Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 624 การเข้าสู่อเวจีปีศาจอมตะ
“เกิดอะไรขึ้น?” คนอื่นถามเมื่อสังเกตเห็นการแสดงออกที่แปลก
ประหลาดบนใบหน้าของผู้ปกครองผู้นี้ สงสัยว่ามันหมายว่าอย่างไร
“หลินหมิงกลับออกจากเส้นทางแห่งจักรพรรดิ”
“ในที่สุดเขาก็ออกมา? สหายผู้นั้นได้เข้าไปนานถึง 7 เดือน…
“เส้นทางแห่งจักรพรรดินั้นแตกต่างจากกรงราชัน ถ้าไม่แข็งแกร่งก็เป็นไป
ไม่ได้ที่จะอยู่ภายในกรงราชันเป็นเวลานาน แต่เส้นทางแห่งจักรพรรดินั้น
แตกต่างกัน ถ้าใครอยากอยากอยู่ภายในเป็นเวลานานก็ทำได้ ดังนั้นเวลา
ที่อยู่ภายในจึงไม่ได้สอดคล้องกับความแข็งแกร่งของบุคคลนั้น
“แต่… สิ่งที่ข้าพบว่ามันแปลกคือหลินหมิงยังไม่ได้ทะลวงเข้าสู่ขั้น
หลอมรวมแก่นแท้” ผู้นำของผู้ปกครองขมวดคิ้วด้วยความไม่แน่ใจ
“อะไร?” ตั้ง 7 เดือนและเขายังไม่ได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่น
แท้?” นักสู้ทุกคนต่างประหลาดใจเมื่อได้ยินเรื่องนี้ และสีหน้าที่แสดงถึง
ความสุขก็ได้ตามมา สำหรับพวกเขา การที่หลินหมิงไม่ได้เข้าสู่ขั้นหลอม
รวมแก่นแท้เป็นข่าวที่ยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง
สำหรับผู้มีพรสวรรค์ระดับสูง ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ไม่ใช่คอขวดที่
ยากมากนัก มันเป็นเพียงเรื่องของเวลา ไม่ต้องกล่าวถึงการเข้าสู่เส้นทาง
แห่งจักรพรรดิ แม้ไม่ได้เข้าไปมันก็เป็นเรื่องง่ายที่จะทะลวงผ่านไปได้
หลินหมิงอยู่ที่เส้นทางแห่งจักรพรรดิเป็นเวลา 7 เดือน นานขนาดนี้
พวกเขาต่างคิดว่าหลินหมิงจะต้องผ่านเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้
เรียบร้อยแล้ว ไม่มีใครคิดว่าเขาจะยังติดอยู่ทเพียงครึ่งก้าวขั้นหลอมรวม
แก่นแท้
ทุกขอบเขตขั้นใหญ่ของระบบการหลอมรวมปราณถูกแบ่งออกเป็น
4 ขอบเขตขนาดเล็กคือ – ต้น, กลาง, ปลายและปลายขอบ จากจุดสูงสุด
ขั้นปราณปลายฟ้าไปจนถึงครึ่งก้าวขั้นหลอมรวมแก่นแท้ ไม่ใช่แม้แต่
ขอบเขตขนาดเล็ก ครึ่งก้าวขั้นหลอมรวมแก่นแท้ หากกล่าวจริงเป็นเพียง
จุดสูงสุดขั้นปราณปลายฟ้าเท่านั้น
หลังจากหลินหมิงเข้าสู่เส้นทางแห่งจักรพรรดิ การบ่มเพาะของเขา
เพิ่มขึ้นเพียงครึ่งหนึ่งของขอบเขตเล็กๆ เมื่อเทียบกับ หลานฉิน, ต๋วนมู่ฉิน
และอัจฉริยะอื่นๆ เขาได้ถูกบดบังอย่างสมบูรณ์!
“มันเป็นได้อย่างไรกัน?” นักสู้กล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่ไม่อยากจะ
เชื่อ เขาเคยคุ้นเคยกับข้อเท็จจริงที่ว่าหลินหมิงมักจะสร้างปาฏิหาริย์
ตอนนี้หลินหมิงกลับไม่ก้าวหน้าเช่นนี้เขาจึงรู้สึกแปลกๆ
“ฮ่าฮ่า มันไม่น่าแปลก เขาคงเจอกับคอขวดของบางอย่าง หรือไม่
การรับรู้ของเขาก็ต่ำเกินไปจึงไม่อาจเข้าใจแผ่นศิลาจักรพรรดิได้!”
นักสู้อิมป์ได้หัวเราะ เขาเป็นผู้ปกครองธุลีดำของหอคอยเมฆาสวรรค์
ในบรรดาผู้ปกครองชั้นสูงทั้ง 16 แห่งของหอคอยเมฆาสวรรค์ ผู้ปกครอง
ธุลีดำได้เป็นอันดับที่ 9 เท่านั้น เขาไม่ค่อยมั่นใจว่าจะสามารถจัดการกับ
หลินหมิงได้เมื่อหลินหมิงทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ เพราะจากขั้น
ปราณปลายฟ้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้เป็นก้าวกระโดดที่ยิ่งใหญ่ แต่
ตอนนี้ เมื่อเขาได้ยินว่าหลินหมิงไม่ได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้
เขาก็เต็มไปด้วยความมั่นใจอีกครั้ง
“อย่าประมาทเกินไป การรับรู้ของหลินหมิงมิใช่ไม่เพียงพออย่าง
แน่นอน มิเช่นนั้นจะเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเข้าใจวิถีแห่งมิติและเวลา ใครจะ
รู้ว่าสหายผู้นี้กำลังยุ่งอยู่กับสิ่งใดในเส้นทางแห่งจักรพรรดิ” หัวหน้า
ผู้ปกครองกล่าวว่ามันน่าสงสัย
“พี่ชายเมฆปีศาจ ท่านรอบคอบมากเกินไป ความแข็งแกร่งของท่าน
อยู่ใน 5 อันดับแรกของหอคอยเมฆาสวรรค์; ทำไมท่านต้องกังวลเกี่ยวกับ
รุ่นเยาว์มากถึงเพียงนี้? เป็นความจริงที่หลินหมิงมีความสามารถ แต่เขาก็
ยังเด็กเกินไป ครึ่งก้าวขั้นหลอมรวมแก่นแท้… หึ ในระหว่างการผจญภัย
ในอเวจีปีศาจอมตะ จะดีกว่าหากเขาไม่ได้มาเจอกับ เพราะหากเป็น
เช่นนั้น… ฮ่าฮ่า…”
ผู้ปกครองธุลีดำรอยยิ้มอย่างชั่วร้าย ไม่ได้พยายามที่จะปกปิดจิต
สังหารของตนเลย ชื่อเสียงของหลินหมิงอาจจะกล่าวได้ว่าโด่งราวกับ
ฟ้าผ่าภายในหอคอยดาวเหนือ แต่ในหอคอยเมฆาสวรรค์ชื่อเสียงของเขา
ไม่น่าตกตะลึงถึงเพียงนั้น เมื่อใดก็ตามที่เรื่องราวถูกพูดต่อๆกันไป มันก็
จะมีการพูดเกินจริง ความแข็งแกร่งโดยรวมของผู้ปกครองแห่งหอคอย
ดาวเหนือด้อยกว่าของหอคอยเมฆาสวรรค์มากอีกด้วย
ผู้ปกครองเมฆปีศาจลังเลอยู่ชั่วครู่และไม่ได้กล่าวอันใดอีกต่อไป หรือ
ว่าหลินหมิงได้รับผลประโยชน์อื่นภายในเส้นทางแห่งจักรพรรดิ แต่ความ
จริงก็คือเขายังไม่ได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้
“ดี ที่เราจะหยุดพูดถึงหลินหมิงไปก่อน มาพูดถึงผู้ทรงพลังอื่นซึ่งต้อง
ให้ความสนใจมากกว่า – ผู้ปกครองสามตา!”
เมื่อกล่าวถึงผู้ปกครองสามตา รอยยิ้มที่ยิ่งยโสผู้ปกครองธุลีดำก็จาง
หายไป ผู้ปกครองสามตามีชื่อเสียงเป็นเวลานานมากแล้ว เขาไม่ใช่คนที่
รุ่นเยาว์เช่นหลินหมิงจะสามารถเทียบได้
……………
หอคอยดาวเหนือ ณ ห้องโถงลักของเจ้าหอคอย –
ในห้องโถงที่มีแสงสว่างสลัว เจ้าหอหอคอยดาวเหนือที่สวมชุดคลุม
ด้วยสีดำกำลังนั่งอยู่ในเก้าอี้ตัว คิ้วขมวดขณะที่เขามองไปยังหลินหมิงอยู่
ข้างหน้าเขา
นอกเหนือจากหลินหมิงก็มีผู้ปกครองชั้นสูงคนอื่นๆของหอคอยดาว
เหนือ พวกเขาเป็นสมาชิกทั้งหมดที่เข้าสู่อเวจีปีศาจอมตะในครั้งนี้ ก่อนที่
หลินหมิงจะออกจากเส้นทางแห่งจักรพรรดิ มันมีข่าวลือเกี่ยวกับหอคอย
ดาวเหนือนับไม่ถ้วนเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของหลินหมิงว่าจะเติบโตขึ้น
มากเพียงใด บางคนเชื่อว่าเมื่อหลินหมิงหลังจากออกจากเส้นทางแห่ง
จักรพรรดิ เขาจะมีความสามารถในการต่อสู้ที่เท่ากันกับผู้ปกครองชั้นสูง
3 อันดับแรกของหอคอยดาวเหนือ และอาจกระทั่งสามารถต่อสู้กับ
ผู้ปกครองเพลิงโลหิตได้
อย่างไรก็ตาม ความจริงก็คือหลังจากกลับมายังหอคอยแยกนภา
การบ่มเพาะของหลินหมิงได้เพิ่มขึ้นเพียงครึ่งหนึ่งของเขตแดนเล็กๆ นี่
เป็นสิ่งที่ไม่คาดฝันสำหรับทุกคน
นี่เป็นผลลัพธ์ที่ไม่ดีอย่างยิ่ง แม้ว่าความเข้าใจเรื่องกฎของเขาก็
เพิ่มขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่มีเหตุผลที่การบ่มเพาะของเขาจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย
เช่นนี้
ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับคนอื่นแล้ว มันอาจเป็นที่ยอมรับไม่ได้ แต่หลินห
มิงได้รับสมญานามอาชูร่า ซึ่งเป็นพรสวรรค์ระดับสุดยอด เช่นตอนที่อยู่
ในกรงราชัน ความแข็งแกร่งของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ แต่เมื่อเข้าสู่
เส้นทางแห่งจักรพรรดิซึ่งน่ากลัวยิ่งกว่ากรงราชัน ความแข็งแกร่งของเขา
กลับไม่เพิ่มมากนักเช่นนั้นหรือ?
“หลินหมิง เจ้าประสบสิ่งใดชกับเส้นทางแห่งจักรพรรดิจึงทำให้เจ้า
ออกมาล่าช้าเช่นนี้? เหตุข้าถึงรู้สึกว่าความแข็งแกร่งของเจ้าไม่ได้เพิ่มมาก
นัก?”
เจ้าหอคอยถามหลังจากช่วงเวลาแห่งความเงียบเป็นเวลานาน คราว
นี้ ในการอนุญาตให้หลินหมิงเข้าสู่เส้นทางแห่งจักรพรรดิเขาได้ยอมให้
หลินหมิงทะลวงเข้าสู่ระดับขั้นพลังต่อไปได้ ทั้งหมดนี้เพื่อที่จะเตรียม
ความพร้อมให้กับหลินหมิงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ หากหลินหมิงเข้าสู่
ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ได้แล้ว ตราประทับทาสจะไม่เสถียร แต่สำหรับการ
เดินทางไปสู่อเวจีปีศาจอมตะ เจ้าหอคอยจึงยินดีที่จะเสี่ยงอันตรายนี้ แต่
เขาไม่ได้คาดหวังว่าหลินหมิงจะขี้เกียจในเส้นทางแห่งจักรพรรดิเป็นเวลา
7 เดือนและยังอยู่เพียงครึ่งขั้นหลอมรวมแก่นแท้เท่านั้น
หลินหมิงคำนับและกล่าวอย่างเฉยเมยว่า “ส่วนมากที่ข้าใช้เวลาอยู่
บนเส้นทางแห่งจักรพรรดิก็คือการรับรู้แผ่นศิลาจักรพรรดิ ข้ายังมีความ
เข้าใจเพิ่มเติมในกฎ แต่นอกเหนือจากนั้นข้าไม่ได้มีประสบการณ์พิเศษ
ใดๆ”
“อืม…”
เจ้าหอคอยไม่ได้สงสัยว่าหลินหมิงจะโกหก เขาได้ปลูกฝังตราประทับ
ทาสไว้ในทะเลแห่งจิตวิญญาณของหลินหมิงและยังสามารถรู้สึกมันได้
อย่างชัดเจน ด้วยสิ่งนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่หลินหมิงจะโกหกเขา
‘7 เดือนในการรับรู้เห็นแผ่นจักรพรรดิและเจ้ากลับได้รับเพียงความ
เข้าใจเล็กน้อย แม้กระทั่งเมื่อไคเหยียงเข้าสู่เส้นทางแห่งจักพรรดิผลลัพธ์
ของเขาก็ยังมากกว่านี้ การรับรู้ของหลินหมิงควรจะดีกว่าเขาอย่างมาก มิ
เช่นนั้นแล้วเขาอาจจะเข้าใจวิถีแห่งมิติและเวลาได้อย่างไร? ข้าได้ทำลาย
การรับรู้ของหมิงหมิงเมื่อตอนที่ข้าได้วางตราประทับทาสไว้ในตัวเขา
เช่นนั้นหรือ?’
แต่ตราประทับทาสไม่ควรจะสามารถทำร้ายวิญญาณของนักสู้ได้ คน
ที่มีตราประทับของทาส นอกเหนือจากการเชื่อฟังอย่างจริงจังต่อเจ้า
หอคอยหอคอยดาวเหนือ แล้ว ก็ไม่ควรจะมีผลกระทบอย่างอื่นไปได้
อย่างไรก็ตาม จิตใจและจิตวิญญาณเป็นสองสิ่งที่ยากที่สุดในการเข้าใจ
บางที ตราทาสนี้อาจไปทำให้เกิดความเสียหายต่อการรับรู้ของเขาจริงๆ
“เจ้าออกไปได้” เจ้าหอคอยโบกมือ
“ขอรับ” หลินหมิงตอบอย่างเฉยเมยก่อนจะขอตัวลา
“ท่านหัวหน้าผู้ปกครอง เมื่อเฟิงเฉินเข้าไปในเส้นทางแห่งจักรพรรดิ
การบ่มเพาะของเขาเพิ่มขึ้นจากระดับราชาเฟย์ 1 ดาวไปสู่ราชาเฟย์ระดับ
2 ดาวและความแข็งแกร่งในต่อสู้โดยรวมของเขายังเพิ่มขึ้นอย่างมาก เมื่อ
ข้าเห็นเขาเมื่อหนึ่งเดือนที่แล้ว ข้าก็รู้สึกได้ถึงพลังแห่งกฎที่เบาบางเล็ด
ลอดออกมาจากเขา ข้าคาดว่า เฟิงเฉินมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับ
ผู้ปกครองชั้นสูงของหอคอยดาวเหนือที่อยู่ 5 อันดับแรกแล้ว” หลังจากที่
หลินหมิงออกมา ผู้ปกครองอีก 2 คนได้เข้าไปในห้องโถงได้รายงานผล
เกี่ยวกับเฟิงเฉินหลังออกมาจากเส้นทางแห่งจักรพรรดิ
เฟิงเฉินเป็นลูกหลานของแดนศักดิ์สิทธิ์ เขาแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับ
เหยียนชือและโหมวเฮอ ก่อนที่จะเข้าสู่เส้นทางแห่งจักรพรรดิ เฟิงเฉินมี
ความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับผู้ปกครองที่อ่อนแอสุด แต่ตอนนี้เขามีพลัง
เทียบเท่ากับ ผู้ปกครองอันดับ 4-5 นี่เป็นอัตราความก้าวหน้าที่น่า
สะพรึงกลัว
ผู้ปกครองที่ราบงานยังคงกล่าวว่า “ถ้าเราเปลี่ยนการบ่มเพาะของ
เฟิงเฉินไปเป็นของมนุษย์ก็จะเป็นขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงต้นไปจนถึง
จุดสูงสุดขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงกลาง ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา การบ่ม
เพาะของเฟิงเฉินได้เพิ่มขึ้นหนึ่งช่วงกับอีกครึ่ง แต่หลินหมิงใช้เวลา 7
เดือนกลับเพิ่มขึ้นเพียงครึ่งหนึ่งของขอบเขตเล็กๆขั้นปราณปลายฟ้า
ความแตกต่างระหว่างคนทั้งสองคนมากเกินไป!”
“มันเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจ…”
ผู้ปกครองอีกคนกล่าวออกมา ความหมายของเขาคือ ผลงาน
ความก้าวหน้าของหลินหมิงต่ำที่สุดในตอนนี้ เป็นการยากที่จะจินตนาการ
ได้ว่าสถานการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับสมญานามอาชูร่า
“มีอัจฉริยะบางคนที่จู่ๆก็หมดสิ้นซึ่งศักยภาพของพวกเขา หลินหมิงก็
อาจจะคล้ายๆกัน” ในมุมของห้องโถง ผู้ปกครองเซินกงกล่าวออกมา เขา
ไม่ได้รู้สึกเสียใจกับหลินหมิง แต่ความแค้นที่เกี่ยวกับสิงเทียนและ
ผู้ปกครองเฮยอ้าน ถ้าหลินหมิงประสบโชคร้ายล่ะก็ ผู้ปกครองเซินคงคง
จะเป็นคนที่มีความสุขกับมัน
ในที่นั่งของผู้ปกครองชั้นสูง เจ้าหอคอยครุ่นคิดอย่างเงียบๆ 7 เดือน
สำหรับก้าวหน้าเพียงขอบเขตเล็กๆ… และยังเป็นขอบเขตในขั้นปราณ
ปลายฟ้าอีกด้วย สำหรับผู้มีพรสวรรคืระดับจักรพรรดิ นี่เป็นคอขวดที่
พวกเขาสามารถผ่านไปได้โดยไม่ต้องเข้าสู่เส้นทางแห่งจักรพรรดิด้วยซ้ำ
บางคนอาจบอกได้ว่าหลินหมิงกำลังโกหกอย่างใดหรือจงใจล้มเหลว
แต่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะทำเช่นนั้น อย่างแรก เพราะเขามีตรา
ประทับทาสที่ปลูกฝังภายในตัวเขา และอย่างครั้งสอง เพราะเป็นไปไม่ได้
‘ถ้าการรับรู้ของเขาได้รับผลกระทบอย่างแท้จริงจากการประทับตรา
ทาสของข้า… เช่นนั้นมูลค่าในตัวของหลินหมิงก็ลดลงอย่างมาก ถ้าข้าไม่
สามารถเลี้ยงดูเขาได้เช่นนั้นต้องมาเสียตราประทาสล้ำค่าให้กับเขาเช่นนี้
ข้าอาจจะยอมแพ้ในตัวเขา เวลานี้ ข้าจะปล่อยให้เขาเข้าไปในเขต
อันตราย 1,200 ลี้และสั่งให้เขาเสี่ยงชีวิตเพื่อข้าไปก่อน การใช้ประโยชน์
เช่นนี้เหมาะสำหรับขยะที่สุด
“ถ้าเขาสามารถหาบางสิ่งบางอย่างให้ข้าได้มันจะยิ่งเป็นการดีที่สุด
ถ้าเขาไม่สามารถหาอะไรได้แล้วเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตต่อไปอีก
เมื่อเจ้าหอคอยคิดได้เช่นนี้เขาลุกขึ้นยืนและกล่าวว่า “ยังมีเวลาอีก 2
เดือนจนกว่าอเวจีปีศาจอมตะจะเปิดขึ้นอย่างแท้จริง ทุกคน จงเตรียมตัว
ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นี่คือทุกอย่างสำหรับวันนี้!”
…….
เมื่อช่วงเวลาที่อเวจีปีศาจอมตะใกล้จะเปิดขึ้นหลินหมิงใช้เวลาส่วน
ใหญ่ของเขานั่งเข้าฌานและฝึนฝนเจตจำนงอยู่บนเตียงหินในพื้นที่ฝึกฝน
ของเขาด้วย
เป็นไปไม่ได้ที่จะใช้เวลา 2 เดือนในการทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวม
แก่นแท้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ จะดีกว่าในการฝึฝนจิตวิญญาณต่อสู้เพื่อที่เขา
จะสามารถเติบโตได้โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ พยายามทำให้พลัง
โจมตีของเขารุนแรงถึงขีดสุด
นักสู้ของหอคอยแยกนภาทั้ง 12 กำลังเตรียมตัวในรูปแบบต่างๆ คน
ที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาผู้ที่เข้าสู่อเวจีปีศาจอมตะจะต้องมีอย่างน้อยที่สุด
ในระดับของ ปีศาจสวรรค์เจ็ดดาว มิเช่นนั้น การเข้าไปในที่แห่งนั้นย่อม
เป็นเพียงฆ่าตัวตายเท่านั้น ด้วยนักสู้กลุ่มใหญ่เหล่านี้รวมกัน ความรุนแรง
จากต่อสู้ย่อมสามารถจินตนาการได้
เมื่อเช่นนี้ เวลาผ่านไปอย่างเงียบๆ และวันที่อเวจีปีศาจอมตะจะเปิด
ขึ้นในที่สุดก็มาถึง
ในวันนี้ หลินหมิงและนักสู้คนอื่นๆที่จะเข้าสู่อเวจีปีศาจอมตะได้มา
รวมตัวกันที่ชั้น 4 นอกจากผู้ปกครองชั้นสูง 12 คนแล้ว ก็ยังมีปีศาจ
สวรรค์เจ็ดดาวที่จะเข้าสู่อเวจีปีศาจอมตะอีกคน – เฟิงเฉิน
ต้ากู่และเสวียนจีเดิมทีไม่ได้รับเลือกที่จะไม่เข้าร่วมในการเดินทาง
ครั้งนี้ เหยียนชือ โหมวเฮอและไคเหยียงได้ตกตายไปแล้ว สำหรับปีศาจ
สวรรค์เจ็ดดาวที่เหลือ พวกเขาได้ออกจากหอคอยแยกนภาไปแล้ว จึง
เหลือเพียงเฟิงเฉินเป็นคนเดียวที่เหลืออยู่
ดังนั้น สำหรับหอคอยดาวเหนือจะมีทั้งหมด 13 คนที่จะได้เข้าสู่อเวจี
ปีศาจอมตะ
เจ้าหอคอยดาวเหนือได้พาทุกคนไปรูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้ายบนชั้น
สี่ ด้วยแสงเจิดจ้า ทุกคนก็ได้มาถึงอีกพื้นที่หนึ่ง
เจ้าหอคอยดาวเหนือ ชำเลืองมองทุกคนและค่อยๆกล่าวว่า “นี่เป็น
ชั้นห้าของหอคอยแยกนภา ทางเข้าอเวจีปีศาจอมตะอยู่ที่นี่”
ชั้นห้า…
หลินหมิงตกตะลึง เขารู้อยู่แล้วว่าหอคอยแยกนภามีห้าชั้น แต่
สำหรับสิ่งที่อยู่ในชั้นห้าซึ่งเป็นปริศนา และเขาอยากรู้มาตลอด
ปละกลับกลายที่นี่คือทางเข้าอเวจีปีศาจอมตะนั่นเอง…