Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 617 หนึ่งแสง หนึ่งโลก
“ข้าจะมีพลังมากขึ้นในโลกแห่งเจตจำนงมากกว่าในความเป็นจริง
เช่นนั้นหรือ?” หลินหมิงถาม และตกใจเล็กน้อย “แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้า
ข้าสังหารผู้อื่นในโลกแห่งเจตจำนง? พวกเขาจะตายในโลกแห่งความเป็น
จริงหรือไม่? หรือพวกเขาจะได้รับผลกระทบในรูปแบบอื่นๆ?”
มารเจิดจรัสกล่าวว่า “ถ้าเจ้าสามารถทำลายเจตจำนงของผู้อื่นในโลก
แห่งเจตจำนงแล้วพวกเขาก็จะตายในโลกแห่งความเป็นจริง!”
หลินหมิงรู้สึกเหน็บหนาวที่คืบคลานไปทั่วขณะที่เขาได้ยินเรื่องนี้ว่า
“แต่นั้นข้าควรจะตายไปแล้ว ขวานโลหิตนั่นฟันข้าขาดครึ่งไปแล้ว แต่ข้า
กลับยังไม่ตาย”
มารเจิดจรัสหัวเราะ “ฮ่าฮ่า นักบุญผู้นี้กล่าวว่าเจ้าจะตายก็ต่อเมื่อ
เจตจำนงของเจ้าถูกทำลายลงในโลกแห่งเจตจำนง นักบุญผู้นี้ไม่ได้บอกว่า
เจ้าจะตายถ้าร่างกายของเจ้าถูกตัดออกเป็นสองส่วนในโลกแห่งเจตจำนง
ซะหน่อย การทำลายเจตจำนงของผู้นึงมันจะไม่ง่ายอย่างที่เห็น”
“เป็นเช่นนี้เอง…” หลินหมิงพยักหน้า เขาได้สลัดความคิดที่ว่าหากถูก
ฟันขาดครึ่งก็จะตกตายไป แต่ความจริงก็คือ โลกแห่งเจตจำนงมีกฏที่
แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงที่ครอบคุมมัน บางที ในโลกแห่งเจตจำนง ถูกฟัน
ขาดครึ่งก็เป็นเช่นเดียวกับการเกิดบาดแผลเล็กน้อยเท่านั้น
มารเจิดจรัสกล่าวต่อว่า “ในโลกแห่งเจตจำนง การถูกฟันขาดครึ่ง
หรือถูกตัดหัว หรือกระทั่งถูกบดเจ้าก็จะไม่ตาย นี่คือเหตุผลที่มีนักสู้
มากมายเมื่อมีการบ่มเพาะระดับสูง เช่นระดับจักรพรรดิ หากพวกเขามี
ความเชื่อมั่นในพลังเจตจำนงของตนเอง จะมีการประลองกันในโลกแห่ง
เจตจำนง ในที่แห่งนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้รับบาดเจ็บ แต่แน่นอน ใน
การต่อสู้เป็นตาย พวกเขาจะรวมพลังเจตจำนงเข้ากับพลังในโลกแห่ง
ความจริงด้วย นี่เป็นวิธีที่พวกเขาสามารถใช้ความแข็งแกร่งได้สูงสุด
ทุกครั้งที่มารเจิดจรัสกล่าวถึงผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิและผู้มี
พรสวรรค์ระดับจักรพรรดิแห่งทวีปนภารินไหล เขามักจะใช้คำที่ดูอ่อน
ด้อย ‘ที่เรียกว่า’ เห็นได้ชัดว่า สำหรับมารเจิดจรัส พวกเขาเป็นเพียงตัวตน
ชั้นต่ำที่ไม่ควรค่าจะกล่าวถึงมากนัก ถ้าพวกเขาไม่ได้ไปถึงยังระดับที่สูง
ของแดนเทวะ พวกเขาก็ไม่แม้แต่จะอยู่ในสายตาของมารเจิดจรัส
“การต่อสู้ในโลกนี้จะขึ้นอยู่กับพลังเจตจำนงของเจ้าว่าแข็งแกร่งหรือ
อ่อนแอเท่านั้น – ความแข็งแกร่งในการต่อสู้จริงของเจ้าล้วนไม่เกี่ยวข้อง!
ในโลกแห่งเจตจำนง เจ้าเป็นพระเจ้า เจ้าสามารถสร้างและเป็นสิ่งที่เจ้า
ต้องการได้ ตัวอย่างเช่น ตราบเท่าที่เจตจำนงของเจ้าแข็งแกร่งเพียงพอ
เจ้าจะสามารถสร้างสมบัติระดับสวรรค์ สมบัติระดับนักบุญ อัญเชิญสัตว์
อสูรที่ทรงพลัง สัตว์อสูรพันธสัญญา หรือถ้าพลังเจตจำนงของเจ้าอยู่ใน
ระดับสูงอย่างยิ่ง เจ้าสามารถอัญเชิญได้กระทั่งสัตว์อสูรเทวะ ตราบเท่าที่
พลังเจตจำนงของเจ้าแข็งแกร่งเพียงพอเจ้าสามารถกวาดล้างคู่แข่งได้
อย่างสมบูรณ์แม้ว่าพวกเขาจะมีความแข็งแกร่งในโลกแห่งความเป็นจริง
มากกว่าเจ้าหลายเท่าก็ตาม”
สร้างสมบัติระดับนักบุญ? สัตว์อสูรพันธสัญญา? หรือแม้กระทั่งสัตว์
อสูรเทวะ? หลินหมิงตกตะลึงอย่างที่สุด “ข้าสามารถสร้างสัตว์อสูรพันธ
สัญญาได้? แล้วสัตว์อสูรเทวะจะมีพลังอำนาจของสัตว์อสูรเทวะจริง
หรือไม่?”
“ในโลกของเจตจำนง สัตว์อสูรเทวะที่สร้างขึ้นนั้นจะมีพลังอำนาจ
ของสัตว์อสูรเทวะที่แท้จริง แต่ นั่นก็เป็นเพียงพลังที่จำกัดอยู่ในโลกแห่ง
เจตจำนงเท่านั้น ดังเช่นที่นักบุญได้กล่าว ภายในโลกแห่งเจตจำนง เจ้าคือ
พระเจ้า! ”
เจตจำนงเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของนักสู้ระดับสูง ที่ไม่ว่าอ่อนแอ
หรือแข็งแกร่งในโลกแห่งความเป็นจริง เมื่อเจ้าเข้าใจจิตวิญญาณต่อ จะ
ยิ่งมีข้อได้เปรียบในอนาคตมากขึ้นเท่านั้น นั่นก็เพราะจิตวิญญาณต่อสู้จะ
ไม่คำนึงถึงว่า ศักยภาพ โชค หัวใจแห่งนักสู้และปัจจัยอื่นๆ เช่นที่มักจะ
เติบโตตามธรรมชาติพร้อมกับการบ่มเพาะของเจ้า หลินหมิง เส้นทางแห่ง
จักรพรรดินี้เป็นโอกาสของเจ้า แม้ว่าความแข็งแกร่งของเจ้าจะไม่เติบโต
ที่นี่ แต่เจ้าก็ยังต้องเริ่มต้นสร้างรากฐานสำหรับจิตวิญญาณต่อสู้ของ
ตนเอง เมื่อเจ้าระดับพลังที่สูงขึ้นแล้ว พลังเจตจำนงของเจ้าจะเป็นหัวใจ
สำคัญของจิตวิญญาณต่อสู้ มันจะเป็นส่วนสำคัญของความแข็งแกร่งของ
ตัวเองอย่างยิ่ง ไม่เพียงแค่นั้น แต่ในระดับนั้นมันยังจะเป็นส่วนสำคัญใน
รูปแบบการต่อสู้ของเจ้าด้วย ผู้ที่อยู่ในระดับนั้น มักจะเคารพนักสู้ที่มี
เจตจำนงอันยากแท้หยั่งถึงเช่นกัน”
“อืม ข้าเข้าใจแล้ว” หลินหมิงพยักหน้า ความสามารถเดียวกันนี้มักจะ
มีค่าที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละคน ตัวอย่างเช่น ในอาณาจักรลิขิตฟ้า
แม้ว่าเจ้าเมืองและหอการค้ามีความมั่งคั่งเท่ากัน แต่สถานะของเจ้าเมือง
จะสูงกว่าหอการค้า เนื่องจากเป็นเจ้าของที่ดินทำการเกษตรถือว่าเป็น
ธุรกิจที่ได้รับความนับถือมากกว่า ในขณะที่ผู้ค้ารายอื่นดูต้อยต่ำกว่ามาก
แม้ว่าจะได้รับเงินเป็นจำนวนเท่ากันก็ตาม ในความเป็นจริง หลังจากที่
พ่อค้าจำนวนมากได้รับความมั่งคั่ง พวกเขามักจะซื้อที่ดินขนาดใหญ่และ
เปิดสถานบริการและกลายเป็นเจ้าที่ดิน แม้ว่าผลกำไรจากเจ้าสมบัติ
เหล่านี้จะต่ำก็ตามที
หลินหมิง ไปกันต่อ ถ้าเจ้าสามารถใช้เส้นทางแห่งจักรพรรดิเสริม
เจตจำนงของเจ้า มันจะมีอิทธิพลอย่างมากต่อการเติบโตในอนาคตของ
เจ้า อย่าพลาดโอกาสนี้เด็ดขาด!”
“แน่นอนอยู่แล้ว!”
หลินหมิงรู้สึกดีใจมากที่ได้พบมารเจิดจรัสในมิติของลูกบาศก์ ด้วย
คำแนะนำของเขา มันจึงง่ายมากที่จะเห็นเส้นทางข้างหน้า
มิเช่นนั้น ถ้าเขามาถึงเส้นทางแห่งจักรพรรดิและใช้มันเพิ่มขึ้นพลัง
ต่อสู้จริงเป็นเป้าหมายเดียว เขาย่อมจะได้พลาดโอกาสที่หายากในการ
เสริมพลังเจตจำนงนี้ไป
ตามเส้นทางแห่งจักรพรรดิ แสงเจตจำนงที่ปรากฏขึ้นข้างหน้า มา
จากระดับกึ่งจักรพรรดิ พวกมันเผาไหม้รุนแรงยิ่งกว่าก่อนหน้านี้
ขณะที่หลินหมิงก้าวไปข้างหน้า แสงสาดประกายและเขาก็ปรากฏ
ตัวขึ้นอีกครั้งในโลกแห่งเจตจำนง
“ฮ่าๆๆๆ!
เสียงหัวเราะดังก้องในหูของหมิงหมิงราวกับฟ้าผ่า นี่เป็นเสียงที่มา
จากโลกแห่งเจตจำนงนี้ ยิ่งพลังเจตจำนงทรงพลังมากยิ่งขึ้น สวรรค์และ
ปฐพีก็สามารถสั่นสะเทือนได้จากเพียงเสียงนี้
เปรี๊ยง!
บนท้องฟ้าสวรรค์ มีสายฟ้าขนาดใหญ่ฟาดลงมาที่พื้นดิน นักสู้คน
ยักษ์ที่เต็มไปด้วยผมสีแดงบนหัว ถือง้าวและพุ่งมายังหลินหมิง
“วิถีแห่งสายฟ้า?”
หลินหมิงรู้สึกประหลาดใจที่ได้ค้นพบว่าแม้แต่ในโลกแห่งเจตจำนง
ยังคงสามารถแสดงพลังของกฎออกมาได้
ด้วยวิถีแห่งสายฟ้า พร้อมกับทักษะการใช้ง้าวอันแปลกประหลาดนี้
การโจมตีของผู้ทรงพลังกึ่งจักรพรรดิจึงแข็งแกร่งอย่างยิ่ง แต่ว่า ความเร็ว
ของมันก็เชื่องช้าเกินไป
เห็นได้ชัดว่า เจตจำนงของผู้ทรงพลังระดับกึ่งจักรพรรดินี้เชื่องช้า
บางทีมันอาจเป็นเพราะมันได้รับการสึกหรอลงไปเพราะช่วงเวลาที่
ยาวนาน หรือบางทีอาจเป็นเพราะจำนวนเจตจำนงที่เหลืออยู่ในแสงไม่
มากพอ มิเช่นนั้น ความน่าเกรงขามจากการโจมตีของผู้ทรงพลังระดับกึ่ง
จักรพรรดิย่อมมากมายมากกว่านี้อย่างแน่นอน
หลินหมิงต้องเผชิญหน้ากับง้าวผู้ทรงพลังของคนยักษ์โดยตรง เขา
ไม่ได้หลบ เพียงแค่พุ่งหอกออกไปปะทะ นั่นเป้นเพราะเขารู้ว่าด้วย
ความเร็วปัจจุบันของตนเอง การหลบหลีกย่อมเป็นไปไม่ได้แม้การโจมตีนี้
จะช้าก็ตามที
ฟู่ว! ฟู่ว!
โลหิตสองสายพุ่งออกไปราวกับสายฝน ในโลกของเจตจำนง หาก
ร่างกายของเขาถูกเสียบจะเกิดความเจ็บปวดที่น่ากลัวราวกับว่าดวง
วิญญาณถูกหั่นเป็นชิ้น
หลินหมิงเดิมทีไม่ได้เหือหว่าเจตจำนงของกึ่งจักรพรรดินี้ อย่างไรก็
ตาม ความแข็งแกร่งในเจตจำนงกึ่งจักรพรรดินี้จะไม่สามารถรักษาตัวเอง
ได้ ทุกครั้งที่โจมตีจะผลาญพลังไปอย่างมาก แต่สำหรับหลินหมิง
เจตจำนงของเขาโตขึ้นได้ไม่มีที่สิ้นสุด
นี่เป็นข้อได้เปรียบที่ดีที่สุดของเขา
หลังจากการต่อสู้อันรุนแรง หลินหมิงประสบความสำเร็จในการ
ทำลายผู้ทรงพลังกึ่งจักรพรรดิคนยักษ์
วูป–
แสงเจตจำนงได้ดับลงและหลินหมิงถูกขับออกจากโลกแห่งเจตจำนง
“ข้าสามารถเข้าใจสิ่งต่างๆมากมายจากทักษะของนักสู้ของผู้อาวุโส
เหล่านี้!”
นอกเหนือจากการเสริมพลังเจตจำนงของเขา ในการโจมตีของผู้ทรง
พลังระดับกึ่งจักรพรรดิเมื่อครู่มีวิถีแห่งสายฟ้า จึงทำให้หลินหมิงได้รับแรง
บันดาลใจจากมันด้วย
เพราะเจตจำนงที่กึ่งจักรพรรดิผู้หลงเหลือไว้นั้นอ่อนแอมาก การ
โจมตีก็เชืองช้าและพลังการโจมตีก็ยังต่ำ ด้วยเหตุนี้ หลินหมิงจึงเห็นความ
ลึกลับภายในการโจมตีเหล่านี้และเข้าใจได้ง่ายขึ้น
“ถ้าข้าไม่ผิด นักสู้รุ่นเยาว์ที่เข้าสู่เส้นทางแห่งจักรพรรดิอาจใช้
พลังงานบางส่วนเพื่อศึกษาทักษะและวิถีของฝ่ายตรงข้าม
“แม้แต่เหยียนชือและโหมวเฮอ ในฐานะอิมป์ที่มีความเชี่ยวชาญใน
พลังจิตวิญญาณ บางทีอาจจะพยายามที่จะเข้าใจวิถีและทักษะเหล่านี้
เช่นกัน ในเวลาเดียวกันพวกเขาอาจจะพยายามหาวิธีเอาเจตจำนง
บางส่วนของจักรพรรดินี้ไปใช้เป็นของตนเอง แต่ไม่ว่าพวกเขาจะได้
เจตจำนงแห่งจักรพรรดิไปมากเท่าใด แต่ท้ายที่สุด มันก็ไม่ใช่ของพวกเขา
ดังนั้นมนัจึงไอาจเติบโตได้”
ทักษะและวิถีของผู้ทรงพลังระดับกึ่งจักรพรรดิย่อมไม่ต้องสงสัยเลย
ว่ามันล้ำค่าอย่างแน่นอน แต่เมื่อเทียบกับกาเสริมเจตจำนงและการสร้าง
จิตวิญญาณต่อสู้ พวกมันย่อมมีความสำคัญน้อยกว่ามาก
อย่างไรก็ตาม ก็ไม่อาจที่จะโทษเหยียนชือและโหมวเฮอได้ พลัง
เจตจำนงของพวกเขามีจำกัด ดังนั้นโอกาสของพวกเขาที่จะสร้างจิต
วิญญาณต่อสู้ของตัวเองจึงเป้าหมายที่ห่างไกล โดยปกติในทวีปปีศาจ
ศักดิ์สิทธิ์ นักสู้จะสร้างจิตวิญญาณต่อสู้ของตัวเองในช่วงเวลาที่พวกเขา
กลายเป็นจักรพรรดิไร้เปรียบ สำหรับเหยียนชือและโหมวเฮอ ทั้งสองมี
การบ่มเพาะระดับราชาปีศาจหนึ่งและสองดาวเอง
นอกจากนี้ เหยียนชือและโหมวเฮอยังมีภูมิหลังที่ไม่ยิ่งใหญ่นัก นิกาย
เหล่านี้ไม่เคยสร้างผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิได้ ดังนั้นความรู้และมรดกที่
พวกเขามีเกี่ยวกับจิตวิญญาณต่อสู้จึงไม่มีอะไรเลย เหยียนชือ และ โหมว
เฮอ ก็ไม่ทราบวิธีการสร้างจิตวิญญาณต่อสู้และไม่เข้าใจความสำคัญของ
พวกเขา
หลินหมิงได้นึกถึงการโจมตีของผู้อาวุโสผู้เหล่า และหลังจากรับรู้ถึง
ข้อมูลเชิงลึกบางอย่างแล้ว เขาก็เดินไปสู่แสงต่อไป
เมื่อเทียบกับเปลวเพลิงก่อนหน้า แสงนี้สว่างมากอย่างยิ่ง มันสว่าง
และจ้าเหมือนดวงอาทิตย์ขนาดเล็กลง
จิตใจของหลินหมิงเย็นเฉียบ ดวงตาของเขาจ้องมองไปยังข้อคามใต้
แสงและเขาได้เห็นว่าอันนี้เป็นของผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิที่แท้จริง!
“กู่เสี่ยว เผ่าปีศาจยักษ์ นางท่องไปทั่วโลกเมื่อ 6000 ปีก่อน นาง
กลายเป็นจักรพรรดิปีศาจเมื่ออายุ 109 ปีและเสียชีวิตเมื่ออายุได้ 130 ปี
เมื่อนางเสียชีวิตขณะที่มีการบ่มเพาะระดับจักรพรรดิปีศาจหนึ่งดาว”
ข้อมูลเกี่ยวกับกู่เสี่ยวปรากฏในจิตใจของหลินหมิง
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า หากกู่เสี่ยวกลายเป็นจักรพรรดิปีศาจได้
พรสวรรค์ของนางย่อมอยู่ในระดับจักรพรรดิอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม
หลังจากที่กลายเป็นจักรพรรดิปีศาจ นางก็เป็นจักรพรรดิปีศาจที่มีระดับ
ความแข็งแกร่งทั่วไป ผู้ที่สามารถกลายเป็นจักรพรรดิปีศาจล้วนมี
พรสวรรค์ระดับจักรพรรดิ แน่นอนว่า จะต้องเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง
ผู้นึง!
กู่เสี่ยวกลายเป็นจักรพรรดิปีศาจเมื่ออายุ 109 ปี – ความสำเร็จช่วง
นั้นไม่ใช่ช่วงต้น ในความเป็นจริง พรสวรรค์ของนางด้อยกว่าเสี่ยวอวี่และ
กู่เย่ว์ในเริ่มแรก ทั้งสองล้วนได้รับสมญานามอาชูร่า ถ้าพวกเขายังไม่ตาย
ในวัยเยาว์ พวกเขาก็คงจะกลายเป็นตัวตนที่มีความสามารถในต่อสู้ข้าม
ขั้นในระดับจักรพรรดิ
หลินหมิงได้สูดลมหายใจเข้าลึกๆและปรับตัวให้อยู่ในสภาวะที่ดีที่สุด
สิ่งที่เขากำลังจะเผชิญคือผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิที่แท้จริง แม้ว่าจะเป็น
ผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิทั่วไป แต่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ ก็ยังเป็นตัวตนที่
ยากเทียบได้ เขาต้องมีความสนใจอย่างมากในศึกครั้งนี้
เขาก้าวเข้าไปในระยะแสงของกู่เสี่ยว และรู้สึกราวกับว่าเขาได้ข้าม
มิติไป มาถึงในมิติที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
หนึ่งแสง หนึ่งโลก เจตจำนงของผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิที่แท้จริงก็
เพียงพอที่จะสร้างโลกของตัวเอง
เมื่อหลินหมิงเข้ามาในโลกใบนี้ เขารู้สึกเหมือนมนุษย์ที่ถูกทิ้งลงในทุ่ง
หิมะฤดูหนาว ความรู้สึกหนาวเย็นเช่นนี้เพียงพอที่จะทำให้ไขกระดูกของ
เขาแข็งตัวได้
เกิดจิตสังหารที่หนาแน่นขึ้นอย่างฉับพลันในอากาศ ด้วยเสียงพรวด
พลาด อสรพิษขนาดใหญ่ก็โผล่ออกมาจากอากาศและพุ่งมาทางหลินหมิง
“เปลี่ยนรูปแบบ?”
หลินหมิงเนึกไปถึงที่มารเจิดจรัสได้กล่าวว่า ในโลกแห่งเจตจำนง นัก
สู้คือพระเจ้า พวกเขาสามารถเปลี่ยนเจตจำนงของตนเป็นรูปแบบที่
แตกต่างกันเพื่อที่จะฆ่าศัตรูของพวกเขา
อสรพิษขนาดใหญ่ในด้านหน้าของเขาคือการเปลี่ยนรูปร่างของ
เจตจำนงแห่งจักรพรรดิ
อสรพิษตัวนี้มีความยาวกว่า 100 ก้าวและลำตัวหนาเท่าเอวของ
หลินหมิง มันอ้าปากขนาดใหญ่เตรียมที่จะงับหลินหมิง ความเร็วของมัน
เร็วกว่านักสู้ที่ผ่านมา!
ด้วยความเร็วของหลินหมิง มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะหลบการ
โจมตีนี้ หลินหมิงกัดฟันแน่น ดึงเอาหอกแห่งดาวหางม่วงออกมาแล้วพุ่ง
เข้าปากของมัน!
ด้วยการผสานกับวิถีแห่งสายฟ้า หอกแห่งดาวหางม่วงเป็นเหมือน
สายฟ้าที่พุ่งไปยังขากรรไกรบนของมัน โลหิตสาดกระเซ็น แต่มันยัง
พยายามงับลงมายังหลินหมิง
ปังงงง!!
ปากยักษ์ของอสรพิษงับลงมาและหลินหมิงถูกกลืนเข้าไปใน
กระเพาะอาหารของมัน
“หลินหมิง เจ้าไม่อาจเอาชนะเจตจำนงแห่งจักรพรรดินี้ได้ รีบถอนตัว
ทันที!” เสียงเตือนของมารเจิดจรัสกล่าวดังออกมาในจิตใจของหลินหมิง