Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 638 สามพันโลกไร้พรมแดน
จู่ก็ได้ยินคำกล่าวชมเชยของมารเจิดจรัส หลินหมิงจึงอยากรู้
“อัจฉริยะในแดนเทวะอยู่ในระดับใด?”
“แดนเทวะ… “มารเจิดจรัสสะดุ้งเล็กน้อย เขารีบถอนหายใจและ
กล่าวอย่างช้าๆ ว่า “แดนเทวะเป็นสถานที่ที่น่ากลัว มันกว้างใหญ่และไร้ที่
สิ้นสุด แม้เมื่อข้าติดตามเจ้านาย เราเพียงย้ายไปอยู่ในขอบนอกอันไกล
โพ้นของแดนเทวะเท่านั้น ในแดนเทวะ มีผู้เชี่ยวชาญและอัจฉริยะที่มี
พรสวรรค์ตามธรรมชาตินับไม่ถ้วน! คนเหล่านี้เป็นตัวตนที่น่ากลัวอย่าง
แท้จริงที่ผู้คนทั่วไปไม่อาจเทียบได้!”
นี่เป็นครั้งแรกที่หลินหมิงได้เห็นมารเจิดจรัสที่ดูอวดดีและโอหังดัง
พลันเปลี่ยนเป็นคอตกและไร้พลัง เขาจึงช่วยไม่ได้ที่จะถามว่า “แดนเทวะ
มีขนาดใหญ่เพียงใด?”
มารเจิดจรัสกล่าวว่า “ข้าไม่สามารถบอกได้ว่าแดนเทวะใหญ่แค่ไหน
แต่ข้าจะกล่าวถึงระดับชั้นล่างทางของแดนเทวะก่อน นั่นเป็นระดับชั้น
แบบเดียวกับที่ทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์และทวีปนภารินไหลมีอยู่ ถ้าข้าไม่ผิด
ทวีปเหล่านี้อยู่บนดาวดวงเดียวกัน แต่ห่างไกลจากกันและกัน แยกออก
จากกันด้วยมหาสมุทรอันยิ่งใหญ่”
“โลกมนุษย์ระดับต่ำที่ทวีปนภารินไหลและทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ดำรง
อยู่นี้เรียกว่า 1 ใน 3000 โลกที่ไร้ขอบเขต เป็นเขตแดนด้านล่างของแดน
เทวะ เมื่อข้ากล่าวว่า 3000 นี่ไม่ใช่ 3000 ธรรมดา แต่เป็น 3000 ที่
แตกต่างทบเท่าทวีคูณเข้าด้วยกัน เจ้าคิดว่ามันจะมากแค่ไหน? ”
คิ้วของหลินหมิงขมวดมากขึ้น 1000 คูณ 1000 คูณ 1000 เป็น
1,000,000,000!
โลกมนุษย์ระดับต่ำ 1,000,000,000 ล้านโลก นี่มันที่ยากจะ
จินตนาการอย่างยิ่ง!
ด้วยระดับต่ำที่มากถึงเพียงนี้และสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก แล้วเหล่า
ผู้เชี่ยวชาญจะมีจำนวนมากเท่าใดกัน?
มารเจิดจรัสกล่าวต่อว่า “บางส่วนของความผิดปกติมาจากแดนเทวะ
ได้ถูกลบออกจากขอบเขตของมนุษยชาติแล้ว มีมนุษย์และบางเผ่าพันธุ์
อื่นที่มีสัตว์อสูรกึ่งเทวะหรือเหนือกว่านั้น พรสวรรค์ทางสายโลหิตของ
พวกเขานั้นไร้ขอบเขต!
สายโลหิตของสัตว์อสูรกึ่งเทวะ…
หลินหมิงสูดหายใจเข้าลึกๆ ตอนแรก เมื่อเขาได้รับการสืบทอดเพียง
หยดโลหิตจากฟีนิกซ์โบราณและมังกรที่แท้จริง โลหิตทั้งสองหยดไม่
เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกายของเขาเท่านั้น แต่ยัง
เปลี่ยนปราณแท้ของเขาและเพิ่มพรสวรรค์ของเขาด้วย
ถ้านี่เป็นผลของหยดโลหิตเพียงหนึ่งหรือสองหยดของสายเลือดสัตว์
อสูรเทวะแล้ว เช่นนั้นมันจะเป็นอย่างไรถ้าเขาได้รับของสัตว์อสูรกึ่งเทวะ
จำนวนมาก?
มันไม่อาจจินตนาการได้เลย!
หลินหมิงเล่าว่าตอนที่เขาเข้าไปในแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ เขาได้
รู้ว่ามันเป็นด้านทดสอบหล่อหลอมที่ถูกทิ้งไว้โดยตระกูลฟีนิกซ์โบราณ
หรือที่เรียกว่าตระกูลฟีนิกซ์โบราณนี้เป็นหนึ่งในบรรดาเผ่าสัตว์อสูรเทวะ
เหมือนมารเจิดจรัสกล่าวถึงหรือไม่?
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลินหมิงประหลาดใจกับสิ่งที่ได้ยิน เมื่อตอนแรกที่
เขาเดินเข้าไปในแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ เขาเพียงแค่มีความสามารถ
สำเร็จด้านทดสอบหล่อหลอมระดับแม่ทัพ; เขาขาดคุณสมบัติในการเข้าสู่
ด้านทดสอบหล่อหลอมระดับราชา สำหรับมู่เชียนหยี่ มู่ปิงอวิ๋น มู่เฟิง
เซียน ทุกคนไม่ว่าในปัจจุบันหรือที่ผ่านมาต่างก็เป็นนักบุญหญิงของเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาสามารถทำได้เพียงสำเร็จด่านทดสอบหล่อหลอม
ระดับทหารเท่านั้น!
การเป็นทหารในกองทัพ นั่นก็เหมือนกับการเป็นทหารเดนตายทั่วไป
แดนเทวะ…
หลินหมิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กำหมัดหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว โลกที่
กว้างใหญ่และไร้ที่สิ้นสุดนี้คือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเหล่านักสู้!
มีทั้งผู้เชี่ยวชาญและอัจฉริยะจำนวนมาก มันทำให้หัวใจของหลินหมิ
งลุกโชนด้วยจิตวิญญาณต่อสู้อันเจิดจ้า!
เขาไม่ได้เกรงกลัวผู้เชี่ยวชาญและไม่กลัวอัจฉริยะ ถ้าผู้นึงไม่แสวงหา
ฝ่ายตรงข้ามหรือค้นหาจุดสูงสุด มันจะเป็นการจำกัดศักยภาพของตัวเอง
โดยเฉพาะการเข้าสู่ดินแดนที่มีผู้เชี่ยวชาญมากมายนับไม่ถ้วน หลินหมิ
งจึงจะมีโอกาสไปถึงจุดสูงสุดของเหล่านักสู้
“มารเจิดจรัส ไปกันเถอะ!” หลังจากเงียบไปชั่วขณะ หลินหมิงก็กล่า
วออกมาในที่สุด เส้นทางอยู่ใต้เท้าของตัวเอง ไม่ว่าเขาจะสามารถมีความ
รุ่งโรจน์ภายในแดนเทวะได้หรือไม่ ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับพื้นฐานที่เขาจะ
สร้างขึ้นในปัจจุบัน
“ไปกัน!”
หลินหมิงมีข้อมูลของแผ่นหยกที่จดจำแผนที่ไว้แล้ว ขณะที่ร่างของ
เขาเลือนหายไป เท้าของเขาเปิดใช้ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลมและเขาได้
พุ่งตรงไปยังอเวจีปีศาจอมตะ
ในตอนนี้ วิญญาณระดับต่ำไม่เป็นภัยคุกคามต่อหลินหมิงได้อีกแล้ว
แต่สำหรับพวกที่อยู่จากอเวจีปีศาจอมตะ หลินหมิงยังคงต้องระมัดระวัง
ในเรื่องนี้ ความแข็งแกร่งของเหล่าสัตว์ประหลาดชรานั้นยากที่จะ
จินตนาการได้
……………..
3 วันต่อมา หลินหมิงมาถึงเขตรอบนอก 1500 ลี้ของอเวจีปีศาจ
อมตะ ปราศจากการหยุดพัก เขาก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วกว่าที่ผ่านมา
ในวันที่ 4 หลินหมิงมาถึงเขตรัศมี 1200 ลี้จากขอบอเวจีปีศาจอมตะ
ช่วงนี้อยู่ใกล้กับเขตต้องห้าม 1000 ลี้รอบอเวจีปีศาจอมตะ ที่นี่อันตราย
จะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด แน่นอนว่า โชคในที่แห่งที่นี่เองก็เพียงพอจะ
ทำให้คนผู้หนึ่งบ้าคลั่งได้
“มารเจิดจรัส ลองหาคนให้ที!”
อเวจีปีศาจอมตะกว้างกว่า 10,000 ลี้และมีความยาวโดยรอบ
มากกว่า 30,000 ลี้ แต่ ความจริงก็คือพื้นที่ซึ่งถูกสำรวจบ่อยที่สุดโดย 12
หอคอยแยกนภาเป็นเพียงส่วนเล็กๆทางตอนใต้และทางตอนเหนือเท่านั้น
ในระหว่างการสำรวจทุกครั้ง 6 หอคอยจะสำรวจทางตอนเหนือและอีก 6
หอคอยจะสำรวจทางตอนใต้ ด้วยเหตุนี้ พื้นที่นั้นจึงไม่ใหญ่เกินไป
จะไม่เป็นเรื่องยากสำหรับหลินหมิงที่จะหาคนอื่นๆในภูมิประเทศ
หลักแห่งนี้
การร่วมทีมนั้นมีประโยชน์ สิ่งยิ่งใหญ่ที่สุดคือ เมื่อพวกเขาพบกับ
สถานการณ์ที่เป็นอันตราย นั้นก็จะมีคนที่สามารถทำหน้าที่เป็นโล่ได้
ดังนั้น หลินหมิงจะสามารถสังเกตการลอบโจมตีของจิตวิญญาณชั่วร้าย
และตอบโต้กลับได้ทันท่วงที
โดยทั่วไปแล้ว จิตวิญญาณชั่วร้ายจะโจมตีคนที่อ่อนแอที่สุดก่อน
นักสู้ที่อ่อนแอเข้าใจเหตุผลนี้ แต่พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น ถ้าพวก
เขาไม่เข้าร่วมกับผู้ทรงพลัง โอกาสที่พวกเขาจะตกตายก็จะยิ่งสูงมากขึ้น
ในความเป็นจริง ชีวิตของพวกเขาอาจตกอยู่ในอันตรายเพียงพบวิญญาณ
ที่มีระดับต่ำที่แข็งแกร่งมากมากพอ
ขณะที่หลินหมิงเดินต่อไป มารเจิดจรัสปลดปล่อยทุกการรับรู้ของ
เขาออกไปรับรู้ถึงสภาพโดยรอบ กำลังมองหานักสู้คนอื่นๆ ใน
ขณะเดียวกัน หลินหมิงก็ติดตามบันทึกแผนที่ในความทรงจำของเขาและ
ตรวจสอบสภาพภูมิประเทศโดยรอบเพื่อให้อยู่ห่างจากเขตอันตรายมาก
ที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้กระทั่งค้นหาโชคของตนไปด้วย
…………
ในเวลานี้ 1000 ลี้ห่างจากหลินหมิง มันมีกลุ่มนักสู้ที่ถูกนำโดย
ผู้ปกครองอาวุโสหลายคน ซึ่งกำลังสำรวจพื้นที่
ในบริเวณนี้ ขอบเขต 10 ลี้มีทรายและหินเป็นสีแดงโลหิตอ่อนๆ
บริเวณนี้มีภูเขาทั้ง 2 ด้าน มองจากไกลๆ ภูเขาทั้ง 2 ดูเหมือนเขาเขาของ
สัตว์อสูรมหึมา โอบล้อมพื้นที่โดยรอบพวกเขา
ภูมิประเทศนี้อาจเรียกได้ว่าแปลกอย่างมาก
“ทรายประกาย เจ้าแน่ใจหรือว่ามีกระดูกเทพปีศาจฝังอยู่ที่นี่?”
ผู้ปกครองจากหอคอยหินขาวถามหลังจากค้นหามานาน ผู้ที่เขากำลังคุย
ด้วยคิือนักสู้อิมป์ที่มาจากหอคอยห้าสี ผู้ปกครองทรายประกาย
โดยปกติ ผู้ปกครองจะอยู่ในตำแหน่งเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น หลังจากนั้น
ไม่นาน เพราะพวกเขาทำการทะลวงผ่านไปยังระดับที่เทียบเท่าขั้นทำลาย
ชีวิต พวกเขาจากนั้นก็จะออกจากหอคอยแยกนภา ผู้ปกครองทราย
ประกายได้อยู่ในที่ราบโลหิตสังหารมา 40 ปีจนตอนนี้ และได้มายังอเวจี
ปีศาจอมตะแล้ว 3 ครั้ง; นี่จะเป็นครั้งที่ 4 ของเขา เขาอาจจะกล่าวได้ว่า
เขามีประสบการณ์ไม่มากไม่น้อยไปกว่าผู้ดูแลคนใด
ผู้ปกครองทรายประกาย ได้ตรวจสอบภูมิประเทศอีกครั้งและกล่าว
ว่า “ใช่ ข้าควรจะถูกต้อง ข้าเชื่อว่ามีกระดูกเทพปีศาจที่มีคุณภาพสูงฝังอยู่
ที่ไหนสักแห่งที่นี่ ถ้าเจ้ามองไปที่เทือกเขาทั้งสอง พวกมันสร้างกรงกักเก็บ
พลังนรกตามธรรมชาติขึ้นมา จึงทำให้พลังงานนรกถูกปิดผนึกไว้ที่นี่
สถานที่แห่งนี้ง่ายที่สุดสำหรับการเกิดกระดูกเทพปีศาจขึ้นมา นอกจากนี้
พื้นดินใต้ล่างเรายังมีสีแดงโลหิต ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกระดูกเทพปีศาจ
กระดูกเทพปีศาจที่นี่จะต้องมีระดับปฐพีหรือแม้กระทั่งใกล้เคียงระดับ
สวรรค์!”
เมื่อใดฟังผู้ปกครองทรายประกายกล่าวเช่นนี้ เขาจึงตื่นเต้นขึ้นมาอีก
ครั้ง กระดูกเทพปีศาจระดับสวรรค์เป็นเพียงสมบัติล้ำค่าในตำนาน พวก
เขาไม่ได้คาดหวังที่จะพบมันที่นี่ พวกเขาจะพอใจมากแล้วตราบเท่าที่พวก
เขาสามารถหากระดูกเทพปีศาจระดับปฐพีได้ที่นี่
ขณะที่ทุกคนกำลังพยายามค้นหา ไม่มีใครเห็นประกายแสงไฟ
แปลกๆและละโมบในสายตาของผู้ปกครองทรายประกายเลยขณะที่เขา
หันไปรอบๆ