Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 621 บรรดาอัจฉริยะแห่งยุค
ตามที่จิตวิญญาณตำหนักเคยกล่าวไว้ เจตจำนงแห่งนักสู้ปีศาจ
สวรรค์ถูกแบ่งออกเป็นสามรูปแบบ เป็นสนามพลังอาชูร่าที่ได้รับจากกรง
ราชัน สนามพลังเทพแห่งความตายที่ได้รับจากการเป็นปีศาจสวรรค์ 12
ปีก และสุดท้ายสนามพลังจักรพรรดิสูงสุดจะได้มาจากเส้นทางแห่ง
จักรพรรดิ
หลินหมิงไม่รู้ว่าสนามพลังของเทพแห่งความตายเป็นอย่างไร แต่เขา
เองได้มีประสบการณ์ส่วนตัวกับสนามพลังอาชูร่ามาแล้ว สนามพลังอาชู
ร่าเป็นแรงกดดันระดับที่มหาศาลอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นความ
แข็งแกร่งทางกาย ความต้านทานของอวัยวะ การไหลเวียนของปราณแท้
ในเส้นชีพจร ทั้งหมดนี้จะถูกยับยั้งหลายสิบเท่าจากสภาวะสูงสุดของผู้
หนึ่ง ผู้ที่อ่อนแอ จะถูกยับยั้งอย่างมาก นักสู้ที่อ่อนแอมากเกินไป หัวใจ
ของพวกเขาอาจจะหยุดเต้นถ้าพวกเขาเข้าไปในสนามพลังนี้และทะเล
แห่งจิตวิญญาณของพวกเขาจะพังทลายลง นี่เป็นเหตุผลที่อัจฉริยะจะ
ตายภายในกรงราชัน
ถึงแม้ว่าสนามพลังอาชูร่าจะน่ากลัว แต่ก็มีผลเพียงโลกแห่งความ
เป็นจริงเท่านั้น หลังจากเข้าสู่โลกแห่งเจตจำนง สนามพลังอาชูร่าก็ไม่มี
ผลอีกต่อไป
ในตอนนี้ ภายในโลกแห่งเจตจำนง หลินหมิงยังรู้สึกถึงการยับยั้งของ
สนามพลังปีศาจแห่งสวรรค์ได้
หลินหมิงจึงเข้าใจทันทีว่า นี่อาจเป็นหนึ่งในสนามพลังที่ยอดเยี่ยม
อันดับ 3 ซึ่งเป็นสนามพลังของจักรพรรดิสูงสุด!
มันเหมือนกับกรงราชัน หลังจากจบการทดสอบทั้งหมด คนผู้นั้นจะ
สามารถรับสนามพลังนั้นได้ แต่ก่อนหน้านั้น หลินหมิงจะต้องทนต่อการ
ยับยั้งของสนามพลังนี้ให้ได้!
ถ้าเขาไม่ผิด จากนั้นพลังยับยั้งนี้จะเติบโตแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ!
เมื่อคิดว่าต้องเผชิญกับผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิที่มีจิตวิญญาณต่อสู้
ในขณะที่อยู่ภายใต้สนามพลังยับยั้งนี้ หลินหมิงรู้สึกว่าตัวเองนั้นอ่อนแอ
ในทันที ความแตกต่างมีมากเกินไป ไม่สงสัยเลยว่า หากจะบอกว่าผู้ใดที่
ผ่านเส้นทางแห่งจักพรรดิอาจจะกลายเป็นจักรพรรดิที่ไร้เปรียบ
ภายในโลกแห่งเจตจำนง เจตจำนงของหลินหมิงอีกครั้งจะมีรูปแบบ
ของมนุษย์ ที่มีอวัยวะทั้งหมดของมนุษย์ รวมทั้งเส้นชีพจรและตันเถียน
ร่างเจตจำนงจะอยู่ในโลกแห่งเจตจำนงก็เหมือนกับร่างกายของ
หลินหมิงในโลกแห่งความเป็นจริง
ตอนนี้ ภายใต้สนามพลังยับยั้งของจักรพรรดิสูงสุด อวัยวะร่างกาย
เจตจำนงของหลินหมิง เส้นชีพจร ตันเถียน – ทั้งหมดนี้อยุ่ภายใต้แรง
กดดันมหาศาล ทำให้ความแข็งแกร่งของเขาลดลง 5 ใน 10 ส่วน
เมื่อหลินหมิงได้ต่อสู้ในโลกของเจตจำนง แม้เมื่อเขาหมดสิ้นเรี้ยวแรง
พลังเจตจำนงของเขาและเข้าใกล้จุดแห่งการล่มสลาย มีหลายจุดล่มสลาย
ที่ร่างกายเจตจำนงของเขาทำให้เขาไม่อาจฟื้นฟู
แต่ตอนนี้ที่เขาอยู่ภายใต้แรงกดดันที่แพร่กระจายไปทั่ว หลินหมิงก็
สามารถยืนนิ่งได้และเขาก็ยังคงรู้สึกได้ว่าทุกตารางนิ้วในจิตวิญญาณกำลัง
ต่อต้านสนามพลังจักรพรรดิสูงสุด
‘สนามพลังอาชูร่ามีจุดมุ่งหมายในโลกแห่งความเป็นจริง และสนาม
พลังจักรพรรดิสูงสุดมุ่งเป้าไปที่โลกแห่งเจตจำนง สนามพลังทั้งสองเป็น
เหมือนฝาแฝดที่เติมเต็มกันและกัน อย่างแท้จริง เจตจำนงแห่งนักสู้ปีศาจ
สวรรค์นี้มีความพิเศษเพียงหนึ่งเดียวที่ไม่เหมือนใครอย่างน่าอัศจรรย์’
หลินหมิงชื่นชมในใจ แต่ในเวลานี้เขาไม่สามารถคิดอันใดอื่นอีก โดย
เพราะที่ด้านหน้าของเขา ศัตรูได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว นี่คือร่างกายเจตจำนง
ของผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ!
แม้ว่าฝ่ายตรงข้ามของเขายังไม่ได้ควบแน่นจิตวิญญาณต่อสู้ พวกเขา
ยังคงมีระดับการบ่มเพาะถึงจักรพรรดิปีศาจ 3 ดาว ถ้าไม่ใช่เพราะสนาม
พลังยับยั้งจักรพรรดิสูงสุด เช่นนั้นหลินหมิงอาจมีโอกาสต่ำที่จะชนะ แต่
ตอนนี้ โอกาสของความสำเร็จเป็นศูนย์
ไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ภายในสามกระบวนท่า มีเสียงระเบิด ร่างกาย
เจตจำนงของหลินหมิงกระจายออกจากกัน ในวินาทีถัดมา เขาก็ถอนตัว
จากโลกแห่งเจตจำนง ร่างกายของเขาอาบไปด้วยเหงื่อเย็น
มันเจ็บปวดอย่างยิ่ง!
ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา หลินหมิงได้ใช้โอสถฟื้นฟูจิตวิญญาณของเห
ยียนชือและไคเหยียงไปกว่า 6-7 ใน 10 ส่วน ถ้าไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่า
เขาจะได้รับพลังจิตวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อหล่อเลี้ยงเจตจำนงของเขา
หลังจากทำลายเจตจำนงจักรพรรดิ หลินหมิงจะพังทลายลงไปเรียบร้อย
แล้ว
“โอสถเหล่านี้ ข้าควรใช้พวกมันเท่าที่จำเป็น…”
หลินหมิงกลืนกินโอสถฟื้นฟูจิตวิญญาณครึ่งหนึ่งและหยิบผลึกโลหิต
ปีศาจระดับสูงสุดขึ้นมาทันทีและเข้าฌาน ไม่เพียงแต่เขาไม่รู้สึกกลัวที่จะ
เผชิญกับสนามพลังจักรพรรดิสูงสุด แต่เขากลับเต็มไปด้วยจิตวิญญาณ
แห่งการต่อสู้อันเปี่ยมล้น สนามพลังจักรพรรดิสูงสุดสามารถที่จะช่วย
เสริมร่างกายเจตจำนง มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการช่วยสร้างจิตวิญญาณต่อสู้
……………
เวลาผ่านไปอย่างเงียบๆ ในเสี้ยวพริบตา 4 เดือนผ่านไปนับตั้งแต่
หลินหมิงเข้าสู่เส้นทางแห่งจักพรรดิ
ด้านนอกที่ราบโลหิตสังหาร การปะทุของอเวจีปีศาจอมตะยังคงไม่
หยุด ขอบเขตและการสั่นสะเทือนได้ลดลงไปมาก ตอนนี้ มีการ
สั่นสะเทือนขนาดใหญ่ที่หอคอยแยกนภาทุกๆ 2-3 วันเท่านั้น ถ้าเป็น
เช่นนี้ต่อไป คาดว่าการปะทุของอเวจีปีศาจอมตะจะสิ้นสุดลงในอีก 3
เดือน
หลังจากนั้น มีระยะเวลาที่คงที่ 2หรือ 3 เดือน ผู้ที่สามารถจะพากัน
เข้าสู่อเวจีปีศาจอมตะอันยิ่งใหญ่และสำรวจเขตแดนอันตรายที่ขึ้นชื่อที่สุด
ของทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์
จากเหล่าผู้ปกครองไปจนถึงบรรดาผู้ท้าชิงที่มีความสามารถสูงสุด
ทุกคนกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางครั้งนี้ไปสู่อเวจีปีศาจอมตะ
“ข้าได้ยินมาว่าเหล่าผู้ปกครองของหอคอยแยกนภาทั้งหมดกำลัง
วางแผนที่จะสำรวจพื้นที่ในขอบนอกประมาณ 1200 ลี้” ภายใน หอคอย
เมฆาสวรรค์ นักสู้ชั้นแนวหน้าหลายคนจากชั้นสามกำลังคุยเรื่องการเดิน
ทางเข้าสู่อเวจีปีศาจอมตะ
พันลี้รอบอเวจีปีศาจอมตะเป็นเขตอันตรายแน่นอน แม้แต่นกก็ยัง
เป็นไปไม่ได้ที่จะบิมข้ามผ่านไป ไม่มีความปราณีในในกลางที่แห่งนั้น ทุก
คนที่เข้าไปจะตาย – แม้แต่เหล่าผู้ปกครองก็ไม่เป็นข้อยกเว้น
แต่ระยะทาง 1000 ถึง 1200 ลี้เป็นเขตอันตรายสีแดง โอกาสที่จะ
ตายที่นี่ค่อนข้างสูง แต่การเก็บเกี่ยวก็สูงมากเช่นกัน
“1200 ลี้? น่าแปลกใจที่คนเหล่านั้นกล้าหาญมากนัก คนเหล่านี้ฝัน
ยิ่งใหญ่จริงๆ พวกเขายอมเสี่ยงชีวิตของตนเช่นนี้”
“แม้แต่ลูกหลานสายตรงของแดนศักดิ์สิทธิ์เช่น จวนยวี่, ต๋วนมู่ฉิน,
หลานฉิน และเหล่าผู้ปกครองที่มีชื่อเสียงเช่นผู้ปกครองของเพลิงโลหิต
แห่งหอคอยดาวเหนือ ผู้ปกครองสามตาแห่งคอคอยหินขาว – พวกเขา
ทั้งหมดกำลังวางแผนที่จะเข้าสู่พื้นที่นี้ ไม่มีอะไรจะพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก
หากปราศจากความเสี่ยงมันก็แค่เพียงการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายก็เท่านั้น”
เส้นทางของนักสู้ถูกปูด้วยชั้นของอุปสรรคและอันตราย แม้กระทั่งผู้
มีพรสวรรค์ระดับสูงของจักรพรรดิก็ไม่มีข้อยกเว้น ถ้าพวกเขากลายเป็น
คนขี้ขลาดในการผจญภัยของพวกเขาและลังเลที่จะคว้าทุกโอกาสที่ทำได้
เช่นนั้นรัศมีความสามารถระดับจักรพรรดิของพวกเขาจะค่อยๆเลือน
หายไปจนกว่าพวกเขาจะจบลงด้วยความสามารถในการเป็นเพียง
ผู้เชี่ยวชาญขั้นทำลายชีวิตระดับสูงเท่านั้นในก้าวสุดท้าย
“ใช่ อ่าา ยังมีหลินหมิงของหอคอยดาวเหนือเช่นกัน สหายผู้นั้นเป็น
ตัวประหลาดอย่างแท้จริง เขาได้รับสมญานามอาชูร่า! ในช่วง 10,000 ปี
ที่ผ่านมา มีเพียง 30 ถึง 40 สมญานามอาชูร่าแม้จะมีหอคอยแยกนภา
ทั้งหมด 12 แห่งก็ตาม ข้าสงสัยว่าเขาจะเข้าสู่พื้นที่ 1200 ลี้ด้วยหรือไม่
“เขาควรจะเข้าไป ข้าได้ยินมาว่าเขาได้เข้าสู่เส้นทางแห่งจักพรรดิ
แล้ว เมื่อเขาออกมา ข้าไม่รู้ว่าเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหน ข้าสงสัยว่าเขาจะ
เทียบกับต๋วนมู่ฉินของหอคอยเมฆาสวรรค์ได้หรือไม่?”
“หลินหมิงเข้าสู่เส้นทางแห่งจักพรรดิและต๋วนมู่ฉินก็เข้าสู่เส้นทาง
แห่งจักพรรดิเช่นกัน ดังนั้นก็จะมี หอคอยประกาย หลานฉิน, หอคอยห้า
สี จวนยวี่, หอคอยขวานยักษ์ของ เฮยสือ, และผู้ที่มีพรสวรรค์ชื่อเสียงโด่ง
ดังคนอื่นๆก็ได้เข้าสู่เส้นทางแห่งจักพรรดิ แต่ละคนล้วนเป็นสัตว์
ประหลาดอัจฉริยะ ข้าไม่รู้ว่าผู้ได้จะพัมนาไปได้ยอดเยี่ยมที่สุดหลังจาก
ออกมา!”
*黑石=เฮยสือ
ขณะที่นักสู้ทั้งสองได้พูดคุยกัน ยันต์สื่อสารได้ปรากฎอยู่ข้างหน้า
พวกเขา ส่องสว่างในห้องโถงมืด
“โอ้? เฮยสือจากหอคอยขวานยักษ์เพิ่งออกมา! ระดับการบ่มเพาะ
ของเขาได้เพิ่มขึ้นจากราชาปีศาจ 1 ดาวไปเป็นราชาปีศาจ 2 ดาว! นั่น
เป็นเพียงระดับการบ่มเพาะของเขา ข้าสงสัยว่าทักษะและวิถีของเขาดีขึ้น
เพียงใด เส้นทางแห่งจักพรรดินี้ดียิ่งขึ้นสำหรับการปรับปรุงทักษะและวิถี
ของผู้หนึ่ง! ”
นักสู้ที่กล่าวออกมาเห็นได้ชัดว่าเต็มไปด้วยความอิจฉา
หอคอยแยกนภารวบรวมผู้ที่มีพรสวรรค์สูงสุดทั้งหมดของเส้นทาง
สังหารของทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ อาจกล่าวได้ว่ามีอัจฉริยะมากมายที่นี้
มากกว่าสุนัขในโลก ระดับการบ่มเพาะไม่ได้เป็นเพียงปัจจัยเดียวในการ
ต่อสู้ที่น่าภูมิใจของคนผู้หนึ่ง แต่ยังมีปัจจัยสำคัญอย่างอื่นอีก ราชาปีศาจ
2 ดาวก็แข็งแกร่งจนผิดปกติอยู่เล็กน้อย อย่างน้อย วิถีและทักษะของ
เฮยสือก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเช่นกัน มันเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการได้ว่า
พลังการต่อสู้ของเขาได้เพิ่มสูงขึ้นมากเท่าใด
“ก่อนที่เฮยสือจะได้เข้าเส้นทางแห่งจักรพรรดิ เขาก็แข็งแกร่งกว่า
ผู้ปกครองที่อ่อนแอที่สุดอยู่แล้ว หลังจากที่ออกมา เขาอาจจะต่อสู้กับ
ผู้ปกครองระดับกลางขั้นสูงได้
โดยปกติ พรสวรรค์ของผู้ปกครองก็มากยิ่งกว่าความสามารถของผู้
ท้าชิงระดับสูงทั่วไป เป็นเพราะผู้ที่มีพรสวรรค์สูงสุดเกือบทั้งหมดมาจาก
แดนศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เคยต้องการหรือวางแผนที่จะอยู่ใน
หอคอยแยกนภาและกลายเป็นผู้ปกครอง เฉพาะผู้ที่มีภูมิหลังธรรมดา
เท่านั้นที่พร้อมจะยอมยกฐานะตัวเองให้เป็นผู้ปกครองสูงสุดของที่ราบ
โลหิตสังหาร
ตราบเท่าที่ลูกหลานของแดนศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ไม่ตกตายไปเสียก่อน
ความแข็งแกร่งของพวกเขาไม่ช้าก็เร็วเกินกว่าเหล่าผู้ปกครอง’
“นี่เป็นเรื่องเหลือเชื่อมาก 10 ปีก่อนของที่ราบโลหิตสังหารได้มีผู้มี
พรสวรรค์ได้เหนือเกินกว่ารุ่นที่ผ่านมา แม้แต่เฟิงเฉินของหอคอยดาว
เหนือก็ได้เข้าสู่เส้นทางแห่งจักพรรดิแล้ว นิกายเบื้องหลังเขาคงจะจ่ายไป
ไม่น้อยสำหรับเรื่องนี้
นักสู้ของที่ราบโลหิตสังหารกำลังรอคอยสองสามเดือนนับจากนี้เมื่อ
เหล่าผู้มีพรสวรรค์สูงสุดเหล่านี้จะเริ่มออกมาทีละคน นั่นคงจะเป็น
ช่วงเวลาที่เบ่งบานเต็มที่สำหรับบรรดาอัจฉริยะเหล่านี้ สำหรับอเวจีปีศาจ
อมตะ นั้นจะเป็นการทดสอบที่แท้จริงสำหรับบุคคลเหล่านี้อีกครั้งนึง ใน
เวลานั้น ผู้ใดเป็นมังกรที่แท้จริง ผู้ใดเป็นของปลอม ทั้งหมดเหล่านี้จะมี
ความชัดเจนอย่างไร้ความปราณีในอีกไม่นาน
4 เดือนผ่านไปในพริบตา และเดือนที่ 5 ก็ผ่านไปด้วยเช่นกัน เฟิง
เฉินได้ออกมาแล้ว! แล้วจากนั้น หลานฉินที่ออกมาเช่นกัน!
เหล่าบุตรชายและหญิงแห่งสวรรค์ที่ภาคภูมิเหล่านี้ แต่ละคนของ
พวกเขามีภูมิหลังที่น่าหวาดกลัว ภูมิหลังของเฟิงเฉินด้อยที่สุดในหมู่พวก
เขา แต่เขาก็ยังคงมาจากแดนศักดิ์สิทธิ์
การเผชิญหน้ากับกลุ่มของบุคคลเหล่านี้ บุคคลระดับสูงของที่ราบ
โลหิตสังหารเป็นธรรมดาที่จะไม่กล้าทำอะไรกับพวกเขา ตอนนี้เมื่อพวก
เขากลับออกมายังหอคอยแยกนภา ความแข็งแกร่งของพวกเขาก็จะมาก
ยิ่งกว่าผู้ปกครองอย่างมาก มันจะกลายเป็นเรื่องยากมากขึ้นสำหรับที่ราบ
โลหิตสังหารเพื่อควบคุมพวกเขา
อย่างไรก็ตาม แดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆเหล่านี้ไร้เหตุผล หลังจากการเดิน
ทางเข้าสู่อเวจีปีศาจอมตะครั้งนี้ พวกเขาทั้งหมดจะให้ลูกหลานของตน
ออกจาก ที่ราบโลหิตสังหาร
ในเวลานี้ เมื่อเหล่าทายาทแดนศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ออกไป ผู้ท่าชิง
เหล่านั้นที่มีพรสวรรค์ในระดับที่ต่ำกว่าพวกเขา และได้ให้สัตย์ปฏิญาณว่า
จะจงรักภักดีต่อหอคอยแยกนภาจะกลายเป็นเหล่าผู้ปกครองคนใหม่แทน
ผู้ที่เสียชีวิตภายในอเวจีปีศาจอมตะ
ด้วยวิธีนี้ ผู้ท้าชิงในรุ่นนี้จะถือว่าจบสิ้น จากนั้นที่ราบโลหิตสังหารจะ
ต้อนรับคนรุ่นใหม่ให้เริ่มต้นวงจรใหม่อีกครั้ง
5 เดือนต่อมา ใน 160 วัน นอกจากต๋วนมู่ฉินและหลินหมิง ผู้ท้าชิง
คนอื่นๆทุกคนได้ออกมาแล้ว
ระดับการบ่มเพาะของพวกเขาได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก เมื่อเทียบกับ
ระดับการบ่มเพาะกัน ความแข็งแกร่งในการต่อสู้ของพวกเขาเพิ่มขึ้นมาก
ยิ่งขึ้น!
นักสู้เหล่านี้ถูกแผดเผาด้วยจิตวิญญาณต่อสู้อันโชติช่วง พวกเขา
ทั้งหมดปรารถนาที่จะไปยังอเวจีปีศาจอมตะเพื่อพิสูจน์ตัวเอง
โดยปกติ บรรดาอัจฉริยะชั้นนำเหล่านี้มีความภาคภูมิใจและความ
เชื่อมั่นในตัวเองมากอยู่แล้ว หลังจากเข้าสู่เส้นทางแห่งจักพรรดิ พวกเขา
เชื่อว่าพวกเขาได้รับรู้หลักการที่ลึกซึ้ง และความแข็งแกร่งจะเพิ่มมากขึ้น
พวกเขากระตือรือร้นอยากจะแข่งขันกับชนชั้นสูงคนอื่นๆ และอยากเห็น
ว่าเพียงใดได้รับประโยชน์สูงสุดจากเส้นทางแห่งจักพรรดิ
นี่อาจถือเป็นหลักฐานพิสูจน์พรสวรรค์
สำหรับนักสู้ที่ต้องการจะต่อสู้ แน่นอนพวกเขาอยากแข่งขันกับคน
อื่นๆ ความแข็งแกร่งของพวกเขาได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก และส่วนใหญ่คือ
ทักษะที่พัฒนา ความเข้าใจวิถีและระดับการบ่มเพาะ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า
เมื่อบุคคลเหล่านี้ได้ถูกเลือกให้ใช้เส้นทางที่แตกต่างกันสองเส้นทาง
ภายในเส้นทางแห่งจักพรรดิ เกือบทุกคนเลือกที่จะก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่ง
จักพรรดิแผ่นศิลา
แม้แต่ต๋วนมู่ฉินก็เช่นกัน
ภายในหอคอยเมฆาสวรรค์ของเส้นทางแห่งจักพรรดิ ต๋วนมู่ฉินอ้า
ปากหอบหายใจ ใบหน้าของเขาซีดขาวและร่างของเขาสั่นด้วยความ
เหนื่อยอ่อน เขานำโอสถออกจากแหวนมิติและกลืนมัน หลังจากที่
เข้าฌาน ใบหน้าก็กลับมามีสีสันดังเดิม
“เส้นทางแห่งจักพรรดิของข้า… มาถึงขีดจำกัดแล้ว” ต๋วนมู่ฉินถอน
หายใจยาว ส่ายศีรษะ เขาตระหนักว่านี่คือที่ดีสุดที่เขาจะสามารถไปได้
แล้ว