Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 635 การเปลี่ยนแปลงของแก่นแท้หมุนวน
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 635 การเปลี่ยนแปลงของแก่นแท้หมุนวน
ในวันที่แปดของการสร้างแก่นแท้ แก่นแท้หมุนวนของหลินหมิงนั้นมี
ขนาดเท่ากับนักสู้ธรรรมทั่วไป เว้นเพียงแต่พลังภายในจะมีมากกว่าหลาย
เท่า
เมื่อเทียบแก่นแท้หมุนวนของนักสู้ทั่วไป แก่นแท้หมุนวนภายใน
ตันเถียนของหลินหมิงสีเข้มยิ่งกว่าและหมุนเร็วยิ่งกว่าหลายเท่านัก
ตามปกติแล้วนั้น ความเร็วในการหมุนของแก่นแท้หมุนวนนั้นยิ่งหมุนเร็ว
ขึ้น ก็จะยิ่งผันผวนและสามารถโคจรพลังภายในได้มาก หมายความว่า
เมื่อมันปะทุขึ้นมา มันก็จะยิ่งน่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง
เมื่อพลังงานที่มั่นคงและความเร็วในการหมุนของมัน ศักยภาพความ
แข็งแกร่งของหลินหมิงก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล!
“เจ้าเด็กนี่ ถูกเลี้ยงมาด้วยสิ่งใดกัน…” มารเจิดจรัสพึมพำกับตัวเอง
พรสวรรค์ของหลินหมิงนั้นมันเป็นพรสวรรค์ที่แม้แต่เขาเองยังต้องอิจฉา
มีเพียงการดูถูกหลินหมิงเล็กน้อยเท่านั้นที่จะทำให้เขารู้สึกดีขึ้นบ้าง
ในตอนนี้แก่นแท้หมุนวนที่ตันเถียนของหลินหมิงกำลังควบแน่นกัน
ในขั้นสุดท้าย แก่นแท้หมุนวนนั้นไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงขนาดของมัน
เลย กลับมัน มันเริ่มเข้าสู่รูปแบบสุดท้ายได้แล้ว พลังโดยรอบตันเถียนนั้น
ในที่สุดก็รวมตัวกันในแก่นแท้หมุนวน ไหลเวียนเข้าสู่แก่นผลึกอย่าง
ต่อเนื่อง
แก่นแท้หมุนวนเริ่มหมุนจนกลายเป็นทรงกลมขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมันเริ่ม
ที่จะก่อตัวขึ้นมาเป็นรูปทรงจนเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ พลังภายในตันเถียน
ก็เริ่มที่จะมีความรุนแรงและรวดเร็วมากขึ้นจนรู้สึกได้!
ณ ตอนนี้แก่นแท้ผลึกนี้มันเริ่มกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดที่หิวโหย
พร้อมที่จะกลืนกินปราณแท้ในตันเถียนของหลินหมิงอย่างบ้าคลั่ง จนไม่
เหลือซึ่งพลังงานอยู่เลย มันราวกับว่าปราณแท้ทั้งหมดในร่างของหลินหมิ
งกลายเป็นดั่งมหาสมุทรที่ถูกดูดกลืนพลังงานลงไปในหลุมที่ไร้ก้น ตันเถีย
นของหลินหมิงเริ่มกลายหลุมไร้ก้นที่ทรงพลัง มันก่อเกิดเป็นวังวนปราณ
แท้ขนาดใหญ่ กวาดเอาพลังงานของหลินหมิงเข้าไป
เพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจ พลังทั้งหมดในร่างของหลินหมิงก็ถูกกลืนกิน
ไปจนหมด!
จากนั้น แรงดึงดูดนี้กระจายไปทั่วร่างของหลินหมิง พลังต้นกำเนิด
สวรรค์และปฐพีเองก็ถูกดูดกลืนไปด้วยพลังที่ร้ายกาจนี้ รวมตัวกันอย่าง
ต่อเนื่องที่ตันเถียนของหลินหมิง!
เมื่อเหล่านักสู้สำเร็จแก่นแท้หมุนวนของตน มันจะเปลี่ยนแปลง
คุณภาพไปอย่างมาก เป็นรูปร่างทรงกลมและแข็งแกร่ง ทั้งยังเต็มเปี่ยมไป
ด้วยพลังแรงดึงดูดที่ลึกซึ้ง!
เปรียบได้กับดวงดาวในจักรวาลแตกตัวกลายเป็นดาวเคราะห์แคระ
หรือไม่ก็ดาวนิวตรอน เมื่อมันแตกตัว มวลจะยังอยู่คงเช่นเดิม และมี
ขนาดลดลง แต่แรงดึงดูดของมันจะมหาศาลมากกว่าเดิมอย่างยิ่ง!
เมื่อเหล่าพายุภายในตัวนักสู้ถูกบีบอัดให้กลายเป็นแก่นแท้หมุนวน
การบีบอัดเช่นนี้เกือบคล้ายกับกระบวนการแตกอัดของดวงดาว แก่นแท้
หมุนวนที่ก่อตัวขึ้นมานั้นก็เป็นผลพวงมาจากแรงดึงดูดอันรุนแรง มันบีบ
อัดเหล่ามวลพลังทั้งหลายไปสู่ตันเถียน ภายในความว่างเปล่าของ
ตันเถียนนั้น แก่นแท้ผลึกที่ถือกำเนิดใหม่จะก่อให้เกิดวังวนขนาดใหญ่ที่
ดูดกลืนพลังงานทำให้ปริมาณปราณแท้เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
การที่มันก้าวกระโดดเช่นนี้ก็จะนำพามาซึ่งไม่ 2 หรือกระทั่ง 4 เท่า
ของความแข็งแกร่ง ไม่ใช่เพียงแค่นั้น แต่หลังจากแก่นแท้หมุนวนได้ก่อตัว
ขึ้นมา แก่นแท้ผลึกนี้ก็จะยังคงมีแรงดึงดูดอยู่คงต่อไปเรื่อยๆ และนี่ก็เป็น
เหตุผลที่ว่านักสู้ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ทั้งหลายนั้นเหนือกว่านักสู้ปลายฟ้า
ในการบีบอัดพลังงานให้ไปอยู่ที่ตันเถียน ไม่ว่าจะเป็นการความเร็วการบ่ม
เพาะ ความทนทาน ความเร็วในการฟื้นฟู ความสามารถทุกๆอย่างจะเพิ่ม
มากขึ้น
ด้วยเหตุผลต่างๆนานาเหล่านี้รวมกัน มันคงพูดได้ว่าเป็นสาเหตุที่ทำ
ให้นักสู้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่จากปราณปลายฟ้าไปสู่ขั้นหลอม
รวมแก่นแท้!
ดังนั้นแล้วนี่เป็นสิ่งที่ว่าทำไมแม้แต่ผู้มีพรสวรรค์ระดับนักบุญเช่นมู่
เชียนหยี่ เมื่อเข้าสู่ครึ่งก้าวขั้นหลอมรวมแก่นแท้ ก็ยังพบว่ามันแทบจะ
เป็นไปได้เลยที่จะสู้กับนักสู้ขั้นหลอมรวมแก่นแท้จริงๆได้
แรงดึงดูดของแก่นแท้ผลึกหลินหมิงน่าหวาดกลัวมากกว่านักสู้
ตามปกติทั่วไปอย่างมหาศาล วังวนปราณแท้ได้ทวีคูณความรุนแรง
เพิ่มขึ้นเรื่อยๆและไม่มีทีท่าว่าจะสงบนิ่งเลย มันเริ่มก่อเกิดเป็นเมฆ
พลังงานต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีสีม่วงขนาดใหญ่ที่ใจกลาง มีพายุ
รุนแรงขยายตัวลง ปกคลุมไปทั่วทุกที่และไหลลงไปยังตันเถียนอย่างไม่
หยุดหย่อน
เมื่อมองเห็นสถานการณ์เช่นนี้ มารเจิดจรัสไม่สามารถนั่งติดพื้นได้อีก
ต่อไปแล้ว
โอ้สวรรค์ พลังงานนี้มันยิ่งใหญ่เกินไป แม้ห่างไปหลายลี้ก็ยังคง
มองเห็นได้อย่างชัดเจน!!!
ถ้านี่เป็นที่ซึ่งหลินหมิงได้ปิดด่านฝึกตนอย่างปลอดภัยที่สุดแล้ว
เช่นนั้นไม่ว่าจะมีพลังรุนแรงเพียงใด มันก็ไม่มีความหมาย ถึงแม้เขาจะ
โดนทัณฑ์สวรรค์ผ่าหัว แต่มันก็จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ถึงกระนั้นที่นี่มัน
ต่างออกไป เพราะที่นี่คือ อเวจีปีศาจอมตะ สถานที่ซึ่งทุกฝีก้าวเต็มไปด้วย
การสังหารและความอันตราย!
การมองเห็นถึงเหตุการณ์อันแปลกประหลาดที่ยาวนานไปอีก 15
นาทีโดยไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดลง ยิ่งกว่านั้นหน้าผากของมารเจิดจรัสเริ่ม
เปียกโชกไปด้วยหยาดเหงื่อที่มาจากความกังวลในใจ
“โอ้ สหายหลินหมิง เหตุใดเจ้าจึงยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนการเสียที
แล้วอีกนานเท่าใดกันที่มันจะจบลง!?”
ในเวลานี้มารเจิดจรัสอยู่บนเรืออับปางลำเดียวกับหลินหมิงซะแล้ว
หากปราศจากหลินหมิงไป วิญญาณที่เสียหายของเขาจะไม่มีโอกาสเข้า
ทำสิ่งใดได้เลย!
มารเจิดจรัสหวังในความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในภายภาคหน้าที่จะเป็น
ประโยชน์แก่ตัวเขาเอง หากว่าหลินหมิงตกตายไปที่นี่ ความพยายาม
ทั้งหมดที่เขาทำมาจะสูญเปล่า!
ด้วยความวิตกกังวลและหวาดกลัวอย่างยิ่ง หนึ่งชั่วธูปได้ผ่านไป ใน
ที่สุด สีหน้าของมารเจิดจรัสก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างหนัก
เป็นอย่างที่เขาคาดไว้ สถานการณ์เลวร้ายที่สุดกำลังจะเกิดขึ้น
ห่างออกไป 2-3 พันก้าว วิญญาณชั่วร้ายจำนวน 7-8ตนได้รวมตัวกัน
สายตาของพวกมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความละโมบเพ่งเล็งมายังหลิงหมิง
ในตอนนี้ ห่างออกไปราวๆหลายร้อยลี้ใต้หน้าผา นักสู้ปีศาจยักษ์สอง
ตน พร้อมด้วยนักสู้เผ่าคนยักษ์กำลังรวมกลุ่มกัน นักสู้เผ่าคนยักษ์นี้ยืนเฝ้า
ระวัง ส่วนนักสู้ปีศาจยักษ์ทั้งสองนั่งเข้าฌาน บาดแผลสาหัสนัก แต่
บาดแผลนี้อาจทำให้เขาถึงแก่ชีวิตได้เช่นกัน เมื่อ 2 ชั่วโมงก่อนนักสู้ปีศาจ
ยักษ์ทั้งสองจึงได้กลืนโอสถลงไปและเข้าสู่กระบวนการรักษาบาดแผล
“มันช่างโชคร้ายอะไรเช่นนี้ ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะตามผู้นำโง่ๆ
จนมาถึงที่นี่ได้ และกล้าที่จะเรียกตัวเองว่า ‘แผนที่มีชีวิต’ ในอเวจีปีศาจ
อมตะ! บัดซบ!” หลังจากผ่านไปได้ 15 นาที นักสู้ปีศาจยักษ์ก็รักษาตัวจน
หายดีและส่งเสียงโวยวายเสียงดัง
สามคนนี้นั้นเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนักสู้หน่วยที่ 9 แห่งที่ราบโลหิต
สังหารที่ได้หายสาบสูญไป ทั่งหน่วยไม่ได้ถูกกวาดล้างไปจนหมด แต่เหลือ
เพียง 3 คนเท่านั้น คนที่เหลืออีก 7 คนรวมถึงผู้ดูแลด้วยนั้นถูกกวาดล้าง
จนไม่เหลือซาก!
“ข้าเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากไอ้พวกเหล่านั้น แต่ยังโชคดียิ่งนักที่เรา
มีความแข็งแกร่ง มิเช่นนั้น พวกเราก็คงกลายเป็นมื้อค่ำของสิ่งชั่วร้าย
เหล่านั้นไปแล้วล่ะ!”
ประสบการณ์จากเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้ทั้งสามของพวกเขา
เหล่านั้นรู้สึกเหมือนมีเมฆแห่งความหวาดกลัวเกิดขึ้นในจิตใจ สิ่งที่เกิดขึ้น
ในตอนนั้นมันเป็นฝันร้าย พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าศัตรูอยู่ที่ไหนและทำได้
เพียงเฝ้ามองร่างของสหายเน่าเปื่อย โลหิตและอวัยวะเกลื่อนกลาดเต็มอยู่
บนผืนดิน
เพื่อความยุติธรรม ผู้ดูแลย่อมมีประสบการณ์และความแข็งแกร่ง
อย่างดี แต่เมื่อเผชิญหน้าต่อสถานการณ์จริง เขากลับตัดสินใจผิดพลาด
โดยให้ทุกคนยืนอยู่เป็นวงกลมและคอยระวังอันตรายไว้ นี่จึงเป็นสาเหตุที่
ทำให้จำนวนผู้ตกตายเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในท้ายที่สุด หลายคนไม่สามารถ
ทนต่อสิ่งนั้นได้อีกต่อไปและแยกตัวออกมา สำหรับผู้ดูแล เขาก็ได้ชดใช้
ให้กับการตัดสินใจที่ผิดพลาด ด้วยชีวิตของเขาเอง เมื่อถึงจุดจบ มีเพียง
แค่หนึ่งในสามของพวกเขาที่สามารถหลบหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย
สามคนนี้นั้นทั้งหมดเป็นถึงผู้ปกครองที่แข็งแกร่งที่สุดของหน่วยนั้น
ในแง่ของความแข็งแกร่งของแต่ละคน พวกเขาติด 5 อันดับแรกของ
ผู้ปกครองชั้นสูงจากหอคอยดาวเหนือ และสำหรับนักสู้เผ่าคนยักษ์ เขาก็
อยู่กระทั่ง 3 อันดับแรกเลยทีเดียว
ที่ภายในอเวจีอมตะนั้น ทุกๆย่างก้าวเต็มไปด้วยความตายและถือ
เป็นเขตอันตราย ความตายสามารถคืบคลานเข้ามาได้ทุกเมื่อ ทั้งเป็น
สถานที่ซึ่งผู้ใดก็ไม่ควรย่างกรายเข้ามาเหยียบ ในบางครั้งบางหน่วยก็
ประสบเข้ากับภัยพิบัติอันแสนน่ากลัวและจะมีเพียงผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่
จะเอาชีวิตรอดมาได้
“พี่ชาย แล้วเราควรจะทำเช่นไรดี? พวกเราทั้งสามมาถึงอเวจีปีศาจ
อมตะได้ก็จริง แต่พวกเราช่างอับโชคยิ่งนัก ทั้งเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด
ด้วยซ้ำไป แล้วพวกเราจะกลับไปด้วยสภาพแบบนี้เช่นนั้นหรือ?” นักสู้เผ่า
คนยักษ์ถามด้วยความหดหู่ใจ
ผู้ปกครองปีศาจยักษ์ทั้งสองยังคงเงียบไปไม่มีคำตอบใดๆทั้งสิ้น
จนถึงตอนนี้ พวกเขาพบเพียงกระดูกเทพปีศาจเพียง 2 ชิ้น เมื่อแบ่งกัน
แล้ว มันก็ไม่ได้มากเท่าไหร่นัก พวกเขากลัวที่จะกลับกันเองในสภาพ
เช่นนี้ ซึ่งไม่มีผู้ดูแลอีกแล้ว การที่จะวิ่งไปสุ่มสี่สุ่มหาโดยไม่วางแผนใดๆ
เลยมันจะอันตรายเกินไปอย่างยิ่ง! ผู้ปกครองแห่งเผ่าคนยักษ์เห็นอีกสอง
คนไม่กล่าวสิ่งใดออกมา จึงกล่าวว่า “โชคในอเวจีปีศาจอมตะนั้นยากที่จะ
ค้นพบ แต่หากพบเจอมันแล้วมันก็คือโอกาสที่โชคดีที่สุดที่เคยได้รับมา
เลย และกระดูกเทพปีศาจนั้นถูกแบ่งได้หลายระดับ 2 ชิ้นที่เรา
ครอบครองอยู่นั้นถือเป็นระดับต่ำ แต่หากเราค้นพบกระดูกเทพปีศาจ
ระดับปฐพี หรือแม้กระทั่งกระดูกเทพปีศาจระดับสวรรค์ในตำนาน
เช่นนั้นในการกลายเป็นผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิในอนาคตของเราก็จะ
ใกล้เข้าไปอีกก้าวหนึ่ง!”
ภายในหอคอยแยกนภา แน่นอนว่าว่าทรงพลังอย่างยิ่ง แต่ในด้าน
ของพรสวรรค์หรือศักยภาพต่างๆยังด้อยกว่าปีศาจสวรรค์เจ็ดดาวระดับ
สูงสุดของแดนศักดิ์สิทธิ์เช่นเฟิงเฉิน ต๋วนมู่ฉินและหลานฉิน
หากไร้ซึ่งพรสวรรค์อย่างแน่แท้แล้วนั้น พวกเขาจะสามารถมาระดับ
นี้ได้อย่างไรกัน? หลังจากที่ได้อาศัยอยู่ในหอคอยแยกนภามานานหลายปี
นั้น เมื่อผู้ปกครองไปถึงระดับพลังที่เทียบเท่าขั้นทำลายชีวิตแล้ว โดยปกติ
พวกเขาต้องการที่จะออกจากหอคอยแยกนภา ดังนั้นทุกๆสองสามปีจึง
มักจะมีกลุ่มของผู้ปกครองชั้นสูงใหม่ขึ้นมาในที่ราบโลหิตสังหารแห่งนี้
แต่ท่ามกลางหมู่ผู้ปกครองจำนวนมากนั้น การที่จะหาบุคคลที่จะมา
เป็นจักรพรรดิไร้เปรียบนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นี่คงเป็นเหตุผลที่พวกเขาขาด
ซึ่งพรสวรรค์และศักยภาพ
การไร้ซึ่งโชคดีอันยิ่งใหญ่ พวกเขาทั้งสามแทบจะไม่เหลือความหวัง
ใดๆที่จะได้เป็นจักรพรรดิไร้เปรียบ
ผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตและผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิมีระดับที่
ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะทั้งความแข็งแกร่งหรืออายุขัย มันไม่
สามารถเทียบกันได้เลย ความพยายามที่จะให้เป็นจักรพรรดิ มันช่าง
ห่างไกลยิ่งนัก!
ผู้ปกครองแห่งปีศาจยักษ์ต่างไม่อยากเป็นเช่นนี้ หนึ่งในพวกเขากำลัง
จะกล่าวออกมาแต่จู่ๆเขาก็ต้องตกใจ ในท้องฟ้าอันแสนห่างไกล พวกเขา
กลับมองเห็นเมฆสีม่วงอ่อนๆในสวรรค์ แม้แต่กลุ่มหมอกรอบๆนั้นก็
กระจัดกระจายกันออกไปจากก้อนเมฆสีม่วงเหล่านี้ มันจริงค่อนข้างที่จะ
มองเห็นได้กว้างไกลและมีทิวทัศน์ที่สง่างาม
“ดูนั่นสิ? นั่นมันคือสิ่งใดกัน?”
“อืม…” ขณะที่ทั้งสองหันไปมอง พวกเขาเองก็ตกตะลึงจนไร้คำพูด!
การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้มันคือสัญลักษณ์แห่งความโชคดีอันยิ่งใหญ่ที่
กำลังจะปรากฏขึ้นในไม่ช้า!
แน่นอนว่า นั่นอาจหมายถึงตัวตนอันน่าหวาดหวั่นอยู่ที่นั่น ทำให้มัน
อันตรายอย่างยิ่ง
หรืออาจเป็นไปได้ทั้งคู่ สิ่งอันตรายจะพร้อมกับความโชคดี…. และ
นั่นคงเป็นบทสรุปที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด!
“พวกเราควรทำอย่างไรดี ลองไปสังเกตการณ์ดูก่อนหรือไม่?” หนึ่ง
ในผู้ปกครองปีศาจยักษ์เสนอความคิดออกไปด้วยความลังเล เขามองไป
ยังผู้ปกครองเผ่าคนยักษ์ ซึ่งเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดากลุ่มชายทั้ง
สามนี้
ผู้ปกครองคนยักษ์กัดฟันแน่น โดยไม่ต้องสงสัย มันคือการเดิมพัน
แต่เส้นทางของเหล่านักสู้ มันจะเป็นไปโดยไร้ซึ่งอันตรายได้อย่างไร? มี
หลายคนที่อาศัยโชคเพื่อกลายเป็นผู้อาวุโสสูงสุด อาจกล่าวได้ว่าโชคของ
พวกเขาดีอย่างยิ่ง แต่ในความเป็นจริงนี่เป็นเพียงความอิจฉาริษยาเท่านั้น
ในอนาคตอันยาวไกลยังคงมีโชคดีเช่นนี้อีกมาก แต่สิ่งเหล่านั้นย่อมมา
พร้อมกับอันตรายด้วยเช่นกัน สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ ผู้ใดบ้างที่จะคว้า
โอกาสนั้น และเขาเหล่านั้นจะแข็งแกร่งเพียงพอที่จะคว้าโอกาสนั้นไว้
หรือไม่!
ถ้าผู้หนึ่งขลาดเขลา ลังเลที่จะคว้าทุกๆโอกาสไว้ มันก็จะไม่แตกต่าง
ไปจากชีวิตแบบสามัญชนคนธรรมดา! พวกเขาอาจจะไม่สามารถก้าวไป
ถึงขั้นทำลายชีวิตระดับสูงได้ และมิต้องกล่าวถึงการเป็นจักรพรรดิไร้
เปรียบ!
“พวกเราจะไปด้วยกันและยับยั้งออร่าของพวกเราให้มากที่สุดเท่าที่
จะเป็นไปได้ พวกเราไปสังเกตการณ์ และถ้าหากไร้ซึ่งความหวังในการ
รับมือกับมันได้ พวกเราก็จะรีบหนีทันที แต่ถ้ามีแสงแห่งความหวังแม้
เพียงเล็กน้อย พวกเราก็พร้อมที่จะเดิมพันทุกอย่างที่มีเพื่อนำไปสู่เส้นทาง
แห่งจักรพรรดิของตนเอง!”
“ดี ข้าก็เห็นด้วย” เหล่าผู้ปกครองได้เห็นร่วมกันเป็นที่เรียบร้อย
ด้วยโอกาสเหล่านี้ ถ้าพวกเขาไม่รีบคว้าไว้ ก็จะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต
ผู้ปกครองทั้งสามท่านนี้พยายามยับยั้งออร่าของเขาให้มากที่สุดเท่าที่
จะเป็นไปได้ ด้วยโอกาสตรงหน้าพวกเขานั้น มันก็ยากที่จะสงบใจได้ แต่
พวกเขายังมุ่งหน้าไปอย่างรวดเร็วด้วยความสงสัย!
พวกเขารีบมุ่งไปสู่วังวนอสรพิษขด กระแสพลังจากอเวจีก็ถูกทำลาย
ผ่านไปโดยพวกเขา
ภายในพื้นที่วังวนอสรพิษขด มีวิญญาณชั่วร้ายระดับต่ำอยู่ สำหรับ
ผู้ปกครองหากไม่มีวิญญาณชั่วร้ายใดๆที่ออกมาจากเบื้องล่างแห่งอเวจี
ปีศาจอมตะที่มีอายุนับหมื่นหรือนับแสนแล้ว พวกเขาสามารถรับมือกับ
ระดับต่ำ 2-3 ตัวได้
เมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเขาค่อยๆมุ่งตรงไปสู่พื้นที่ซึ่งใกล้กับหลินหมิงซึ่ง
กำลังทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้
แต่ในเวลานี้ มารเจิดจรัสกำลังต่อกรกับวิญญาณชั่วร้ายหลายตัว
การต่อสู้นี้ได้เกิดขึ้นเป็นเวลานานแล้ว…