Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 616 การต่อสู้ของเจตจำนง
หลินหมิงเดินตามเส้นทางแห่งจักรพรรดิไปข้างหน้าทีละก้าว ทุกๆ
100 ก้าวจะมีที่เปลวไฟสีน้ำเงินน่าขนลุกที่ปรากฏขึ้น เผาไหม้ในอากาศ
ดังภาพมายา
“กู่เย่ว์… 9000 ปี เขาเป็นผู้กล้ารุ่นเยาว์เผ่าปีศาจยักษ์ สมญานามอา
ชูร่าจากหอคอยแยกนภาแห่งความหลงใหล เขาเสียชีวิตเมื่ออายุได้ 30
ปี” ทุกครั้งที่หลินหมิงเห็นเปลวเพลิงใหม่ๆ มันก็จะปรากฏชื่อของนักสู้ที่
สอดคล้องกับแสงที่ปรากฏในจิตใจของเขาด้วย
หอคอยแยกนภาแห่งความหลงใหล เป็นหนึ่งในหอคอยแยกนภาทั้ง
12 แห่ง ดังนั้นจึงเห็นได้ชัดเจนว่า เส้นทางแห่งจักรพรรดิแห่งนี้ไม่ได้เป็น
เพียงแค่กลุ่มผู้กล้าของหอคอยแยกนภาแห่งดาวเหนือ แต่ยังมีหอคอย
แยกนภาอีก 11 แห่งด้วยเช่นกัน เป็นไปได้ว่าเส้นทางแห่งจักรพรรดิที่พบ
ในหอคอยแยกนภาอื่นๆทั้งหมด 11 แห่งก็ใช้เส้นทางเดียวกันทั้งหมด
เจตจำนงแห่งจักรพรรดิเต็มไปทุกนิ้วของเส้นทางแห่งจักรพรรดิ
ไม่ใช่แค่นั้น แต่เมื่อหลินหมิงก้าวไปข้างหน้า มันก็เริ่มมีความแข็งแกร่งขึ้น
“วูป–!”
หลังจากที่หลินหมิงผ่านแสงของกู่เย่ว์ มันก็ได้ดับตัวเองลง ตลอด
ทางลงทุกครั้งที่หลินหมิงผ่านแสง มันจะหายไปตามธรรมชาติ จนถึง
ขณะนี้ เขาได้ผ่านแสงสิบดวง และดับไป 10 ดวงแล้ว
“เสี่ยวอวี่ สามพันปีก่อน นางเป็นเฟย์ลูกรักที่ภาคภูมิของสวรรค์
สมญานามอาชูร่าจากหอคอยแยกนภาแห่งเมฆาสวรรค์ เมื่ออายุ 36 ปี
นางเสียชีวิต การบ่มเพาะในระดับราชาเฟย์ระดับห้าดาว…” ในขณะที่
หลินหมิงเห็นแสงที่ 11 ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับเสี่ยวอวี่ปรากฏขึ้นใน
จิตใจของเขา
ขณะที่เขาผ่านแสงนี้ไป มันก็จางหายไปเช่นเดิม
หลินหมิงพบว่าบรรดานักสู้ที่เขาเห็นจนถึงปัจจุบันยังอายุไม่ถึง 40 ปี
ทุกคนเสียชีวิตมีการบ่มเพาะมากที่สุดคือระดับราชา 5 ดาวหรือ 6 ดาว
เมื่อหลินหมิงได้อ่านตำราที่ไม่มีชื่อ ระดับจักรพรรดิได้กินพื่นที่ส่วน
ใหญ่ของหน้าตำรา เจตจำนงของผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิก็ยังกลับมา
อยู่ที่นี่อีกเช่นนั้นหรือ?
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หลินหมิงก็เดินหน้าต่อ ช้าๆและระมัดระวัง เขารู้สึก
ถึงแรงกดดันของเจตจำนงแห่งจักรพรรดิแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
“หลินหมิง ระวัง!”
“หืม?”
เมื่อหลินหมิงผ่านเจตจำนงของอีกคนหนึ่งไป จู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงของ
มารเจิดจรัสดังออกมา
หลังจากนั้น ลำแสงที่เปล่งออกมาจากแสงเจตจำนงได้พุ่งเข้าสู่หลินห
มิง!
ปังงงง!!
แรงกดดันมหาศาลเข้ามาในทะเลแห่งจิตวิญญาณของหลินหมิง เขา
หนาซีดและถอยหลังไปทันทีขณะที่โคจรเจตจำนงแห่งนักสู้วัฏสงสารเพื่อ
ป้องกันแรงกดดันนี้
อย่างไรก็ตามในขณะนี้ ดูเหมือนว่าร่างกายของเขาถูกแยกออกจาก
จิตวิญญาณ
จิตวิญญาณต่อสู้ท่วมท้นอยู่หัวใจของเขา
จิตวิญญาณต่อสู้นี้ไม่ใช่หลินหมิง แต่มาจากแสงนั่น
สนามรบเปื้อนโลหิต ที่ราบแห่งการสังหารและความตาย ขณะที่นัก
สู้หุ้มเกราะกำลังต่อสู้ด้วยทุกอย่างที่มี ภายในจิตใจของหลินหมิง เขารู้สึก
ได้ถึงพลังงานนรกที่ไร้สิ้นสุด
“นี่คือ…”
จู่ๆความรู้สึกนี้ก็หายไป ลมกระโชกแรงพัดผ่านเหนือศีรษะ แสงก็ได้
ดับลง!
มันจบแล้วหรือ?
หลินหมิงมองไปที่แสง เขามีความรู้สึกประทับใจเล็กน้อยต่อผู้ที่ถูก
สลักนี้ ชื่อของเขาคือฉางอวิ๋น เขาเป็นผู้ทรงพลังระดับกึ่งจักรพรรดิ ตอน
ที่มีชีวิตอยู่ เขาเป็นผู้มีพรสวรรค์ไร้เปรียบในยุคของตน เขาเสียชีวิตก่อน
เวลาของเขาเพียก้าวเดียวจากการกลายเป็นผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิที่
แท้จริง
เมื่อครู่มันคือ…
“หลินหมิงสิ่งที่คุณรู้สึกตอนนี้คือจิตวิญญาณต่อสู้ของนักสู้ที่หลงเหลือ
อยู่ แสงเหล่านี้ที่อยู่ข้างเส้นทางแห่งจักรพรรดิมีเจตจำนงของผู้ทรงพลังที่
ตายไปแล้วอยู่ด้วย”
ขณะที่หลินหมิงเดินไปเรื่อยๆ ก็ได้แสงกว่าสิบดวงแล้ว ความ
แข็งแกร่งโดยธรรมชาติของเจตจำนงที่ผ่านๆมาไม่มากนัก แต่ตอนนี้แสง
เจตจำนงของฉางอวิ๋นสามารถที่จะเข้าไปทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขาได้
แม้ว่าเขาจะสามารถทนรับได้ แต่ก็ถูกบังคับให้ก้าวถอยหลัง
“หลินหมิง ข้าจำได้แล้ว ช่วงครึ่งแรกของเส้นทางแห่งจักรพรรดิคือ
การทดสอบต้านทานเจตจำนงแห่งจักรพรรดิ แสงที่เจ้าพบมาจนถึงตอนนี้
ล้วนเกิดขึ้นจากนักสู้ที่อ่อนแอกว่าที่ไม่ได้มีเจตจำนงแห่งจักรพรรดิที่
สมบูรณ์ ดังนั้นเจ้าจึงสามารถเดินผ่านมันได้อย่างง่ายดาย แต่จากนี้เป็น
ต้นไป ทุกย่างก้าวจะยากลำบากขึ้นเรื่อยๆ
“เส้นทางแห่งจักรพรรดิปูด้วยเจตจำนงอันยิ่งใหญ่ของผู้ทรงพลัง
ระดับจักรพรรดินับไม่ถ้วน จะเข้าไปได้ลึกเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับ
ความสามารถในการต้านทานของเจ้า”
“ข้าเข้าใจ” หลินหมิงมองไปข้างหลังเขา ซึ่งเห็นได้ชัดว่าหลังจากที่เขา
ยืนหยัดเอาชนะเจตจำนงของเหล่านักสู้ แสงแห่งเจตจำนงของพวกเขาก็
จะมอดดับไปนั่นเอง
อันถัดไป…
หลินหมิงมองไปที่แสงข้างหน้าของเขาและรู้สึกประหลาดใจที่เห็น
แสงนี้สว่างหลายเท่ากว่าที่ผ่านๆมา เปลวไฟมีความสูงกว่าสองเท่า หาก
กล่าวให้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น หลังจากที่มีแสงนี้แสงต่อไปข้างหน้าก็ยิ่งสว่าง
ขึ้นเรื่อยๆ นี่ยังเป็นสัญลักษณ์ว่าเจตจำนงแห่งจักรพรรดิเหล่านี้จะ
แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆด้วย!
ตอนนี้ หลินหมิงได้เตรียมตัว เขาหายใจเข้าลึกๆ ปรับความคิดของ
เขาไปสู่สภาวะจิตบริสุทธิ์ขณะที่โคจรเจตจำนงแห่งนักสู้วัฏสงสารขึ้นและ
ก้าวเข้าไปในเส้นทางแห่งจักรพรรดิต่อไป
ช่วงเวลาที่เขามายังแสงแห่งเจตจำนง เขาก็รู้สึกอีกแรงกดดันที่
มหาศาลห่อหุ้มเขาไว้ แน่นอนว่า มันแข็งแกร่งขึ้นกว่าที่ผ่านๆมา
“ฆ่า!”
“ฆ่า!”
หลินหมิงรู้สึกทันทีว่าวิญญาณและร่างกายของเขาแยกจากกัน จิตใจ
ของเขามาในมิติที่แยกออกจากกันอย่างสมบูรณ์ ในขณะนี้เอง ปีศาจสูง
ประมาณ 10 ก้าวกำลังฟันลงด้วยขวานขนาดใหญ่
ช่างเป็นการโจมตีที่ผิวเผินยิ่งนัก!
หลินหมิงเค้นเสียงเย็นชา แม้ว่าการโจมตีของศัตรูนี้ดูเหมือนจะ
ร้ายแรง แต่ความจริงก็คือมันเต็มไปด้วยช่องโหว่ ความเร็วของมันช้า จน
แทบจะไม่อยู่ในสายตาของหลินหมิงที่ต้องกังวลเลย
เขาก้าวถอยหลังและพุ่งหอกแห่งดาวหางม่วงออกไป เขาต้องการใช้
สายฟ้าล่าสังหารเพื่อรับมือกับปีศาจตัวนี้ แต่ตอนนี้เอง หลินหมิงก็ต้อง
ตกใจ
มิต้องกล่าวถึงการใช้สายฟ้าล่าสังหารออกไป แต่แม้กระทั่งการดึง
เอาหอกออกมาก็ยังเชืองช้าเหลือเกิน ความรู้สึกนี้เหมือนกับว่าหลินหมิ
งได้กลับไปสู่ขั้นกายผันแปรอีกครั้ง หลังจากใช้ความเร็วและพลังของ
ตัวเองแล้ว เขาก็พบว่ามันยากที่จะปรับให้เข้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
เช่นนี้ได้
“เกิดอะไรขึ้น!?
เมื่อเห็นขวานขนาดใหญ่ที่ฟันเข้ามา ม่านตาของหลินหมิงก็หดเล็กลง
ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม!
หลินหมิงถอยกลับไปข้างหลัง แต่ความเร็วของเขาลดลงไปหลายสิบ
เท่า!
ช้าเกินไป!
ฉวัะ!
หลินหมิงทำได้เพียงแค่ดูขวานสีโลหิตฟันมาที่ร่างของเขาตรงกลาง
ลำตัว!
อาการเจ็บปวดรุนแรงดูเหมือนจะออกมาจากจิตวิญญาณของเขา
ในขณะนี้ ความรู้สึกแห่งความตายเหมือนจริงมาก!
นับตั้งแต่หลินหมิงเริ่มฝึกฝนการต่อสู้ เขาได้เผชิญหน้ากับการต่อสู้
เป็นตามายหลายต่อหลายครั้ง แต่มันเพียงแค่ใกล้กับประตูแห่งความตาย
มันไม่เคยเป็นเช่นวันนี้ซึ่งเขาดูจะโดนตัดขาดครึ่งแล้วตกตายไปจริงๆ!
โลหิตของเขากระฉูดออกมา ใบหน้าของหลินหมิงบิดเบี้ยวด้วยความ
เจ็บปวดและความรู้สึกถึงความตายกระจายไปทั่วทะเลแห่งจิตวิญญาณ
ของเขา
เจตจำนงแห่งนักสู้วัฏสงสาร!
ฉวัะ!
ร่างของหลินหมิงถูกขาดอย่างรุนแรงพลังงานแห่งความตาย ร่าง
ท่อนบนและท่อนล่างแยกจากกันค้างอยู่ในอากาศ
‘ทุกอย่างเป็นเพียงภาพมายา! ข้าเคยฝึกฝนการต่อสู้มาเกือบแปดปี
แล้ว และหัวใจแห่งนักสู้ของข้าก็ได้หนักแน่นขึ้นทุกย่างก้าว ข้าจะไม่ยอม
ให้เพียงภาพมายาเช่นนี้สังหารข้าอย่างเด็ดขาด!’
จิตใจของเต็มไปด้วยด้วยความคิดเช่นนี้ ในขณะนั้นเอง เขารู้สึกว่ามี
พลังที่สดใสพรุ่งพรูขึ้นภายในร่าง ทำให้เขารู้สึกแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหลาย
เท่า!
ร่างกายของเขาที่ถูกผ่าครึ่ง กลับมาเชื่อมต่อเข้าด้วยกันและฟื้นฟู
อย่างรวดเร็ว หลินหมิงคว้าหอกดาวม่วงและพุ่งมันออกไป!
“สายฟ้าล่าสังหาร!”
มีเพียงสายฟ้าขนาดเล็กอยู่อยู่รอบๆหอกแห่งดาวหางม่วง เส้น
สายฟ้าเหล่านี้อ่อนแอเกินไป – เขาไม่สามารถใช้สายฟ้าล่าสังหารได้
“ความแข็งแกร่งของข้าลดลงถึง 99%!”
หลินหมิงไม่เคยรู้สึกไร้พลังเช่นนี้มาก่อน ถึงแม้ว่าพลังของเขาจู่ๆจะ
พุ่งขึ้นครู่นึง แต่เขาก็ยังสามารถโจมตีได้อย่างอ่อนแอ
แต่สิ่งที่แปลกใจหลินหมิงก็คือปีศาจยักษ์ที่อยู่ด้านหน้าดูเหมือนจะใช้
แรงอย่างมากในการโจมตีครั้งนี้ มันอ่อนแอจนไม่อาจขยับได้ หอกของ
หลินหมิงจึงทะลุร่างของมันเข้าไปอย่างง่ายดาย ด้วยเสียงกรีดร้องที่น่า
สังเวช มันได้ละลายกลายเป็นบ่อโลหิต
ภาพมายาได้หายตัวไปและหลินหมิงกลับมายังเส้นทางแห่ง
จักรพรรดิ เขายังคงยืนอยู่บนแผ่นไม้กระดานที่โดดเดี่ยวและแสง
เจตจำนงที่อยู่ข้างๆก็ดับลง
เขาผ่านมันไปได้
หลินหมิงรู้สึกเหงื่อเย็นไหลหยดลงที่แผ่นหลัง ภาพมายาที่เขารู้สึกนี้
มันสมจริงเกินไป ในช่วงเวลานั้น เขาคิดจริงๆว่าตนจะต้องตกตายไปแล้ว
แน่ๆ
การถูกผ่าครึ่งหนึ่งได้ทิ้งความเจ็บปวดลึกลงไปในวิญญาณของเขา
ราวกับว่าวิญญาณของเขาถูกผ่าครึ่งไปด้วย หลินหมิงมั่นใจว่าแม้กระทั่ง
ว่าหากถูกตัดทางกายก็คงจะไม่เจ็บปวดเช่นนี้ได้
“นั่นเป็นการต่อสู้แห่งเจตจำนง?” หลินหมิงถาม
“ใช่แล้ว มันเป็นการต่อสู้แห่งเจตจำนง เจ้ารู้สึกว่าความแข็งแกร่งของ
ตนลดลง 99% เพราะว่าเจตจำนงของเจ้ายังมิอาจเป็นรูปร่างขึ้นมาได้ มิ
ต้องกล่าวถึงการควบแน่นมันให้เป็นจิตวิญญานต่อสู้ ดังนั้น ในโลกแห่ง
เจตจำนง เจ้าจึงอ่อนแออย่างยิ่ง!”
“ข้าอ่อนแอจริงๆ!” หลินหมิงพยักหน้า ปีศาจที่เขาต้องเผชิญเมื่อครู่
อ่อนแออย่างยิ่งเช่นกัน การเคลื่อนไหวของเขาเองก็เชืองช้าจนแทบจะบ้า
ตาย ทุกอย่างเขาทำคือมองดูปีศาจทำอย่างที่มันต้องการเท่านั้น แต่
สำหรับหลินหมิง เมื่อเผชิญหน้ากับปีศาจตนนี้กลับต้องถูกมันฆ่าในภาพ
มายาโดยที่เขาไม่ทันได้กระดิกนิ้วด้วยซ้ำ เขาก็ถูกผ่าครึ่งเสียแล้ว แล้วถ้า
มันไม่ได้อ่อนแอล่ะ?
มารเจิดจรัสยิ้มอย่างพอใจ ส่ายหัวขณะที่กล่าวว่า “ข้าเคยบอกว่าเจ้า
อ่อนแอ แต่นั่นเมื่อเทียบกับเจตจำนงแห่งจักรพรรดิที่แท้จริงเท่านั้น ใน
ความเป็นจริง ระดับที่อ่อนแอของเจ้ากลับผิดปกติอย่างมากแล้วเมื่อเทียบ
กลับผู้อื่น เจ้าควรรู้ว่า 99% ของนักสู้เผชิญหน้ากับการโจมตีของ
เจตจำนงครั้งแรกจะไม่สามารถตอบโต้ได้ พวกเขาไม่แม้แต่สามารถจะ
ขยับได้สักนิดด้วยซ้ำ พวกเขาทำได้เพียงจ้องมองอย่างหมดหนทางขณะที่
การโจมตีของศัตรูผ่าร่างของตน และข้ากำลังพูดถึงคืออัจฉริยะระดับต้นๆ
นักสู้ทั่วไปไม่มีคุณสมบัติในด้านทดสอบหล่อหลอมเช่นนี้ด้วยซ้ำ ทะเล
แห่งจิตวิญญาณของพวกเขาจะถูกบดขยี้จนไม่เหลือในทันทีโดยเจตจำนง
แห่งจักรพรรดิ!”
“โอ้? หลินหมิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เป็นความจริง พลังแห่ง
เจตจำนงของเขาเป็นน่าประทับใจที่สุด หากความสามารถของหลินหมิ
งถูกจัดเรียงตามลำดับ เจตจำนงของเขาจะเป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วย
ศักยภาพและความสามารถตามธรรมชาติของเขา
นี่ๆ เจ้าหนู นักบุญผู้นี้ยากที่จะชมเชยผู้ใด เหตใดปฏิกิริยาของเจ้าจึง
ดูไม่ตื้นเต้นเช่นนี้? เจ้าอยู่เพียงปลายขอบขั้นปราณปลายฟ้า แต่นักสู้คน
อื่นๆอยู่ที่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ ระดับราชาปีศาจ ระดับราชาเฟย์ และถ้า
ศักยภาพของพวกเขายังแย่มากเช่นนี้ นักสู้ขั้นทำลายชีวิตก็คงด้อยกว่า
เจ้า”
“ไม่มีขีดจำกัดในโลกนี้ เหนือฟ้ายังมีฟ้า” หลินหมิงส่ายหัว เขาต้อง
เดินทางอีกมากในการไปสู่จุดสูงสุดของนักสู้ เขารู้ดีว่าตนเป็นแค่กบใน
กะลา แต่ความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ได้แยกจากกบตัวอื่นๆ นั้นก็คือเขา
ตระหนักดีว่าโลกภายนอกแท้จริงแล้วเป็นอย่างไร
“ในการต่อสู้เมื่อครู่ ข้ารู้สึกเหมือนเจตจำนงของข้าแข็งแกร่งขึ้นไป
อีก”
เมื่อหลินหมิงผ่านภาพมายาไปได้ เขารู้สึกว่ากระแสพลังความ
แข็งแกร่งเข้ามาในเจตจำนงของตน แม้ว่าเขาจะออกจากภาพมายาไป
แล้ว แต่ความแข็งแกร่งนั้นยังคงอยู่ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของเขาอย่าง
ถาวร
“แน่นอน นี่คือข้อได้เปรียบที่น่ากลัวของเส้นทางแห่งจักรพรรดิ: มัน
สามารถที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเจตจำนงได้ ถ้าเจ้าสามารถทนต่อ
ได้แล้ว เจ้าก็จะสามารถสร้างจิตวิญญาณต่อสู้ของตนเองขึ้นมาได้” มาร
เจิดจรัสกล่าวอย่างตื่นเต้นต่อไปว่า “ในเวลานั้น เจ้าจะไม่รู้สึกอ่อนแอ
ภายในโลกแห่งเจตจำนง ในความเป็นจริง เป็นไปได้ว่าเจ้าจะมีพลังมาก
ยิ่งกว่าในโลกแห่งความเป็นจริงเสียอีก!”