาย นอกจากผู้ใดที่สามารถปรับตัวให้
เข้ากับกฏของมิติและใช้มันเพื่อป้องกันตัวเองก็จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้
“บัดซบ!”
หลินหมิงเป็นประมาทไปเพียงชั่วครู่ จึงขาดช่วงการรับรู้พลังแห่งมิติ
เพียงแค่พลังเล็กๆของมันที่สัมผัสกับแขนของหลินหมิง ปราณแท้ที่
ป้องกันร่างกายของเขาถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กๆราวกับกระดาษบางๆ
กล้ามเนื้อแขนเปิดออกให้เห็นบาดแผลลึกพอที่จะเห็นกระดูก โลหิตที่
กระเซ็นออกมาได้หายไปในพายุมิติทันที
“น่าหวาดกลัวยิ่งนัก!”
หลินหมิงสูดลมหายใจเย็น เขารีบเพ่งสมาธิขและปรับตัวให้เข้ากับ
พลังหมุนของมิติ
เพียงสัมผัสของพลังแห่งมิติเล็กน้อยก็ทำให้เกิดการทำลายล้างที่น่า
กลัวเช่นแล้ว ผู้ใดกันที่กล่าวว่าพลังการโจมตีของมิติไม่รุนแรงกัน?
เมื่อหลินหมิงเผชิญหน้ากับสิงเทียนครั้งแรก เขาได้ใช้วิถีแห่งมิติเพื่อ
เผชิญหน้ากับวิถีแห่งการทำลายล้าง เมื่อเทียบกับวิถีแห่งการทำลายล้าง
แล้วหลินหมิงรู้สึกว่าพลังแห่งวิถีมิติยังไม่เพียงพอ วิถีแห่งมิตินั้นอยู่ที่
ระดับความเข้าใจของแต่ละคน ที่จะทำให้ทักษะของคนผู้ใช้ทรงพลังได้
และทำให้เกือบจะเป็นไปไม่ได้ในการตรวจจับหรือหลีกเลี่ยง
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ดูเหมือนว่าวิถีแห่งมิติไม่ได้ขาดพลังที่โดดเด่น
แต่ความเข้าใจของหลินหมิง ต่ำเกินไปเอง สิ่งที่เขาเข้าใจก็ไม่มีอะไร
นอกจากเป็นเพียงหยดน้ำในมหาสมุทร
“เส้นทางของข้ายังอีกยาวไกล…”
หลินหมิงปิดกั้นสมผัสรับรู้และหลับตาลง และแม้กระทั่งระงบปราณ
แท้ทั้งหมดที่ปกป้องร่างกายออก ในเมื่อปราณแท้ไม่สามารถต่อต้านพายุ
มิตินี้ได้ เขาจึงไม่ใช้มันจะดีกว่า เพื่อที่เขาสามารถมุ่งสมาธิพลงจจิต
วิญญาณไปจนถึงที่ระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
ในตอนนี้ จิตใจของหลินหมิงก็ได้ว่างเปล่า; แม้แต่ทะเลจิตวิญญาณ
ของเขาก็กลายเป็นเพียงพื้นที่ว่างที่กว้างใหญ่ เขาปรับตัวอยู่ในพายุมิตินี้
และได้รับการป้องกันอย่างสมบูรณ์จากมัน แต่หากทำผิดพลาดเพียง
ขั้นตอนเดียว เขาจะถูกบดขยี้ถึงตาย จนไม่เหลือแม้แต่ซากศพ!
ผู้ท้าที่เข้ามาด่านทดสอบหล่อหลอมแล้วต้องเจอกับการทดสอบด้วย
วิถีเช่นนี้ โดยส่วนใหญ่แล้วมักะหลบเลี่ยงมัน การไร้ความลังเลใดๆเสี่ยง
ชีวิตเช่นนี้เป็นเพียงการกระทำที่บ้าบิ่นเกินไป
แน่นอนว่า ประโยชน์ของความบ้านี้จะมหาศาลอย่างยิ่งหากทำ
สำเร็จ ความเข้าใจวิถีแห่งมิติและเวลาของหลินหมิงกำลังพัฒนาไปจนน่า
ตกตะลึง!
“มิติไร้สิ่งใด แต่มันเป็นทะเลที่ซึ่งทุกชีวิตถือกำเนิด ตัวมันเองเกี่ยว
โยงกบทุกสสาร
“มันมิใช่ว่ามิติเป็นเจ้าแห่งทุกสิ่ง แต่เป็นที่ใช้ระบุตัวตนการคงอยู่สิ่ง
ต่างๆนบไม่ถ้วน ปริมาณของมิติมีความคล้ายคลึงกับการดำรงอยู่ของชาย
และหญิงต่อมนุษยชาติ เฉพาะหลังจากที่การดำรงอยู่ของมนุษยชาติทั้ง
ชายและหญิงมีความหมาย ในทำนองเดียวกัน เฉพาะหลังจากที่สสาร
ปรากฏมิติจึงจะมีความหมาย…”
หลินหมิงว่ายอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรแห่งมิติโดยไม่รู้ตัว ดูเหมือนเขา
จะเริ่มเข้าใจแก่นแท้ของมิติแล้ว…
โดยมิรู้ว่าเวลาได้ผ่านไปเท่าใด ดวงตาของหลินหมิงได้เปิดขึ้น พายุ
มิติหายไป และหลินหมิงกำลังยืนอยู่บนพื้นดินสีดำเข้ม ขณะที่เขามองไป
ยังมือของเขา ก็เห็นว่ากล้ามเนื้อที่ฉีกขาดก่อนหน้านี้ได้ฟื้นฟูไปครึ่งนึงแล้ว
“จบแล้วหรือ? น่าเสียดาย!”
หลินหมิงส่ายหัว ถ้าเขาสามารถคงสภาวะในช่วงเวลาที่ผ่านมาไปได้
อีกนิดแล้วละก็ เขาก็อาจจะได้ตระหนักถึงความจริงที่ลึกซึ้งขึ้นไปอีก
ระดับ
“หืม? นี่คือ… ” ไม่ไกลนัก หลินหมิงเห็นเมฆของเพลิงสายฟ้า
“วิถีแห่งสายฟ้าและเพลิง! อ่า นี่เป็นการทดสอบที่ครบถ้วนยิ่งนัก!”
ดวงตาของหลินหมิงลุกโชนด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้อันเจิดจ้า เมื่อ
เทียบกับพลังที่เข้าใจยากของมิติและเวลาแล้ว วิถีแห่งสายฟ้าและเพลิง
เป็นความถนัดพิเศษของเขา เขาคุ้นเคยกับเพลิงสายฟ้ามามากแล้ว
วูป! วูป! วูป!
ไม่ไกลนักสายฟ้าและเพลิงหลอมรวมเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว เพลิง
สายฟ้าปะทุอย่างรุนแรงและความป่าเถื่อน
ริมฝีปากของหลินหมิงโค้งขึ้นด้วยรอยยิ้ม “มันน่าสนใจหากมันผสาน
กันเช่นนี้ ถ้ามันเป็นเพียงวิถีแห่งสายฟ้าหรือวิถีแห่งเพลิงแล้วมันจะน่าเบื่อ
มากเกินไป”
เมื่อหลินหมิงพยายามผสานพลังของสายฟ้าและเพลิง เขาก็ไปยัง
พื้นที่ฝึกฝนวิถีแห่งสายฟ้ารวมทั้งวิถีแห่งเพลิง
วิถีเพียงอย่างเดียวในแต่ละพื้นที่ทำให้หลินหมิงรู้สึกราวกับว่ามีบาง
สิ่งที่ขาดหายไป แต่ตอนนี้ ในการทดสอบคุณสมบัติของกรงราชัน วิถีทั้ง
สองแบบนี้ได้ถูกรวมเป็นหนึ่งเดียว ทำให้หลินหมิงปิติยินดีด้วยความสุข
นี่เป็นสถานที่ซึ่งยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง
หลินหมิงอยากที่จะเพื่อมาทดสอบคุณสมบัติที่นี่อีกหลายครั้ง
……………………………
“เฮ้ เจ้าเด็กนั้นเข้าไปภายในยังไม่ถึงชั่วโมง” ด้านนอกด่านทดสอบ
หลอมรวม เหยียนชือกำลังพูดกับเฟิงเฉิน
แต่ในเวลานี้ ดวงตาของเฟิงเฉินถูกปิดลงในการเข้าณาน เขาได้เข้าสู่
สถานะการบ่มเพาะแปลกๆ ถ้าหลินหมิงอยู่ที่นี่ เขาจะเห็นว่านี่เป็น
รูปแบบที่น่าตกใจอย่างนึงของเจตจำนงแห่งนักสู้!
มันคล้ายคลึงกับเจตจำนงแห่งนักสู้จิตบริสุทธิ์ของหลินหมิง เป็น
เจตจำนงแห่งนักสู้ที่สามารถส่งเสริมความเร็วในการบ่มเพาะได้อย่างมาก
เมื่อเหยียนชือเห็นเฟิงเฉินไม่ตอบคำพูดของเขา จึงยอมแพ้ไป
เผชิญหน้ากับเฟิงเฉิน เหยียนชือไม่ได้มีความหยิ่งแม้แต่น้อย
เหยียนชือยังจำได้ว่าตอนที่เขาเข้าไปในด่านทดสอบหล่อหลอม เขา
ได้ออกมาหลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง เวลาไม่ได้หมายถึงทุกอย่าง แต่
โดยทั่วไป คนที่ไม่สามารถอยู่เกินหนึ่งชั่วโมงภายในนั้น จะได้รับการจัด
อันดับเป็นระดับนักบุญชั้นกลางเท่านั้น นี่ยังไม่เพียงพอที่จะถูกบันทึกลง
ในศิลาราชันด้วยซ้ำ
เหยียนชือไม่สงสัยเลยว่าหลินหมิงมีความสามารถที่จะมีชื่อปรากฏ
บนศิลาราชัน คำถามคือระดับใดที่เขาจะไปถึง
‘ถ้าเขาสามารถไปถึงระดับของเฟิงเฉินได้ มันก็จะเป็นสิ่งที่น่าทึ่ง
อย่างมาก สหายผู้ที่หยิ่งยะโสเช่นเฟิงเฉินถึงกับอยู่ที่นี่เพียงเพื่อที่เขาจะได้
เห็นผลการทดสอบหล่อหลอมของหลินหมิง ดูเหมือนว่าเขาใส่ใจเกี่ยวกับ
หลินหมิงอย่างมาก…’
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เหยียนชือก็รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย ถ้าหลินหมิงกลาย
เป็นอาชูร่าระดับสวรรค์ นั่นหมายความว่าความสำเร็จในอนาคตของ
หลินหมิงจะเกินกว่าเขาในสักวันหนึ่ง
……………………………
ภายในพื้นที่ของด่านทดสอบหล่อหลอม หลินหมิงบินขึ้นไปในอากาศ
คว้าหอกแห่งดาวหางม่วง ผมยาวของเขาสยายอยู่ในอากาศ ด้านข้างเขา
สายฟ้าและเปลวเพลิงกระหน่ำขณะที่พลังงานต้นกำเนิดของโลกผลักดัน
เขาผ่านการชำระล้างที่รุนแรงและโหดร้าย
หลินหมิงพุ่งหอกของเขาออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า ไผ่จิตวิญญาณ
สายฟ้าสีม่วงผสานกับเพลิงสปิริตผสมผสานกับสายฟ้านับแสนเส้นและ
ต้นอู๋ถงเพลิงศักดิ์สิทธิ์แผ่คลื่นแห่งเปลวเพลิงที่เจิดจ้า ภายใต้การโจมตี
เหล่านี้ หลินหมิงได้เข้าใจถึงการผสานระหว่างวิถีแห่งสายฟ้าและเพลิง
มากขึ้นเรื่อยๆ เขาได้ก้าวไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่โดยไม่รู้ตัว และได้เข้า
ใกล้ความสมบูรณ์แบบ
แต่ในขณะนี้ แสงสีขาวสาดประกาย ในอากาศ หกร่างเงาปรากฏขึ้น
ร่างเหล่านี้ถืออาวุธหอกที่ทำจากพลังงาน และพวกเขาก็พุ่งมายังหลินหมิง
หลินหมิงตะโกนเสียงดังขึ้น ในเวลานี้ พลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพี
ถูกบีบอัดเข้าด้วยกันภายในร่างกายของเขา ถ้าเขาไม่ปลดปล่อยมัน
ออกมา เช่นนั้นร่างของเขาก็จะระเบิด!
“เข้ามาเลย!”
หลินหมิงกระชับหอกแห่งดาวหางม่วงและพุ่งไปยังร่างเงาทั้งหก!
หอกแสงที่เจิดจ้าตัดผ่านท้องฟ้าอันไร้สิ้นสุด
หลินหมิงกลายเป็นหนึ่งเดียวกับหอก ภายใต้พลังแห่งสายฟ้าและ
เปลวเพลิงความเร็วของหลินหมิงจึงพุ่งทะยานถึงขีดสุด มิติสั่นสะท้าน
ภายใต้ศักยภาพของหอกอันทรงพลังนี้
หึมมม!
ดั่งเช่นดาวตกที่เผาไหม้ หลินหมิงทะลวงผ่านสามร่างเงาได้ทันที
สังหารพวกมันในการโจมตีครั้งเดียว! สามร่างเงาที่เหลือได้ถูกคลื่น
กระแทกของเพลิงสายฟ้าที่ทรงพลังจนได้รับบาดเจ็บสาหัส!
การโจมตีครั้งนี้เป็นผลลัพท์ของการผสานสายฟ้าล่าสังหารและสุริยัน
ล่าสังหาร และในตอนนี้ มันเป็นหนึ่งในทักษะที่แข็งแกร่งที่สุดของหลินห
มิง
หลินหมิงตั้งชื่อทักษะนี้ว่า สายรุ้งทะลวงสวรรค์
ด้วยชื่อนี้ มันอธิบายได้ว่าหลังจากท่าครั้งแรก หอกได้ทะลวงท้องฟ้า
สีฟ้าเข้ม หอกแสงดูเหมือนเป็นสายรุ้งที่ไร้สิ้นสุดที่แขวนอยู่บนสวรรค์ชั้น
ฟ้า ดังนั้นชื่อของทักษะนี้จึงเป็น สายรุ้งทะลวงสวรรค์
นอกจากนี้ หอกเล่มแรกของหลินหมิงยังถูกเรียกว่า สายรุ้งทะลวง
สวรรค์ ด้วยเช่นกัน ชื่อนี้ยังถือเป็นสิ่งรำลึกความทรงจำที่สำคัญสำหรับ
เขา
“ยอดเยี่ยม!”
นับตั้งแต่ที่เขาเข้าใจสายรุ้งทะลวงสวรรค์ แม้ว่าหลินหมิงได้ฝึกฝน
ทักษะนี้เป็นพันๆครั้งที่นี่แล้ว แต่เขาก็ยังไม่เคยใช้มันในการต่อสู้จริงเลย
ตอนนี้ เขาก็มีศัตรูที่จะต่อสู้ด้วยแล้ว แม้ว่าจะเป็นเพียงศัตรูเสมือนที่ทำมา
จากพลังงานก็ตาม แต่หลินหมิงก็ยังรู้สึกดีกับเรื่องนี้
สำหรับร่างเงาที่เหลืออีกสามนั้น หอกของหลินหมิงก็ทะลวงผ่าน
พวกมันอีกครั้ง
ฟรุป! ฟรุป! ฟรุป!
สามแสงสาดประกายขึ้น; ร่างเงาทั้งสามก็ตกตายไปในทันที!
สำหรับหลินหมิงในปัจจุบัน หกร่างเงาเหล่านี้อ่อนแอเกินไป
จากนั้นโลกก็เคลื่อนไหว สวรรค์และปฐพีรอบตัวเขาเปลี่ยนแปลงไป
เมฆหนาบดบังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว และแผ่นดินสีดำไร้สิ้นสุดใต้
ฝ่าเท้าของเขากลายเป็นมหาสมุทรกว้างใหญ่และไม่อาจมองเห็นก้นบึ้งได้
ทันใดนั้นเกิดฟ้าผ่าขึ้น มันราวกับทหารแห่งเทพเจ้า ขว้างอาวุธลง
มายังโลก ฉีกกระฉากแผ่นฟ้าขาดออกจากกัน
ปังงงงง!
พื้นผิวของทะเลระเบิดอย่างกะทันหัน หลายสิบเสาน้ำพุ่งขึ้นสู่
ท้องฟ้าสูงหลายพันก้าว ภายในเสาน้ำเหล่านี้เป็นมังกรวารีสีม่วงที่คำราม
ขณะที่พวกมันพุ่งออกมายังหลินหมิง
ก่อนที่มังกรวารีเหล่านี้จะมาถึง, ออร่าและแรงกดดันที่น่าหวาดกลัว
จากของพวกมันก็ได้กดทับหลินหมิงลงมาราวกับภูเขายักษ์ลูกนึง ในแรง
กดดันนี้ มีแสงสีม่วงที่เจาะเข้าไปในทะเลแห่งจิตวิญญาณของหลินหมิงได้
“หืม? โจมตีทางจิตวิญญาณ!”
จิตใจของหลินหมิงแข็งค้าง นี่เป็นการทดสอบที่ยอดเยี่ยมอย่าง
แท้จริง!
พลังแห่งวิถี ความแข็งของแต่ละคน แม้แต่การทดสอบพลังจิต
วิญญาณก็มี… ด่านทดสอบนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างแท้จริง ทุกคนย่อม
อยากมีส่วนร่วมสักครั้ง!
เมื่อการโจมตีทางจิตวิญญาณบุกเข้าไปในทะเลแห่งจิตวิญญาณของ
หลินหมิง มันก็ได้สลายไปในทันทีโดยเจตจำนงแห่งนักสู้วัฏสงสารโดยไม่
สามารถทำอันตรายอันใดต่อเขาได้เลย
เมื่อการโจมตีทางจิตวิญญาณไม่สำเร็จ มังกรวารีก็คำรามอีกครั้ง
ขณะที่พวกมันพุ่งมายังหลินหมิงอย่างต่อเนื่อง
มหาสมุทรคุ้มคลั่งเกิดคลื่นยักษ์ ท้องฟ้าระเบิดราวกับว่าวันสิ้นโลก
ได้มาถึง หลินหมิงได้ตัดสินทันทีว่าจะเป็นการยากที่จะรับมือกับมังกรวารี
เหล่านี้ จิตใจของเขาสัมผัสกับเมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราช หลินหมิงได้
ปลดปล่อยปราณเทพทรราชคลั่ง!
ปังง!
เส้นผมที่ยาวของหลินหมิงสยายไปในอากาศ เขากระชับหอกแห่ง
ดาวหางม่วงไว้แน่น จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของเขากวาดออกไปทั่วโลก!
……………………………
“2 ชั่วโมงและ 15 นาที… ” ด้านนอกด่านทดสอบหล่อหลอม ต้ากู่
กำลังจ้องมองที่นาฬิกาทราย เวลานี้ใกล้เคียงกับระยะเวลาที่เฟิงเฉินอยู่
ภายใน แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาอาจเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดีก็ได้ ถ้าหลินหมิงได้
ประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เขาก็จะได้รับ สมญานามอาชูร่า แต่ถ้า
ล้มเหลว เขาก็อาจจะไม่ได้เป็นกระทั่งอาชูร่าระดับปฐพีก็ย่อมได้เช่นกัน
ขณะนี้เอง ประตูแห่งแสงสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ดวงตาของต้ากู่เบิก
กว้าง สิ้นสุดการทดสอบหล่อหลอมแล้วใช่หรือไม่?
เมื่อเห็นประตูของการสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เหยียนชือจึงได้ยืนขึ้น
แม้กระทั่งเฟิงเฉินผู้นั่งเข้าณานก็ยังเปิดตาของเขา…