Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 625 การรวมตัวของเหล่าอัจฉริยะ
เจ้าหอคอยดาวเหนือนำทุกคนไปข้างหน้า ชั้นห้าไม่สูงเท่าสี่ชั้นแรก
มันสูงเพียงไม่กี่ร้อยก้าว ขณะที่กลุ่มนี้เดินไปข้างหน้า มันก็ค่อนข้างเงียบ
มาก อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าจะมีความรู้สึกอึดอัดจากแรงกดดันใน
อากาศ บังคับให้นักสู้ต้องโคจรพลังของตนขึ้นมาเพื่อต่อต้านแรงกดดันนี้
หลินหมิงคุ้นเคยกับแรงกดดันนี้มาก
แรงกดดันนี้เป็นของสนามพลังปีศาจสวรรค์
ไม่ใช่แค่สนามพลังอาชูร่าหรือสนามพลังจักรพรรดิสูงสุดเท่านั้น แต่
เป็นการรวมกันของทั้งสองชนิดนั้น
ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ…
ในพื้นที่เปล่าเปลี่ยว เกิดเสียงสะท้อนจากย่างก้าวของกลุ่มคน เมื่อ
พวกเขามาถึงจุดสิ้นสุดของทางเดินที่มืดสลัว หลินหมิงได้เห็นว่าทั้งสอง
ด้านของเส้นทางต่อไปนี้เป็นโคมไฟ โคมไฟเหล่านี้มีจำนวนคล้ายคลึงกับ
แสงเจตจำนงบนเส้นทางแห่งจักรพรรดิ แต่แสงเหล่านี้หายไปนานแล้ ไม่
มีอะไรมากไปกว่าชั้นฝุ่นหนาปกคลุมพวกมัน
หลังจากเดินกันผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง เจ้าหอคอยดาวเหนือก็หยุดลง
แล้ว ด้านหน้ามีประตูสองบาน ประตูนี้สูง 100 ก้าวและประตูถูกภาพ
สลักด้วยลวดลายลึกลับและคลุมเครือ ทุกรูปแบบหมุนไปรอบๆตรงกลาง
ประตูที่มีการสลักปีศาจสวรรค์ 12 ปีก ภาพสลักของปีศาจสวรรค์จ้อง
มองด้วยดวงตาที่ว่างและไร้ความปราณี ปีกทั้ง 12 ของมันที่แผ่กระจาย
ออกไป มันเต็มไปด้วยแรงกดดันและความลึกลับ
“เรามาถึงแล้ว นี่คือทางเข้า”
เจ้าหอคอยดาวเหนือค่อยๆคว้าจับประตูและกล่าวว่า”การบินเป็นสิ่ง
ต้องห้ามภายใน หอคอยแยกนภาและอเวจีปีศาจอมตะก็ไม่ต่างกัน อยู่
ห่างจากที่นี่ลงไปด้านล่างประมาณ 100,000 ก้าว ถ้าบินเป็นไปไม่ได้แล้ว
ก็ไม่มีทางที่จะลงไปได้ แต่… มีบางแห่งที่เป็นข้อยกเว้นเช่น… ที่นี่!”
ขณะที่เจ้าหอคอยดาวเหนือกล่าว เขาผลักดันให้ประตูเปิดออก เมื่อ
ประตูเปิดออก หลินหมิงก็ถึงกับสูดหายใจเเย็นๆขณะที่เขาเห็นฉาก
ภายใน เบื้องหลังประตูเหล่านี้ มีท้องฟ้ายามค่ำคืนกว้างใหญ่และไร้สิ้นสุด
ดวงดาวสว่างส่องประกายอยู่ทุกหนทุกแห่ง เป็นไปไม่ได้ที่จะบอกได้ว่า
ดวงดาวพร่างพรายเหล่านี้เป็นของจริงหรือเป็นรูปแบบค่ายกลมายา
“เข้าไป นี่คือช่องทางเดียวที่จะบินเข้าสู่อเวจีปีศาจอมตะ ทั้ง 12 ช่อง
ของหอคอยแยกนภาเชื่อมต่อกันทั้งหมด การบินที่ด้านล่างนี้จะนำไปสู่
ทางเข้าที่แท้จริงของอเวจีปีศาจอมตะ”
หลังจากที่เจ้าหอคอยดาวเหนือกล่าว เขาเป็นผู้นำบินเข้าไปใน
ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาว ร่างของเขาก็หายไปทันที ในไม่ช้า ก็ตามเข้า
ไปด้วยผู้ปกครองชือเหยียนและผู้ปกครองเซินกง…
หลินหมิงเป็นคนที่ห้าที่กระโดดเข้าไป หลังจากที่เข้าสู่พื้นที่ซึ่งเต็มไป
ด้วยดวงดาวอันไร้สิ้นสุด เขาก็รู้สึกถึงพลังงานนรกมหาศาลไหลเข้ามาใน
ตัวเขา
ขณะที่เขาลงไปเรื่อยๆ อุณหภูมิก็ยิ่งต่ำมากและพลังงานนรกเริ่ม
หนาแน่นขึ้นเช่นกัน
หลินหมิงไม่ได้ใช้ปราณแท้ควบคุมการบิน แต่ยอมให้แรงโน้มถ่วงดึง
เขาลงไปอย่างไม่ต่อต้าน ความเร็วของเขาเพิ่มไปจนถึงหลายร้อยก้าวต่อ
วินาที และขณะที่อากาศเกิดเสียงหวีดหวิวข้างหูของเขา พลังงานของ
นรกเริ่มหนาแน่นขึ้นจนถึงจุดที่มันเกือบจะควบแน่นเป็นพลังปราณ
อเวจีปีศาจอมตะอยู่ใต้ดินลึกกว่า 100,000 ก้าว นอกจากนี้ หอคอย
แยกนภาดาวเหนือเดิมทีตั้งอยู่เหนือพื้นดิน 60,000 ถึง 70,000 ก้าว นั่น
หมายความว่าการหล่นลงมาเกือบ 200,000 ก้าวหรือก็คือมากกว่า 100
ลี้
นี่เป็นตัวเลขที่น่าทึ่ง หลังจากล่วงลงเป็นเวลานาน หลินหมิงรู้สึกว่า
ผู้ปกครองหลายคนเริ่มชะลอตัวลง เขาจึงได้ทำตามพวกเขาโดยใช้วิถีแห่ง
ลมเพื่อชะลอความเร็ว
ที่ความลึกเช่นนี้ อากาศเย็นจนแทบทะลุเข้าไปในไขกระดูก ทุกลม
หายใจจะมีผลึกน้ำแข็งจะเกิดขึ้นทันที ถ้ามีปุถุชนถูกเอามาไว้ใน
สภาพแวดล้อมนี้ พวกเขาจะถูกแช่แข็งจนตาย
ยิ่งลึกก็ยิ่งหนาวขึ้น
ในตอนนี้เอง เจ้าหอคอยดาวเหนือหยุดอยู่กลางอากาศและเริ่ม
เคลื่อนที่ไปในทิศทางอื่น ทุกคนต่างตามเขาไป
หลินหมิงก็ทำตาม พื้นที่รอบๆตัวเขาคือความมืดมิดที่ไร้เสียง ไม่มี
อะไรนอกจากความเงียบกริบอย่างสิ้นเชิง
เมื่อเงยหน้ามองไปที่ท้องฟ้าเขาจะได้เห็นดวงดาวลอยอยู่ในอากาศ
การที่มีท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวในใต้ดินอันกว้างใหญ่มันไม่น่าเชื่ออย่าง
แท้จริง และยังไม่สามารถบอกได้ว่านี่เป็นภาพจริงหรือภาพมายาอีกด้วย
ในเวลาประมาณชั่วโมง ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงยังพื้นที่โล่ง ในพื้นที่
โล่งนี้ มีผู้คนจำนวนมากรวมตัวกัน ทุกคนต่างปลดปล่อยออร่าที่น่า
สะพรึงกลัว โดยไม่ต้องสงสัยเลยว่า พวกเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญชั้นยอดของ
หอคอยแยกนภา เป็นปีศาจสวรรค์เจ็ดดาวเป็นอย่างต่ำ
เหล่าบรรดาปีศาจสวรรค์เจ็ดดาวทุกคนเป็นผู้ท้าชิงอันดับสูงสุดของ
หอคอยแยกนภาของพวกเขา
ถ้านี่เป็นการเดินทางไปสู่อเวจีปีศาจอมตะปกติ ก็จะไม่มีผู้เชี่ยวชาญ
จำนวนมากมาชุมนุมกันเช่นนี้ แต่คราวนี้เนื่องจากปะทุของอเวจีปีศาจ
อมตะ สถานการณ์จึงเปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์ แม้เจ้าหอคอยต่างๆก็ยังไม่
ยอมพลาดโอกาสนี้
ความเสี่ยงสูงยังหมายถึงผลตอบแทนที่สูงด้วยเช่นกัน
“หลินหมิง ด้านหน้าเราคือเหล่าผู้ที่มาจากหอคอยเมฆาสวรรค์และ
หอคอยสีฟ้า หอคอยแยกนภาทั้งสองแห่งนี้แข็งแกร่งกว่าของเรา ความ
แข็งแกร่งทั้งหมดของหอคอยดาวเหนือของเราจัดอยู่เพียงอันดับ 8 หรือ
9 จากทั้ง 12 หอคอยแยกนภา สำหรับหอคอยเมฆาสวรรค์ พวกเขาเป็น
อันดับหนึ่ง หอคอยสีฟ้าเองยังสามารถจัดอยู่ในอันดับที่ 5”
เมื่อหลินหมิงเพิ่งสัมผัสถึงพื้นดิน เขาได้ยินกระแสเสียงปราณแท้ของ
ผู้ปกครองเพลิงโลหิตดังเข้ามาในหูของเขา หลังจากที่ผู้ปกครองเพลิง
โลหิตถูกควบคุมโดยเจ้าหอคอยดาวเหนือ เขาก็ซื่อสัตย์และทุ่มเทให้กับ
เขาอย่างยิ่ง สำหรับหลินหมิง ผู้ที่แสร้งทำเป็นถูกควบคุม ผู้ปกครองเพลิง
โลหิตได้ยกย่องให้เขาเป็น ‘สหาย’ มีความไว้วางใจต่อเขาอย่างสมบูรณ์
“เป็นเช่นนี้เอง มีใครในหมู่พวกเขาที่แข็งแกร่งกว่าพี่ชายเพลิงโลหิต
หรือไม่?” หลินหมิงอย่างราบเรียบ ในระหว่างการเดินทางไปสู่ อเวจีปีศาจ
อมตะทุกคนก็ล้วนเป็นศัตรู มันเป็นสิ่งจำเป็นที่จะรู้เกี่ยวกับฝ่ายตรงข้าม
เท่าที่เป็นไปได้
“แน่นอนว่ามีอยู่ ทั้งสองคนมาจากหอคอยเมฆาสวรรค์ หอคอยเมฆ
ปีศาจต่างก็แข็งแกร่งกว่าข้า แต่อาจจะมีหลายคนที่แข็งแกร่งระดับ
เดียวกับข้า นอกจากนี้ ต๋วนมู่ฉินของหอคอยเมฆาสวรรค์ ก็ยังไม่ใช่
ผู้ปกครองแต่ความแข็งแกร่งของเขาน่ากลัวมากกว่าผู้ปกครอง พื้นหลัง
ของต๋วนมู่ฉินคือแดนศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่ ก่อนที่เขาจะเข้าไปในเส้นทาง
แห่งจักรพรรดิครั้งแรก ความแข็งแกร่งเกินกว่าเฟิงเฉินอย่างมาก ตอนนี้
หลังจากที่เขากลับออกมาเส้นทางแห่งจักรพรรดิความแข็งแกร่งของเขา
อาจจะไม่น้อยกว่าข้า!”
หลินหมิงคุ้นเคยกับชื่อของต๋วนมู่ฉิน ด้วยคำอธิบายของผู้ปกครอง
เพลิงโลหิต หลินหมิงช่วยไม่ได้ที่จะมองหาต๋วนมู่ฉินพบ สหายผู้นี้ดูเพรียว
บางและมีรูปลักษณ์ที่หล่อเหลา เพียงแค่ยืนอยู่ที่นั่น ก็ดูเหมือนจะ
ปลดปล่อยพลังงานที่สดใสและสดชื่นของสวรรค์ออกมา ใบหน้าของเขา
เป็นเหมือนหยก บรรยากาศ ความแข็งแกร่ง ความสามารถทุกสิ่งทุกอย่าง
ที่เขามีอยากที่จะหาตัวจับ
ขณะที่หลินหมิงมองดู ต๋วนมู่ฉินก็ดูเหมือนจะรู้สึกบางอย่าง ต๋วนมู่
ฉินจึงหันไปทางหลินหมิงและยิ้มจางๆ
หลินหมิงพยักหน้าตอบ
ในการทักทายกันไม่เป็นทางการระหว่างต๋วนมู่ฉินและหลินหมิง ทำ
หลายคนได้สังเกตเห็นหลินหมิง
หลินหมิงเป็นมนุษย์ ในกลุ่มปีศาจยักษ์, เฟย์, คนยักษ์และอิมป์ นักสู้
มนุษย์เป็นที่สะดุดตามากที่สุด นอกเหนือไปจากอายุและการบ่มเพาะ
สถานะของเขาจึงเป็นที่รู้จักได้อย่างง่ายดาย
สามารถอยู่ในกรงราชันได้นานถึง 108 วัน เพียงแค่จุดนี้ก็ทำให้
หลินหมิงเป็นที่รู้จักกันดีทั่วทั้งที่ราบโลหิตสังหารแล้ว
“เขาคือหลินหมิง?”
“ใช่ น่าจะถูกต้อง”
“เขาไม่ได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ แปลกอย่างยิ่ง…”
สำหรับผู้มีพรสวรรค์ระดับจักรพรรดิสูงสุด จากปลายขอบขั้นปราณ
ปลายฟ้าไปจนถึงขั้นหลอมรวมแก่นแท้ แม้จะไม่เข้าสู่เส้นทางแห่ง
จักรพรรดิก็น่าจะใช้เวลาเพียงหนึ่งหรือสองปีก็ทะลวงไปได้แล้ว แต่หลินห
มิงอยู่ที่เส้นทางแห่งจักรพรรดิเป็นเวลา 7 เดือน มันจึงเป็นอะไรที่ไม่
สมเหตุสมผลกับทุกคน
“ฮ่าฮ่า เช่นนั้นมาทดสอบเขากันเถอะ” นักสู้อิมป์เดินไปยังหลินหมิง
ขณะที่เขากล่าวเช่นนั้นออกมา เขาเป็นผู้ปกครองธุลีดำของหอคอยเมฆา
สวรรค์ ขณะที่เขาเดินไป เขากำลังเตรียมที่จะใช้ออร่าของตนเองเพื่อ
ปราบปรามหลินหมิง เพื่อที่จะทำให้หลินหมิงใช้ความสามารถที่แท้จริง
ออกมาบ้างเล็กน้อย เพื่อที่จะได้เห็นความลึกล้ำในพลังของหลินหมิง
“อย่าหาเรื่องเลยดีกว่า!” ผู้ปกครองเมฆปีศาจขวางธุลีดำไว้ ขมวดคิ้ว
และกล่าวว่า “ธุลีดำ เจ้ากำลังจะทำอะไร? เมื่อคุณเข้าสู่อเวจีปีศาจอมตะ
ทุกคนจะเป็นศัตรูของเจ้า ถ้าคุณสุ่มทำร้ายใครบางคนก่อนที่จะเข้าไป ใน
เวลานั้นเจ้าอาจพบว่าตัวเองถูกล้อมรอบด้วยศัตรูจากทุกด้านและทำให้
พวกเขาจัดการเจ้า ถึงแม้หลินหมิงจะไม่สามารถทะลวงระดับเมื่อเข้าสู่
เส้นทางแห่งจักรพรรดิได้ แต่เขาก็ยังไม่ใช่คนที่สามารถรังแกได้โดยง่าย!”
ผู้ปกครองเมฆปีศาจครอบครองสถานะที่สูงภายในหอคอยเมฆา
สวรรค์ ธุลีดำจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกยอมตัดใจ แต่ ธุลีดำยังไม่เห็นด้วย
กับเรื่องนี้ ความแข็งแกร่งโดยรวมของหอคอยเมฆาสวรรค์นับเป็นอันดับ
1 ของหอคอยแยกนภาทั้ง 12 เขารู้ว่าเมฆปีศาจมักจะระมัดระวังมาก
เกินไป
เมื่อเวลาล่วงเลยไป นักสู้จากหอคอยแยกนภาอื่นๆ เริ่มเข้ามาถึงแล้ว
ซึ่งมีหอคอยสีห้า หอคอยหินขาว หอคอยขวานยักษ์และนอกเหนือจาก
หอคอยสีฟ้า หอคอยเมฆาสวรรค์และหอคอยดาวเหนือ ก็มี 6 หอคอยอยู่
ที่นี่แล้ว หอคอยแยกนภาทั้ง 6 แห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กันและกันจึงได้รวมตัวกัน
ที่ปลายด้านใต้ของอเวจีปีศาจอมตะ อีก 6 หอคอยแยกนภาได้ไปที่ปลาย
ด้านเหนือของอเวจีปีศาจอมตะ หอคอยแยกนภาทั้ง 12 นี้ตั้งอยู่เป็น
วงกลม และอเวจีปีศาจอมตะอยู่ในใจกลางของมัน
หลังจากทุกคนของหอคอยแยกนภาทั้ง 6 มาถึงแล้ว ชายชราคนหนึ่ง
ยืนขึ้นและกล่าวว่า “ทุกคนตอนนี้ข้าจะประกาศกฎในการเข้าสู่อเวจีปีศาจ
อมตะ”
การปรากฏตัวฉับพลันของชายชราคนนี้ได้รับความสนใจจากหลินห
มิง การบ่มเพาะของชายชราผู้นี้คือ ราชาปีศาจ 3 ดาวซึ่งเทียบเท่ากับผู้
ทรงพลังขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลาย ของมนุษย์และแข็งแกร่งกว่า
เล็กน้อย
ภายในที่ราบโลหิตสังหาร เกือบไม่มีผู้ใดอยู่ขั้นทำลายชีวิตเลย เพราะ
เมื่อใดก็ตามที่ก้าวเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตหรือการบ่มเพาะใกล้เคียง พวกเขา
อาจตกอยู่ภายใต้คำสาปลึกลับที่เกิดจากที่ราบโลหิตสังหาร ยิ่งมีระดับ
พลังที่สูงก็ยิ่งมีโอกาสถูกสาปมากเท่านั้น
“ข้าเป็นผู้ดูแลจากวิหารโลหิตสังหารศักดิ์สิทธิ์ ข้ารับผิดชอบในการ
เปิดอเวจีปีศาจอมตะคราวนี้ แม้ว่ทุกคนส่วนใหญ่ที่นี่จะคุ้นเคยกับกฎอยู่
แล้ว แต่ข้าก็จะกล่าวซ้ำอีกครั้ง
“1000 ลี้จากขอบของอเวจีปีศาจอมตะเป็นเขตจบชีวิตอย่างแน่นอน
ทุกคนที่เข้าไปจะตายนอกจากนี้ จากระยะทาง 1000 ลี้จากขอบไปจนถึง
10,000 ลี้ด้านนอกเป็นบริเวณโดยรอบของอเวจีปีศาจอมตะ มีโชคที่นั่น
แต่ยังอันตรายร้ายแรงอยู่ดี สิ่งที่พวกเจ้าพบทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับโชคของ
ตนเอง ยิ่งเข้าไปไกลเท่าไรก็ยิ่งมีโอกาสมากขึ้นเท่านั้น และเหนือสิ่งอื่นใด
หลังจากเข้าสู่อเวจีปีศาจอมตะการฆ่ากันคือสิ่งต้องห้าม แต่จะมีบุคคลไร้
ยางอายและเป็นอันตรายอยู่เสมอ ถ้าใครจะต้องเผชิญกับสถานการณ์
เช่นนี้ การฆ่าเพื่อป้องกันตนเองถือเป็นข้อยกเว้น…”
ขณะที่ชายชราพกล่าวถึงตรงนี้ หลินหมิงก็ไร้คำพูด การฆ่าเพื่อ
ป้องกันตนเองถือเป็นข้อยกเว้น? นี่เป็นสิ่งที่ฟังดูดี แต่ในความเป็นจริงก็
คือการฆ่าภายในจะเกิดขึ้นได้โดยปราศจากความยับยั้งชั่งใจจากทุกแห่ง
และทุกคน ถ้านักสู้ตกตายภายในอเวจีปีศาจอมตะ ก็จะเป็นไปไม่ได้ที่จะ
พิสูจน์ว่าตกตายด้วยสาเหตุใด
“อย่างไรก็ตาม… มีจุดที่พวกเจ้าควรจำไว้ ถ้าคุณฆ่าผู้อื่นภายในอเวจี
ปีศาจอมตะ เจ้าก็จะสามารถได้รับพลังนรกของพวกเขาเพื่อหล่อเลี้ยงรอย
สักปีศาจสวรรค์ของเจ้าได้ ตามกฎของหอคอยแยกนภา 10 ปีกช่วงกลาง
ถือเป็นขีดจำกัด ถ้าเจ้าเกินขีดจำกัดนี้ไป ชายชราผู้นี้จะไม่มีทางเลือกอื่น
นอกเหนือจากการใช้วิธีการบางอย่างในการแยกพลังงานนรกออกจาก
ร่างของพวกเจ้า วิธีการเหล่านี้จะไม่ทำให้เกิดความเสียหายแก่เจ้า แต่ข้า
ขอให้พวกเจ้าคำนึงถึงเรื่องนี้
ขณะที่ชายชรากล่าว หลินหมิงก็เริ่มตระหนักมัน
มันเป็นเช่นนี้เอง…
เขาเคยสงสัยเสมอว่า เหตุใดผู้ปกครองถึงมีเพียงรอยสักปีศาจสวรรค์
10 ปีกช่วงกลาง ก่อนหน้านี้ เขาคิดว่ามันแปลกๆ โดยปกติแล้ว หลังจาก
ที่นักสู้กลายเป็นผู้ปกครอง พวกเขาจะไม่ได้เข้าร่วมในการต่อสู้เป็นตาย
อีกต่อไป ดังนั้นแล้วจะเอาพลังนรกจะมาจากที่ใด?
จาก 10 ปีกช่วงต้นถึงช่วงกลาง ใช้พลังงานนรกเล็กน้อยเท่านั้น หรือ
ก็คือปริมาณเท่าการฆ่าผู้ปกครอง 2-3 คน ถ้าฆ่าเพียงปีศาจปีกสวรรค์ 8
ปีก พลังงานนรกที่ได้มาจะไม่ช่วยให้รอยสักเติบโตขึ้นมากนัก
แต่ปีศาจสวรรค์ 8 ปีกเองก็ไม่ใช่จะสุ่มหาได้ทั่วไปด้วยเช่นกัน