Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 620 สนามพลังจักรพรรดิสูงสุด
หลานฉินเป็นผู้หญิง แต่เจตจำนงและความเชื่อของนางก็มั่นคงมาก
มิเช่นนั้นนางก็คงไม่สามารถมาถึงจุดนี้ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเผชิญหน้ากับ
ความเจ็บปวดที่ฉีกกระชากจิตวิญญาณในเส้นทางแห่งเจตจำนง นาง
พบว่ามันยากที่จะทานทนได้!
แม้ในขณะที่ทานทนต่อความเจ็บปวดที่วนเวียนเช่นนี้ ความ
แข็งแกร่งของนางกลับมีจำกัด หลานฉินพบว่ามันยากที่จะยอมรับได้
ขณะที่หลานฉิน ก้าวลงบนเส้นทางสายที่สองเส้นทางแห่งจักรพรรดิ
นางรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่นางจะไม่สามารถขัดเกลาตัวนางให้เฉียบคมได้
อีกต่อไป แต่ความโศกเศร้านี้ได้หายไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน เพราะนาง
ได้รับความสนใจอย่างเต็มที่จากแผ่นศิลาจักรพรรดิแผ่นแรก
ตอนนี้มันคุ้มค่าจริงๆ กับเส้นทางแห่งจักพรรดิที่ชื่อเสียงอันเลืองลือ!
เส้นทางที่นางผ่านมาจนถึงบัดนี้ไม่ได้ดีไปกว่ากรงราชัน
หลังจากที่หลานฉินได้เลือกเส้นทางของนางแล้ว หอคอยเมฆาสวรรค์
ต๋วนมู่ฉินก็กำลังทำเช่นกัน
ภูมิหลังของต๋วนมู่ฉินยิ่งน่ากลัวกว่าหลานฉิน
หลานฉินแต่เดิมได้มาจากแดนศักดิ์สิทธิ์ แต่แดนศักดิ์สิทธิ์ถูกแบ่ง
ออกเป็นหลายระดับ ตามประเพณีอันยาวนานของทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์
เมื่อผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิเกิดมาในนิกายระดับ 5 จากนั้นแล้วนิกายก็
จะกลายเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์
ในบรรดาแดนศักดิ์สิทธิ์ที่มีเพียงผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ 1 ดาว
เป็นธรรมดาที่จะอ่อนแอ :ในความเป็นจริง บางคนอาจจะได้รับการ
พิจารณาเพียงนิกายระดับ 5 ชั้นสูง
สำหรับแดนศักดิ์สิทธิ์ที่มีผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ 2 คน หรือแม้แต่
5–6คน แต่ละคนอยู่ระดับ 2 ดาว 3 ดาว สามารถสร้างจิตวิญญาณต่อสู้
ของตัวเองได้หรือมีความสำเร็จสูงในกฎบางอย่าง เป็นตัวตนที่อยู่จุดสูงสุด
ของแดนศักดิ์สิทธิ์ แดนศักดิ์สิทธิ์ประเภทนี้อาจถือได้ว่าเป็นนิกายระดับ 5
ขั้นสูงสุด
สูงกว่านั้นก็เป็นนิกายระดับ 6 ซึ่งเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในระดับ
เดียวกับตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจ
ต๋วนมู่ฉินเกิดขึ้นมาจากแดนศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่ซึ่งเกือบจะเป็น
นิกายระดับ 6
เขาแตกต่างจากหลานฉิน ก่อนที่จะเข้าสู่เส้นทางแห่งจักพรรดิ ต๋วนมู่
ฉินก็มีความเข้าใจเรื่องนี้แล้ว
ช่วงเวลาที่เขาได้เลือกให้ใช้เส้นทางสายที่สองของเส้นทางแห่งจัก
พรรดิ ต๋วนมู่ฉินรู้ว่าเขาล้มเหลว
เขาส่ายหัวและพกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าข้าจะมั่นใจมากเกินไป ข้าอยู่
เพียงระดับราชาเฟย์เพียง 1 ดาว กลับต้องการควบแน่นจิตวิญญาณต่อสู้
ของตัวเอง เป้าหมายของข้าสูงเกินไป นี่เป็นเพียงเจตจำนงกึ่งจักรพรรดิ
ระดับ2 แต่ข้าไม่สามารถทำต่อไปได้อีกแล้ว หากเลือกไปต่อข้าจะต้องทน
ต่อเจตจำนงของผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิที่แท้จริง! ความยากลำบากนั้น
ไม่สามารถที่จะจินตนาการได้! ถึงแม้ว่าข้าจะกัดฟันและทำต่อไป แต่ก็
ยังคงไร้ประโยชน์”
ต๋วนมู่ฉินเป็นอัจฉริยะไร้เปรียบในยุคของเขา แต่เมื่อมันมาถึงเรื่อง
ของพลังเจตจำนง ไม่ใช่เพียงแค่นั้น แต่เขามีภูมิหลังที่น่าสะพรึงกลัวและ
มีพรสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่กว่าแม้แต่หลานฉิน นอกเหนือจากศักยพภาพที่สูง
และเคล็ดบ่มเพาะชั้นสูง ต๋วนมู่ฉินอาจกล่าวได้ว่าเป็นบุตรแห่งสวรรค์ที่
ภาคภูมิ
ช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เหล่ารุ่นเยาว์ที่โดดเด่นทุกคนต่างพ่ายแพ้ต่อ
หน้าต๋วนมู่ฉิน แม้แต่ผู้ดูแลที่มีอายุมากกว่าเขาหลายสิบปีก็ไม่ใช่คู่มือของ
เขาอีกต่อไป ทีละน้อยๆ, อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความเชื่อมั่นได้สลักลงลึก
เข้าไปในกระดูกของต๋วนมู่ฉิน
นี่คือความมั่นใจในตนเองและความภาคภูมิใจที่เป็นอัจฉริยะชั้นยอด
เขาได้จินตนาการว่าเมื่อเขาเดินเข้าไปในเส้นทางแห่งจักพรรดิ เขา
จะสามารถทำให้มันเสร็จสมบูรณ์ในการเดินทางเพียงครั้งเกียวและสร้าง
จิตวิญญาณต่อสู้ของเขาเองได้ด้วย!
อย่างไรก็ตาม ความจริงนี้ได้ตบหน้าของเขาอย่างจัง เจตจำนงกึ่ง
จักรพรรดิขั้นหนึ่งนี้จะอ่อนแอเช่นเดียวกับเจตจำนงกึ่งจักรพรรดิทั่วไป ต๋
วนมู่ฉินใช้เวลาและพลังงานจำนวนมากเพื่อที่จะเอาชนะมัน แต่กับกึ่ง
จักรพรรดิระดับ 2 นี้ เขาก็หมดหนทางอย่างสิ้นเชิงจริงๆ ความเหลื่อมล้ำ
มันมากเกินไป
ต๋วนมู่ฉินกล่าวว่า “ผู้อาวุโสสูงสุดเป็นราชาเฟย์ 4 ดาว เมื่อเขาสัมผัส
กับจุดเริ่มต้นของจิตวิญญาณต่อสู้ครั้งแรก และในที่สุดก็สามารถสร้างเป็น
ของตัวเขาเองได้เมื่อเขาเป็นราชาเฟย์ 5 ดาวแล้ว ข้าจะเดินตามเส้นทาง
สายที่ 2 พร้อมกับแผ่นศิลาจักรพรรดิด้วยใจจริงก็แล้วกัน ถ้าข้ายังคงเดิน
ลงไปตามทางเส้นทางแห่งเจตจำนงเช่นเกิม เช่นนั้นไม่เพียงเจตจำนงของ
ข้าจะไม่แข็งแกร่งขึ้น แต่มันอาจจะได้รับบาดเจ็บอีกด้วย”
ต๋วนมู่ฉินไม่เต็มใจที่จะออกจากเส้นทางแห่งเจตจำนง แต่ ในที่สุดเขา
ก็ต้องระงับความรู้สึกนี้ลงในหัวใจและก้าวลงไปตามเส้นทางแผ่นศิลา
จักรพรรดิ
ถึงแม้เขาจะเข้าใจจิตใจของเขาว่าข้อได้เปรียบที่เขาได้รับจะมากขึ้น
หากว่าเขาเดินทางไปตามเส้นทางแห่งเจตจำนง แต่ประโยชน์นั้น ไม่ว่าจะ
มากมายเพียงใดก็ตามก็ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ในปัจจุบัน
เมื่อสงบใจของเขาได้ ต๋วนมู่ฉินก็เริ่มตรวจสอบแผ่นศิลาจักรพรรดิ
แผ่นแรก
……………………
อีกหนึ่งเดือนต่อมา เส้นทางแห่งจักพรรดิ หอคอยดาวเหนือ –
หลินหมิงได้เอาชนะสัตว์อสูรดุร้ายที่กู่เสี่ยวอัญเชิญเจตจำนงออกมา
เรียบร้อยแล้ว ในตอนนี้ เขากำลังต่อสู้กับร่างหลักเจตจำนงของกู่เสี่ยว
ปังงงง!!
ภายในโลกแห่งเจตจำนง เจตจำนงของหลินหมิงแตกเป็นเสี่ยงๆอีก
ครั้ง ความเจ็บปวดที่ฉีกกระชากวิญญาณนี้ทำให้เขาอ่อนกำลังลงในทันที
“กลับคืนร่าง!”
หลินหมิงตะโกนดังขึ้นและร่างกายที่กระจัดกระจายของเขาเริ่ม
รวมเข้าด้วยกัน ในโลกแห่งเจตจำนง พลังทั้งหมดขึ้นอยู่กับเจตจำนงของ
คนผู้นั้น! ภายในใจของหลินหมิง เขานึกถึงช่วงเวลาที่เขายังคงอยู่ที่ขั้น
กายผันแปร และได้พบกับชิ้นส่วนของจิตวิญญาณที่เจ้าของภายในมิติของ
ลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ เขาระลึกถึงช่วงเวลาที่เขาต่อสู้กับมารเจิดจรัส และเขา
นึกถึงช่วงเวลาที่เขาได้ประสบกับ 100 วัฏสงสารภายในเจดีย์แม่มด
“เจตจำนงของข้าไม่ย่อท้อ จิตวิญญาณของข้าไร้ที่สิ้นสุด แม้แต่ตอน
ที่ข้าเผชิญหน้ากับเศษเสี้ยววิญญาณของผู้อาวุโสที่ยิ่งใหญ่ของแดนเทวะ
ข้าก็ยังไม่ถูกกลืนกิน แม้เมื่อข้าเผชิญหน้ากับ 100 วัฏสงสาร ข้าก็ไม่ได้
หลงเข้าไปในภาพมายาของข้า แม้ว่าเจ้าจะเป็นผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ
และในแง่ของความแข็งแกร่ง ข้ายอมรับว่าข้ายังคงอ่อนแอกว่าเจ้า แต่ใน
ด่านของเจตจำนง ข้าจะพ่ายแพ้ให้กับเจ้าได้อย่างไร! ”
หลินหมิงตะโกนเสียงดังขึ้น ก่อนที่จะใช้หอกพุ่งตรงไปยังกู่เสี่ยว!
ปังงงง!!
แสงสีทองสาดประกาย ครึ่งหนึ่งของร่างกายหลินหมิงถูกแทงจาก
แสงนี้ แต่ในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนที่เจตจำนงของเขากำลังจะพังทลาย
ทันใดนั้นเขาก็ขว้างหอกแห่งดาวหางม่วงในมือออกไป
สายฟ้าคำรามอย่างเกรี้ยวกราดและเปลวไฟลุกโชติช่วง หอกแห่ง
ดาวหางม่วงพุ่งผ่านออกไปเป็นเส้นโค้งในอากาศเช่นที่มันแทงเข้าไปใน
ร่างกายหลักของกู่เสี่ยว!
ฝนโลหิตตกลงมาจากฟากฟ้า
ในวินาทีต่อมา หลินหมิงได้กลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง “นี่เป็นครั้ง
แรกที่ข้าทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ!”
เหงื่อเย็นของหลินหมิงหลึ่งออกมาจากความเจ็บปวด ขณะที่เขาเช็ด
เหงื่อบนใบหน้า ก็ทรุดตัวลงกับพื้นดินอย่างอ่อนเพลีย
หยิบผลึกโลหิตปีศาจระดับสูงสุดออกมาจากแหวนมิติ เข้าฌาณและ
เริ่มฟื้นฟูพลังของเขา ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เขาได้เผชิญกับภาวะ
กดดันทางจิตวิญญาณที่รุนแรงของเจตจำนงจากการต่อสู้นับไม่ถ้วน
หลังจากผ่านไปเป็นเวลานาน โดยไม่รู้ตัว ความแข็งแกร่งของพลัง
เจตจำนงของเขาได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก
ภายในทะเลจิตวิญญาณของหลินหมิง มารเจิดจรัสได้ตื่นขึ้นมาจาก
การหลับลึกของเขาแล้ว ขณะที่เขาเหยียดแข็งขาก็กล่าวว่า “เจ้าหนู เจ้า
มัน บ้าบิ่นอย่างยิ่ง หากเจ้ายังคงทำเช่นนี้ต่อไป เช่นนั้นมันจะเป็นการง่าย
ที่เจตจำนงของเจ้าจะเสียหาย ใบหน้าของเจ้าซีดไปถึงจุดที่ไร้เลือดฝาด นี่
เป็นข้อพิสูจน์ว่าเจ้าได้ผลาญพลังเจตจำนงของตนไปเกือบหมด”
หลินหมิงจะไม่รู้ความจริงในคำพูดของมารเจิดจรัสได้อย่างไร? เมื่อ
เขายังคงอยู่ในขั้นกายผันแปร เขาก็รู้อย่างชัดเจนว่าถ้าเขาฝึกฝนมาก
เกินไปมันจะเกิดความเสียหายอย่างลับๆในร่างกาย แต่ในเวลานั้น
เพื่อที่จะทะลวงเข้าสู่ขั้นผสานชีพจร เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้อง
เดินหน้าต่อไปโดยไม่คำนึงถึงผลที่ตามมา
ในตอนนี้มันก็เหมือนกัน
ข้อได้เปรียบที่หลินหมิงมีคือการที่เขามีทรัพยากรเพียงพอ มันไม่ได้
เป็นเหมือนอดีตที่เขาไม่สามารถแม้แต่จะซื้อโอสถได้
หลินหมิงได้ฆ่าอัจฉริยะมากมายในหอคอยแยกนภานช่วงสองปีที่
ผ่านมา และในการทำเช่นนั้นจึงได้รับโอสถจำนวนมากที่ใช้ในการหล่อ
เลี้ยงจิตวิญญาณ อัจฉริยะเผ่าอิมป์เหล่านี้เป็นผู้เชี่ยวชาญโจมตีด้วยจิต
วิญญาณ และการโจมตีด้วยจิตวิญญาณก็เป็นประเภทของการโจมตีที่มี
ความเสี่ยงสูงที่สุด ถ้าผู้ใดไม่ระวัง ก็เป็นไปได้ที่จะได้รับบาดเจ็บจาก
ปฎิกิริยาสะท้อนกลับอย่างรุนแรง ดังนั้นเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะเตรียม
โอสถฟื้นฟูจิตวิญญาณสำรองไว้จำนวนมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากที่เขาได้ฆ่าเหยียนชือและไคเหยียง ทั้ง
สองคนนี้เคยเป็นปีศาจสวรรค์เจ็ดดาวของหอคอยแยกนภา เหยียนชือยัง
เป็นผู้เชี่ยวชาญอันดับสองและมีความมั่งคั่งเป็นอย่างยิ่ง
หลินหมิงรู้สึกยินดีที่ได้สังหารเหยียนชือ มิเช่นนั้น เขาจะไม่กล้าต่อสู้
ต่อไปในวันนี้แน่
เขาหยิบโอสถฟื้นฟูจิตวิญญาณของเหยียนชือออกจากแหวนมิติ
หลินหมิงได้กลืนกินมันลงไปอย่างรวดเร็ว โอสถนี้เรียกว่า โอสถจิตเก้าวัฎ
จักร เหยียนชือเป็นคนที่มีความมั่งคั่ง เขาไม่สามารถที่จะทนกลืนโอสถ
ทั้งหมดได้ในครั้งเดียว แต่กินมันทีละครึ่ง เขาจะไม่ทำอะไรที่สิ้นเปลือง
เช่นเดียวกับหลินหมิง
เมื่อโอสถลงไปในท้องของหลินหมิง เขารู้สึกว่าพลังงานบริสุทธิ์อย่าง
น่าเหลือเชื่อได้ค่อยๆช่วยบำรุงจิตใจและจิตวิญญาณของเขา หลินหมิงยัง
รู้สึกว่าเจตจำนงที่แตกสลายของเขาส่วนหนึ่งกำลังฟื้นตัวอย่างช้าๆ
อิมป์เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในด้านของจิตวิญญาณ เป็น
ธรรมดาที่โอสถฟื้นฟูจิตวิญญาณที่พวกเขาใช้จะเหนือกว่าของมนุษย์
………..
อีก 2 วันผ่านไป หลินหมิงยังคงไม่สามารถเอาชนะกู่เสี่ยวได้ แต่
คราวนี้เขาประสบความสำเร็จในการทิ้งบาดแผลสองแห่งที่ตัวของกู่เสี่ยว
จากนั้นก็แผลที่ 3 และ 4!
5 วันต่อมา หลินหมิงสามารถต่อสู้อย่างรุนแรงได้หลายรอบกับกู่
เสี่ยว ใช้วิธีทำให้ตัวเองบาดเจ็บเพื่อทำให้ศัตรูบาดเจ็บยิ่งกว่า เขาจึง
สามารถตัดแขนของกู่เสี่ยวได้
7 วันต่อมา หลินหมิงก็สามารถแทงกู่เสี่ยวด้วยหอกไป 3 ครั้งพร้อม
กับความพยายามที่กล้าเสี่ยง จากนั้น ด้วยหอกและมนุษย์รวมกันเป็นหนึ่ง
เดียว เขาใช้สายรุ้งทะลวงสวรรค์และแทงทะลุผ่านเจตจำนงของกู่เสี่ยว
กว่าจะเอาชนะกู่เสี่ยวได้ ร่างกายของหลินหมิงแตกสลายและฟื้นฟู
ใหม่หลายต่อหลายครั้งและพลังเจตจำนงของเขาก็อยู่บนปากเหวของกา
พลังทลาย
ในวินาทีสุดท้ายที่เจตจำนงของกู่เสี่ยวแตกออกจากกัน เศษชิ้นส่วน
เจตจำนงของกู่เสี่ยวได้กลายเป็นพลังงานบริสุทธิ์ที่ไหลเข้าสู่เจตจำนงของ
หลินหมิงอย่างช้าๆ ในขณะนั้น หลินหมิงรู้สึกราวกับว่าจิตใจของเขาเปิด
ออกกว้าง และร่างกายของเขาเต็มไปด้วยความอบอุ่น เหมือนกับว่าเขาได้
กลับไปยังท้องของมารดา – เขารู้สึกสบายใจและสงบอย่างเหลือเชื่อ
“นี่คือ…”
หลินหมิงรู้สึกประหลาดใจ เจตจำนงและจิตวิญญาณที่เสียหายของ
เขาภายใต้กระแสพลังงานที่อบอุ่นนี้ กำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
หลายลมหายใจต่อมา ความรู้สึกอบอุ่นได้หายไปและหลินหมิงรู้สึก
ว่าสภาพจิตใจของตัวเองแข็งแกร่งมากขึ้น พลังเจตจำนงของเขาก็เพิ่มขึ้น
ไปอีก ถ้าเขาเผชิญหน้ากับกู่เสี่ยวตอนนี้ เขาเชื่อว่าเขาสามารถทำลาย
เจตจำนงของกู่เสี่ยวได้ ขณะที่เหลือพลังจิตวิญญาณอยู่ถึง 3 ใน10 ส่วน
“ถ้าข้าทำลายเจตจำนงของผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ จากนั้นข้าจะ
ได้รับพลังเจตจำนงมาเป็นของตน! ยิ่งนานมากเท่าไหร่ พลังเจตจำนงที่ข้า
จะได้รับก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ข้าอาจจะสามารถสร้างจิตวิญญาณต่อสู้ของ
ข้าเองได้”
หลินหมิงพึมพำกับตัวเอง แลำได้ได้ถอนตัวออกจากโลกแห่ง
เจตจำนง
“เจ้าหนู เจ้าเอาชนะจริงๆ!” มารเจิดจรัสตกตะลึงอย่างมาก นี่เป็น
เจตจำนงระดับจักรพรรดิขั้นแรกที่หลินหมิงได่รับชัยชนะ เขาใช้เวลาทั้ง
เดือนในการทำเช่นนั้น
ทุกอย่างเป็นเรื่องยากตั้งแต่เริ่มต้น เมื่อก้าวเดินต่อไป มันจะ
กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น ถ้ายังเป็นเช่นนั้นต่อไป เช่นนั้นก็ดูเหมือนว่าหลินห
มิงน่าจะสามารถสร้างจิตวิญญาณต่อสู้ของตนเองขึ้นมาได้!
“สัตว์ประหลาด… ” มารเจิดจรัสพึมพำ เขาช่วยไม่ได้ที่จะต้องใช้คำนี้
เพื่ออธิบายถึงหลินหมิง หลินหมิงเป็นนักสู้จากนิกายเล็กๆ ชบนโลก
มนุษย์? ดูเหมือนเขาจะมีพรสวรรค์เทียบนิกายใหญ่ๆภายในแดนเทวะได้
“มารเจิดจรัส เจ้าบอกว่าถ้าข้าสามารถทำลายเจตจำนงของผู้ทรง
พลังระดับจักรพรรดิที่มีจิตวิญญาณต่อสู้ ข้าก็สามารถสร้างจิตวิญญาณ
ต่อสู้ของข้าเองได้ใช่หรือไม่?”
มารเจิดจรัสยิ้มและกล่าวว่า “นักบุญผู้นี้เพียงแค่กล่าวไปเรื่อย ถ้า
ศักยภาพของเจ้าสูงและโชคชะตาของเจ้าดีพอ เจ้าอาจจะทำได้ในเร็วๆนี้
นักบุญผู้นี้จะกลับไปหลับต่อแล้วกัน อย่ามากวนให้ข้าตื่นขึ้นมาล่ะ เข้าใจ
นะ”
มารเจิดจรัสค่อยๆจมหายลงไปในทะเลจิตวิญญาณของหลินหมิง
หลินหมิงได้ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้
ต่อจากนี้ หลินหมิงใช้เวลาทุกวันในการต่อสู้และฆ่าในโลกแห่ง
เจตจำนงต่อไป
เขาได้ทำลายเจตจำนงของผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิคนที่สอง ผู้ทรง
พลังระดับจักรพรรดินี้ยังไม่ได้สร้างจิตวิญญาณต่อสู้ขึ้นมาและการบ่ม
เพาะของเขาก็เป็นแค่จักรพรรดิปีศาจระดับ 1 ดาวเท่านั้น หลินหมิงยอม
รับอาการบาดเจ็บสาหัสเพื่อที่จะเอาชนะเขา
ถัดมา ตามมาด้วยคนที่ 3 และ 4
ฝ่ายตรงข้ามเริ่มแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม ในทุกครั้งที่หลินห
มิงทำลายเจตจำนงจักรพรรดิเหล่านี้ได้ บางส่วนของพลังงานจะไหลเข้าสู่
ร่างกายของเขา หล่อเลี้ยงเจตจำนงและจิตใจของเขา
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ไม่นาน หลินหมิงได้ต่อสู้อย่างดุเดือดเช่นนี้
ติดต่อกันเป็นเวลา 3 เดือน
ในวันนี้ เมื่อเขาก้าวเข้าสู่โลกแห่งเจตจำนงของผู้ทรงพลังระดับ
จักรพรรดิ เขาตกตะลึงอย่างแท้จริง
ความรู้สึกนี้… มันเป็น… เจตจำนงแห่งนักสู้?
ในโลกแห่งเจตจำนงนี้ หลินหมิงรู้สึกได้ถึงแรงกดดดันที่น่า
สะพรึงกลัวของสนามพลัง ทำให้พลังเจตจำนงของเขาลดลงไปอย่างมาก
เจตจำนงแห่งนักสู้สามารถใช้ในโลกแห่งเจตจำนง… และมันอาจจะ
เป็น… สนามพลังจักรพรรดิสูงสุดของเจตจำนงแห่งนักสู้ปีศาจสวรรค์ใช่
หรือไม่?