Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 636 จิตวิญญาณต่อสู้รูปแบบป้องกัน
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 636 จิตวิญญาณต่อสู้รูปแบบป้องกัน
การควบแน่นแก่นแท้หมุนวนของหลินหมิงนั้น กระตุ้นปรากฎการณ์
อันทรงพลัง ปราณแท้โดยรอบนั้นได้ก่อกระแสวังวนมหึมาของพลังต้น
กำเนิดสวรรค์และปฐพี ปรากฏเมฆสีม่วงที่กว้างหลายสิบลี้ เหตุการณ์
ยิ่งใหญ่เพียงนี้ปรากฏขึ้นในอเวจีปีศาจอมตะ ผลที่ตามย่อมสามารถ
จินตนาการได้
ภายในทะเลแห่งจิตญาณของหลินหมิง มารเจิดจรัสทำได้เพียงมองดู
ไปที่วิญญาณชั่วร้ายที่รวมตัวกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างช่วยไม่ได้ เสียง
โหยหวนเต็มไปทั่วทุกที่ และในที่สุดเขาก็รู้สึกราวกับว่าตนถูกล้อมไปด้วย
ฝูงหมาป่า
แต่ในเรื่องร้ายก็มีเรื่องดีอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ วิญญาณชั่วร้าย
เหล่าต่างอยู่ในระดับต่ำเท่านั้น พวกมันเป็นตัวตนที่แปลกประหลาด และ
ถูกปลดปล่อยออกมาจากเบื้องลึกของอเวจีปีศาจอมตะ
มารเจิดจรัสไม่ได้มีกายหยาบและพลังโจมตีในโลกแห่งความเป็นจริง
ของเขานั้นอ่อนแออย่างยิ่ง เขาทำได้เพียงสามารถปลดปล่อยพลังจิต
วิญญาณเพื่อสร้างสนามพลังและกันวิญญาณชั่วร้ายเหล่านี้
สนามพลังของมารเจิดจรัสทรงพลังอย่างยิ่ง มันนำพามาซึ่ง
บรรยากาศโบราณและน่าเกรงขามที่มีเพียงผู้ซึ่งมาจากแดนเทวะเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม พลังโลหิตชีวิตของหลินหมิงดึงดูดมากเกินไป วิญญาณชั่ว
ร้ายเหล่านี้จึงต้องการกลืนกินปราณโลหิตนี้อย่างมาก ภายใต้สิ่งดึงดูดตาม
ธรรมชาติที่พวกมันต้องการที่สุด เหล่าวิญญาณชั่วร้ายนั้นค่อยๆคืบหน้า
เข้าหามารเจิดจรัสได้เรื่อยๆ
มารเจิดจรัสทำให้พวกมันกลัวจนเตลิดหนีไปได้ 2-3 ตัว แต่ไม่ใช่ทั้ง
กลุ่ม วิญญาณชั่วร้ายเหล่านั้นได้รวมตัวกันขึ้นมาอีกครั้ง มันก็เริ่มเล่นงาน
หลินหมิง!
ในตอนนี้ดวงตาทั้งสองข้างของหลินหมิงหลับสนิท การรับรู้ในสัมผัส
ของเขาได้ถูกตัดออกจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง จิตของเขาเข้าสู่ฌาน
ระดับลึก โดยไม่มีทางรู้ได้ว่ามันดำเนินไปอีกนานเท่าไหร่
“โฮกก!”
วิญญาณชั่วร้ายตนแรกพุ่งเข้าไปหาหลินหมิงอย่างรวดเร็ว เมื่อ
วิญญาณชั่วร้ายตนแรกเริ่มโจมตี วิญญาณชั่วร้ายตนอื่นๆก็เริ่มพุ่งเข้าใส่
หลินหมิงทีละตัว มารเจิดจรัสเพ่งสมาธิ ทันใดนั้นเองก็มีแสงส่องประกาย
ออกมาจากดวงตาของเขา…
ควบคุมจิตใจ!
จู่ๆวิญญาณชั่วร้ายเหล่านั้นสั่นสะสะท้าน และดวงตาสีแดงฉานก็เต็ม
ไปด้วยความมึนงงและว่างเปล่า กลางกาศ อย่างฉับพลันมันหันไป
กระแทกวิญญาณชั่วร้ายอีกตัว โดยไม่ทันได้ตอบสนอง ทั้งคู่ตกลงไปบน
พื้นและได้รับบาดเจ็บ
ในไม่ช้า เหล่าวิญญาณชั่วร้ายทั้งสองก็ต่อสู้กันอย่างรุนแรงบนพื้นดิน
ครู่ต่อมาวิญญาณชั่วร้ายที่โดนมารเจิดจรัสควบคุมอยู่นั้นก็ชีกกระฉาก
วิญญาณชั่วร้ายตนอื่นๆ
“แค่ควบคุมจิตใจเพียงครั้งเดียว มันก็ทำให้ข้าสูญเสียพลังจิต
วิญญาณไปมากแล้ว ข้าไม่สามารถทนได้อีกนานนัก หลินหมิง ได้โปรดตื่น
ขึ้นมาเถอะ ข้าขอร้อง!”
มารเจิดจรัสกังวล นี่คือมังกรที่โดนยั่วยุโดนกุ้ง เขาที่เป็นถึงผู้ศักสิทธิ์
อันสูงส่งและน่าเกรงขามแห่งแดนเทวะ แต่ต้องถูกเหล่าวิญญาณชั่วร้าย
ระดับต่ำรังแกเช่นนี้!
หลังจากเหล่าวิญญาณชั่วร้ายพวกแรกถูกจัดการ กลุ่มต่อมาก็เริ่มเข้า
โจมตีอีกครั้ง ในตอนนี้มารเจิดจรัสเริ่มรู้สึกขมขื่นในหัวใจเล็กน้อย
“โฮกก!”
วิญญาณชั่วร้ายอีก 2 ตนพุ่งเข้ามา สอง 2 ตัวนี้แข็งแกร่งสองตัวที่
แล้วมาก มารเจิดจรัสกัดฟันและผลาญพลังเจตจำนง 20% เพื่อควบคุม
วิญญาณชั่วร้ายทั้ง 2
“โฮกกกกกก!”
วิญญาณชั่วร้ายพุ่งเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ในตอนนี้เขาควบคุมพวกมัน
ถึง 3 ตัวปะทะกันกับตัวอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ปะทะกับพวกมันจำนวนมาก
เป็นขีดจำกัดของมารเจิดจรัส วิญญาณชั่วร้าย 2 ตัวหลบหลีกไปรอบๆตัว
มารเจิดจรัส พุ่งไปยังหลินหมิงและกัดที่ปราณแท้ป้องกันร่างของเขา
ก่อนที่หลินหมิงจะเข้าสู่ฌาณ เขาได้สร้างม่านพลังขึ้นมาเพื่อป้องกัน
ร่าง ทันทีที่วิญญาณชั่วร้ายพุ่งเข้าไปหาเขา สายฟ้าสีม่วงก็พุ่งออกมาจาก
ร่างกายของเขา สายฟ้าที่ปรากฏคือการผสานของแสงแห่งฝันมายาและ
มังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ แสงแห่งฝันมายานั้นสามารถควบง่ำจิตใจ
และจิตวิญญาณได้ ส่วนมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์มันเป็นประโยนช์
ยิ่งนักในการกำราบเหล่าวิญญาณและปีศาจร้าย
เหล่าวิญญาณชั่วร้ายเหล่านี้ส่งเสียงโหยหวนออกมาและกระเด็น
ออกไปทันที!
อย่างไรก็ตาม ยังมีวิญญาณเหล่ายังคงมีอีกมาก เมื่อมีตัวหนึ่งกระเด็น
ออกมา อีกตวัหนึ่งก็จะรีบเข้าไปแทนที่ในทันที
เมื่อร่างกายของหลินหมิงเกิดประกายจากสายฟ้า เหล่าวิญญาณชั่ว
ร้ายพวกนั้นก็ถูกเผาจนมอดไหม้กลายเป็นเพียงเถ้าธุลีด้วยพลังแห่ง
สายฟ้า แต่กระนั้น ความเจ็บปวดทนทุกข์ทรมานเหล่านี้ ทำให้พวกมันยิ่ง
ทวีคูณความกระหายเลือดและความชั่วร้าย เหล่าวิญญาณชั่วร้ายต่างเข้า
มายังหลินหมิงอย่างบ้าคลั่ง มารเจิดจรัสป้องกันเหล่าวิญญาณชั่วร้ายจน
ขีดจำกัด!
ชั้นพลังงาน สายฟ้าถูกผลาญไปอย่างรวดเร็ว อีกไม่นานมันก็ไม่
สามารถต้านทานเหล่าวิญญาณชั่วร้ายได้อีกต่อไป
เหล่าวิญญาณชั่วร้ายจำนวนมากล้อมลอบหลินหมิง ราวกับฝูงหมา
ป่ารุมกัดแทะสัตว์อสูรยักษ์
ภายในทะเลแห่งจิตวิญญาณของหลินหมิง มารเจิดจรัสกำลังตื่น
ตระหนก
“บัดซบ! เจ้าหนู จำเอาไว้ด้วยว่าเจ้าเป็นหนี้บุญคุณชีวิตข้า! จำเอาไว้
ให้!”
มิใช่ว่ามารเจิดจรัสไม่สามารถต่อสู้อย่างเต็มกำลัง มันเพราะวิญญาณ
ของเขายังเสียหายอยู่ เมื่อเขาใช้พลัง วิญญาณของเขาก็ยิ่งเสียหายมาก
ขึ้นเรื่อยๆ ย้อนกลับไปคราวที่หลินหมิงเดินผ่านรูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้าย
โบราณ เผชิญหน้ากับพายุมิติ มารเจิดจรัสได้ผลาญพลังวิญญาณไปจน
เกือบหมดจึงทำหลินหมิงสามารถผ่านพ้นวิกฤติครั้งนั้นไปได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องจ่ายคือก็คือ มารเจิดจรัสต้องเข้าสู่สภาวะ
หลับลึกเป็นเวลาเกือบ 2 ปี
ณ ตอนนี้ มารเจิดจรัสตื่นขึ้นมาแล้วหลังจากผ่านช่วงเวลาที่
ยากลำบากมา ถ้าไม่ใช่เพราะการรักษาจากพลังงานพร้อมด้วยกระดูก
ปีศาจโลหิต มารเจิดจรัสคงไม่มีทางเต็มใจช่วยด้วยพลังเต็มที่ของตัวเอง
แน่นอน เพราะมันจะทำให้วิญญาณของเขาเสียหายไปมากกว่าเดิม แต่
ตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกแล้ว หากหลินหมิงตาย เขาก็จะต้องตายไปด้วย
เช่นกัน!
ทั่วร่างของมารเจิดจรัส และส่วนเล็กๆของวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขา
เริ่มถูกเผาไหม้ รัศมีอันเจิดจ้าของแสงเปล่งออกมาทั่วทั้งทะเลแห่งจิต
วิญญาณของหลินหมิง! แสงประกายสีทองเหล่านี้ราวกับคมกระบี่ มันพุ่ง
แทงไปยังวิญญาณชั่วร้ายกว่าสิบตัวและเผามันจนสลายไป!
นี่คือการโจมตีด้วยวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของมารเจิดจรัส
การโจมตีด้วยวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้เป็นดั่งกระบี่สองคม ทำให้
ตนเองบาดเจ็บเพื่อสังหารศัตรู นี่คือเหตุผลที่บรรดาเหล่าอิมป์ผู้ซึ่ง
เชี่ยวชาญในด้านการโจมตีทางจิตวิยญาณมักพกโอสถสำหรับฟื้นฟู
วิญญาณ
เดิมทีวิญญาณของมารเจิดจรัสก็ยังไม่สมบูรณ์ หลังจากใช้การโจมตี
ทางจิตวิญญาณที่ทรงพลังเช่นนี้ ความเสียหายที่เกิดกับวิญญาณของเขา
ย่อมสามารถจินตนาการได้
หลังจากจัดการกับเหล่าวิญญาณชั่วร้ายกว่าสิบตัวไปได้ สิ่งที่ตามมา
ก็คือความเสียหายที่เกิดกับวิญญาณของมารเจิดจรัส แต่ด้วยความโชคดีที่
เขานั้นสามารถฟื้นฟูความแข็งแกร่งได้มากใน 2 ปีผ่านมานี้ มิเช่นนั้นการ
ที่เขาสูญเสียพลังวิญญาณไปจำนวนมากนั้นอาจทำให้เขาตกสู่สภาวะหลับ
ลึกอีกครั้ง
ในขณะที่มารเจิดจรัสกำลังบ่นอยู่ภายในใจ ไม่แน่ใจว่าควรทำ
อย่างไรต่อไป แต่จู่ๆเขาก็ตระหนักได้ว่า ไม่ไกลยิ่งนัก มีนักสู้ปีศาจยักษ์
และนักสู้เผ่าคนยักษ์จ้องมองมาที่หลินหมิง ด้วยสีหน้าที่ดูขนลุก
ในเวลานั้นหัวใจของมารเจิดจรัสเย็นเฉียบในทันที!
สามคนเหล่านี้ มารเจิดจรัสรู้จักอยู่ 2 คน พวกเขาเหล่านั้นเป็น
ผู้ปกครองจากหอคอยนภาแยกนภาอื่น!
คลื่นลูกแรกยังไม่จบสิ้นคลื่นลูกที่สองก็ตามมาเสียแล้ว แต่มารเจิด
จรัสก็ไม่ได้ไร้เดียงสาพอที่จะเชื่อว่าพวกเขามาเพื่อให้ยืมมือช่วยเหลือ
อย่างแน่นอน!
ในความเป็นจริงแล้ว เหล่าผู้ปกครองกำลังคิดว่านี่เป็นโอกาสที่ดีของ
เขา!
“มิใช่ว่านั่นคือหลินหมิงหรอกหรือ?” หลังจากผู้ปกครองเผ่าคนยักษ์
นำอีกสองคนไปยังศูนย์กลางของวังวนอสรพิษขด เขาไม่พบโชคใดๆทั้งสิ้น
แต่เขากลับค้นพบว่ามีใครบางคนกำลังทะลวงระดับที่นี่!
“นั่นหลินหมิงจริงๆด้วย เขากำลังทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้?
เขาบ้าไปแล้วเช่นนั้นหรือ?”
“เจ้าโง่ผู้นี้ เขาพยายามทะลวงระดับที่นี่และทำให้เหล่าวิญญาณชั่ว
ร้ายมาล้อมรอบตัวเองอีก! นี่เป็นการรนหาที่ตายอย่างแท้จริง!”
ผู้ปกครองปีศาจยักษ์เยาะเย้ย ความคิดของเขา นี่มิต่างจากการฆ่าตัวตาย!
“บางทีหลินหมิงอาจจะพบเจอโชคบางอย่างและไม่สามารถควบคุม
ปราณแท้ของตนได้ ทำให้ไม่มีทางเลือกนอกจากทะลวงระดับที่นี่ ข้ายังจำ
ได้ว่า ก่อนหน้านี้ระดับการบ่มเพราะของเขายังอยู่ห่างจากขั้นหลอมรวม
แก่นแท้อย่างมาก แต่อย่างน้อยเขาก็ควรจะมีเวลาอีกครึ่งปีในการทะลวง
มัน ถ้าเขาไม่บังเอิญพบโชคครั้งยิ่งใหญ่ที่นี่ มันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่
จะทะลวงระดับได้ในตอนนี้” ดวงตาของผู้ปกครองเผ่าคนยักษ์สาด
ประกายด้วยความปราถนาที่บ้าคลั่ง โชคสามารถช่วยให้นักสู้ทะลวง
ระดับได้…. และนี่คือความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขา!
“ไม่มีผู้ดอยู่ด้วยเลยกับเขาที่นี่ มันดูชอบมาพากลยิ่งนัก แต่ไม่ใช่
เพียงแค่นั้น พลังจากการทะลวงระดับของเขามันช่างแปลกประหลาด
เหลือเกิน ถ้าเป็นนักสู้ทั่วไปทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ มันคงไม่
เกิดเช่นนี้ขึ้นอย่างแน่นอน”
“มันต้องมีบางสิ่งที่ไม่ถูกต้อง!”
ผู้ปกครองทั้งสามต่างเห็นด้วยว่าหลินหมิงคงพบเข้ากับโชคครั้งใหญ่
ภายในอเวจีปีศาจอมตะ นั่นคงเป็นสาเหตุสำคัญที่เข้าได้ทะลวงระดับใน
ครั้งนี้ สำหรับหน่วยของหลินหมิง อาจตายหรือแยกกันออกไป ดังนั้นโชค
ดีเช่นนี้จึงตกอยู่ในมือของหลินหมิงแต่เพียงผู้เดียว
ด้วยสิ่งล่อลวงเช่นนี้ จะมีผู้ใดบ้างที่ไม่เกิดความโลภ?
ทั้งสามต่างมองกันและกัน และเห็นถึงจิตสังหารภายในดวงตาของ
แต่ละคน ถ้าพวกเขาฆ่าหลินหมิงได้ มันก็เป็นไปได้สูงที่พวกเขาจะได้รับ
โชคนั้นมา!
มิต้องกล่าวถึงด้วยว่าตอนนี้หลินหมิงอยู่ในช่วงเวลาที่สำคัญในการ
ทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ แต่ถึงแม้ถ้าหลินหมิงจะทะลวงระดับ
ขึ้นมาได้แต่ความแข็งแกร่งของเขาก็ไม่เสถียนเท่าใดนัก อีกทั้งทั้งสามคน
ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญในหมู่ผู้ปกครองด้วย พวกเขามีความมั่นใจยิ่งนักใน
ความแข็งแกร่งของพวกเขาตนเอง ส่วนความแข็งแกร่งของหลินหมิงนั้น
ก็ได้ยินเพียงแต่ข่าวลือเท่านั้น
“ฆ่ามัน! ไม่ต้องปราณี!” ผู้ปกครองเผ่าคนยักษ์กล่าวออกมา
ตอนนี้หลินหมิงถูกล้อมรอบไปด้วยวิญญาณชั่วร้าย มันจะดีกว่า
สำหรับพวกเขาถ้ารอให้การต่อสู้จบลงก่อน หลังจากนั้นค่อยลงมาเก็บ
กวาดทีหลัง แต่ความการทะลวงระดับของหลินหมิงเองก็กำลังเพิ่มขึ้น
เรื่อยๆ ผู้ใดจะรู้ว่าได้ว่าหลินหมิงจะสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวม
แก่นแท้ได้หรือไม่? มันจะดีกว่าหากรีบลงมือ เพราะหากปล่อยไว้ปัญหา
อาจจะตามมาทีหลัง!
ทั้งสามคนโคจรปราณปีศาจและวิ่งพุ่งออกไปพร้อมกัน เหล่านักสู้
ปีศาจยักษ์ผู้หนึ่งได้ดึงกระบี่ออกมาและฟันไปยังอกของหลินหมิง!
“เพล้งง!”
กระบี่นั้นได้ทำลายวิญญาณชั่วร้ายไป 4-5 ตัว และทำลายปราณแท้
ปกป้องร่างของหลินหมิง!
วิญญาณชั่วร้ายเกี้ยวโกรธกับการกระทำเช่นนี้และรีบพุ่งไปยังเหล่า
ผู้ปกครองทั้งสาม!
“ใส่หัวไปซะ!”
ผู้ปกครองเผ่าคนยักษ์ตะโกนออกมาดังลั่นและเหวี้ยงกระบอกใหญ่
ในมือเขาออกไป กวาดล้างเหล่าวิญญาณชั่วร้ายระดับต่ำ มี 3 ตัวที่โดย
การโจมตีโดยตรงและหลากเป็นชิ้นๆด้วยพลังงานพายุ สลายกลายเป็น
หมอกควันสีฟ้า!
“ข้าจะส่งพวกแกกลับบ้านเก่าด้วย!”
ปีศาจยักษ์ตนสุดท้ายหัวเราะเสียงดังออกมา จับค้อนทุบลงไปยังที่
หน้าอกของหลินหมิง!
เมื่อเห็นค้อนขนาดใหญ่ทุบลงมา ม่านตาของมารเจิดจรัสหดลง
ในทันที ในเวลานี้พลังจิตของเขาถูกผลาญไปอย่างมากแล้ว เขาไม่
สามารถแม้กระทั่งจะปกป้องการโจมตีของเหล่าผู้ปกครองกลับได้เลย
ปราณแท้ปกป้องร่างของหลินหมิงนั้นได้แตกออกไปแล้วก่อนหน้า
ร่างของเขาจะทนต่อการโจมตีนี้ได้อย่างไร…
เขาจะตายไปทั้งแบบนี้เช่นนั้นหรือ?
เมื่อความคิดนี้แวบขึ้นมาในจิตใจของมารเจิดจรัส ทั้งหมดที่เขาได้ยิน
มีเพียงเสียงกระหึ่มจากการการที่หลินหมิงถูกทุบด้วยค้อนและลอย
กระเด็นไปในอากาศ!
ร่างกายของหลินหมิงตกลงมาจากความสูงเกือบร้อยก้าว จะเป็น
อย่างไรบ้างก็มิอาจรู้
“ฮ่าฮ่า! ใครกันที่ขนานนามว่าเขาเป็นผู้มีพรสวรรค์ในรอบหมื่นปี!
ช่างน่าขันอะไรเช่นนี้! เขายังคงต้องตายด้วยน้ำมือของข้า” นักสู้ปีศาจ
ยักษ์หัวเราะด้วยความสะใจ หลังจากที่เอาค้อนทุบไปที่หลินหมิง ถ้าใคร
โดนทุบเช่นนี้แม้แต่ซี่โครงหรืออวัยวะก็คงแหลกเป็นชิ้นๆ!
ในการสามารถฆ่าผู้ได้รบสมญานามอาชูร่า ผู้ปกครองปีศาจยักษ์รู้สึก
ว่าความคิดของเขาปลอดโปร่งไม่มีอุปสรรคใดๆที่จะขัดความความสำเร็จ
ของเขาได้
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่หัวเราะไปได้สักพัก เสียงหวเราะน้นก็ค่อยๆ
ลดลง เขามองไปยงฉากตรงหน้าด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ และ
ผู้ปกครองอีกสองคนตกตะลึง
ห่างออกไปไม่กี่ร้อยก้าว ลมหายใจของหลินหมิงยังคงที่ เขาดูไม่
เหมือนคนที่บาดเจ็บสาหัสเลย
เมื่อส่งจิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ไปตรวจสอบ เขาก็ได้มองเห็นเสื้อผ้าและ
เกราะยืดหยุนบนอกของหลินหมิงที่ถูกทำลายเป็นเสี่ยงๆ ส่วนร่างกาย
ของเขา มีเพียงผิวหนังบางส่วนที่ฉีกไป หน้าอกของเขายังคงสมบูรณ์ดีทุก
อย่าง!
“นี่มัน… เป็นไปได้อย่างไรกัน?”
ดวงตาของนักสู้ปีศาจยักษ์เบิกกว้างเมื่อเขาจับค้อนอยู่ ด้วยการโจมตี
ของเขาเมื่อครู่ แม้แต่ทองหนักก็ยังถูกทุบจนแบนอย่างแน่นอน แต่เหตุใด
หลินหมิงจึงบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น?
นั่นมันร่างกายมนุษย์จริงหรือ? มันจะยืดหยุนกว่าทองหนักได้อย่าง?
ในเวลานี้ภายในทะเลแห่งจิตวิญญาณของหลินหมิง มารเจิดจรัส
ยังคงประหลาดใจอย่างสิ้นเชิง เขากำลังมกมุ่นอยู่กับความหวังที่กำลังลุก
โชนขึ้นมา ถ้าแค่มีเพียงคนเดียว เขาก็สามารถที่จะยึดร่างกายมาเป็นของ
ตนได้ เพียงใช้พลังจิตวิญญาณของเขาก็สามารถยึดร่างของผู้ปกครองได้
อย่างง่ายดาย
แต่ปัญหาคือ พวกเขามีกันถึง 3 คน ถ้าหากเขาขโมยร่างกายคนใด
คนหนึ่งได้และหากถูกสองคนนั้นฆ่าตาย มันจะทำให้จิตวิญญาณศักสิทธิ์
ของเขาแตกสลายไป ดังนั้นในตอนนี้ หากมารเจิดจรัสคิดที่จะครอบครอง
ร่ายกายผู้ใดสักคนก็เหมือนกับการฆ่าตัวตายเท่านั้น
ในความสิ้นหวังของเขา ไม่เคยคิดเลยว่าหลินเมิงจะสามารถต้านทาน
การโจมเมื่อครู่ได้
สิ่งนี้ไม่ใช่แค่พลังแห่งการป้องกันทางกายที่มาจากขั้นผสานไขกระดูก
อย่างเดียวแน่นอน เพราะการพลังโจมตีของผู้ปกครองปีศาจยักษ์ไม่ใช่
เรื่องล้อเล่น
นี่อาจจะเป็น… เป็นการปกป้องจากจิตวิญญาณต่อสู้รูปแบบป้องกัน?
แสงส่องสว่างขึ้นในจิตใจของมารเจิดจรัสและตกตะลึงในทันกับ
ความคิดนี้