Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 599 ปะทะไคเหยียง
ในวันประลอง ในภัตตาคารที่ใกล้กับสังเวียน
ในเวลานี้ เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่นาทีก่อนการต่อสู้จะเริ่มขึ้น
“หลินหมิงผู้ปกครองเฮยอ้านนั้นเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาต้องการให้
เจ้าตาย เหตุใดเจ้าถึงยังยอมรับการประลอง 3 ครั้งต่อเนื่องเช่นนี้? การ
ต่อสู้แบบนี้ไม่ใช่เรื่องยุติธรรม แม้กระทั่งเฟิงเฉินก็ยังกล้าที่จะทำเช่นนั้น!”
ตรงข้ามหลินหมิงม่อกู่ได้นั่งอยู่ เขากำลังมองดูนาฬิกาทรายขนาด
ใหญ่ที่ด้านข้างของห้องขณะที่ส่ายหัว
นาฬิกาทรายนี้มีมาตรวัดขนาด 100 ทุกขีดเป็นเวลา 15 นาที วัน
หนึ่งประมาณ 100 ขีดมาตรวัดเหล่านี้ เมื่อทรายไหลลงนาฬิกาทราย ก็
ใกล้เครื่องหมายกึ่งกลาง นี่ก็จะเป็นตอนที่การประลองเริ่มขึ้น
หลินหมิงกำลังดื่มไวน์องุ่นอย่างช้าๆในขณะที่เขากล่าวว่า “เหตุผลที่
ข้าเห็นด้วยกับการต่อสู้ครั้งนี้ก็เพราะข้าต้องการที่จะควบแน่นรอยสัก
ปีศาจแห่งสวรรค์ขึ้นไปอีก”
หลินหมิงในตอนนี้เป็นปีศาจปีกสวรรค์ 8 ปีกช่วงต้น ถ้าเขาอยากจะ
สร้างปีกที่ 10 เช่นนั้นเขาก็ต้องสู้กับปีศาจสวรรค์เจ็ดดาว ข้อเสนอของ
ผู้ปกครองเฮยอ้านนั้นคือสิ่งที่เขาปรารถนาอย่างยิ่ง
“เจ้ายังคิดที่จะสร้างรอยสักปีศาจสวรรค์ตอนนี้อีกเช่นนั้นหรือ?” ม่อกู่
ถึงกับไม่พูดอะไรไม่ออก หลินหมิงดูเหมือนจะไม่ค่อยกังวลเรื่องการ
ประลองนี้เลย แต่กลับคิดถึงการสร้างรอยสักปีศาจสวรรค์เสียมากกว่า
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาสามารถพูดได้เพียง…
“ถึงเวลาแล้ว”
หลินหมิงดื่มไวน์อึกสุดท้ายแล้วลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว และจากนั้นก็
ก้าวเดินออกไป
ม่อกู่ส่ายหัวและเดินตามไป
……………………………
ในเวลานี้ ด้านนอกของเวทีการต่อสู้ไเต็มไปด้วยเสียงรบกวนและ
ผู้คนจำนวนมาก สังเวียนของชั้นที่สามเป็นที่ราบสูงและเป็นที่รกร้าง แต่
ตอนนี้ เต็มไปด้วยแถวของผู้คนที่ยาวเหยียด มีทั้งนักสู้จากชั้นสองที่เข้ามา
ด้วย แต่แน่นอน คนเหล่านี้มีความสัมพันธ์และสิทธิเป็นพิเศษทำให้พวก
เขาสามารถเข้าสู่ชั้นที่สามได้ชั่วคราว
แน่นอนว่าพวกเขายังต้องจ่ายเป็นจำนวนไม่น้อยเป็นค่าผ่านทางด้วย
เวทีบนชั้นสามไม่ใหญ่มากนัก และวันนี้เวทีทั้งหมดก็เต็มไปด้วยผู้คน
ที่มากล้น มันไม่ได้เป็นการพูดเกินจริงที่จะกล่าวว่าการต่อสู้ในวันนี้คือ
ความยิ่งใหญ่และน่าตื่นเต้นที่สุดที่ได้จัดขึ้นที่ชั้นสามในรอบ 100 ปี!
“มองไปทางนั่น! เฟิงเฉิน! แม้กระทั่งเฟิงเฉินก็มา!”
นักสู้บางคนมองเห็น พวกเขาเห็นชายหนุ่มเฟย์ที่สวมชุดขาวสพาย
กระบี่เดินเข้ามาอย่างสง่างาม เขาเหลือบไปยังไคเหยียงแล้วเดินไปยัง
พื้นที่ของแขกพิเศษ รุ่นเยาว์ที่สวมชุดขาวนี้เป็นคนที่มีชื่อเสียงนามว่าเฟิง
เฉินจากชั้นสาม
เมื่อหลินหมิงได้ต่อสู้กับเยียนฮูปละหมิงซุน เฟิงเฉินไม่ได้ปรากฏตัว
เป็นเพราะระดับของหลินหมิงห่างไกลจากเขามากในเวลานั้น
เขาไม่คิดว่าในเวลาเพียงไม่กี่เดือน หลินหมิงก็จะเติบโตไปอีกระดับ
หนึ่งเช่นนี้แล้ว!
อัตราการพัฒนาเช่นนี้น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง!
“ผู้ปกครอง! ผู้ปกครองเฮยอ้าน!”
“สวรรค์! แม้แต่ผู้ปกครองก็มาชม”
หลังจากที่เฟิงเฉิน อีกคนที่มาก็คือก็คือ… ผู้ปกครองเฮยอ้าน
ผู้ปกครองนั้นไม่ค่อยได้ปรากฏตัว ในการมายังเวทีต่อสู้เป็นการ
ส่วนตัวเพื่อดูการประลองของนักสู้นั้น… เรื่องเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาหลายปี
แล้ว
ดังนั้น จากจุดนี้เพียงอย่างเดียว มันก็จะเห็นได้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้
ยิ่งใหญ่แค่ไหน!
ด้านหนึ่ง เป็นผู้มีพรสวรรค์อันดับหนึ่งของที่ราบโลหิตสังหารในรอบ
10,000 ปี ผู้ซึ่งได้ฝึกฝนอยู่ภายในกรงราชันนานถึง 108 วัน
ในอีกด้านหนึ่ง ก็มีผู้เชี่ยวชาญทั้งสามที่โดดเด่นในบรรดาปีศาจ
สวรรค์เจ็ดดาว พวกเขาได้รับการฝึกฝนในเส้นทางแห่งจักรพรรดิเป็นเวลา
หลายเดือนและความแข็งแกร่งของพวกเขาก็เพิ่มสูงขึ้นจนไม่สามารถ
จินตนาการได้แล้ว เหยียนชือและโหมวเฮอ ทั้งสองมีคุณสมบัติที่จะต่อสู้
เพื่อเป็นอันดับหนึ่งของชั้นที่สาม!
ช่างเป็นผู้ท้าชิงที่ทรงพลัง!
3 ต่อ 1!
ไม่ว่าจะทองอย่างไร ปีศาจสวรรค์เจ็ดดาวก็น่าจะทรงพลังมากกว่า
เป็นความจริงที่ว่าหลินหมิงต้องมีความก้าวหน้าที่ยอดเยี่ยมในกรงราชัน
แต่ไม่ว่าจะความก้าวหน้าที่ยอดเยี่ยมเพียงไร เขาจะมาเทียบได้กับปีศาจ
สวรรค์เจ็ดดาวได้หรือ?
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากพวกเขาได้เข้าสู่เส้นทางแห่งจักรพรรดิ
แล้ว
“ข้าคิดว่าหลินหมิงสามารถเอาชนะไคเหยียงได้ แต่เมื่อเจอกับโหมว
เฮอมันก็ยากเกินไป เขาอาจจะพ่ายแพ้ในทันที!”
“มันไม่น่าจะพ่ายแพ้ธรรมดา แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะชนะมากกว่า ไคเห
ยียงไม่อ่อนแอเช่นเดิมอีกต่อไปแล้ว หลังจากเข้าสู่เส้นทางแห่งจักรพรรดิ
ไม่ว่าหลินหมิงจะมีพรสวรรค์ท้าทายสวรรค์เพียงใด การจะเอาชนะไคเหยี
ยงก็อาจทำให้หมดแรงได้ แล้วหลังจากนั้น เขาจะต่อสู้โหมวเฮอได้อย่างไร
โหมวเฮออาจจะไม่ได้ด้อยไปกว่าเฟิงเฉินเลย!”
ผู้ชมคุยกันถึงเรื่องนี้อย่างออกรส
ไคเหยียงกำลังยืนอยู่ด้านหนึ่งของสังเวียน ในขณะนักสู้อิมป์ พลังจิต
วิญญาณของเขาลึกล้ำน่ากลัวและการรับรู้ของเขาก็ดีเป็นอย่างยิ่งมาก
เขาได้ยินเสียงการพูดคุยทั้งหมดของคนเหล่านี้
“ฮึ พวกเขาคิดว่าหลินหมิงจะเอาชนะข้าแต่พ่ายแพ้ให้กับโหมวเฮอ
เช่นนั้นหรือ? พวกเขาคิดว่าข้าเป็นหินรองเท้าหรืออะไรเช่นนั้น?” ไคเหยี
ยงเค้นเสียงเย็นชา คนเหล่านี้ต่างโง่งมทั้งหมด พวกเขาพูดคุยเกี่ยวกับ
ผู้เชี่ยวชาญของชั้นที่สามราวกับว่าเข้าใจทุกอย่าง มิใช่ว่าพวกเขาต่างเป็น
พวกขี้แพ้หรอกหรือ!
‘บิดาผู้นี้อยู่ภายในเส้นทางแห่งจักรพรรดิตลอดทั้งเดือน ความ
ลำบากที่ข้าได้ทนอยู่ในนั้นไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนสามารถจินตนาการได้! คิดว่า
ข้าจะพ่ายแพ้หลินหมิง? ฮ่าฮ่า รอดูก็แล้วกัน!’
เมื่อไคเหยียงระลึกถึงประสบการณ์ของเขาภายในเส้นทางแห่ง
จักรพรรดิ เขารู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาในหัวใจทันที แต่ประสบการณ์เช่นนี้
หลังจากที่เขาได้รับความทุกข์ทรมานจากมันมาทั้งหมด การเก็บเกี่ยวของ
เขาก็มหาศาลอย่างยิ่งเช่นกัน หลังจากที่เขาได้ปกปิดความแข็งแกร่งของ
เขาเอาไว้ เขาก็รอคอยเพียงเวลาที่จะได้แสดงมันออกมาและทะยานสู่
ท้องฟ้าเท่านั้น
และในขณะนี้ หลินหมิงก็ปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว
เขาสวมชุดสีน้ำเงินและถือหอกแห่งดาวหางม่วงขณะที่เดินขึ้นไปบน
เวที ย่างก้าวของเขามั่นคงและมีบรรยากาศสงบรอบตัวเขา
“หลินหมิง! ในที่สุดเจ้าก็มา!”
ริมฝีปากของไคเหยียงโค้งขึ้นด้วยรอยยิ้มชั่วร้ายแ ช่วงเวลาที่เขาจะ
พิสูจน์ตัวเองมาถึงแล้ว!
‘ด้วยความสามารถที่ทรงพลังที่สุดของข้า ข้าจะเอาชนะเจ้าด้วยพลัง
ที่เหนือยิ่งกว่า ข้าให้ดวงตาของทุกคนหลุดออกมาจากเบ้าด้วยความ
ประหลาดใจ! ข้าจะทำให้พวกเขาทั้งหมดตระหนักว่าการตัดสินของพวก
เขาเกี่ยวดับข้านั้นโง่และผิดพลาด!
ฉวิ้ง!
ไคเหยียงหยิบกระบี่สมบัติออกมา กระบี่นี้เป็นสีดำบริสุทธิ์ไม่มีแม้แต่
เงา เมื่อมองเข้าไปในกระบี่ก็ทำให้จิตใจของพวกเขารู้สึกราวกับถูกดูดเข้า
ไป
“กระบี่ทมิฬ – สังเวยวิญญาณ!”
ในขณะนักสู้เห็นกระบี่นี้ หัวใจของพวกเขาก็หนาวเย็น กล่าวกันว่า
กระบี่สังเวยวิญญาณของไคเหยียงมาจากซากสนามรบโบราณ ซึ่งเป็น
กระบี่ของเทพแห่งการตายโบราณ ภายใต้กระบี่นี้ นักสู้นับไม่ถ้วนได้
สังหารวิญญาณแก่มัน จิตวิญญาณพวกเขาได้ถูกขังและถูกปิดผนึกไว้
ภายใน
เมื่อผู้นึงถูกตัดโดยกระบี่นี้ วิญญาณของพวกเขาอาจจะถูกผ่าครึ่ง!
นอกจากนั้น ไคเหยียงเดิมทีเป็นอิมป์ ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีความ
เชี่ยวชาญในการโจมตีทางจิตวิญญาณ ดวยการรวมสองปัจจัยเหล่านี้เข้า
ด้วยกัน ก็จะยิ่งมีพลังที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง
ขณะที่ทุกคนเห็นกระบี่สังเวยวิญญาณนี้รวมทั้งออร่าที่ปล่อยออกมา
จากร่างกายของไคเหยียงด้วย นักสู้ทุกคนที่เคยทำนายว่าไคเหยียงจะพ่าย
แพ้ให้แก่หลินหมิงก็ปิดปากของพวกเขาเงียบในทันที
ความแข็งแกร่งของไคเหยียงอยู่ในระดับที่น่าประหลาดใจ! มันเป็น
เพียงแค่ว่าชื่อเสียงของเขาได้ถูกบดบังโดยโหมวเฮอและเหยียนชือ คน
อื่นๆจึงได้ละเลยเขา
หลินหมิงจับหอกแห่งดาวหางม่วงและยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าไคเหยียง ออ
ร่าของเขาถูกซ่อนไว้ภายใน เขาเป็นดั่งหอกสมบัติที่ไม่มีใครเทียบเคียงตั้ง
มั่นอย่างสง่างาม ออร่าของไคเหยียงที่ได้แผ่มาถึงเขาได้แยกออกจากกัน
โดยไม่มีผลกระทบใดๆต่อหลินหมิงทั้งสิ้น
ทั้งสองยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม!
ผู้ชมต่างก็กลั้นหายใจ
เฟิงเฉินไขว้แขนของเขาที่หน้าอก ดวงตาจับจ้องไปยังหลินหมิง
ผู้ปกครองเฮยอ้านเองก็กำลังรอคอยหลินหมิงให้ตาย
ไม่มีการเคลื่อนไหวแม้เพียงเล็กน้อยจากกลุ่มผู้ชม มันเหมือนกับ
ความรู้สึกเงียบสงบได้ปกคลุมทั่วทั้สังเวียน อากาศกลั่นตัวเป็นปราณแท้
หนักอึ้งลงมากดทับสร้างความกดดันให้กับพวกเขา
สายตาของทุกคนจับจ้องไปยังหลินหมิงและไคเหยียง
“หลินหมิง ดูเหมือนว่าเจ้าจะเชื่อมั่นในตัวเองอย่างยิ่ง แต่ในหอคอย
แยกนภา ผู้ที่มีความมั่นใจเกินไปมักจะจบชีวิตลงโดยไว เจ้าไม่เข้าใจความ
เข้าใจถึงความแข็งแกร่งของข้า แต่เจ้ากลับตกลงที่จะท้าทายข้า ช่างโง่เข
ล่าอย่างยิ่ง! ไปตายได้แล้ว!”
ไคเหยียงตะโกนขณะที่เขาก้าวไปข้างหน้า กระบี่สังเวยวิญญาณก่อ
ตัวกลายเป็นพายุขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยปราณปีศาจ กระบี่ฟันลงมาที่
หลินหมิง!
เมฆมรสุมปีศาจ!
เมฆปีศาจกลายเป็นสายลมสีดำที่รุนแรงและบ้าคลั่งปกคลุมทั่ว
อากาศขณะที่พุ่งไปยังหลินหมิง ทำให้คนอื่นไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่
เกิดขึ้นได้โดยตรง นักสู้ที่อยู่รอบๆทั้งหมดรู้สึกเหมือนลมที่หนาวจัดได้
แทรกซึมเข้าไปในกระดูกและจิตใจของพวกเขา!
หลินหมิงเมยเฉยราวกับว่าไม่มีสิ่งใดที่ส่งผลต่อเขาและพุ่งหอกไป
อย่างราบเรียบ!
ปังงงงง!
พายุพลังจิตวิญญาณสีดำถูกฉีกขาดออกจากกันโดยหอกของหลินห
มิง และพายุนี้ก็ได้หายไปในความว่างเปล่า หลินหมิงยืนอยู่ที่นั่น ไม่มี
แม้แต่ผมเพียงเส้นเดียวของเขาที่ได้รับบาดเจ็บ มีเพียงล่างของชุดที่
กระพือขึ้นจากแรงลมเพียงเล็กน้อย
“ถ้าเจ้าไม่ใช้ทุกอย่างที่เจ้ามี เจ้าจะไม่มีโอกาสได้ใช้มันอีกต่อไป”
“หึ! เจ้ามันหยิ่งยโสเกินไปแล้ว!”
ไคเหยียงกัดฟันแน่น เขาโคจรปราณแท้จนถึงขีดจำกัด และจากนั้น
ที่ด้านข้างของเขามีแสงสีดำยาวก่อตัวขึ้น มันราวกับว่าเป็นสายฟ้าสีดำ
“หืม? ไคเหยียงไม่เคยใช้ทักษะนี้มาก่อนเลย!” ไคเหยียงอยู่ที่ชั้นสาม
มาหลายปีแล้ว นักสู้ทุกคนมีความคิดว่าพวกเขาเข้าใจถึงเคล็ดบ่มเพาะ
ของไคเหยียง แต่ทักษะนี้กลับไม่เคยถูกเขาแสดงออกมาเลย
“ดูเหมือนจะเป็นทักษะที่ผสานการโจมตีทางจิตวิญญาณและวัตถุเข้า
ด้วยกัน นี่อาจจะเป็นความแข็งแกร่งที่ซ่อนอยู่ของไคเหยียงมาตลอก!”
“การโจมตีทางจิตวิญญาณหรือ? …ข้าได้ยินมาว่าความสามารถใน
การป้องกันทางจิตวิญญาณของหลินหมิงนั้นน่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง!”
เมื่อหลินหมิงได้ต่อสู้ในหอคอยแยกนภา เขาได้ต่อสู้กับนักสู้หลายคน
ตั้งแต่ชั้นหนึ่งถึงชั้นสาม แต่ถึงกระนั้นก็ตาม เขาก็ไม่เคยได้รับบาดเจ็บ
เพียงครั้งเดียวจากการโจมตีทางจิตวิญญาณ และไม่แสดงถึงความ
ยากลำบากออกมาแม้เพียงเล็กน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับมัน ปัจจุบันนักสู้
ต่างมีความชัดเจนเกี่ยวกับข้อมูลที่มีอยู่ทั้งหมดของหลินหมิง
ถ้าใช้การโจมตีทางจิตวิญญาณกับหลินหมิงผลกระทบของมันก็จะ
ลดลงอย่างมาก
แต่ไคเหยียงก็ยังจะใช้โจมตีทางจิตวิญญาณกับหลินหมิง แสดงว่าเขา
ต้องมีความมั่นใจทางจิตวิญญาณมากอย่างยิ่งใช่หรือไม่?
ในเวลานี้ มีแสงปกคลุมไคเหยียง ด้านนอกของแสงนี้เป็นสายฟ้าสีดำ
ที่ล้อมรอบเขาอย่างสมบูรณ์
ไคเหยียงยืนอยู่ที่นั่น มุมปากของเขาโค้งขึ้นด้วยรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์และ
อำมหิต ไม่มีใครรู้ว่าทักษะนี้เขาเข้าใจมาจากภายในเส้นทางแห่ง
จักรพรรดิ มันดูเหมือนเป็นการโจมตีทางจิตวิญญาณธรรมดาๆ แต่ความ
จริงก็คือ มันแฝงไปด้วยเจตจำนงแห่งจักรพรรดิจางๆ
นี่เป็นไพ่ตายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ซ่อนไว้ในมือ
“ย่อมได้ ข้าจะใช้การโจมตีที่แรงที่สุดของข้าเพื่อเอาชนะเจ้า จากจุด
นี้ ข้าจะแสดงให้โลกเห็นว่าข้าแข็งแกร่งแค่ไหน!” ไคเหยียงตะโกนออกมา
ใบหน้าของเขากลายเป็นบ้าคลั่งอย่างรวดเร็ว
สังเวยวิญญาณ!
ไคเหยียงก็ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเขาหลอมรวม
กับกระบี่สังเวยวิญญาณ ขณะที่มันกลายเป็นแสงสีดำสนิท
ทันทีที่หลินหมิงเห็นสิ่งนี้ คิ้วของเขาก็ตั้งชัน นี่คือ…
เขากระชับหอกหอกแห่งดาวหางม่วงและกลายท่าทีเอาจริง แต่มัน
เป็นเพียงท่านทีเอาจริงเล็กน้อยเท่านั้น ปราณแท้ปะทุออกมาจากภายใน
ร่างของเขา 30% ของปราณเทพทรราชคลั่งได้ถูกปลดปล่อยออกมา!
หอกก็พุ่งออกไป หอกแสงปะทะกับกระบี่แสงของไคเหยียงเหมือน
ดาวตก
พลังที่รุนแรงห่ำหั่นกัน รอบหอกแสงสีทอง มีสายฟ้านับไม่ถ้วน
หมุนรอบมันอยู่!
ปังงงงง!
กระบี่แสงหักครึ่ง หอกแสงของหมิงหมิงจึงพุ่งไปปะทะไคเหยียง
เอือกก!
ไคเหยียงกระอักโลหิตออกมาและกระแทกไปบนพื้น มีรอยแตกของ
กระเบื้องเกิดขึ้นใต้เขาด้วย
แต่ในเวลาเดียวกัน ก็มีเจตจำนงแปลกๆจะเจาะทะลวงเข้าไปในร่าง
ของหลินหมิงเหมือนงูพิษตรงไปยังทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขา!
นี่ไม่ใช่การโจมตีทางจิตวิญญาณธรรมดา แต่ยังเป็นพลังแปลก
ประหลาดที่หลินหมิงไม่เคยเจอมาก่อน พลังแปลกประหลาดนี้ต้องการที่
จะฉีกทะเลแห่งจิตวิญญาณของหลินหมิงออกจากกัน!
ผู้ชมไม่ได้มีเวลาตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันนี้ ไค
เหยียงใช้กระบี่ของเขาเพื่อพะยุงตัวขึ้นมา แม้ว่าใบหน้าของเขาเปียกโชก
ไปด้วยโลหิต แต่มันก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย
“ฮ่าๆๆๆ! เจ้าเสร็จข้าแล้ว! ตอนนี้เจตจำแห่งจักรพรรดิปะทะกับเจ้า
แล้ว เจ้าจะตายอย่างแน่นอน!”