Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 619 ทางเลือกของหลินหมิง
เส้นทางแห่งจักรพรรดิ โลกแห่งเจตจำนง –
โลหิตไหลลงมาจากฟากฟ้า หอกของหลินหมิงถูกแทงทะลุสัตว์อสูรดุ
ร้ายรูปแบบเสือ แต่ร่างกายของเขาถูกตัดด้วยกรงเล็บของมัน ครึ่งซีกขวา
ทั้งหมดฉีกเป็นทางยาว เนื้อหนังกระเด็นไปทั่ว
การต่อสู้เช่นนี้อาจเรียกได้ว่าน่าเศร้าอย่างสิ้นเชิง โชคดีที่การต่อสู้
ครั้งนี้เกิดขึ้นภายในโลกแห่งเจตจำนง ถ้าเป็นโลกแห่งความเป็นจริงแล้ว
หลินหมิงจะต้องใช้เวลาหลายเดือนในการฟื้นตัวจากบาดแผลดังกล่าว
วูป –
หลินหมิงถูกดึงออกมาจากโลกแห่งเจตจำนง หยดเหงื่อเย็นหยดลง
บนใบหน้าและหลังของเขา ครึ่งหนึ่งเป็นเพราะเขาผลาญพลังงานเป็น
จำนวนมาก และอีกครึ่งหนึ่งเป็นเพราะความเจ็บปวดที่เขาได้รับ
ในการต่อสู้ในโลกแห่งเจตจำนง ความรู้สึกที่ถูกฉีกขาดกระชากยังคง
อยู่ ทันทีที่จิตวิญญาณแตกออกเป็นเสี่ยงๆ อาการปวดเมื่อยตามกระดูก
จะเกิดขึ้น แม้ว่าเจตจำนงของหลินหมิงจะแข็งแกร่ง แต่ก็ยังยากที่จะทน
ทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดนี้เป็นเวลาหลายวัน
“หืม?”
ขณะที่หลินหมิงออกมาโลกแห่งเจตจำนง เขาตกใจเมื่อเห็นเส้นทาง
แห่งจักรพรรดิต่อหน้าเขา
เส้นทางแห่งจักรพรรดิเส้นเดียวที่นำไปสู่ความมืดดำดำที่ไม่มีที่สิ้นสุด
ได้แบ่งออกเป็นสองทางแล้ว!
ก้านหน้าหลินหมิงมีเส้นทางแห่งจักรพรรดิอยู่สองสาย!
สายแรกของเส้นทางจักรพรรดิก็เหมือนกับแต่ก่อนที่มีแสงที่ลอยอยู่
ทั้งสองข้าง แต่บนเส้นทางอีกสายล้อมรอบด้วยแผ่นศิลา!
“นี่คืออะไร? การทดสอบ? ภาพมายา?”
“ไม่ใช่การทดสอบหรือภาพมายา สำหรับเจ้า มันเป็นโอกาส
ทางเลือกที่เจ้าสามารถเลือกได้” มารเจิดจรัส กล่าวจากภายในทะเลแห่ง
จิตวิญญาณของหลินหมิงว่า “เจ้าได้พ่ายแพ้ต่อหน้าแสงแห่งเจตจำนงของ
กู่เสี่ยว แล้วแสงอันนี้ยิ่งสว่างมากกว่าหลายเท่า กู่เสี่ยวเป็นผู้ทรงพลัง
ระดับจักรพรรดิที่ยังไม่สามารถสร้างจิตวิญญาณต่อสู้ของตัวเองได้ นาง
ด้อยที่สุดของผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ ถัดจากแสงของนางไป ก็คือ
เจตจำนงของผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิที่สามารถควบแน่นจิตวิญญาณ
ต่อสู้ของตนเองขึ้นมาได้ และอาจกระทั่งเป็นจักรพรรดิปีศาจสองดาวหรือ
สามดาว ไม่เพียงแต่พวกเขาสร้างจิตวิญญาณต่อสู้ของตนเองขึ้นมาได้
เท่านั้น แต่กฎที่พวกเขาได้รับรู้นั้นก็สูงอย่างมาก ซึ่งเป็นจุดสูงสุดที่เหล่าผู้
ทรงระดับจักรพรรดิจะสามารถไปถึงได้ เจ้าติดอยู่ที่นี่มา 10 วันแล้ว
เส้นทางแห่งจักรพรรดิอาจจะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่เจ้าจะก้าวต่อไปได้อีก
เพราะฉะนั้นจึงได้สร้างเส้นทางให้กับเจ้าเลือก นี่เป็นทางเลือกที่เจ้า
สามารถเลือกได้เพื่อที่จะไม่ต้องออกไปโดยไม่ได้ทำอะไรเลย”
มารเจิดจรัสเคยติดตามจักรพรรดิปีศาจเข้าสู่เส้นทางแห่งจักรพรรดิ
สถานการณ์ปัจจุบันเป็นเพียงการคาดเดาของเขา
“อีกนัยหนึ่ง… ข้าสามารถลดความยากลำบากลงได้?”
หลินหมิงเต็มไปด้วยความรู้สึกท้อแท้ มาจนถึงบัดนี้ เขาได้พบกับนัก
สู้ที่ทรงพลังอยู่ทุกที่และยังไม่มีนักสู้ที่มีพรสวรรค์เกินกว่าที่ตัวเขาเองเลย
แต่ตอนนี้ ขณะที่เขากำลังผ่านเส้นทางแห่งจักรพรรดิ เขากลับถูกผลักลง
มาสู่ระดับนี้
เพียงแค่ 10 วันที่นี่และเขาได้รับโอกาสในการลดความยากลำบากลง
เขารู้สึกผิดหวังตัวเองอย่างเห็นได้ชัด
“ฮ่าฮ่า เจ้าหนู อย่าเศร้าไปเลย หลังจากผ่านเส้นทางทั้งหมดของ
เส้นทางจักรพรรดิ เจ้าสามารถกลายเป็นผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ เจ้า
ในตอนนี้มีการบ่มเพาะระดับใด? และเจ้ายังต้องการที่จะข้ามผ่านเส้นทาง
ของจักรพรรดิ? ฝันไปเถอะ! ถ้าเรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นจริงแล้ว มิใช่ว่าหัวหน้า
ผู้ปกครองปีศาจอนันต์หรือผู้นำดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้จะต้องถูก
บดขยี้ใต้ฝ่าเท้าของเจ้าหรอกหรือ? เจ้าหนู ถึงแม้ว่าเจ้าจะมีเจตจำนงที่
แข้งแกร่ง แต่การบ่มเพาะของเจ้ายังต่ำเกินไป เมื่อเทียบกับเจตจำนงของ
ผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิความแตกต่างมันก็ยิ่งใหญ่เกินไป ถึงกระนั้น
นักบุญคนนี้ก็ยังประหลาดใจที่เจ้าสามารถฆ่าอสรพิษ แมงป่องและเสือที่
กู่เสี่ยวสร้างขึ้นได้ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา! ”
ในเวลานั้น เมื่อกู่เสี่ยวได้สร้างอสรพิษขึ้น… มารเจิดจรัสพยายาม
หว้านล้อมให้หลินหมิงออกไปจากโลกแห่งเจตจำนงเร็วๆ เขาเชื่อว่าหลินห
มิงจะพ่ายแพ้โดยไม่ต้องสงสัย แต่เขาไม่เคยคิดว่าหลินหมิงจะผ่านไปได้
ด้วยการบ่มเพาะของหลินหมิงที่สามารถมาถึงตรงนี้ได้ มันเป็นไปได้อย่าง
เดียวเพราะเขาเป็นสัตวืประหลาดอัจฉริยะ
“ความแตกต่างในระดับการบ่มเพาะก็ยิ่งใหญ่เกินไป” หลินหมิงส่าย
หัว เป็นเวลามากกว่า 10 วันที่เขาได้ต่อสู้กับเจตจำนงที่เหลือของกู่เสี่ยว
อย่างไรก็ตาม เขาไม่เคยเห็นรูปแบบที่แท้จริงของกู่เสี่ยวเลย ทุกๆ
ครั้งที่เขาต่อสู้กับเจตจำนงของกู่เสี่ยว กู่เสี่ยวจะส่งสัตว์อสูรดุร้ายสามตัว
มาจัดการกับเขา เหล่านี้ซึ่งเป็นอสรพิษ แมงป่องและเสือ หลังจากการ
ต่อสู้ทั้งสามครั้ง หลินหมิงได้ใช้พลังเจตจำนงไปเกือบจะหมด
“หลินหมิง มีผลึกโลหิตปีศาจระดับสูงสุดอยู่ในแหวนมิติของเจ้าและ
แม้แต่กระดูกเทพปีศาจ 2 อันใช่หรือไม่? รากฐานของเจ้ามั่นคงมาก ถ้า
เจ้าใช้ผลึกโลหิตปีศาจระดับสูงสุดและกระดูกเทพปีศาจ เช่นนั้นด้วยการ
ฝึกฝนบนเส้นทางแห่งจักรพรรดิ มันก็จะเป็นการง่ายอย่างมากสำหรับเจ้า
ที่จะทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ได้ในช่วงเวลาสั้นๆ เมื่อเกิด
เหตุการณ์เช่นนั้น เจ้าจะสามารถเริ่มต้นสร้างจิตวิญญาณต่อสู้ของตนเอง
และซึ่งจะง่ายกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ อย่างน้อย เจ้าควรจะสามารถ
เอาชนะเจตจำนงของผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิทั่วไปได้”
การบ่มเพาะมีผลต่อเจตจำนง ยิ่งผู้นึงมีเจตจำนงที่ลึกซึ่ง ก็ยิ่งง่ายต่อ
การสร้างจิตวิญญาณต่อสู้ขึ้น เจตจำนงของหลินหมิงมีความเหนียวและ
ยืดหยุ่น แต่การบ่มเพาะไม่ลึกซึ่งและภูมิหลังของเขาไม่เป็นที่รู้จัก พลัง
เจตจำนงเป็นเรื่องง่ายที่จะหมดไป แต่การสร้างจิตวิญญาณต่อสู้ย่อมเป็น
อีกเรื่องนึงเช่นกัน
หลินหมิงส่ายหัวและกล่าวว่า “ถ้าข้าตั้งใจแน่วแน่ในการทะลวงเข้าสู่
ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ เช่นนั้นมันก็คงต้องใช้เวลาอย่างมากถ้าข้าต้องการ
ให้รากฐานของข้าแข็งแกร่งไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้น… การปะทุของอเวจี
ปีศาจอมตะจะสิ้นสุดในช่วงครึ่งปีถึงหนึ่งปี – ข้าไม่มีเวลารอนานเช่นนั้น
หลังจากที่ข้าออกจากเส้นทางแห่งจักรพรรดิ ข้าไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ระหว่างข้าและผู้ปกครองปีศาจอนันต์ ข้าต้องคว้าโอกาสนี้และพยายาม
สร้างจิตวิญญาณต่อสู้ของตนเองให้เร็วที่สุด ข้อได้เปรียบของข้าในอนาคต
ก็จะเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน
หลินหมิงต้องการสร้างจิตวิญญาณต่อสู้ของตัวเองในขณะที่เขายังอยู่
ในปลายขอบขั้นปราณปลายฟ้า เมื่อเทียบกับการควบแน่นจิตวิญญาณ
ต่อสู้ขณะที่อยู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้หรือขั้นทำลายชีวิต มันจะยิ่งมีพื้นที่
เพิ่มขึ้นสำหรับการเติบโต
“ดี มีหลายคนที่เข้าใจเรื่องนั้นแต่คนน้อยมากที่สามารถปฏิบัติตามได้
จริง ผู้ใดบางจะไม่อยากสร้างจิตวิญญาณต่อสู้ของตัวเองให้เร็วที่สุด? ที่
เจ้าพูดมันก็ดูเหมือนง่าย เจตจำนงไม่เหมือนกันกับร่างกาย เมื่อได้รับ
บาดเจ็บจะเป็นเรื่องยากมากที่จะรักษา ถ้าเจ้าไม่สามารถทนต่อความ
เจ็บปวดนี้ได้แล้ว เช่นนั้เจ้าจะไม่สามารถสร้างจิตวิญญาณต่อสู้ได้ แต่ยัง
จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างถาวรต่อเจตจำนงของเจ้าอีกด้วย”
มารเจิดจรัสส่ายหัวหมาน้อยๆของเขา ไม่เห็นด้วยกับทางเลือกของ
หลินหมิง “เส้นทางแห่งจักรพรรดิได้ให้เจ้าเลือกอีกทางหนึ่ง เส้นทางที่
สองนี้ล้อมรอบด้วยแผ่นจักรพรรดิ มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มการบ่มเพาะ
และความแข็งแกร่งของเจ้า ถ้าเจ้าเลือกเส้นทางสายนี้แล้วก้าวเดินไป
ด้วยความสามารถของเจ้ามันก็ไม่ควรจะยากเกินไปที่จะทะลวงเข้าสู่ขั้น
หลอมรวมแก่นแท้ ทั้งความแข็งแกร่งและการเคลื่อนไหวของเจตจำนงจะ
เพิ่มขึ้นอย่างมาก สำหรับเส้นทางสายแรกมันมีจุดมุ่งหมายเฉพาะในการ
เสริมเจตจำนงของเจ้าเท่านั้น ถ้าเจ้าเดินไปในเส้นทางสายนั้นแล้ว ความ
แข็งแกร่งของเจ้าจะไม่เพิ่มขึ้นมากนัก แต่หากเจ้าประสบความสำเร็จ ข้อ
ได้เปรียบของเจ้าจะไม่อาจจินตนาการได้ แต่ถ้าหากเจ้าพ่ายแพ้ มันไม่
เพียงแต่จะไม่มีประโยชน์ใด แต่กลับจะเสียหายต่อเจตจำนงของเจ้าแทน
คิดให้ดีก่อนที่จะก่อนตัดสินใจเลือก”
ในขณะที่มารเจิดจรัสกล่าว หลินหมิงก็เข้าใจเรื่องนี้ดี
สองเส้นทาง เส้นทางสายหนึ่งมุ่งสู่โลกแห่งเจตจำนง และอีกสายเป็น
ความแข็งแกร่งของระดับการบ่มเพาะที่สูงขึ้น สำหรับนักสู้ที่มีระดับพลัง
ต่ำกว่า การมีระดับพลังมากขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริงก็มีค่าอย่างยิ่ง –
นี่เป็นความจริงแม้แต่กับหลินหมิงก็ตาม
โหมวเฮอ ไคเหยียงและคนอื่น ๆ หลังจากพ่ายแพ้ในด่านทดสอบ
เจตจำนง ก็มักจะเลือกอีกเส้นทางเพื่อเพิ่มการบ่มเพาะและความ
แข็งแกร่งของพวกเขา
หลินหมิงสามารถจินตนาการได้ว่าถ้าเขาก้าวเข้าสู่เส้นทางที่สอง
ความแข็งแกร่งของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ถ้าเขาอยู่ใน
เส้นทางแรกในขณะที่มันจะไม่เห็นผลประโยชน์ในระยะสั้น แต่จะมี
ประโยชน์อย่างไม่จำกัดสำหรับการเติบโตในอนาคตของเขา
ถ้าหลินหมิงพลาดโอกาสนี้ มันก็จะกลายเป็นเรื่องยากมากที่จะสร้าง
จิตวิญญาณต่อสู้ของตนเอง
ไม่ต้องกล่าวถึงการพยายามที่จะทำเช่นนั้นในตอนที่อยู่ปลายขอบขั้น
ปราณปลายฟ้า ถ้าเขาไม่สามารถสร้างจิตวิญญาณต่อสู้ในช่วงืั้อยู่ขั้น
หลอมรวมแก่นแท้ได้ เขาก็จะต้องรอนานจนกว่าจะเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิต
เลยก็เป็นได้
ในทวีปนภารินไหลและทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ การสร้างจิตวิญญาณ
ต่อสู้ในขั้นทำลายชีวิตได้ก็เป็นความสำเร็จอันดับหนุ่งที่น่าภาคภูมิใจไปชั่ว
ชีวิตแล้ว แต่ถ้าความสำเร็จนี้ถูกเทียบในแดนเทวะแล้ว มันก็ล้วนไม่มีอัน
ใดเลย
มุมมองของหลินหมิงนั้นกว้างไกลมาก ถ้าจุดเริ่มต้นของเขายังล่าหลัง
อัจฉริยะเหล่านั้นในแดนเทวะมากเท่าไหร่แล้ว เช่นนั้นเขาจะสามารถไป
แข่งขันกับพวกเขาได้อย่างไรหากเข้าสู่แดนเทวะในอนาคต?
“ข้าไม่สามารถเลือกเส้นทางทั้งสองได้ในครั้งเดียว?” หลินหมิงไม่ได้
หวังอะไรมากนัก แต่ก็ยังอยากถามดู
“พยายามได้ดี สหาย เจ้าสามารถทำเช่นนั้น แต่ต้องสำเร็จเส้นทาง
แห่งจักรพรรดิสายแรกให้ได้ก่อน เมื่อถึงเวลานั้น ความลึกลับทั้งหมดของ
เส้นทางแห่งจักรพรรดิจะเปิดให้กับเจ้า เจ้าสามารถสัมผัสกับเพลิงแห่ง
เจตจำนง แผ่นศิลาจักรพรรดิ และบางทีกระทั่งสิ่งที่ข้าไม่รู้จัก แต่…
หลังจากผ่านเส้นทางแห่งจักรพรรดิแล้ว เจ้าจะกลายเป็นจักรพรรดิไร้
เปรียบ ถ้าเจ้าต้องการผ่านเส้นทางแห่งจักพรรดิอย่างสมบูรณ์ในตอนนี้
แน่นอนว่า… มันเป็นไปไม่ได้ หากเจ้าเลือกเส้นทางหนึ่งอย่างจริงใจ เมื่อ
ทำเช่นนั้น เส้นทางอื่นๆจะหายไป เลือกตามที่เจ้าต้องการ” มารเจิดจรัส
กล่าวอย่างตรงไปตรงมาสามครั้ง โดยคำพูดเหล่านี้เห้นได้อย่างชัดเจนเพื่อ
ขจัดปัญหาจินตนาการที่ไม่น่าจะจริงทั้งหมดของหลินหมิง
หลินหมิงได้สูดหายใจเข้าลึกๆ ลังเลครู่หนึ่งแล้วกล่าวออกมาอย่าง
แน่วแน่ว่า “ข้าเลือกเส้นทางแห่งเจตจำนง!”
มารเจิดจรัสดูเหมือนจะคาดหวังอยู่แล้วว่าหลินหมิงจะเลือกเช่นนี้
เขาส่ายหน้าและกล่าวอย่างเฉื่อยชาว่า “ดี โชคดีก็แล้วกัน นักบุญคนนี้ขอ
ตัวไปหลับก่อนแล้วกัน”
หลังจากวิญญาณของมารเจิดจรัสได้รับบาดเจ็บเขาต้องใช้เวลา 90%
ของวันเพื่อนอนหลับพักผ่อน
หลินหมิงไม่ยุ่งกับมารเจิดจรัสอีกต่อไป เขานั่งลงและเริ่มปรับลม
หายใจ เขาหยิบผลึกโลหิตปีศาจระดับสูงสุดจากแหวนมิติและเริ่มดูดซับ
พลังงานของผลึกโลหิตปีศาจช้าๆ
หลินหมิงไม่ทราบเรื่องนี้ แต่ในขณะที่เขากำลังเผชิญกับทางเลือก
ของเขา ในเส้นทางแห่งจักรพรรดิของหอคอยประกาย เฟย์สาวงามก็ได้
ตัดสินใจของนางเช่นกัน
เฟย์สาวนางนี้มีผมยาวสีน้ำฟ้าและดวงตาของนางเองก็เป็นสีฟ้า
ใบหน้าของนางดูน่ารัก ไม่มีไร้ข้อบกพร่องใดๆ มีเพียงที่อยู่บนแก้มใต้ตา
ของนางเป็นเกล็ดสีฟ้าเล็กๆหลายอัน แต่เกล็ดเหล่านี้ไม่ได้บดบังความ
งดงามของนางเลย กลับกัน พวกมันทำให้นางมีบรรยากาสลึกลับและ
น่าสนใจ
นางเป็นผู้มีพรสวรรค์อันดับหนึ่งของหอคอยประกาย หลานฉิน นาง
มาจากนิกายเฟย์, แดนศักดิ์สิทธิ์ประกายเงิน นางทะลวงผ่านเข้าสู่ไป
ระดับราชาเฟย์หนึ่งดาวที่อายุ 25 ปีและเท่ากับขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วง
ต้นของมนุษย์
แม้ว่าการบ่มเพาะของนางจะสูงกว่าหลินหมิง แต่ในแง่ของเจตจำนง
นางยังด้อยกว่า เมื่อนางเผชิญหน้ากับเจตจำนงระดับกึ่งจักรพรรดินางก็
ไม่สามารถผ่านได้ นางติดอยู่ที่เจตจำนงกึ่งของจักรพรรดิเป็นเวลา 12 วัน
ในขณะนี้
ในเส้นทางแห่งจักรพรรดิ มีเวลาทั่วไปสำหรับผู้ท้าชิงแต่ละคน นั่น
คือ 12 วัน
ถ้านางไม่สามารถผ่านเส้นทางในช่วงเวลานี้ได้ นั่นหมายความว่า
พรสวรรค์หรือการบ่มเพาะของนางยังขาดไป
นี่เป็นหนึ่งในความลึกลับที่หลานฉินไม่รู้จัก นางมองเพียงอย่างสงสัย
ไปยังแผ่นศิลาที่ล้อมรอบเส้นทางที่สองของจักรพรรดิ ขณะที่นางเหลือบ
มองพวกมัน นางถูกดึงดูดความสนใจจากแผ่นศิลาเหล่านี้ในทันที
“นี่คือ…”
แผ่นศิลามีรูปแปลกๆและแผนภาพที่แกะสลักไว้ แต่เมื่อเห็นภาพ
เหล่านี้ นางรู้สึกราวกับว่าวิญญาณของนางกำลังจมลงไปภายใน ไม่
สามารถปล่อยตัวเองได้
“เป็นแผ่นศิลาที่แปลกอย่างยิ่ง!”
หลานฉินยังลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วก้าวขึ้นไปบนเส้นทางสายที่สองของ
จักรพรรดิ ในช่วงเวลาที่นางก้าวขึ้นไป เส้นทางแรกของจักรพรรดิก็
หายไป
หลานฉินค่อนข้างที่จะแปลกใจ นางรู้สึกอย่างเลือนลางว่าได้ตัดสินใจ
เลือกอะไรบางอย่าง ในเมื่อนางเลือกเส้นทางแห่งจักรพรรดิที่มีแผ่นศิลา
ซึ่งหมายความว่านางได้ยอมแพ้ต่อเส้นทางเจตจำนงแห่งแสง
หลังจากสูญเสียเส้นทางเจตจำนงแห่งแสงไป หลานฉินก็คิดว่ามันน่า
เศร้าเล็กน้อย แต่หากนางได้รับโอกาสที่จะตัดสินใจอีกครั้ง นางก็ยังจะ
เลือกเส้นทางแผ่นศิลานี้เช่นเดิม หลังจากที่อยู่บนเส้นทางแห่งเจตจำนง
เป็นเวลาหลายวัน ความแข็งแกร่งของนางไม่ได้เพิ่มมากนัก แต่ความ
เจ็บปวดจากการฉีกขาดของวิญญาณที่นางได้ในช่วงเวลานั้นทำให้นาง
หวาดเสียวไปถึงกระดูกสันหลัง