Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 593 รูปแบบแรกของเจตจำนงแห่งนักสู้ปีศาจสวรรค์ – อาชู
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 593 รูปแบบแรกของเจตจำนงแห่งนักสู้ปีศาจสวรรค์ – อาชู
ร่า
ปัง!
หอกแห่งดาวหางม่วงปะทะพื้น หลินหมิงแทบทำได้เพียงใช้หอกพยุง
ตัวเอง ทั่วทั้งร่างของเขามีเสียงดังลั่นรู้สึกราวว่ามันกำลังจะระเบิดออก
เส้นชีพจรของเขาเกือบถึงจุดที่จะระเบิดออก เมื่อสนามพลังปีศาจ
สวรรค์เข้าสู่ร่างกายของเขา แรงกดดันของมันก็มหาศาลอย่างยิ่ง!
โชคดีที่เขาแข็งแกร่งพอ ถ้านักสู้ทั่วไปต้องแบกรับแรงกดดันมหาศาล
อย่างฉับพลัน ร่างกายของพวกเขาจะระเบิดออก!
แต่แล้วอีกนั่นแหละ นักสู้ทั่วไปอาจผ่านกรงทั้ง 13 และมาถึงขั้นนี้ได้
อย่างไร?
เมื่อเจตจำนงแห่งนักสู้ปีศาจสวรรค์จากพื้นที่ทั้งหมดได้เข้าสู่ร่างกาย
หลินหมิงแล้ว ร่างกายของเขาจึงกลายเป็นศูนย์กลางและแผ่รัศมีออกไป!
แรงกดดันในมิติจึงลดลงอย่างรวดเร็ว
“หืม… นี่คือ…” หลินหมิงตรวจร่างกายของเขาและพบว่าปราณแท้
ของเขาขยายตึวขึ้นออกมาเหมือนดั่งน้ำทะเล มันพล้ำลึกมากขึ้นกว่าที่
เคยเป็นมา!
ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา หลินหมิงได้รับแรงกดดันอย่างมากจาก
เจตจำนงแห่งนักสู้ปีศาจสวรรค์ แม้ว่าเขาจะค่อยๆปรับตัวให้เข้ากับมันได้
แต่ก็เป็นความจริงที่ว่า จิตวิญญาณ ปราณแท้และร่างกายแท้ของเขา
ทั้งหมดได้ถูกยับยั้งไว้ เขาต้องทุ่มเทพลังอย่างมากเพื่อต่อต้านแรงกดดันนี้
ในตอนนี้แรงกดดันได้หายไปอย่างฉับพลัน เขารู้สึกว่าร่างกายของ
เขาเต็มไปด้วยพลัง พอร่างกายของเขาเบาเหมือนขนนกและปราณแท้
ของเขามากมายและท่วมท่นอย่างราวกับว่ามันจะทะลักออกมาตัวเขา
“ความแข็งแกร่งของข้าได้ถูกยับยั้งไว้เป็นเวลาหลายวันแล้ว แต่
ตอนนี้มันได้รับอิสระ ข้าจึงตระหนักได้ว่าตนเองเติบโตในระดับที่น่ากลัว
ถึงเพียงนี้แล้ว! ”
หลินหมิงกำหมัดไว้ด้วยความสุข สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดตอนนี้คือ
การหาคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อ และใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมดในการต่อสู้นั้น!
ความรู้สึกนี้วิเศษมาก! แต่… ยังมี… สนามพลังปีศาจสวรรค์!
หลินหมิงรู้สึกว่าสนามพลังปีศาจสวรรค์ได้ฝังตัวเองไว้ในจิตวิญญาณ
ของเขา ถึงแม้ระยะและพลังของสนามพลังนี้จะอ่อนแอกว่าที่เคยอยู่ใน
กรงราชัน แต่รากฐานของมันก็ถูกวางไว้และเมล็ดพันธุ์ของสนามปีศาจ
สวรรค์ได้รับการปลูกฝั่งเช่นกัน ตราบเท่าที่เขาแข็งแกร่งขึ้น สนามพลัง
ปีศาจสวรรค์จะเติบโตไปพร้อมกับเขา
“นี่คือเจตจำนงแห่งนักสู้ปีศาจสวรรค์?” หลินหมิงกล่าวถาม
“นี่เป็นเรูปแบบแรกของเจตจำนงแห่งนักสู้ปีศาจสวรรค์ – อาชูร่า
ตอนนี้มันได้ถูงส่งมอบให้กับเจ้าแล้ว!”
“อาชูร่า?” หลินหมิงชะงัก และสับสน ตามความหมายนี้ เจตจำนง
แห่งนักสู้อาชูร่าเป็นเพียงหนึ่งในหลายรูปแบบเท่านั้น?
“เจตจำนงแห่งนักสู้ของปีศาจสวรรค์ไม่ได้เป็นเพียงหนึ่งเจตจำแห่ง
นักสู้เท่านั้น แต่เป็นการผสมผสานระหว่างเจตจำนงแห่งนักสู้ฃสามอย่าง
ด้วยกัน อย่างได้รับเพียงแค่หนึ่งในเจตจำนงการต่อสู้เหล่านี้มันจะ
แสดงผลออกมาโดยมีข้อจำกัด หากเจ้ามีเจตจำนงแห่งนักสู้ทั้งสามและ
หลอมมันเข้าด้วยกัน เช่นนั้นเจ้าจะสามารถสร้างเจตจำนงแห่งนักสู้ปีศาจ
สวรรค์ขึ้นมาได้ ด้วยเจตจำนงแห่งนักสู้นี้เพียงอย่างเดียว เจ้าจะสามารถ
ฆ่าสิ่งที่เรียกกันว่าผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิในโลกของเจ้าได้ในทันที”
“อะไรกัน!?” หลินหมิงตกตะลึง เพียงแค่ใช้เจตจำนงแห่งนักสู้นี้เพียง
อย่างเดียว เขาจะสามารถฆ่าผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิได้ทันทีเช่นนั้น
หรือ?
ดูจากเสียงนี้ มันเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไรนอกจากการดูถูกผู้ทรงพลัง
ระดับจักรพรรดิของทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์และทวีปนภารินไหล
แท้จริงแล้ว มันยังมีขุมกำลังที่น่าสะพรึงกลัวบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้
หอคอยแยกนภา เพียงแค่กวาดกรงเล็บก็เพียงพอที่จะฆ่า 12 ผู้ทรงพลัง
ระดับจักรพรรดิได้แล้ว นั่นคือคุณสมบัติที่จะมองลงมายังโลกด้วยความดู
ถูกได้!
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงพบว่ามันยากที่จะยอมรับว่ด้วยาการใช้
เจตจำนงแห่งนักสู้เพียงอย่างเดียวก็สามารถฆ่าผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ
ได้
มันแข็งแกร่งเกินไปแล้ว
“ถ้าข้าหลอมรวมสามรูปแบบของเจตจำนงในตอนนี้ ข้าสามารถฆ่าผู้
ทรงพลังระดับจักรพรรดิหรือ?” หลินหมิงคิดว่านี่เป็นเพียงเรื่องเพ้อฝัน ถ้า
เจตจำนงแห่งนักสู้ปีศาจสวรรค์ทรงพลังถึงเพียงนั้นแล้วล่ะก็ มันมิใช่ว่า
เจตจำนงแห่งนักสู้จิตบริสุทธิ์และเจตจำนงแห่งนักสู้วัฏสงสารของเขาก่อน
หน้านี้เป็นเรื่องเรื่องตลกเช่นนั้นหรือ?
“เจ้า… มันเป็นไปไม่ได้ที่เจ้าจะหลอมรวมเจตจำนงแห่งนักสู้ปีศาจ
สวรรค์ได้อย่างสมบูรณ์” เสียงนั้นปฏิเสธหลินหมิงอย่างราบเรียบ “ความ
แข็งแกร่งของเจ้าอย่างห่างไกลอยู่! มิต้องกล่าวถึงการหลอมรวมสาม
เจตจำนงแห่งการต่อสู้ แต่มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เจ้าจะเก็บรวบรวมพวกมัน
ได้ทั้งหมด!”
หลังจากที่หลินหมิงได้ยินเรื่องนี้ เขาก็ช่วยไม่ได้ที่จะกล่าวว่า
“หลังจากที่ผ่านกรงราชัน ข้าก็ได้ครอบรูปแบบแรกของเเจตจำนงแห่งนัก
สู้ปีศาจสวรรค์ – อาชูร่า ถ้าข้าสามารถควบแน่นรอยสักปีศาจสวรรค์ 12
ปีกขึ้นมาได้ ข้าจะได้รับเจตจำนงแห่งนักสู้ปีศาจสวรรค์รูปแบบใดกัน?”
เสียงนั้นกล่าวตอบว่า “ถ้าเจ้าสามารถควบแน่นรอยสักปีศาจปีก
สวรรค์ได้ 12 ปีก เช่นนั้นเจ้าจะสามารถได้รับรูปแบบที่สองของเจตจำนง
แห่งนักสู้ปีศาจสวรรค์ – เทพแห่งความตาย!”
เทพแห่งความตาย?
ขณะที่หลินหมิงได้ยินเช่นนี้ หัวใจของเขาก็กลายเป็นแช่เย็นเฉียบ
การควบแน่นรอยสักปีศาจสวรรค์ 12 ปีกจำเป็นต้องมีการสังหารอย่างไม่
หยุดหย่อน ถึงแม้ว่าจำนวนคนที่เขาต้องการจะฆ่าไม่มาก แต่ไม่มีคน
เหล่านี้เป็นคนธรรมดาสามัญ แต่พวกเขาเป็นรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นที่สุดในยุค
ของพวกเขา!
ในบรรดาคนเหล่านี้ มีบางคนจะสามารถก้าวเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตได้
หากพวกเขาไม่ตกตายไปเสียก่อน บางที พวกเขาอาจมีความหวังที่จะ
กลายเป็นจักรพรรดิไร้เปรียบก็เป็นได้!
อาจกล่าวได้ว่า เพื่อที่จะให้สำเร็จรอยสักปีศาจสวรรค์ 12 ปีก
เส้นทางที่เขาเดินผ่านจะต้องก้าวไปบนซากศพนับร้อยของผู้ที่มีศักยภาพ
ในการก้าวไปสู่ขั้นทำลายชีวิตหรือแม้แต่ระดับจักรพรรดิ!
ปัจจุบัน หมิงหมิงเป็นปีศาจสวรรค์ 6 ปีกชั้นสูงสุด อัจฉริยะคนใดก็
ตามที่ตกตายไปด้วยมือของเขาอาจเป็นผู้นำรุ่นเยาว์รุ่นใหม่ของนิกาย
ระดับ 5 บางแห่ง!
“นอกเหนือจากเจตจำนงแห่งนักสู้ของเทพแห่งความตายแล้ว
เจตจำนงแห่งนักสู้ที่สามคืออะไรหรือ? ข้าจะได้รับมันได้อย่างไร?”
“เจตจำนงแห่งนักสู้ที่สามคือ… จักรพรรดิสูงสุด! ผ่านเส้นทางแห่ง
จักรพรรดิเจ้าสามารถได้รับรูปแบบที่สามของเจตจำนงแห่งนักสู้ปีศาจ
สวรรค์ จากนั้น ไม่ว่าเจ้าจะสามารถหลอมรวมสามเจตจำนงแห่งการต่อสู้
เข้าด้วยกันได้หรือไม่ทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับศักยภาพและโชคของเจ้าเอง!”
“เส้นทางแห่งจักรพรรดิ!”
หลินหมิงสูดลมหายใจเข้าลึก เขาได้ยินมาว่าคนที่สามารถเดินผ่าน
เส้นทางแห่งจักรพรรดิได้แล้ว จะเทียบเท่ากับผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ
ได้
ถ้าผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิผสาน อาชูร่า เทพแห่งความตายและ
จักรพรรดิสูงสุด ทั้งสามรูปแบบของเจตจำนงแห่งนักสู้เป็นหนึ่งแล้ว พวก
เขาก็คงไม่ฆ่าจักรพรรดิจักรพรรดิอื่นๆในระดับเดียวกันเพียงแค่คิดหรอก
หรือ? มันจะง่ายไปหรือไม่?
ในระดับจักรพรรรดิ แม้แต่การต่อสู้ข้ามขั้นฆ่าคนอื่นก็ยังยากอย่างยิ่ง
เลย!
ดูเหมือนว่าเสียงบรรยายนี้ไม่ได้กล่าวเกินจริงเลย แต่เป็นการ
คาดการณ์ที่ถูกต้องที่สุด!
“เจ้าเป็นจิตวิญญาณตำหนักหรือ?”
จู่ๆหลินหมิงถามอย่างฉับพลัน
เมื่อตอนที่เขาเข้าไปในแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ เขาก็ได้พบกับจิต
วิญญาณตำหนักด้วย จิตวิญญาณตำหนักเป็น ‘เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ’ ทุก
สิ่งมีอำนาจทางวิญญาณไม่ว่าจะเป็นภูเขา พืช ผืนดิน แม่น้ำ ลำธาร
จิตวิญญาณตำหนักลึกลับของแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ เป็น ‘จิต
วิญญาณ’ ที่ได้หลับไหลภายในหินผ่านกาลเวลาเนินนาน อายุขัยก็ราวกับ
หิน และสามารถหลับได้เป็นเวลานานอย่างยิ่ง จิตวิญญาณเหล่านี้มักถูก
ใช้เพื่อปกป้องด่านทดสอบและสถานที่อื่นที่ล้ำค่า
เสียงนั้นเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่จะกล่าวว่า “ใช่ข้ามาจากเผ่าจิต
วิญญาณ”
เช่นนั้นมันกฌเป็นความจริง… หลินหมิงงงงวย ถ้าเป็นเช่นนั้น สหาย
ผู้นี้ก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้นับร้อยนับพันๆปีหรือแม้กระทั่งล้านปี
หลินหมิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามคำถามอย่างไม่เป็นทางการว่า “ผู้
อาวุโสจิตวิญญาณตำหนัก ข้าสงสัยว่าท่านจะบอกได้หรือไม่ว่าเกิดอะไร
ขึ้นภายในอเวจีปีศาจอมตะเมื่อหมื่นปีก่อน? ในปัจจุบัน มีสิ่งใดบ้างที่อยู่
ภายในอเวจีปีศาจอมตะ? ผู้ใดเป็นคนสร้างหอคอยแยกนภา พวกเขาสร้าง
ขึ้นได้อย่างไรและเพื่อวัตถุประสงค์อันใด?
“ข้าต้องขออภัย ข้าไม่สามารถบอกเจ้าได้” จิตวิญญาณตำหนักไม่
กล่าวปฏิเสธ
หลินหมิงแอบคิดว่ามันน่าเสียดายยิ่ง แต่ เขาก็คาดหวังว่าจะได้รับ
คำตอบเช่นนี้ อเวจีปีศาจอมตะส่วนใหญ่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความลับ
บางอย่างที่เกี่ยวข้องกับสมัยโบราณ มันเป็นเรื่องหยาบคายที่เขาจะถาม
คำถามดังกล่าว
“ข้าขออภัยอาวุโสที่มีกิริยากล่าวถามอย่างหยาบคาย ใน
ประสบการณ์ครั้งนี้ ข้าอยากจะขอบใจผู้อาวุโสจิตวิญญาณสำหรับการเฝ้า
ดูแลข้า”
“เจ้าไม่จำเป็นต้องขอบใจข้า ข้าแค่ทำในสิ่งที่ข้าต้องทำ ออกจากที่นี่
ไปได้แล้ว ข้าต้องการนอนหลับ” จิตวิญญาณตำหนักกล่าวเช่นนี้ ก่อนที่จะ
หายตัวไป ตอนนี้มีเพียงหลินหมิงที่เหลืออยู่ในพื้นที่ว่างของกรงของราชัน
หลินหมิงหันไปดูประตูแสงเคลื่อนย้าย ไม่ต้องสงสัยเลยว่า มิติ
ปลายทางอีกข้างหนึ่งของประตูนี้ถูกปิดกั้น
“รูปแบบค่ายกลตรึงมิติ?”
มุมปากของหลินหมิงโค้งขึ้นด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย เขาไม่ได้ขอร้องให้
จิตวิญญาณตำหนักช่วยเขาในการทะลวงรูปแบบค่ายกลตรึงมิติออกไป
เพราะเขามั่นใจว่าเขาสามารถทำมันได้ด้วยตัวเอง
ตราบเท่าที่เขามีค่ายกลเคลื่อนย้ายที่นำไปสู่ใจกลางมิติที่ปิดกั้น การ
ทำลายมันย่อมมิใช่เรื่องยากสำหรับเลย!
……………………………
หอคอยแยกนภา ชั้นสามพื้นที่ฝึกฝนพิเศษ –
ในห้องโถงใหญ่ของพื้นที่ฝึกฝนพิเศษ มีค่ายกลใหญ่ถูกวางไว้ รูปแบบ
ค่ายกลนี้ได้ถูกจัดทำขึ้นเมื่อสองวันก่อนและก่อตัวเป็นม่านพลังแสงที่เจิด
จ้า มันสามารถหลบเลี่ยงการตรวจสอบทั้งหมดจากภายนอก ดังนั้นจึง
เป็นไปไม่ได้ใกล้ที่จะหาสิ่งที่อยู่ในนั้น
ทุกๆวันจะมีนักสู้ที่เข้ามาและออกจากพื้นที่ฝึกฝนพิเศษเสมอ พวก
เขามองเห็นม่านพลังแสงแห่งนี้และอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายใน
“ข้าได้ยินมาว่ามีปัญหาเกิดกับกรงราชัน ผู้ปกครองชั้นสูง 12 คนจึง
ขอให้มีคนมาซ่อมแซม เมื่อไม่นานมานี้ข้าได้เห็นอิมป์ชราประหลาดตนนึง
เข้าสู่ม่านพลังแสงและอยู่ที่นั่นเป็นเวลาหลายวัน ข้าคิดว่าอิมป์ชราผู้นั้น
อาจจะเป็นปรมาจารย์รูปแบบค่ายกล”
ด้านนอกของม่านพลังแสง นักสู้ 4 คนได้สนทนากัน ในหมู่พวกเขา
มีนักสู้นักปีศาจยักษ์กล่าวออกมา
“ซ่อมกรงของราชันหรือ? มันจะเป็นไปได้อย่างไร?!” นักสู้นักต่อสู้อีก
คนหนึ่งขดริมฝีปากด้วยความเย้ยหยัน “นี่เป็นโบราณสถานของยุคโบราณ
มิต้องกล่าวถึงซ่อมพวกมัน เป็นไปไม่ได้ที่เราจะทำลายพวกมันด้วยซ้ำได้
คนเช่นเราก็โชคดีพอแล้วที่เราสามารถได้รับโชคและโอกาสจากกรงราชัน
ศึกษามันหรือ? ซ่อมมันหรือ? น่าขันสิ้นดี!”
“แต่ชายชราผู้นั้นแน่นอนว่าเป็นปรมาจารย์รูปแบบค่ายกลไม่ผิดแน่
ไม่ใช่แค่ แต่เขาก็เป็นคนที่มีชื่อเสียง ความสามารถของเขาไม่ใช่น้อยๆเลย
ถ้าเขาไม่ได้อยู่ที่นี่เพื่อซ่อมแซมรูปแบบค่ายกลแล้ว เช่นนั้นเหตุใดเขาต้อง
อยู่รอบๆกรงของราชันนานถึงเพียงนี้? เขากำลังยุ่งอยู่กับสิ่งใดที่นั่น?”
“ผู้ใดจะสนใจที่พวกเขากำลังยุ่งอยู่กัน สิ่งที่ข้าอยากรู้ก็คือ กรงราชัน
จะเปิดขึ้นอีกครั้งเมื่อใด นับตั้งแต่หลินหมิงเข้าไปในกรงของราชัน กรง
ราชันก็ไม่ได้ให้ผู้อื่นเข้าไปอีก มันเกือบจะเป็นเวลา 4 เดือนและหลินหมิ
งคงตกตายไปเป็นเวลานานแล้ว แต่กรงของราชันยังคงใช้ไม่ได้เช่นนี้ มัน
จะปิดอยู่เช่นนี้อีกนานเพียงใดกัน!?”
“ข้าเห็นด้วย แหล่งฝึกฝนระดับสูงของเราล้วนน่าเศร้าใจ และส่วน
ใหญ่ถูกยกให้ปีศาจสวรรค์เจ็ดดาวที่ให้สัตย์สาบานว่าจะจงรักภักดีต่อ
ผู้ปกครอง ตอนนี้อีกที่หนึ่งก็ปิดอยู่เช่นนี้แล้ว นั่นหมายความว่าเรามีแหล่ง
ฝึกฝนน้อยลงไปอีก!”
“ฮ่าฮ่า ข้าคิดว่ามีคนโง่ที่ยังเชื่อว่าหลินหมิงยังมีชีวิตอยู่ หลินหมิงนั้น
หยิ่งยโสเกินไป โง่เขล่ายิ่ง ด้วยการบ่มเพาะและความแข็งแกร่งของเขา
เขาก็มีความสามารถในการเข้าสู่อันดับ 10 อันดับแรกของชั้นสาม แต่
ตอนนี้เขาได้ตกตายไปภายในในกรงราชันไปแล้ว! น่าสงสารยิ่ง ฮ่าฮ่า!”
เนื่องจากเวลาผ่านไปนานเกินไป อย่างช้าๆ นักสู้ชั้นสามรู้สึกเหนื่อย
ที่จะกล่าวถึงหลินหมิงอีก หลังจากผ่านไป 85 วัน คนส่วนใหญ่คิดว่า
หลินหมิงตกตายไปแล้ว แต่ก็ยังคงมีบางคนที่หวังว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่
ส่วนบรรดาผู้ที่คิดว่าหลินหมิงยังไม่ตายไปส่วนใหญ่ล้วนเป็นมนุษย์
และในไม่ช้า… นับก็เป็นเวลา 100 วันแล้ว!
ในเวลานี้ แม้แต่คนที่เชื่อว่าหลินหมิงสามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้ก็ยัง
ต้องหุปปากเอาไว้
ปีศาจยักษ์และอิมป์ล้วนเย้ยหยันเหล่ามนุษย์อย่างสะใจ คำกล่าวที่
น่ารังเกียจทุกประเภทได้ถูกพ่นออกมา ในวันเหล่านั้น ใบหน้าของมนุษย์
เต็มไปด้วยความเศร้าสลด ทุกวันเต็มไปด้วยการถูกกลั่นแกล้ง
มีนักสู้ของมนุษย์จำนวนมากที่กำลังคิดจะออกจาก หอคอยแยกนภา
ตัวอย่างเช่น ม่อกู่ เขาได้เริ่มเก็บข้าวของแล้ว
เนื่องจากชั้นสามของหอคอยแยกนภาเกินขีดจำกัดของศักยภาพส่วน
ใหญ่ของนักสู้มนุษย์ พวกเขาแทบจะไม่หยุดยั้งสภาพที่น่าสังเวชได้เลย ถ้า
พวกเขายังคงอยู่ที่นี่ต่อไป ก็มีโอกาสสูงที่พวกเขาจะตายด้วยเช่นกัน
เมื่อหัวข้อการเย้ยหยันมนุษย์ถูกยกขึ้นมา สี่นักสู้ปีศาจยักษ์และอิมป์
จึงเริ่มหัวเราะ กิจกรรมตลกเช่นนี้เต็มไปด้วยความน่าตื่นเต้นสำหรับพวก
เขา ขณะที่ทั้งสี่คนกำลังสนทนากันอยู่ ม่านพลังแสงที่อยู่เบื้องหลังพวก
เขาก็ได้สั่นไหวในช่วงเวลาสั้น ๆ
“หืม?” เกิดสิ่งอะไรขึ้น?” นักสู้ปีศาจยักษ์หันไปมองที่ม่านพลังแสง
ม่านพลังแสงสั่นสะเทือนเป็นครั้งคราว และมันสั่นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆราวกับ
ว่ามีบางสิ่งกำลังเกิดขึ้น
“หรือ… ชกรงของราชันในที่สุดก็จะเปิดออกอีกครั้งแล้ว?”
อิมป์กล่าวออกมา หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความสุข