Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 598 ประลอง 3 ครั้งซ้อน
“เหยียนชือ, โหมวเฮอ, ไคเหยียง!”
ขณะที่ทั้งสามคนนี้ปรากฏตัว นักสู้ทั้งหมดก็ตกตะลึงอย่างมาก ทั้ง
สามเป็นปีศาจสวรรค์เจ็ดดาวที่มาพร้อมกัน!
เมื่อเทียบกับหลินหมิง ออร่าของทั้งสามก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเลย
ขณะที่ของทั้งสามซ้อนทับกันและกัน มันก็กระทั่งบดบังออร่าของหลินห
มิง!
“ท่านผู้ปกครอง!”
เหยียนชือโค้งคำนับเล็กน้อย ไม่ว่าจะด้วยเรื่องของสัญญาวิญญาณ
หรือทรัพยากร เหยียนชือก็ยังความภาคภูมิใจและให้ความเคารพต่อ
ผู้ปกครองชั้นสูงทั้ง 12
ผู้ปกครองเฮยอ้านพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ เขามีความสุขใน
ขณะที่เขาสังเกตเห็นว่าความแข็งแกร่งของเหยียนชือ โหมวเฮอและไคเห
ยียง เพิ่มขึ้นอย่างมาก โชคดีที่เขาปล่อยให้ทั้งสามคนเข้าสู่เส้นทางแห่ง
จักรพรรดิไม่กี่เดือนก่อน ตอนนี้เขามีทหารค่อยช่วยในขณะที่เขาต้องการ
มากที่สุด
“ดี เจ้าไม่ผิดหวังข้า” ผู้ปกครองเฮยอ้าน ค่อยๆกล่าวขณะที่เขาหัน
กลับไปมองหลินหมิง “หลินหมิง ข้าจำได้ว่าเจ้าอยู่ในกรงราชันเป็นเวลา
108 วัน บวกบางวันก่อนหน้านี้ เจ้าน่าจะติดค้างประลอง 2–3 ครั้งซ้อน
ใช่หรือไม่?”
เมื่อหลินหมิงได้ยินเฮยอ้านกล่าว มุมปากของเขาจึงโค้งขึ้น “เจ้ากำลัง
พยายามจะพูดอะไร?”
“เจ้าสงสัยข้า ดูหมิ่นข้าและกล่าวหาข้าอย่างผิดๆ ถ้าข้าฆ่าเจ้าตอนนี้
คนอื่นๆย่อมจะกระจายข่าวลือเกี่ยวกับการกระทำของข้าว่าไม่มีความ
ยุติธรรม! ในเมื่อเป็นกรณีเช่นนี้ ข้าจะให้โอกาสสำหรับเจ้า เจ้าเพิ่งออกมา
จากกรงราชัน เช่นนั้นพลังของเจ้าก็น่าจะเพิ่มขึ้นแล้ว ตอนนี้เจ้าจึงควรจะ
ใช่หนี้การประลองที่เจ้าติดค้างไว้ทั้งหมด!”
ขณะที่ผู้ปกครองเฮยอ้านกล่าว เหล่านักสู้ต่างเริ่มเข้าใจบางอย่าง สิ่ง
ที่ผู้ปกครองเฮยอ้านพยายามจะทำคือ ให้หลินหมิงเข้าสู่เวทีและต่อสู้กับ
ปีศาจสวรรค์เจ็ดดาว!
ไม่เพียงแค่นั้น แต่ตามกฎของหอคอยแยกนภา หากมีการต่อสู้ที่ค้าง
ชำระเพราะพวกเขาอยู่ในระหว่างการฝึกฝนแล้ว พวกเขาก็จะต้องต่อสู้ใน
การประลองที่ต่อเนื่อง! จะไม่มีเวลาพักผ่อนเลย!
เมื่อหลินหมิงได้ต่อสู้อย่างต่อเนื่องกับเยียนฮูและหมิงซุน มันก็เป็น
สถานการณ์ที่คล้ายกัน หลินหมิงได้ฆ่าเยียนฮูด้วยพลังที่เหนือกว่าอย่าง
มากล้น ทำให้หมิงซุนยอมยกธงขาวจึงไม่ได้เกิดการประลองรอบที่สอง
อย่างแท้จริง
แต่ในเวลานี้มันแตกต่างกัน ในครั้งนี้เขาจะต้องเผชิญหน้ากับปีศาจ
สวรรค์เจ็ดดาว! ผู้ใดบ้างจะกล้าต่อสู้กับพวกเขาอย่างต่อเนื่อง!?!?
“เวลา? ฝ่ายตรงข้าม?”
หลินหมิงกล่าวออกมาอย่างใจเย็นโดยไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่
น้อย
ผู้ปกครองเฮยอ้านรู้สึกประหลาดใจครู่หนึ่ง เจ้าเด็กนี้มั่นใจตนเอง
มากเกินไป!
แม้เผชิญกับการต่อสู้อย่างต่อเนื่องกับปีศาจสวรรค์เจ็ดดาว เขาก็ยัง
ไม่สนใจเลยและแม้แต่ปล่อยให้ผู้ปกครองเฮยอ้านจัดการประลองให้เขา
อีกต่างหาก ความมั่นใจของเขามีมากถึงระดับใดกัน?!
นักสู้โดยรอบตกตะลึงอย่างลับๆ ขณะที่พวกเขามองไปยังหลินหมิง
นี่ไม่ใช่การแสร้งโอ้อวดอย่างแน่นอน!
ผู้ปกครองเฮยอ้านกล่าวออกมาอย่างเย็นชาว่า “ในเมื่อเจ้ากล้าหาญ
อย่างมากแล้ว เช่นนั้นข้าจะไม่ทำให้เจ้าผิดหวัง 10 วันนับจากนี้ที่สังเวียน
เจ้าจะได้ต่อสู้เหยียนชือ โหมวเฮอและไคเหยียง!”
ประลอง 3 ครั้งซ้อนเลยเช่นนั้นหรือ?
นักสู้ทั้งหมดต่างกลายเป็นสับสน พวกเขารู้ว่าผู้ปกครองเฮยอ้านอ
ยากให้หลินหมิงตาย แต่ไม่คิดว่าเขาจะให้ประลอง 3 ครั้งซ้อนเช่นนี้ แต่
โชคดีที่หลินหมิงค้างการต่อสู้เพียง 2 ครั้ง ครั้งที่สามลคงต้องรอสักพัก
พวกเขาหันไปหาหลินหมิงเพื่อดูว่าเขาจะปฏิเสธหรือไม่
หลินหมิงยิ้มจางๆ “ประลอง 3 ครั้งซ้อนหรือ? ย่อมได้!”
หลินหมิงได้ตอบตกลงอย่างง่ายดาย
ในการต่อสู้ต่อเนื่องกับปีศาจสวรรค์เจ็ดดาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเห
ยียนชือและโหมวเฮอที่ได้รับการจัดให้อยู่ใน 3 อันดับแรกของชั้นสาม นี่
เป็นการตัดสินใจที่บ้าบิ่น! บ้าบิ่นอย่างแท้จริง!
“หลินหมิงประมาทเกินไป เป็นความจริงที่เขาแข็งแกร่ง แต่อ้างอิง
จากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เหยียนชือ โหมวเฮอและไคเหยียงได้เข้าสู่
เส้นทางแห่งจักรพรรดิทั้งหมดโดยได้รับผลประโยชน์อย่างมากภายในไม่กี่
เดือนที่ผ่านมา สิ่งที่พวกเขาได้รับในนั้นก็คงจะมีไม่ด้อยไปกว่าสิ่งที่หลินห
มิงได้รับในกรงราชัน! และที่ยิ่งแย่ก็คือถ้าหลินหมิงต่อสู้กับเพียงแค่ไคเหยี
ยงข้าก็ยังคงกลัวว่าเขาจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย และตอนนี้เขา
กลับต้องการที่จะสู้กับทั้ง 3 คนอย่างต่อเนื่อง!”
“แน่นอน อาจเป็นเพราะหลินหมิงไม่เข้าใจว่าทั้งสามคนนี้ได้
แข็งแกร่งขึ้นแค่ไหนแล้ว การรีบตกลงเช่นนี้ เป็นการใจร้อนเกินไป”
การต่อสู้อย่างต่อเนื่องขึ้นอยู่กับปราณแท้และความแข็งแกร่งทาง
กายภาพของนักสู้ แต่จะต้องชนะให้ได้จึงจะได้รับประโยชน์อย่างมหาศาล
มิเช่นนั้น หากการต่อสู้เหล่านี้จะลากยาวไป จะยิ่งทำให้จิตวิญญาณและ
จิตใจของพวกเขาอ่อนล้าลง และทำให้การใช้ปราณแท้ถุูกผลาญไปเร็วขึ้น
ในที่สุดพวกเขาก็จะพ่ายแพ้
แม้แต่เฟิงเฉินก็ยังไม่กล้าที่จะทำเช่นนี้ มีบางคนกระทั่งสงสัยว่า
หลังจากเหยียนชือเข้าสู่เส้นทางแห่งจักรพรรดิแล้ว ความแข็งแกร่งของ
เขาก็อาจจะไม่ได้ด้อยไปกว่าเฟิงเฉินเลย!
“ฮ่าฮ่า เจ้าเด็กนี่โง่เขลาอย่างยิ่ง!” เหยียนชือเค้นเสียงเย็นชา
“ฮึ! ถ้าเจ้าอยากตายข้า เช่นนั้นข้าก็จะสงเคราะห์! โหมวเฮอกล่าว
ด้วยจิตสังหารอันเยือกเย็น เขาจะปล่อยให้ปีศาจสวรรค์เจ็ดดาวเช่นพวก
เขาโดนมนุษย์ดูถูกได้อย่างไร? คิดจริงหรือว่าตัวคนเดียวจะสามารถต่อสู้
กับทั้ง 3 คนได้!
“ฮ่าๆ ให้น้องชายผู้นี้ประลองครั้งแรกเอง มิเช่นนั้น ข้าเกรงว่าหาก
เขาสู่กลับพวกพี่ชายเลย เขาจะไม่มีโอกาสได้ทำอะไรเลย มันจะน่าสงสาร
เกินไป” ไคเหยียงกล่าวและยิ้มอย่างชั่วร้าย ความแข็งแกร่งของเขาเติบโต
ขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากการที่ได้เข้าไปในเส้นทางแห่งจักรพรรดิ และใน
ที่สุดเขาก็ได้ดูดซับกระดูกเทพปีศาจด้วย ความแข็งแกร่งของเขาจึง
เพิ่มขึ้นกว่าเดิมมาก แน่นอนว่าเขาไม่อยากพลาดโอกาสที่จะแสดง
แข็งแกร่งที่เพิ่งได้รับมาแน่
วิธีเดียวที่ผู้ปกครองให้ความสำคัญกับเขามากขึ้นคือการประลองครั้ง
นี้
ไม่เพียงแต่เขาต้องการที่จะชนะ เขายังต้องการชื่อเสียงอันรุ่งโรจน์
อีกด้วย!
ในตอนนี้ แม้แต่คนโง่ก็ยังเห็นได้ว่าผู้ปกครองเฮยอ้านต้องการให้
หลินหมิงตาย
บางที ถ้าหนึ่งในพวกเขาฆ่าหลินหมิงได้ พวกเขาก็จะอาจจะได้รับ
กระดูกเทพปีศาจเป็นรางวัล!
“ดี! ไคเหยียง เจ้าจะได้ประลองครั้งแรก แล้วโหมวเฮอจะได้ประลอง
ที่สอง” ผู้ปกครองเฮยอ้านกล่าวว่า ผู้ที่อ่อนแอที่สุดและผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด
คือวิธีจัดทีมที่ดีที่สุด
“ฮ่าฮ่า บางทีโหมวเฮออาจจะไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย” ไคเหยียงยิ้ม
อย่างมีเล่ห์นัย
ไคเหยียงรู้สึกมั่นใจอย่างมากในตนเอง
ริมฝีปากของหลินหมิงโค้งขึ้น การได้ประลอง 3 ครั้งซ้อนนั้น เขายัง
รู้สึกไม่ใส่ใจมากนัก มันเป็นความจริงที่เขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับพลังของ
เหยียนชือ โหมวเฮอและไคเหยียง แต่สิ่งที่เขารู้ก็คือ เขามั่นใจว่าเขา
สามารถเอาชนะได้
หลังจากเปิดประตูแห่งการรักษาได้แล้ว ความสามารถในการฟื้นฟู
ของหลินหมิงก็มาถึงระดับที่น่าสะพรึงกลัว การต่อสู้ 3 ครั้งซ้อนหรือ? เขา
ไม่สนใจจะเข้ามาทั้ง 3 คนในคราวเดียวด้วยซ้ำ!
“ไปกันเถอะ”
เฮยอ้านหันหน้าและจากไป กลุ่มผู้คุ้มกันของเขาเองก็กลับไปเช่นกัน
ในขณะที่ไคเหยียงกำลังจะจากไ ปเขากล่าวกับหลินหมิงว่าด้วย
กระแสเสียงปราณแท้ “เจ้าหนูล้างคอและรอความตายได้เลย เมื่อข้าฆ่า
เจ้า ข้าอาจจะได้รับกระดูกเทพปีศาจ! สำหรับข้า เจ้าไม่มีอะไรนอกจาก
กระดูกเทพปีศาจดีๆนี่เอง!”
หลินหมิงไม่สนใจที่จะต่อแยด้วย เขานั่งลงที่โต๊ะ และจับตะเกียบ
และเริ่มคีบเนื้อสัตว์ขึ้นมากินต่อ
กินเนื้อสัตว์ ดื่มไวน์ ทั้งหมดนี้เขาทำอย่างใจเย็น!
ราวกับไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้นเมื่อครู่เลย!
เมื่อเห็นหลินหมิงกินอาหารอย่างไม่ใส่ใจ เหล่านักสู้จึงได้เริ่มแยกย้าย
กันกลับไป เขาต้องต่อสู้เหยียนชือ โหมวเฮอและไคเหยียงอย่างต่อเนื่อง
ในอีก 10 วัน
เขายังสงบอยู่ได้อย่างไร?
ความสงบเช่นนี้ไม่ใช่การแสร้งทำอย่างแน่นอน นี่เป็นการต่อสู้แห่ง
ความเป็นและความตาย ผู้ใดจะรู้สึกสงบได้เมื่อต้องเจอกับการประลองชี้
เป็นตาย? ถ้าเขาไม่ห่วงชีวิต เหตุใดจึงต้องทำให้ต้นเองต้องตกตายไป
อย่างน่าสังเวชไปอีกด้วยเล่า?
อาจกล่าวได้ว่าหลินหมิงมีความสงบอย่างแท้จริง ในสถานการณ์ที่
เขาไม่แม้แต่จะเข้าใจความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้ เหยียนชือ โหมวเฮอหรือ
ไคเหยียง เขายังรู้สึกสงบอยู่ได้อย่างไร?
หลินหมิงนั้นมีความมั่นใจในแข็งแกร่งของตนเองเพียงใดกัน?!?
……………………………
ข่าวของหลินหมิงที่จะได้ต่อสู้ 3 ครั้งต่อเนื่องกับ เหยียนชือ โหมวเฮอ
และไคเหยียงในเร็วๆนี้ได้แพร่กระจายออกไปเหมือนคลื่นกระทบฝั่ง มัน
ไม่ได้มีเพียงแค่ชั้นที่สามเท่านั้น นักสู้ทั้งหมดบนชั้นสองเองต่างก็ได้รับข่าว
อย่างรวดเร็วเช่นกัน!
นี่เป็นข่าวที่น่าตื่นเต้นจริงๆ!
นี่เป็นสงครามครั้งแรกของหลินหมิงนับตั้งแต่กลับออกมาจากกรง
ราชัน! ด้วยชื่อเสียงของผู้มีพรสวรรค์อันดับหนึ่งนับตั้งแต่สมัยโบราณ การ
ต่อสู้นี้จะต้องยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน!
ต่อให้หลินหมิงต่อสู้กับผู้ท้าชิง 10 อันดับแรกบนชั้นสาม มันก็ยังคง
สร้างความสนใจเป็นอย่างมากอยู่ดี
แต่ในตอนนี้ หลินหมิงจะได้ประลองกับปีศาจสวรรค์เจ็ดดาว ไม่เพียง
แค่นั้น แต่… มันเป็นการต่อสู้ 3 ครั้งต่อเนื่อง!
เหยียนชือ โหมวเฮอ ไคเหยียง! โดยเฉพาะสองคนแรก ชื่อเสียงของ
พวกเขาโดงดังราวกับฟ้าผ่าในหูของทุกคน!
เมื่อหลินหมิงมาถึงเมืองสุริยันคลั่ง เขาเองก็เคยได้ยินชื่อเสียงของเห
ยียนชือและโหมวเฮอ ในหอคอยแยกนภา แม้แต่ปุถุชนก็ยังรู้เรื่องเหล่านี้
จากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ พวกเขาได้เข้าไปในเส้นทางแห่ง
จักรพรรดิเมื่อหลายเดือนก่อน ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของพวกเขาไม่
อาจเปรียบกับอดีตได้อีกแล้ว
มีข่าวลือว่าเหยียนชือในตอนนี้ไม่ได้มีความแข็งแกร่งด้อยกว่าเฟิงเฉิน
เลย แม้โหมวเฮอก็มีคุณสมบัติที่จะต่อสู้เฟิงเฉินได้เช่นกันในตอนนี้
ในขณะเดียวกัน หลินหมิงจะต้องต่อสู้กับทั้ง 3 คน มันจึงเป็นอะไรที่
บ้าบอสิ้นดี!
แม้ว่าหมินหมิงจะไม่ได้บ้า แต่สู้คนอื่นๆบนชั้นสามจะบ้าตายแทนเขา
นักสู้ทุกคนที่ปิดด่านฝึกฝนได้ออกจากพื้นที่ฝึกฝนของตน และนักสู้ที่
ได้ไปออกผจญภัยก็รีบกลับมาโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อจะดูการ
ประลองอันน่าตื่นตาที่จะเกิดขึ้น!
ราคาบัตรเข้าชมได้เพิ่มขึ้นแล้วในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนใน
ประวัติศาสตร์
……………………………
หอคอยแยกนภา ณ สถานบริการนักสู้
หญิงสาวสวมเสื้อผ้าสีฟ้าและงดงามกำลังจ้องมองอย่างว่างเปล่าไป
นอกหน้าต่าง จมอยู่กับความคิดบางอย่างของนาง
หญิงสาวผู้นี้มีอายุเพียง 15 หรือ 16 ปีเท่านั้น ใบหน้าของนางมี
ความเยาว์วัยที่กำลังเบ่งบาน ถึงแม้ว่าผมและใบหน้าของนางจะถูกทำ
ความสะอาดอย่างเรียบร้อย แต่ก็ไม่สามารถปกปิดความเหนื่อยล้าและผิว
ที่ซีดอยู่ตลอดเวลาของนางได้ ทำให้เกิดความสงสารต่อผู้ที่พบเห็น
นางคือเป็นสาวใช้ที่ได้ช่วยหลินหมิงในระหว่างที่เขาอยู่ที่สถาน
บริการนักสู้ – หว่านเอ่อร์
เดิมทีเจ้าของสถานบริการนักสู้ได้รับอนุญาตให้นางเป็นนางสนมของ
หลินหมิง แต่ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา หลินหมิงไม่เคยแม้แต่จะสัมผัส
หว่านเอ่อร์เลยสักครั้ง ก่อนหน้านี้ เมื่อหลินหมิงไปยังชั้นสองอิมป์ชุดดำได้
ใช้ชีวิตของนางเป็นภัยคุกคามเพื่อบังคับให้หลินหมิงประลองกับเขา
ในเวลานั้น หว่านเอ่อร์ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลังจากที่หลินหมิง
ได้เอาชนะนักสู้อิมป์ชุดดำได้ สวี่เหยียนจึงแจ้งเรื่องนี้แก่นาง ความรู้สึก
ของนางกลายเป็นซับซ้อนหลังจากได้รู้เรื่องนี้
นางไม่เคยคิดเลยว่าจะมีผู้ท้าชิงคนใดของหอคอยแยกนภาจะเสี่ยง
อันตรายเช่นนี้เพื่อปุถุชน
และเมื่อนางได้ข่าวว่าหลินหมิงเสียชีวิตในกรงราชัน ถ้าจะมีคนที่รู้สึก
เศร้าใจต่อหลินหมิงที่สุดแล้ว
คนผู้นั้นก็คงต้องเป็นหว่านเอ่อร์
หว่านเอ่อร์รู้ถึงขีดจำกัดของนาง นางรู้ดีว่าเส้นทางของนางและ
หลินหมิงจะไม่มีวันบรรจบกัน นางรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยที่แม้แต่จะได้
ให้บริการกับเขาอีกครั้ง และนางยังไม่มีคุณสมบัติที่จะยืนเคียงข้างเขาได้
แค่การได้เห็นเขาอีกครั้งหนึ่ง มันก็เป็นดั่งความฝันของนางได้บรรลุแล้ว
สิ่งที่นางทำได้คือกังวลเกี่ยวกับเขาจากก้นบึ้งของหัวใจและอธิษฐาน
เผื่อเขา
หลังจากที่มีคนบอกว่าหลินหมิงเสียชีวิตไปแล้ว หว่านเอ่อร์ก็พบว่า
มันยากที่จะกินหรือดื่ม ร่างกายของเริ่มซูบผอมและอ่อนแอลง
อย่างไรก็ตาม นางยังคงเชื่อว่าเขาจะออกมา
ในตอนนี้ หลินหมิงได้กลับออกมาจากกรงราชัน และภายในวันเดียว
ข่าวก็แพร่กระจายไปว่าเขาจะต่อสู้กับเหยียนชือ โหมวเฮอและไคเหยียง
ในการต่อสู้เป็นตายอย่างต่อเนื่อง
หว่านเอ่อร์ไม่เข้าใจอะไรเกี่ยวกับนักสู้หรืออะไรเกี่ยวกับระดับความ
แข็งแกร่งของพวกเขาเลย เพราะนางเป็นห่วง จึงได้ถามสวี่เหยียน
แม้ว่าสวี่เหยียนจะบอกนางว่าหลินหมิงสามารถเอาชนะได้ แต่
คำตอบของเขาก็ดูไม่มั่นใจนัก บางครั้ง เขาก็ถอนหายใจและส่ายศีรษะ นี่
พิสูจน์ได้ว่า… ในความเป็นจริงเขาไม่คิดว่าโอกาสของหลินหมิงจะดีเช่นที่
หวัง
“หว่านเอ่อร์” จู่ๆก็มีเสียงเรียกออกมา
หว่านเอ่อร์มองไปรอบๆและเห็นว่าคนที่กล่าวออกมาคือสวี่เหยียน ปี
นี้ สวี่เหยียนได้ไปยังชั้นสองแล้ว แต่เขาก็มักจะกลับมาเยี่ยมบ่อยๆ
“พี่ชายสวี่เหยียนมีข่าวเกี่ยวกับของพี่ชายหลินหมิงหรือไม่?” ใบหน้า
ของหว่านเอ่อร์เต็มไปด้วยความหวังขณะที่กล่าวถามออกไป
“อืม… การประลองจะเป็นวันพรุ่งนี้ แม้ว่าข้าจะขายทุกสิ่งทุกอย่างที่
ข้ามี แต่ก็ยังไม่สามารถซื้อตั๋วได้ อีกอย่าง… ข้าไม่มีสิทธิพอที่จะเข้าสู่ชั้น
สามได้เช่นกัน” สวี่เหยียนส่ายหัว มันไม่มีอะไรที่เขาทำได้นอกเหนือจาก
การรอคอยผลลัพธ์
“อืม… ” หว่านเอ่อร์ตอบเบาๆ
สวี่เหยียนถอนหายใจ เขาต้องการจะพูดปลอบโยน แต่ในที่สุดเขาก็
ไม่ได้พูดอะไร
ต้องต่อสู้กับเหยียนชือ โหมวเฮอและไคเหยียงอย่างต่อเนื่อง…
หลินหมิงจะมีหวังที่จะชนะได้อย่างไร?