Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 63 หออาวุธศักดิ์สิทธิ์
“126”
“น่าทึ่ง เขาพึ่งอายุแค่ 15 ปีเท่านั้นเอง”
หลังจากที่หลายๆคนได้เห็นอันดับของหลินหมิง ก็มีเสียงฮือฮากันดัง
สนั่น
แม้แต่หลิงเซ็น ต้ากู่ และซางกวนยู่ ก็ยังทำไม่ได้ขนาดนี้เลย ในการ
ทดสอบครั้งแรกของพวกเขาหลิงเซ็นได้อันดับที่ 145 ต้ากู่ได้อันดับที่ที่
142 และ ซางกวนอยู่ได้อันดับที่ 138 มาครอง แม้พวกเขาทั้งสามจะทำ
ได้ยอดเยี่ยมถึงเพียงนั้น แต่อันดับในการวัดผลในครั้งแรกของหลินหมิงก็
นำอยู่มากทีเดียว
เขาเป็นอัจฉริยะอย่างงั้นสินะ
คนบางคนที่ยังไม่เชื่อสายตาของตัวเองก็ยังมองไปที่แท่นอันดับต่อไป
“หินอันดับอาจจะมีปัญหาอะไรรึเปล่า พึ่งผ่านไป 2ก้านธูปครึ่งเอง เขาไม่
น่าจะกำจัดศัตรูด้านในได้เยอะถึงขนาดนี้”
“หินอันดับนี้ถูกสร้างโดย ปรมาจารย์ปขั้นปราณปลายฟ้า จากเจ็ด
ปรมาจารย์แห่งขุนเขา มันจะไปมีปัญหาไปได้ยังไง ก็จริงอยู่ว่าปกติการจะ
ได้อันดับเท่านี้อาจต้องใช้เวลาถึง 3 ก้านธูป นอกเสียจากว่าเขาจะ
สามารถฆ่าล้างศัตรูโดยการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยและทำได้อย่าง
รวดเร็ว” คนที่พูดก็คือฮ่องซี อาจารย์ของห้องพสุธานั้นเอง
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ศิษย์หลายคนที่พูดเกี่ยวกับความบกพร่อง
ของแท่นอาคมก็หุบปากเงียบลงในทันทีเด็กคนนั้นทำได้ถึงขนาดนั้นเลย
งั้นเหรอเนี่ย ?!
น่ากลัวเหลือเกิน…
ซางฉางอยู่ในสีหน้าที่บึ้งตึงเมื่อได้เห็นอันดับของหลินหมิง 126… ถึง
จะห่างจากอันดับของเขาอยู่อีกมากก็ตาม แต่อายุหลินหมิงน้อยกว่ามันถึง
3ปี
“หลินหมิง ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าไปได้ยาโอสถล้ำค่ามาจากไหน แต่
เจ้าพึ่งจะฝึกฝนถึงจุดสูงสุดของขั้นที่สองเจ้าจะสามารถดูดกลืนพลังของ
ยาเม็ดไขกระดูกมังกรทองและยาโอสถพญางูทองคำ ได้คุ้มค่ากับ
ประสิทธิภาพของมันจริงๆอย่างนั้นหรือ”
หลินหมิงมองกลับไปที่ซางฉางแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรกัน ด้วยพลัง
ในตอนนี้ การจะล้มซางฉางให้ได้ ก็มีโอกาสเกิดขึ้นจริงอยู่บ้าง
“เยี่ยม..ทำเยี่ยมมาก” เสียงดังผ่านหูของหลินหมิง มันเป็นคำทักทาย
จากซางฉาง ที่ส่งผ่านพลังปราณมา “แกทำให้ข้าได้ประหลาดใจอีกแล้ว
ถึงจะเป็นแค่สวะ แต่ก็สามารถดูดซับพลังของทั้งยาเม็ดไขกระดูกมังกร
ทองและยาโอสถพญางูทองคำได้ ทั้งยังได้อันดับ 126 อีก แต่ถ้าหากว่าแก
คิดว่าแค่นี้จะสามารถจัดการข้าได้แล้วล่ะก็ แกคงคิดผิดเสียแล้ว ”
“แกจะต้องพ่ายแพ้”
ซางฉางพูดด้วยความโมโห ขณะที่มันเดินไปที่อาคมหมื่นอสูรสังหาร
มันก็ไม่สามารถคุมอารมณ์ได้แล้ว
ในที่สุดผู้เข้าทดสอบคนสุดท้ายก็ได้ออกมาจากอาคมหมื่นอสูรสังหาร
แม้ว่าเขาจะอยู่ในนั้นเป็นเวลานาน แต่อันดับของเขาก็ด้อยกว่าหลินหมิง
เขาได้อันดับที่ 129
เมื่อแสงแห่งอาคมเริ่มเปล่งออกมาซางฉางก็นั่งลงบนแท่นเพื่อสงบ
จิตใจลง เพื่อให้พร้อมที่จะเข้าไปทดสอบ
ด้วยความเยือกเย็นของซางฉางในตอนนี้ ศัตรูที่อยู่เบื้องหน้าเขาเป็น
แค่ขยะสำหรับเขาเท่านั้น
“เขาคนนั้นคือซางฉาง เขาอยู่อันดับที่อันดับ 109 เขาคือนักสู้ที่
แท้จริง”
เมื่อศิษย์หน้าใหม่ๆได้ยินเข้า ก็รู้สึกตื่นเต้นและหวาดกลัว เป็นครั้ง
แรกที่เขาได้เห็นคนที่อันดับสูงถึงเพียงนี้
“ใช่ๆ ข้าได้ยินมาว่า ครั้งล่าสุดที่เขาร่วมคือเมื่อ3เดือนที่แล้ว
ในตอนนี้เขาอาจจะเป็น100อันดับแรกก็ได้”
หลินหมิงมองดูธูปที่กำลังไหม้ และมันก็ผ่านไปถึง 2 ก้านธูปในที่สุด
แท่นอาคมหมื่นอสูรสังหารได้ส่งคนกลับออกมาเป็นจำนวนมาก หนึ่ง
ในนั้นเป็นศิษย์จากห้องพสุธา เขาได้อันดับที่ 215 ก็ไม่ได้ย่ำแย่เท่าไร
สำหรับครั้งแรกในการทดสอบ
และแล้วเวบาก็ผ่านไปเป็น 2 ก้านธูปครึ่ง ซางฉางใช้เวลานานกว่า
หลินหมิง แต่ถ้าหากพูดถึงเรื่องอายุแล้ว มันก็เป็นธรมดาที่คนที่อายุ
มากกว่าจะแข็งแกร่งกว่า และต่อสู้อยู่ในอาคมหมื่นอสูรสังหารได้นานกว่า
ไม่มีใครคิดว่าแท่นหินอาคมผิดพลาด การที่ซางฉางจะแพ้ต่างหากที่
เป็นเรื่องผิดพลาด
ในที่สุดก็ธูปก้านที่สามก็ไหม้หมดลง ซางฉางเริ่มดูเหมือนจะอ่อนแรง
ลงเล็กน้อย
เมื่อผ่านไปถึง3ก้านธูป ซางฉางก็ไอออกมา เขาบาดเจ็บในอาคมหมื่น
อสูรสังหารและเมื่อเวลาผ่านไปถึง 3 ก้านธูปครึ่ง เขาก็ถูกส่งออกมา
เขาได้อันดับ 103
หลังจากที่ซางฉางถูกส่งกลับออกมาจากแท่นอาคมหมื่นอสูนสังหาร
เขาเห็นอันดับใหม่ของเขา แล้วก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย มันไม่ได้น่าพอใจ
เอาซะเลย ถึงแม้ว่ามันจะดีกว่าเมื่อ3เดือนก่อนถึง5อันดับ แต่เขาก็หวัง
เอาไว้ว่าเขาจะได้เป็น100อันดับแรกในการทดสอบครั้งนี้
เขามองไปที่หลินหมิง และส่งเสียงมาผ่านพลังปราณ “จากนี้ไปอีก
หนึ่งเดือน ข้าจะรอเจ้าที่นี่”
แต่หลินหมิงไม่ได้สนใจคำพูดของเขา เขากำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่
เรื่องอาวุธของเขา
เขาต้องไปหาหอกที่เขาต้องการ!
การทดสอบได้เริ่มขึ้นทั้งช่วงเช้า ซึ่งในช่วงเช้าคนส่วนใหญ่ที่เข้า
ทดสอบ มีแต่ระดับการฝึกฝนขั้นที่สามหรือต่ำกว่า ซึ่งอันดับของพวกเขา
ก็ไม่มีใครที่ได้ไปถึง100อันดับแรก
และในช่วงบ่ายก็จะมีเหล่าศิษย์พี่เริ่มทยอยกันมาร่วมการทดสอบ
พวกเขาล้วนมีการฝึกฝนในขั้นที่สี่กันทั้งนั้น แน่นอนว่าพลังของพวกเขา
ต่างกับพวกที่มาเข้าทดสอบในตอนเช้าลิบลับ บางคนก็มีอันดับสูงกว่า50
เสียอีก
ศิษย์ใหม่หลายๆคนในสำนักเจ็ดแก่นแท้ ก็กระตือรือร้นอยากจะดู
การทดสอบของพวกเขา แต่หลินหมิงไม่คิดเช่นนั้น ถ้าเกิดเขาได้เห็นพวก
ศิษย์พี่สู้กับไอ้พวกข้างในจริงๆแล้ว เขาก็สนใจอยู่หรอก แต่ที่เห็นจริงๆก็
แค่การขึ้นไปนั่งบนแท่นอาคม เขาจึงไม่สนใจการทดสอบของคนอื่นๆ
…
ก่อนจะถึงช่วงบ่ายๆ หลินหมิงก็ได้เดินผ่านเส้นทางมามากมายและ
มาถึงที่ สถานที่ขายอาวุธที่ใหญ่ที่สุดในเมืองลิขิตฟ้าหออาวุธศักดิ์สิทธ์
หออาวุธศักดิ์สิทธ์เป็นร้านที่ขายอาวุธที่เก่าแก่ที่สุดในอาณาจักรแห่ง
นี้ มันถูกส่งต่อรุ่นสู่รุ่นมาเป็นเวลานานมากแล้ว อาณาจักรลิขิตฟ้าได้ถูก
ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อ 200 ปีที่แล้ว และที่แห่งนี้ก็อยู่มาอย่างน้อย 100 ปี
หลินหมิงชะเง้อไปที่ร้านๆนั้นจากที่ไกลๆ ทางเข้าของมันถูกตกแต่ง
ด้วยของเคลือบทอง และด้านบนก็มีป้ายไม้ พร้อมกับมีคนๆหนึ่งกำลัง
ทาสีให้มันอยู่ หลินหมิงรู้สึกได้ถึง ออร่าที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ไม่ต้อง
สงสัยเลย คนที่เขียนป้ายนั่นต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ
ไม่ได้มีลูกค้าในร้านมากนัก แต่ในนั่นมากกว่าครึ่งอยู่ในระดับ
ปรมาจารย์ทั้งสิ้น นั่นทำให้หลินหมิงประหลาด
ก่อนที่หลินหมิงจะมาที่นี่เขาได้ใส่ชุดของสำนักเจ็ดแก่นแท้มาด้วย
เพราะงั้นถึงเขาจะดูเด็ก แต่เขาก็ทำให้คนขายหันมาสนใจเขาได้ ยังไงเขา
ก็เป็นถึงศิษย์จากสำนักเจ็ดแก่นแท้ ซึ่งฐานะนี้ของเขาก็ดูสูงอยู่ในระดับ
หนึ่ง
“หนุ่มน้อย เจ้ามาซื้ออาวุธชนิดไหนอย่างนั้นรึ”
“หอก” หลินหมิงตอบกลับไป
“หา..?!!” คนขายสะดุ้งพร้อมกับอาการมึนงงเล็กน้อย ไม่ได้มีลูกค้าที่
เข้ามาเพื่อซื้อหอกมานานมากแล้ว หากจะมีคนที่มาซื้อหอก คนที่มาซื้อก็
จะมีรูปร่างสูงใหญ่ มีร่างกายกำยำ เด็กรุ่นราวคราวเดียวกับหลินหมิง
99%ก็มาเพื่อซื้อดาบทั้งนั้น เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่า เด็กอายุ 15-16 ปี จะ
มาที่ร้านของเขาเพื่อเอ่ยปากขอซื้อหอก