Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 594 กลับมาพร้อมกับการสังเวยโลหิตให้กับหอกนี้
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 594 กลับมาพร้อมกับการสังเวยโลหิตให้กับหอกนี้
รูปแบบค่ายกลม่านพลังแสงภายในบริเวณฝึกฝนพิเศษมีเพียงเพื่อ
หลอกตาและหูเท่านั้น วันนี้ชายชราอืมป์ก็ได้อยู่ภายในม่านพลังแสง
เขาเป็นปรมาจารย์ที่ผู้ปกครองเฮยอ้านได้เชิญมาด้วยตัวเอง – ซัว
เกอ
ซัวเกอคุ้นเคยกับรูปแบบค่ายกลโบราณ รูปแบบค่ายกลตรึงมิติที่ยอด
เยี่ยมนี้เป็นรูปแบบของเขาเอง
รูปแบบค่ายกลตรึงมิตินี้อยู่ได้นานแค่ 4 เดือนเท่านั้น แต่ในกรณีที่ไม่
คาดฝัน ผู้ปกครองเฮยอ้านได้เตรียมความพร้อมเชิญซัวเกอเข้ามา
เสริมสร้างรูปแบบค่ายกลก่อนที่มันจะหมดอายุลงไปอีกครั้ง
สำหรับการสร้างขึ้นในครั้งแรกและการเสริมต่อไป ผู้ปกครองเฮย
อ้านได้ให้ผลึกโลหิตปีศาจระดับสูงกับซัวเกอถึง 6000 ก้อน!
หกกล่องใหญ่เต็มไปด้วยแสงจากผลึก มันเป็นความมั่งคั่งอย่างยิ่ง!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ซัวเกอรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก ปรมาจารย์ค่ายกลเป็น
อาชีพที่ทำกำไรได้อย่างงาม แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นอาชีพที่มีการผลาญ
เงินอย่างฟุ่มเฟือย แผ่นค่ายกล ธวัชชัยค่ายกล วัสดุ หยกรูปแบบค่ายกล
โบราณ ซึ่งหนึ่งในนั้นไม่ได้จำหน่ายเฉพาะในราคาธรรมดาทั้งสิ้น
เนื่องจากซัวเกอได้รับบาดเจ็บในช่วงวัยหนุ่มการบ่มเพาะของเขาจึง
ไม่สูงเกินไป นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เขาไม่สามารถหาผลึกโลหิตปีศาจได้
อย่างง่ายดาย
ด้วยความมั่งคั่งนี้ มันเพียงพอที่เขาจะใช้จ่ายอย่างมีความสุขเป็น
เวลานาน ในขณะที่ซัวเกอกำลังนึกถึงเรื่องนี้ เขาก็หัวเราะออกมาใบหน้า
ที่ย่น
การกระทำของเขาเริ่มมีชีวิตชีวามากขึ้น อักขระค่ายกลบินออกจาก
มือของซัวเกอราวกับใบไม้สีทองลอยไปในอากาศ
“ผู้ปกครองเฮยอ้านจัดการกับเด็กหลินหมิงผู้นี้อย่างเอาจริงเอาจังยิ่ง
นัก เขายังไม่สบายใจแม้รูปแบบค่ายกลของข้าจะอยู่นานถึง 4 เดือน แต่
ถึงกระนั้นก็ยังต้องการทำให้มันอยู่ได้ถึง 8 เดือนอีก”
แม้ว่าผู้ปกครองเฮยอ้า ไม่ได้กล่าวถึงเหตุผลอย่างชัดเจนว่าทำไมเขา
ถึงต้องการใช้รูปแบบค่ายกลตรึงมิติล้อมที่นี่ ซัวเกอนั้นไม่ได้เป็นคนโง่หรือ
หูหนวกตาบอด เขาได้ยินนักสู้ในชั้นสามกล่าวถึงหลินหมิงและเขาก็
สามารถเข้าใจสถานการณ์ได้ในทันที เหตุผลที่ผู้ปกครองเฮยอ้านได้ขอให้
เขามาผนึกที่นี่ก็เพื่อที่จะขังหลินหมิงเอาไว้ภายในกรงราชัน
นี่เป็นการกระทำที่น่าตกตะลึงและเอาจริงเอาจังอย่างแท้จริง
ผู้ปกครองมอบคำสั่งนี้เป็นการส่วนตัวและใช้วิธีการนี้เพื่อให้บรรลุ
เป้าหมาย เห็นได้ชัดว่า หลินหมิงนั้นไม่ธรรมดาเลย!
ทันทีที่สิ่งนี้ได้รับความสนใจจากซัวเกอ เขาก็ได้สืบรู้ว่าหลินหมิง
ได้รับสมญานามอาชูร่า!
นี่เป็นเพียง 4 สมญานามอาชูร่าใน 10,000 ปีที่ผ่านมา! นี่คือตัวตน
ในตำนานอย่างแท้จริง!
“เจ้าหนู อย่าได้กล่าวโทษข้าเลย รูปแบบค่ายกลของข้าเป็นไปตาม
หลักการโบราณ สำหรับเจ้าที่จะตกตายภายใต้มันและมีผู้ปกครองเฮย
อ้านสนใจมากเกี่ยวกับเจ้าจนยินดีที่จะจ่ายผลึกโลหิตปีศาจระดับสูงถึง
6000 ก้อนให้กับข้า นี่ควรจะเพียงพอแล้วที่จะมีเจ้าตายอย่างเป็นเกียรติ
สิ่งที่ข้าทำได้ก็คือ ทำโลงศพที่ดีให้กับเจ้า”
ซัวเกอเลียริมฝีปาก ในชีวิตของเขา การได้ใช้รูปแบบค่ายกลของเขา
ฆ่าสมญานามอาชูร่า ผู้ที่ในอนาคตจะกลายเป็นจักรพรรดิมนุษย์ชั้นสูง
บุตรแห่งความภาคภูมิใจของสวรรค์แห่งยุค แค่คิดถึงเรื่องนี้ ซัวเกอก็เต็ม
ไปด้วยความรู้สึกของความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่แล้ว บางที เขาอาจถูกบันทึก
ลงในประวัติศาสตร์ของอิมป์และปรมาจารย์ค่ายกลผู้ยิ่งใหญ่ด้วย
เนื่องจากการบาดเจ็บ เขาจึงไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับพลังที่
สูงขึ้นไปกว่านี้ได้ แต่ถ้าเขาสามารถหลงเหลือชื่อเสียงดังกล่าวไว้พร้อมกับ
เต๋าแห่งรูปแบบค่ายกลของเขาได้นั่น มันก็เพียงพอแล้วที่เขาจะรู้สึก
ภาคภูมิใจในชีวิตนี้
ขณะเต็มไปด้วยความพึงพอใจ เขาก็เริ่มวาดอักขระค่ายกลสีทอง
ต่อไป ขณะที่เขากำลังจะเสร็จสิ้นในอักขระค่ายกลนี้ รูปแบบค่ายกลจู่ๆก็
สั่นสะท้าน ตามมาด้วยการล่มสลายที่ไม่สามารถอธิบายได้อย่างฉับพลัน
ของอักขระค่ายกล!
ปังงงง!
“หืม?”
ซัวเกอรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง หากอักขระค่ายกลนี้แตกหักไปแล้ว
มันก็จะมีปัญหา นั่นหมายความว่าจะมีช่องโหว่ขนาดใหญ่ในส่วนนี้ของ
รูปแบบค่ายกลนี้
“เกิดอะไรขึ้น?”
ซัวเกอคิ้วขมวดอย่างหนัก เป็นไปได้หรือไม่ว่ามีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้
นกับกรงราชัน?
หากความปั่นป่วนทางมิติบางอย่างที่รุนแรงออกมาจากกรงราชัน
เช่นนั้นมันก็จะไม่เป็นที่น่าแปลกใจหากรูปแบบค่ายกลตรึงมิตินี้จะได้รับ
ผลกระทบ
ซัวเกอส่ายหัว เขาเริ่มวาดอักขระอีกครั้งหนึ่งเพื่อทดแทนชิ้นส่วนที่
แตกหัก แต่เมื่อเขากำลังจะเสร็จสิ้น เสียงดังฉับพลันก็เกิดขึ้นเป็นชุด
ปัง! ปัง! ปัง!
อักขระค่ายกลสามตัวที่หลุดออกมาอย่างต่อเนื่อง
ซัวเกอยืนอยู่ที่นั่น เต็มไปด้วยงุนงง ดูเหมือนว่าความปั่นป่วนในมิติ
ครั้งนี้จะไม่ใช่เล็กๆเลย!
เขากำลังจะวาดอักขระค่ายกลอีกครั้ง แต่เมื่อจู่ๆก็…
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงเหมือนฝนตกกระแทกถัง อักขระค่ายกลระเบิดออกอันแล้วอัน
เล่า ในไม่ช้า ทั้งส่วนของอักขระค่ายกลก็ได้พังทลายลงอย่างสมบูรณ์
“โชคร้ายยิ่ง!”
ซัวเกอสาปแช่ง
เขาใช้เวลาเกือบตลอดทั้งวันในการวาดอักขระกลุ่มนี้
เขาควรวาดใหม่หรือไม่?
แต่มันจำเป็นต้องใช้วัสดุมากขึ้นรวมทั้งพลังงานจำนวนมหาศาล
ขณะที่เขากำลังโกรธมากขึ้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาได้ยินเสียงระเบิดขึ้น
มากมายขึ้นอีกครั้ง ในส่วนที่สองกลุ่มอักขระค่ายกลก็ระเบิดแตกสลาย
เช่นกัน!
จากนั้น เสียงระเบิดก็ยังคงก้องอยู่ในอากาศ เพียงไม่กี่ครั้งลมหายใจ
ทั่วทั้งรูปแบบค่ายกลก็ระเบบิดออกอย่างสมบูรณ์ พลังของมิติที่ถูกปิด
ผนึกที่นี่ ไม่นานก็ได้กลับสู่สภาพปกติ รูปแบบค่ายกลตรึงมิติทั้งหมดถูก
ทำลาย!
ซัวเกอผงะ
มันถูกทำลายได้อย่างไร?
นี่มันนรกอันใดกันวะ…
นี่มันเกิดจากการไหลของมิติที่ปั่นป่วนจริงเช่นนั้นหรือ?
ซัวเกอไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกหนาวเหน็บ จาก
ฝ่าเท้าของเขาไปจนถึงต้นขาและถึงเอว ตรงเข้าสู่จิตวิญญาณ เขารู้สึก
หวาดกลัวและไม่อาจอธิบายได้!
มันคงอยู่มาถึง 4 เดือน แม้ว่ารูปแบบค่ายกลนี้จะถูกทำลาย แต่
ป่านนี้หลินหมิงก็น่าจะตายไปแล้วเช่นกัน!
ซัวเกอรู้สึกหวาดกลัวมาก เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งว่าเขาควรจะรายงาน
เรื่องนี้แก่ผู้ปกครองเฮยอ้านดีหรือไม่ แต่ทันใดนั้นเมื่อประตูแสงสีฟ้าเจิด
จ้าก็ได้ปรากฏขึ้นมาในความว่างเปล่า!
ประตูเคลื่อนย้าย!
ในขณะนั้น หยดเหงื่อเท่าลูกปัดไหลลงบนหน้าผากของซัวเกอ!
มันอาจจะเป็น…
“สงบใจก่อน เขาคงอาจจะจัดการกับข้าได้หรอก!”
ขณะที่ซัวเกอคิดเช่นนั้น เขาก็หันหน้าและหนีไป เขาต้องการที่จะ
หลบหนีออกจากพื้นที่ฝึกฝนพิเศษและแจ้งผู้ปกครองเฮยอ้านเกี่ยวกับการ
เปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ที่บ้าคลั่งนี้
แต่ในขณะนั้นเอง เขารู้สึกเหมือนความเร็วของเขาเองได้ชะลอตัวลง
ราวกับเวลาได้หยุดนิ่ง เห็นได้ชัดว่าวิ่งไปข้างหน้าอย่างเต็มที่ แต่เขาไม่
แม้แต่จะสามารถก้าวไปข้างหน้าแม้เพียงก้าวเล็ก ๆได้!
ความรู้สึกแปลกๆนี้ทำให้ซัวเกอตกใจ!
“นี่คือ…!”
ซัวเกอรู้สึกเข่าอ่อน เขารู้สึกเหมือนปุถุชนที่ยืนอยู่หน้ากรงเสือและ
ตอนนี้กรงที่ได้ถูกเปิดออก!
“สารเลว!”
ดวงตาของซัวเกอเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เขาหันไปกลับไปและก็โบกมือ
แผ่นค่ายกลพุ่งออกไปยังประตูแสง!
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่แผ่นค่ายกลจะสามารถเข้าใกล้ ได้มีเสียง
สะท้อนดัง ‘เพล้งง!’ แผ่นค่ายกลได้ถูกทำลายเป็นเสี่ยงๆ สลายกลายเป็น
ผุยผง!
หลังจากนั้น หอกแสงก็พุ่งออกมาจากประตูแสงตรงไปยังซัวเกอ
“ย๊ากกก!”
ซัวเกอคำรามและดึงดาบออกมาจากแหวนมิติของเขา ต้องการตัด
หอกแสงออกเป็นสองส่วน
แต่ว่า… เขาช้าเกินไป
เขาตกอยู่ภายในวังวนแห่งกาลเวลา เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเป็นอิสระ
ในช่วงเวลานั้น ซัวเกอตกอยู่ในความสิ้นหวังอย่างยิ่ง เขาเพิ่งยกดาบ
ไว้ในมือ หอกแสงก็ได้พุ่งมาถึงระหว่างคิ้วของเขาแล้ว
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกก!”
ด้านหน้าของดวงตาที่เต็มไปด้วยหวาดของซัวเกอ หอกแสงสามารถ
เจาะผ่านปราณแท้ป้องกันร่างขแงเขาได้อย่างง่ายดาย มันทะลวงผ่าน
ระหว่างคิ้ว ฉีกกระชากทะเลแห่งจิตวิญญาณและบดสมองของเขาก่อนที่
จะทะลุออกไปอีกด้าน ตามมาด้วยฝนโลหิตและของเหลวในสมอง
กระเด็นไปติดที่รูปแบบค่ายกลแสง!
แครกก!
ม่านพลังแสงเกือบถูกทำลาย!
ดวงตาของซัวเกอเลือนลอย กลายเป็นว่างเปล่าในที่สุด ในช่วงเวลา
สุดท้ายของชีวิต เขาเคยเห็นชายหนุ่มสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินที่มีผมยาวห้อย
ลงมาถึงเอวและก้าวออกมาจากประตูเคลื่อนย้าย
ดวงตาของเขาเฉียบคมปานสายฟ้าสวรรค์สูงสุด!
กลิ่นอายของเขาหนาวเหน็บราวกับขุมอเวจีเก้าชั้นที่เงียบงัน!
เมื่อเห็นรชายหนุ่มผู้นี้ จิตวิญญาณของซัวเกอก็แข็งค้างราวกับว่าเขา
เป็นปุถุชนที่นอนเปลือยเปล่าอยู่ในพายุหิมะ ไม่รู้สึกอะไรเลยนอกจาก
ความหนาวเย็นที่เสียดแทงถึงกระดูก!
นี่เป็นความคิดสุดท้ายของซัวเกอ…
……………………………
……………………………
“ฮ่าฮ่า ในที่สุดกรงราชันก็เปิดออกแล้ว! ถึงเวลาแล้วที่บิดาผู้นี้จะเข้า
ไปบ้างแล้ว ค่อยดูว่าบิดาผู้นี้จะไร้เทียมทานเพียงใด! ข้าจะอยู่ข้างใน
ภายใน 20-30 วันด้วยลมหายใจเดียว!” ด้านนอกของรูปแบบม่านพลัง
แสงนักสู้ปีศาจยักษ์และอิมป์หลายคนกำลังพูดถึงเรื่องราวของหลินหมิ
งและกรงคิงอย่างมีความสุข และในหลายวันที่ผ่านมาก็เย้ยหยันมนุษย์
ของหอคอยแยกนภาราวกับพวกเขาเป็นตัวไร้ค่า
พวกเขาไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ม่านพลังแสงทำให้ไม่อาจมองเห็น
หรือได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้นภายใน
ตอนนี้ ขณะที่เหล่านักสู้ปีศาจยักษ์และอิมป์ทั้ง 4 คนได้เห็นม่านพลัง
แสงขนาดใหญ่กำลังถูกฉีกขาดออกจากกัน พวกเขาคิดว่ากรงราชันถูก
เปิดออกให้ใช้อีกครั้ง
“ในที่สุดเวลานี้ก็ได้มาถึง! บัดสบ ทำให้พวกเรารอมาซะนาน!”
“โชคร้ายอะไรเช่นนี้ กรงราชันสามารถเข้าไปได้เพียงครั้งเดียวในชีวิต
คนทั่วไปสามารถเข้าไปได้เพียงไม่กี่วันและแม้กระทั่งสัตว์ประหลาดเช่น
เฟิงเฉิน ก็ยังอยู่ได้เพียง 28 วันก่อนที่เขาถูกบังคับให้ออกมา แต่เจ้าโง่
หลินหมิงกลับตกตายทันทีที่เข้าไป ข้าไม่สนใจว่าเขาจะตายหรือไม่ แต่มัน
ก็ล่าช้ามานานมากแล้ว บัดซบ ข้าไม่เคยเห็นใครที่โง่เขลาเช่นนั้นมาก่อน
เลย”
นักสู้อิมป์ผู้หนึ่งชสาปแช่งเสียงดัง
อีกนักสู้นักสู้ยิ้มและหัวเราะ “ฮ่าฮ่า เขาโง่เขลาเช่นนั้นจริงๆ แต่เดี๋ยว
ก่อน อย่างน้อยเขาก็ทำให้เราสนุกมากๆ…”
ขณะที่เขาพูดถึงตรงนี้ คำพูดถัดไปของเขาติดอยู่ในลำคอ
เขารู้สึกด้านชาขณะที่ม่านพลังแสงฉีกออกที่ด้านหน้าของตน
อย่างแรก ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวราวกับเห็นผี
จากนั้น ความประหลาดใจ ความไม่อยากจะเชื่อ ความสับสน ความ
กลัว อารมณ์ความรู้สึกเหล่านี้แสดงออกใบหน้าของเขาอย่างฉับพลัน เขา
จ้องมองอย่างเลือนลอยขณะชายหนุ่มเสื้อคลุมสีฟ้าและผมยาวถึงเอวก้าว
ออกมาจากม่านพลังแสงที่ฉีกขาด เต็มไปด้วยความสงบในแต่ละย่างก้าว
ซากม่านพลังแสที่ถูกทำลายได้ถูกผลักไปข้างๆเขาอย่างง่ายดายราว
กับว่ามันเป็นใยของแมงมุม
สีหน้าของนักสู้นักอิมป์เปลี่ยนไปในทันที!
“หลินหมิง !!”
ทันใดนั้น นักสู้ทั้ง 4 ก็ยืนตะลึง ตัวแข็งราวกับเป็นรูปปั้น!
“นี่… เป็นไปได้อย่างไร!?!?”
เกือบ 4 เดือน และปาเข้าไป 108 วันแล้ว
และหลินหมิง… ยังมีชีวิตอยู่!!!!
สวรรค์! แปดวิบัติจักรพรรดิสงครามยังอยู่ในกรงราชันเป็นเวลา 60
วันเท่านั้นเอง และนั่นเป็นสถิติพันปีที่ไม่ถูกทำลาย! แต่กลับมีผู้สามารถ
อยู่ข้างในได้นานกว่า 100 วันได้อย่างไร!?
ในขณะที่หลินมินเหลือบมองนักสู้ทั้ง 4 เขาก็เอายื่นมือออกมา บนฝ่า
มือของเขา ผนึกดูดกลืนโลหิตร่ายร่ำอย่างเดือดดานในอากาศ!
คลื่นจิตสังหารของเขาทะลักออกไป!
“เจ้า… เจ้าจะทำอะไร!?” นักสู้อิมป์กล่าวออกมาอย่างไม่สบายใจ
อย่ากลัวเลย! นี่คือพื้นที่ห้ามต่อสู้! เขาไม่กล้าที่จะทำอะไรกับเราที่นี่
แน่!” ปีศาจยักษ์ที่ดูเหมือนจะเป็นผู้นำของกลุ่มกล่าวออกมา ตามกฎของ
หอคอยแยกนภา การต่อสู้ถูกห้ามภายในพื้นที่ฝึกฝนพิเศษ หากฝ่าฝืนกฎ
นี้จะนำไปสู่การบังคับให้หน่วยล่าสังหารออกมาจัดการเจ้า!
หลินหมิงไม่กล่าวสิ่งใด ขณะที่เขาเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว เจตจำนง
แห่งนักสู้อาชูร่าก็กระจายออกไป!
เจตจำนงแห่งนักสู้ปีศาจสวรรค์ รูปแบบอาชูร่า มีประสิทธิภาพมาก
ที่สุดในการสร้างแรงกดดันของสนามพลัง
นักสู้ทั้ง 4 คนรู้สึกราวกับว่ามีเทือกเขากดทับลงมายังพวกเขา ปราณ
แท้ทั้งหมดในร่างกายของพวกเขาถูกยับยั้งอย่างฉับพลัน!
“เจ้า… เจ้ากำลังทำอะไร!? ถ้าเจ้าทำอะไรกับพวกเราแล้ว ผู้ปกครอง
ต้องจะลงโทษเจ้าถึงตาย!” คำพูดของนักสู้นักสู้ปีศาจยักษ์นั้นกล้าหาญ แต่
ในหัวใจเขากลับอ่อนปลวกเปืยก
“ผู้ปกครอง?” มุมปากของหลินหมิงโค้งขึ้น ในรอยยิ้มนี้ มีความ
ป่าเถือนและชั่วร้ายบ้างอย่าง
“เจ้า… เจ้ากำลังท้าทายผู้ปกครอง เจ้าจะ… ” นักสู้นักสู้พูดถึงตรงนี้ ก็
ได้มีเสียงในอากาศ แสงโลหิตสาดประกาย ผนึกดูดกลืนโลหิตพุ่งออกมา!
“อักกก!”
เสียงตะโกนของปีศาจยักษ์หยุดลงในลำคอของเขา เขารู้สึกวิงเวียน
และจากนั้นก็เห็นพื้นดินใกล้ขึ้นเรื่อยๆขณะที่มองเห็นร่างกายของตนอยู่
ไกลออกไป ศีรษะของเขาเหมือนลูกยางขณะที่กลิ้งอยู่บนพื้นดิน!