Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 637 พลังของขั้นหลอมรวมแก่นแท้
จิตวิญญาณต่อสู้เป็นการแสดงออกถึงเจตจำนงของนักสู้ จิตวิญญาณ
ต่อสู้ไม่สามารถมองเห็นได้และไม่มีรูปแบบใดๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว
มันสามารถผสานอยู่กับอะไรก็ได้ทำให้มันกลายเป็นอาวุธสังหารที่แหลม
คมได้อย่างเหลือเชื่อ ใบไม้ที่ร่วงโรย ด้วยจิตวิญญาณต่อสู้ผสานกับมันก็
จะสามารถตัดแยกสมบัติระดับสูงได้ นั่นหมายความว่าเมื่อจิตวิญญาณ
ต่อสู้ผสานกับใบไม้ที่ร่วงโรย ระดับของความแข็งแกร่งของมันก็เหนือล้ำ
เกินสมบัติ
ในตรรกะเดียวกัน หากจิตวิญญาณต่อสู้สามารถผสานกับเกราะ
สมบัติได้ เช่นนั้นจะทำให้เกราะสมบัตินั้นแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
แต่พูดง่ายนั้นง่ายกว่าทำ หลังจากที่นักสู้สร้างรูปแบบจิตวิญญาณ
ต่อสู้เบื้องต้น มันยังคงเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะสามารถจัดการกับมันได้
อย่างอิสระ
จิตวิญญาณต่อสู้สามารถใช้โจมตีได้ง่าย นี้เป็นเพราะจิตวิญญาณต่อสู้
เพียงต้องการจดจ่ออยู่กับบางจุดเท่านั้น
แต่การใช้จิตจิตวิญญาณต่อสู้เพื่อการป้องกันเป็นเรื่องที่ยากมากขึ้น
นี่เป็นเพราะคนผู้หนึ่งต้องกระจายจิตจิตวิญญาณต่อสู้อย่างสม่ำเสมอทั่ว
พื้นผิว
ในขณะที่หลินหมิงถูกโจมตี จิตวิญญาณต่อสู้ของเขาก็หายไปจาก
ทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขา กระจายออกไปทั่วร่างของเขาและผสาน
เข้ากับผิวหนัง สิ่งนี้กลับทำให้ผิวของหลินหมิงกลายเป็นแข็งแกร่งดั่งกับ
เพราะระดับปฐพีขั้นสูง ด้วยขั้นผสานไขกระดูก ซึ่งทำให้กระดูกซี่โครง
ของเขาเป็นป้อมปราการที่ยากจะผ่านไปได้ ทั้งสองปัจจัยเหล่านี้รวมกัน
จึงสามารถป้องกันค้อนปีศาจยักษ์ของผู้ปกครองคนยักษ์ได้อย่างฉับพลัน!
เมื่อมารเจิดจรัสตระหนักถึงสิ่งนี้ทั้งหมด เขาก็ชะงัก จิตวิญญาณต่อสู้
ในร่างกายหลินหมิงช่วยปกป้องเขาด้วยตัวมันเองหรือไม่? หรือว่ามันอยู่
ภายใต้การควบคุมของเขา?
ถ้ามันอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา นั่นหมายความว่าหลินหมิงได้ตื่น
ขึ้นแล้ว?
ในขณะที่มารเจิดจรัสกำลังคิดอย่างรวดเร็ว สามผู้ปกครองที่ลอบ
โจมตีหลินหมิงทุกคนได้แสดงออกถึงสีหน้ามืดมน การใช้เลือดเนื้อใน
ร่างกายเพื่อต่อต้านการโจมตีอาวุธสมบัติ… มันเป็นไปได้อย่างไรกัน?
“มีพลังพิเศษบางอย่างในร่างกายของเขาหรือไม่?” นักสู้ผู้ใช้ค้อนเป็น
อาวุธพึมพำ เขาไม่เชื่อว่ามีใครสามารถใช้ร่างกายของตนเพื่อต่อต้านการ
โจมตีของเขาได้
“ไร้เหตุผลสิ้นดี เจอนี่หน่อย!”
ผู้ปกครองปีศาจยักษ์อีกตนตะโกนออกไปและก้าวไปข้างหน้า
“กระบวนท่าทลายขุนเขา!”
เพื่อให้แน่ใจว่าจะสังหารได้ ผู้ปกครองปีศาจยักษ์ใช้ทักษะต่อสู้ที่
รุนแรงออกไป ถ้าเขาไม่ใช้ประโยชน์จากเวลานี้เพื่อฆ่าหลินหมิง เมื่อ
หลินหมิงทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้อย่างแท้จริงแล้วมันจะ
กลายเป็นเรื่องที่ยากลำบากขึ้น
ด้วยเสียงที่ปะทุระเบิดขึ้น พื้นดินใต้หลินหมิงถูกสับและผืนดินแตก
กระจายออกไป แต่ ด้วยพลังปราณปีศาจที่รุนแรงนี้ ร่างหลินหมิงถูกส่งให้
ลอยเกระเด็นออกไปอีกครั้ง เสื้อผ้าทั้งหมดของเขาฉีกขาดขณะที่โลหิต
ไหลออกมาทั่วร่าง!
“เขาไม่ตายอีกหรือ?”
ผู้ปกครองปีศาจยักษ์ผู้ใช้กระบี่เป็นอาวุธดวงตาเบิกกว้าง เขาได้ใช้
ทักษะการต่อสู้ แต่มันกลับทำได้เพียงสร้างบาดแผลให้กับหลินหมิง
นี่มันบ้าอันใดกัน?
จากนั้น เมื่อผู้ปกครองคนยักษ์เห็นเช่นนี้ ดวงตาของเขาก็เกิด
ประกายแสงที่เฉียบคม ร่างกายของเขาเริ่มเปล่งเสียง ‘กึก กึก กึก’
ทักษะปีศาจทะลวงนภา!
นี่เป็นทักษะลับของเผ่าคนยักษ์ที่ระเบิดพลังทั้งหมดภายในร่างกาย
ของพวกเขาออกมา ถึงแม้ว่าทักษะนี้ทำให้ร่างกายของเขาบาดเจ็บ แต่
ด้วยไม่มีทางเลือกผู้ปกครองคนยักษ์จึงทุ่มทุกอย่างในการโจมตีครั้งนี้!
หลังจากที่การโจมตีครั้งที่สองล้มเหลวที่จะสังหารหลินหมิง ภายใน
ใจของเขาเต็มไปด้วยรางสังหรณ์ที่มืดมน เขาคิดว่าถ้าหลินหมิงตื่นขึ้นมา
ตอนนี้ ผลลัพธ์จะเลวร้ายมากสำหรับพวกเขาทั้งหมด!
สภาพปัจจุบันของหลินหมิงนั้นดูแปลกประหลาดเกินไป!
ปราณปีศาจปะทุขึ้นทั่วร่างของเขาและเริ่มไหลเข้าสู่เท้าของ
ผู้ปกครองคนยักษ์ เขาจะเอากระบองนี้ทุบลงไปที่กะโหลกของหลินหมิง
โดยตรง!
กะโหลกศีรษะเป็นจุดสำคัญของร่างกายมนุษย์ ผู้ปกครองคนยักษ์ไม่
เชื่อว่าหลินหมิงจะมีการป้องกันที่แปลกประหลาดและลึกลับทั้งบน
หน้าอกและศีรษะของเขาได้ เขาจะทุบหัวหลินหมิงให้เละเหมือนทุบ
แตงโม!
สายลมกู่ร้อง กระบองมีพลังงานมหาศาล บิดเบือนมิติโดยรอบ ด้วย
เสียงคำราม กระบองได้ฟาดออกไปด้วยพลังอันท่วมท้น!
แต่ในช่วงเวลานี้ พลังงานจากแหล่งกำเนิดของสวรรค์และปฐพี
โดยรอบทั้งหมดได้กระจายออกเป็นวงกว้าง เมฆปีศาจของพลังงานนรก
บนท้องฟ้าหมุนควงสว่านอย่างบ้าระห่ำพุ่งตรงลงมายังตันเถียนของหลินห
มิง จากนั้นพลังงานไหลทะลักออกมาราวกับคลื่นทะเลที่คลุ้มคลั่งและแผ่
กระจายเป็นวงกว้าง สะท้านสวรรค์สะเทือนปฐี!
ในขณะนี้เอง ดวงตาของหลินหมิงก็ลืมขึ้นอย่างฉับพลัน สายตาของ
เขาราวกับสายฟ้าพุ่งออกมา!
ขณะที่ผู้ปกครองคนยักษ์เห็นดวงตาของหลินหมิงเปิดออก เขาก็รู้สึก
ตกใจอย่างเหลือเชื่อ ในเวลานี้ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะหยุดหลินหมิงได้ ด้วย
ปฐพีที่สะเทือน ปราณปีศาจทั้งหมดของผู้ปกครองคนยักษ์ถูกโคจรไปถึง
จุดที่เส้นชีพจรของเขากำลังจะฉีกขาด ทั้งหมดนี้เพื่อที่จะแสดงพลังสูงสุด
ของการโจมดีด้วยกระบองนี้ออกมา เขาคาดว่าเมื่อหลินหมิงเพิ่งตื่นขึ้นมา
เขาจะก็ไม่มีเวลาที่จะหลบการโจมตีครั้งนี้ได้
กระบองส่งเสียงหวีดหวิวขณะที่มันฟาดออกไป เมื่อถึงเวลาที่หลินห
มิงได้เปิดตาเต็มที่ กระบองฟาดเข้ามาอยู่ห่างเพียงแค่สองก้าวจาก
หน้าผากของเขา
ปัง!
แสงสีทองปะทุและพลังงานกวาดออกไปเกลียวคลื่นขนาดใหญ่
ผู้ปกครองคนยักษ์รู้สึกเพียงแค่มือของเขาที่สั่นสะเทือนขณะที่ฝ่ามือของ
เขาแตก กระบองที่อยู่ในมือของเขาดูเหมือนจะติดอยู่ในหิน ไม่สามารถ
เคลื่อนต่อได้แม้แต่นิ้วเดียว
เมื่อมองลงมา เขาเห็นว่าปลายกระบองของเขาถูกคว้าจับไว้อย่าง
แน่นโดยมือของหลินหมิง และใต้ร่างหลินหมิง มีรอยแตกเป็นใยแมงมุม
ขนาดใหญ่ที่แผ่กระจายออกไป แผ่กว้างออกไปไกลกว่าหนึ่งพันก้าว ยัง
ลึกลงไปในพื้นดิน
เนื่องด้วยพื้นที่แตกใยแมงมุมก็จะเห็นได้ชัดของแรงกระแทกอันหนัก
หน่วงจากการโจมตีนี้ แต่หลินหมิงได้ต้านทานแรงอัดกระแทกนี้โดยที่
แขนของเขาไม่หักงอ
“นี่… นี่มัน…!”
ผู้ปกครองคนยักษ์มองไปที่ส่วนปลายของกระบองของเขาที่ถูกจับไว้
ในมือข้างขวาของหลินหมิง ริมฝีปากของเขากำลังสั่น การโจมตีของเขาที่
ทุ่มพลังเต็มที่กลับถูกหลินหมิงต้านรับไว้ได้โดยไม่ใช้อาวุธช่วย?
การโจมตีของกระบองนี้เพียงพอแล้วที่ผ่าภูเขาขนาดใหญ่ได้เลย!
“หลินหมิง… เจ้า…” น้ำเสียงของนักสู้คนยักษ์สั่นสะท้าน พลังของ
หลินหมิงที่อยู่ตรงหน้าเขาเกินขอบเขตความเข้าใจของเขาไปแล้ว
ในเวลานี้ จิตสังหารที่หนาแน่นได้แผ่ออกมาจากร่างของหลินหมิง
และมันก็มีสนามพลังของอาชูร่าขยายออกมาด้วยเช่นกั ด้วยความ
แข็งแกร่งของผู้ปกครองคนยักษ์ เมื่อเผชิญหน้ากับสนามพลังอาชูร่า
แม้ว่าเขารู้สึกราวกับว่าการจะต่อต้านมันย่อมเป็นไปไม่ได้!
วิ่ง!
ผู้ปกครองคนยักษ์ไม่รู้ว่ามีโชคแบบใดที่หลินหมิงบังเอิญได้เจอ แต่ไม่
ต้องสงสัย ความจริงก็คือเขาไม่มีความสามารถในการต่อต้านหลินหมิงที่อ
ยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้ได้อีกแล้ว!
โดยปราศจากคำพูดใดๆ เขาหันหลังกลับและหนีไป เขาไม่แม้แต่จะ
พยายามกลับไปเอาสมบัติกระบอง เขารู้ดีอย่างชัดแจ้วว่ามันเป็นไปไม่ได้
เลยที่เขาจะนำกระบองนี้กลับมาจากมือของหลินหมิง!
ผู้ปกครองอีกสองเองก็ไม่ใช่คนโง่ เมื่อเห็นผู้ปกครองคนยักษ์วิ่งหนี
พวกเขาก็หันหลังหนีไปด้วยเช่นกัน ไม่เพียงแค่นั้น แต่ทั้งสองต่างเลือก
ทิศทางที่ต่างกันซะด้วย
หลินหมิงเค้นเสียงเย็นชา เขายื่นมือออกไปคว้าจับความว่างเปล่า
กรงมิติและเวลา!
ผู้ปกครรองทั้ง 3 รู้สึกราวกับว่าพวกเขาจู่ๆก็ชะลอตัวลง มิติรอบ
กลายเป็นหนาแน่น มันเหมือนกับว่าพวกเขาตกลงไปในโพรงลึก ไม่มีทาง
ที่จะหลบหนีได้
กรงมิติและเวลาของหลินหมิงด้อยกว่ากรงมิติและเวลาที่อยู่ในกรง
ราชัน มันไม่สามารถกักขังคนได้อย่างแท้จริง มันสามารถเพียงชะลอการ
เคลื่อนไหวของพวกเขาอย่างมากเท่านั้น แต่นี้ก็เพียงพอแล้ว!
หลินหมิงขยับเท้าและร่างกายของเขาพุ่งออกไปข้างหน้าราวกับการ
ปะทุของระเบิด เขาไม่ได้นำเอาหอกแห่งดาวหางม่วงมาใช้ เพียงใช้
กระบองที่อยู่ในมือเท่านั้น ใช้กระบองนี้เป็นดั่งหอก เขาฟาดมันไปยัง
ผู้ปกครองคนยักษ์!
“อ๊ากกก!”
ผู้ปกครองคนยักษ์ตะโกนเหมือนคนบ้าที่บ้าคลั่ง เขานำกระบองอีก
อันหนึ่งออกจากแหวนมิติของเขาและฟาดไปยังหลินหมิง
การโจมตีครั้งนี้เป็นการโจมตีที่ไม่เหลือพลังป้องกันร่างกายตนเอง
แม้แต่น้อย ผู้ปกครองครยักษ์ตระหนักดีว่าเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลินหมิง
แต่ก่อนที่เขาจะตาย เขาอาจจะทำให้หลินหมิงบาดเจ็บหรือบังคับให้เขา
ต้องป้องกันก็ยังดี
อย่างไรก็ตาม แผนการของเขาได้ถูกกำหนดให้ล้มเหลว
ในขณะที่ผู้ปกครองคนยักษ์โจมตี เขารู้สึกราวกับว่าเวลารอบตัวเขา
ช้าไปเป็นอัตราที่ช้าอย่างยิ่ง ขณะที่กระบองของเขาฟาดออกไปเพียงครึ่ง
ทาง กระบองของหลินหมิงก็ฟาดมาที่อกของเขาแล้ว
ด้วยจิตวิญญาณต่อสู้หลอมรวมกับกระบอง มีเพียงเสียงแทรกผ่านที่
เหมือนตะเกียบเจาะทะลุเข้าไปในกระดาษ กระบองนั้น ปราศจากสิ่งกีด
ขวางใดๆเจาะผ่านปราณป้องกันปีศาจของผู้ปกครองคนยักษ์และผ่านร่าง
ของเขาราวกับว่าเขาทำมาจากเต้าหู้
ผู้ปกครองคนยักษ์รู้สึกเพียงความหนาวเย็นและความว่างเปล่าในจิต
วิญญาณเท่านั้น ขณะที่เขามองไปข้างหน้า หลินหมิงก็หายตัวไปแล้ว เมื่อ
มองลงข้างล่าง สิ่งที่เขาเห็นคือแขนขนาดใหญ่ถูกเจาะทะลุผ่านไป!
เพราะความเร็วที่มากเกินไป โลหิตยังไม่ทันได้กระฉูดออกมาด้วยซ้ำ
…
การฆ่าผู้ปกครองคนยักษ์ได้ในทันที ไม่ถือว่ามากมายอันใดนัก
สำหรับหลินหมิงในตอนนี้!
หลินหมิงก็เปลี่ยนทิศทางอย่างฉับพลัน มิติใต้ฝ่าเท้าของเขาดูเหมือน
จะหดตัว และเพียงไม่กี่ก้าว เขาก็สามารถตามทันผู้ปกครองปีศาจยักษ์อีก
คนได้
ผู้ปกครองปีศาจยักษ์หวาดกลัว ความตื่นตระหนกเผยให้เห็นบน
ใบหน้าของเขาเมื่อเขาเห็นหลินหมิงจู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นต่อเขา สีหน้าของ
เขาซีดขาวในทันที เขาไม่สามารถจะตอบสนองได้ทันเลย ในความเป็น
จริง มันจะไร้ประโยชน์ที่จะทำสิ่งใดอีกแล้ว ความเร็วในการโจมตีของเขา
ราวกับเป็นเต่าคลาน
ด้วยการโจมตีดั่งสายฟ้าแลบ กระบองของหลินหมิงได้เจาะผ่าน
ลำคอขอนักสู้ปีศาจยักษ์ เพราะความเร็วที่มากเกินไปอีกเช่นเดิม ลำคอ
ของนักสู้ปีศาจยักษ์ถูกตัดทะลวงจนขาดในเวลาเดียวกับศีรษะของเขาตก
ลงไป!
ขณะที่หลินหมิงถอนกระบองกลับมา ศีรษะลอยขึ้นไปในอากาศ!
ต่อมา ขณะที่ผู้ปกครองคนสุดท้ายเห็นสหายของเขาตกตายอย่างน่า
สังเวชโดยที่ไม่สามารถต้านทานแม้เพียงเล็กน้อยแล้ว และเมื่อหลินหมิ
งพุ่งตรงมาที่เขา ก็จะตกตายอย่างมิต้องสงสัย
ในขณะที่กระบองถูกเหวี่ยงลงไปในด้านหลังของนักสู้ พริบตา มันก็
ทะลวงเข้าไป กระดูกสันหลังและอวัยวะของเขาบิดเบี้ยว!
ตั้งแต่ช่วงที่หลินหมิงจับกระบองเอาไว้ มันใช้เวลาเพียง 3 ลมหายใจ
เท่านั้นเพื่อที่ฆ่าผู้ปกครองทั้ง 3 คน!
สำหรับหลินหมิง ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ นักสู้ระดับ
ผู้ปกครองทั่วไปไม่สามารถต่อต้านเขาได้ มันง่ายดายราวกับการสับไก่!
ในตอนแรก เมื่อหลินหมิงอยู่ในเส้นทางแห่งจักพรรดิ เขาไม่ได้เลือก
ทะลวงผ่านระดับการบ่มเพาะ แต่เขาเลือกทำความเข้าใจถึงจิตวิญญาณ
ต่อสู้ ด้วยเหตุนี้ ความแข็งแกร่งของเขาจึงเหนือกว่าของผู้ปกครอง แต่ก็
ยังกว่าเจ้าหอคอย
ตอนนี้หลินหมิงได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ ความแข็งแกร่ง
ของเขาจึงได้เพิ่มขึ้นหลายเท่า ในตอนนี้ การฆ่านักสู้ระดับผู้ปกครองทั่ว
ย่อมใช้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ
หลังจากที่เขาฆ่า 3 ผู้ปกครองแล้ว หลินหมิงรู้สึกว่าจิตสังหารที่
หนาแน่นในร่างกายของเขาค่อยๆ จางหายไป
ในขณะนี้ พลังงานนรกที่หนาแน่นพวยพุ่งออกมาเหนือศพทั้ง 3
ผู้ปกครอง ก่อตัวเป็นปีศาจปีกสวรรค์ 10 ปีกพุ่งมายังเขา
สำหรับหลินหมิงในตอนนี้ เหล่ารูปแบบปีศาจสวรรค์ที่เกิดจากพลัง
นรกเป็นเพียงเรื่องน่าขันเท่านั้น
ด้วยการปัดนิ้วทั้ง 3 เขาผสานจิตวิญญาณต่อสู้ไปบนอากาศ ทันใด
นั้นก็สามารถเอาชนะ 3 ปีศาจสวรรค์ได้
หลังจากที่ปีศาจสวรรค์ระเบิดออก พวกมันกลายเป็นพลังนรก
บริสุทธิ์ และรวมตัวกันไหลเข้าไปยังร่างของหลินหมิงอย่างรวดเร็วและ
ช่วยสร้างรูปแบบรอยสักปีศาจสวรรค์ของเขา
ปีกคู่ที่ 5 เริ่มชัดเจนขึ้น หลินหมิงแต่เดิมนั้นเป็นปีศาจปีกสวรรค์ 10
ปีกช่วงต้น แต่ตอนนี้หลังจากฆ่า 3 ผู้ปกครอง 2 คนซึ่งมีปีศาจปีกสวรรค์
10 ปีกช่วงต้น และอีก 1 คนนั้นเป็นปีศาจปีกสวรรค์ 10 ปีกช่วงกลาง
รอยสักปีศาจสวรรค์ของเขาได้เติบโตมากขึ้น มันกำลังก้าวไปที่ช่วงกลาง
ของปีศาจปีกสวรรค์ 10 ปีก
เมื่อหลินหมิงเห็นรอยสักปีศาจสวรรค์เติบโตขึ้นมากขึ้น ดวงตาของ
เขาก็ส่องประกาย “ข้าเข้าใกล้ปีศาจปีกสวรรค์ 12 ปีกขึ้นไปเรื่อยๆแล้ว
ถ้าเป็นไปได้ ข้าควรจะพยายามแคบแน่นรอยสักปีศาจสวรรค์ 12 ปีกใน
อเวจีปีศาจอมตะนี้ นี่จะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดของข้าที่จะทำเช่นนั้น!”
เจตจำนงแห่งนักสู้ปีศาจสวรรค์ประกอบไปด้วย 3 สิ่งที่แตกต่างกัน
คือสนามพลัง – อาชูร่า เทพแห่งความตายและจักรพรรดิสูงสุด สำหรับ
สนามพลังจักรพรรดิสูงสุด หลินหมิงไม่ได้คิดอะไรมากนัก แม้ด้วย
ความสามารถในปัจจุบันของเขา มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะข้ามผ่าน
เส้นทางแห่งจักพรรดิได้ทั้งหมด
สำหรับสนามพลังอาชูล่าหลินหมิงได้รับมันมาแล้ว
ตอนนี้ สนามพลังหนึ่งเดียวที่เขาจะสามารถเข้าใจได้คือ สนามพลัง
เทพแห่งความตาย หลังจากสร้างรอยสักปีศาจสวรรค์ 12 ปีกได้แล้ว มัน
จะเป็นของเขาเอง
อย่างเงียบๆ เขาหยิบแหวนมิติของ3 ผู้ปกครองขึ้นมา ขณะที่กำลัง
จะตรวจสอบพวกมัน ก็ได้ยินเสียงมารเจิดจรัสดังขึ้นในหัวของเขา
“หลินหมิง เจ้าเป็นอสูรร้ายในคราบมนุษย์ชัด เจ้าทำให้ข้าอึ้งจนหมด
คำพูด!”