Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 648 ปีศาจศพ
“เจ้าได้คิดหาหนทางที่จะออกจากอเวจีปีศาจอมตะได้แล้ว?” มารเจิด
จรัสกล่าวถามและตกตะลึง
“แค่ความรู้สึกทั่วไป… ข้าไม่รู้ว่ามันเป็นไปได้จริงหรือไม่…” หลินหมิ
งกล่าวอย่างเงียบๆ เขากำลังนึกถึงฉากในจิตใจของเขาอย่างต่อเนื่อง
มารเจิดจรัสตกตะลึงอย่างมาก ตอนนี้เขาคุ้นเคยกับบุคลิกของหลินห
มิงอย่างมาก ถ้าหลินหมิงกล่าวว่าเขาทำได้ เขาก็ต้องมีความเชื่อมั่น 70
ถึง 80% ว่าแผนของเขาจะใช้ได้
เขตต้องห้าม 1,000 ลี้เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นดินแดนที่ไม่อาจหวนกลับ
ซึ่งแม้แต่นกไม่สามารถข้ามผ่านไปได้ แม้แต่ว่าขั้นทำลายชีวิตระดับสูง
หรือผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิที่อ่อนแอก็อาจตกตายที่นี่ได้
แต่หลินหมิง เขากลับสามารถค้นพบวิธีการที่จะออกจากดินแดนนี้ได้
…
เมื่อตอนที่พวกเขาจับกุมกระดูกปีศาจด้วยกัน ส่วนใหญ่เขาได้อาศัย
ความช่วยเหลือจากมารเจิดจรัส แต่หลังจากที่เข้าไปในเขตต้องห้าม
1000 ลี้ ความจริงก็คือมารเจิดจรัสไม่ได้มีบทบาทมากนัก ส่วนใหญ่เป็น
เพราะการทำงานอย่างหนักของหลินหมิงและความพยายามด้วยตัวเอง!
“เด็กคนนี้!”
มารเจิดจรัสถอนหายใจด้วยอารมณ์ บางที อีกไม่นานวิญญาณที่
เหลือของเขาก็อาจจะเป็นประโยชน์กับหลินหมิงได้อีกต่อไป
หลังจาก 15 นาทีผ่านไป หลินหมิงได้สรุปสถานการณ์ในใจของเขา
เสร็จสิ้น เขายืนขึ้นและกล่าวกับกลุ่มว่า “ตามข้ามา”
ด้วยคำกล่าวของหลินหมิง ทุกคนลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว แม้ว่าพวก
เขาจะวางความหวังทั้งหมดไว้ที่หลินหมิง แต่ก็ยังคงไม่มั่นใจว่าหลินหมิง
จะสามารถพาพวกเขาออกไปได้
ตลอดเวลานี้ พวกเขาได้เดินลึกเข้าไปลึกเข้าไปในอเวจีปีศาจอมตะ
มากขึ้น ยิ่งเข้าไปใกล้จุดศูนย์กลาง ก็ยิ่งถูกดูดเข้าไปเร็วขึ้น มันเหมือนกับ
ว่ามีแรงดึงดูดที่มองไม่เห็นกำลังดูดพวกเขาเข้าไปอยู่ตลอดเวลา
มารเจิดจรัสได้กล่าวว่าอเวจีปีศาจอมตะเป็นเหมือนหลุมดำ ยิ่งผู้นึง
เข้าไปใกล้มากขึ้น แรงดึงดูดก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น การจะกลับมาก็เป็น
เรื่องยากอย่างยิ่ง
แต่หลินหมิงพบว่าตนเองติดอยู่ในกับดักความเข้าใจผิดของตัวเอง
เขาคิดว่าเพื่อที่จะออกจากเขาวงกตมิตินี้ เขาจะต้องมองหาทางออกของ
มัน
อย่างไรก็ตาม เขาวงกตมิตินี้มีความซับซ้อนมากด้วยการบิดและหมุน
นับไม่ถ้วน มันมีกระทั่งทางตัดกันที่อยู่ห่างอเวจีปีศาจอมตะ 100-200 ลี้
ถ้าเขาก้าวผ่านมันไปโดยไม่ระวัง เขาจะไปใกล้อเวจีปีศาจอมตะใกล้กว่า
ถึง 100 ลี้ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างมิต่างสงสัยมาก
นอกจากนี้ ยังมีเขตอันตรายอื่นๆในเขตต้องห้าม 1000 ลี้ หากพวก
เขาต้องเผชิญกับอันตรายบางอย่างและถูกบังคับให้หนีออกไป เช่นนั้น
ความพยายามทั้งหมดของพวกเขาจะเป็นเรื่องไร้ประโยชน์
ในสถานการณ์เช่นนี้หลินหมิงรู้สึกราวกับว่าเขาเดินเข้าไปในทางตัน
แต่แล้ว สัตว์อสูรดุร้ายมหึมาของที่นี่ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นอย่างฉับพลันมันทำ
ให้หลินหมิงได้รับแรงบันดาลใจที่ลุกโชนจากมัน
เมื่อสัตว์อสูรดุร้ายมหึมาดังกล่าวได้ปล่อยให้เสียงคำรามไปทั่วท้องฟ้า
คลื่นกระแทกที่ทรงพลังได้ทะลุออกไปข้างนอกและทำลายวงกตมิติ
โดยรอบ
จากนั้น เมื่อสัตว์อสูรดุร้ายมหึมาได้กางปีกกว้างขึ้น ก็เกิดพายุที่น่า
สะพรึงกลัวกวาดออกมาไปทำลายเขาวงกตมิติอีกครั้ง กวาดพวกมัน
ออกไป 1,000 ก้าว ระยะทาง 1000 ก้าวนี้มุ่งออกไปยังอเวจีปีศาจอมตะ!
กล่าวอีกนัยหนึ่ง พวกเขาถูกพัด 1000 ก้าวจากอเวจีปีศาจอมตะ
เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น มันก็เหมือนแสงที่สว่างที่เกิดขึ้นในจิตใจของหลินห
มิง มิติที่บิดเบี้ยวที่นี่อาจเปลี่ยนทิศทางการเดินของผู้ที่อ่อนแอได้ แต่ก็ไม่
สามารถเปลี่ยนคลื่นกระแทกและพายุที่รุนแรงจากสัตว์อสูรดุร้ายจากสัตว์
อสูรดุร้ายโบราณขนาดมหึมาได้ สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะมันแข็งแกร่ง
เกินไป!
ถ้าเขาสามารถเป็นเหมือนสัตว์อสูรดุร้ายโบราณขนาดมหึมานี้และ
ทำลายเขาวงกตมิติโดยรอบแล้ว การออกจากสถานที่แห่งนี้ก็จะง่ายดาย
อย่างยิ่ง
การคิดทำลายมิติที่นี่เป็นความคิดของคนบ้าบิ่นเท่านั้น ถ้าเป็นเมื่อ
หลายเดือนที่ผ่านมา หลินหมิงคงไม่เชื่อว่าเขาจะทำสำเร็จได้ แต่ตอนนี้
เขาได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ และจิตวิญญาณต่อสู้ของเขาก็
มาถึงระดับทองแดง พลังโจมตีของเขาจะต้องมหาศาลอย่างมาก
จิตวิญญาณต่อสู้มีผลมหาศาลต่อพลังโจมตี เพียงแค่จุดนี้อย่างเดียว
หลินหมิงก็เหนือยิ่งกว่ากว่าผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตระดับ 2 แล้ว!
ในตอนแรก ซ่วนหวู๋จี๋และคนอื่นๆยังสามารถตัดผ่านช่องว่างมิติใน
โลกที่ล่มสลายด้วยระดับพลังประมาณนี้ได้ ตอนนี้ เขาก็ควรมี
ความสามารถที่จะทำได้เช่นกัน อย่างน้อย เขาควรจะสามารถที่จะเปลี่ยน
มิติโค้งที่จุดอ่อนของเขาวงกตมิตินี้ได้
ในตอนนี้ เหตุผลที่หลินหมิงยังเดินต่อไปก็คือมองหาจุดที่อ่อนในมิติ
นี้
ศิลาทมิฬเดินตามหลังหลินหมิงอย่างใกล้ชิด อย่างไม่สบายใจ เขา
ถามว่า “ผู้กล้าหลินทำไมท่านจึงไม่วางเครื่องหมายค่ายกลเช่นเดิมเล่า?”
หากไม่มีเครื่องหมาย พวกเขาจะกลับมาได้อย่างไร? ศิลาทมิฬก็ไม่ได้
มีความรู้สึกปลอดภัยเลย
ต๋วนมู่ฉินและคนอื่นๆก็ไม่เข้าใจเช่นกัน แต่สิ่งที่พวกเขารู้ก็คือหลินห
มิงมีเหตุผลในการทำเช่นนี้ พวกเขาไม่เข้าใจหลักการแปลกๆและลึกลับ
ของเขตต้องห้าม 1000 ลี้นี้ ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่จะถาม
“เพราะมันไม่จำเป็น”
หลินหมิงตอบโดยปราศจากการอธิบาย ในความเป็นจริง การทิ้ง
เครื่องหมายที่ผสานจิตวิญญาณต่อสู้ก็หมายความว่าเขาจะต้องสูญเสีย
พลังจิตวิญญาณต่อสู้ไปบางส่วน ถึงหนึ่งเครื่องหมายจะใช้ไม่มาก แต่หาก
เป็นร้อย ก็ก็จะต้องใช้พลังจิตวิญญาณต่อสู้ไปไม่น้อยอย่างแน่นอน ตอนนี้
หลินหมิงต้องทำให้แน่ใจว่าพลังการโจมตีและจิตวิญญาณต่อสู้ของเขาจะ
อยู่ในสถานะที่พร้อมและแข็งแกร่งที่สุด
ศิลาทมิฬสังเกตเห็นความสงบเงียบของหลินหมิงจึงไม่ถามอะไรอีก
ทั้งหมดที่เขาสามารถทำได้คือ ตามหลินหมิงไป หัวใจของเขากระวน
กระวายตลอดเวลา
หลังจากเดินไปประมาณ 15 นาทีหลินหมิงก็พบจุดอ่อนแรกในมิติ
ตราบเท่าที่เขาสามารถทำลายมิติตรงหน้าเขาได้ เขาจะสามารถออก
จากเขาวงกตมิตินี้และเดินหน้าต่อไปได้ มันจะช่วยให้เขาประหยัดเวลา
และความพยายาม
หลินหมิงหลับตาลง
ปราณเทพทรราชคลั่งได้ถูกเปิดออก
เขาโคจรปราณแท้ภายในร่างจนถึงขีดจำกัด
สายรุ้งทะลวงสวรรค์!
ด้วยจิตวิญญาณต่อสู้ที่ผสานเข้ากับหอกแห่งดาวหางม่วง หลินหมิ
งพุ่งมันออกไป!
การโจมตีอย่างกะทันหันทำให้อีก 5 คนต้องประหลาดใจ พวกเขาคิด
ว่าศัตรูมาถึงแล้วและทุกคนเริ่มเอาอาวุธออกเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับ
การต่อสู้ครั้งสุดท้าย อย่างไรก็ตาม ขณะที่พวกเขารอ ก็ได้ค้นพบว่าไม่มี
อะไรเกิดขึ้น หลินหมิงเพียงพุ่งหอกไปยังอากาศที่ว่างเปล่าแค่นั้น
‘สหายผู้นี้รู้สึกกระวนกระวายมากจนทำลายพื้นที่ว่างเปล่าแก้
เครียด?’ ศิลาทมิฬคิดอย่างไม่สบายใจ ก่อนหน้านี้ เขาไม่ได้มีความมั่นใจ
ว่าเขาจะสามารถเอาชนะหลินหมิงได้ แต่เมื่อเห็นเขาทำตัวน่าขายหน้าต่อ
ทุกคน ก็ช่วยไม่ได้ที่เขาจะคิดกับตนเองว่า ‘อืม แม้แต่เจ้าเองก็มีเวลาที่น่า
ละอายเช่นกัน’
“ไปกันเถอะ!”
หลินหมิงกล่าวสั้นๆและยกเท้าขึ้นเดิน ความคิดของเขาถูกต้อง เมื่อ
จิตวิญญาณต่อสู้ระดับทองแดงผสานเข้ากับการโจมตีของเขาและกับ
ความจริงที่ว่าการบ่มเพาะของเขาได้มาถึงขั้นหลอมรวมแก่นแท้แล้ว เขา
จึงสามารถเปลี่ยนการบิดเบือนในมิติที่นี่ได้!
ขณะที่ทุกคนเห็นหลินหมิงเดินไปข้างหน้าอย่างสงบ คนอื่นๆก็ตาม
เขาไปโดยไม่ถาม
เมื่อเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ รูปแบบจึงเริ่มปรากฏขึ้น ไม่ว่าจะครั้ง
ก่อนหรือตอนนี้่ หลินหมิงก็ยังโจมตีอากาศที่ว่างเปล่า
ทุกคนสับสน; เขากำลังทำสิ่งใดอยู่กันแน่?
หากกล่าวตามจริง การโจมตีอากาศที่ว่างเปล่าเช่นนี้ดูโง่เขลาอย่าง
ยิ่ง
ถ้านี่เป็นนักสู้คนอื่น พวกเขาจะถือว่านักสู้ผู้นั้นคงมีอาการป่วยทาง
จิต แต่หลินหมิงนั้นแตกต่างกัน ถ้าหลินหมิงทำเช่นนี้ ไม่ว่ามันจะน่า
หัวเราะหรือไร้สาระเพียงใด มันก็จะต้องมีความลึกลับที่ไม่สามารถอธิบาย
ได้อยู่เบื้องหลังของมัน นี้อาจเรียกได้ว่าเป็นน้ำหนักความน่าเชื่อถือของ
ผู้เชี่ยวชาญ
โจมตีหลังจากการโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกคนตกใจในตอนแรก แต่
หลังจากนั้นก็เริ่มคุ้นเคยกับมัน ไม่มีผู้ใดถามว่าเหตใดหลินหมิงจึงทำเช่นนี้
– เพราะพวกเขารู้ว่าการถามไปก็ไร้ประโยชน์
ศิลาทมิฬรู้สึกกระวนกระวายใจ การโจมตีแบบโง่งมของหลินหมิงจะ
ส่งผลต่อสิ่งใดกัน?
โดยไม่ได้ตั้งใจ ศิลาทมิฬหันกลับไปมองอเวจีปีศาจอมตะ ขณะที่เขา
เห็นมัน เขาก็ตกใจในทันที
“ทุกคน ดูนั่น!”
ทุกคนในกลุ่มคนหันไปมองและเห็นว่า อเวจีปีศาจอมตะที่อยู่
ห่างไกลออกไปดูเหมือนจะเลือนรางขึ้น การไหลเวียนของพลังงานจมเข้า
ไปในหมอกหนา มองดูคล้ายความฝัน
จากการที่เห็นได้ชัดว่ามันเลือนราง นี่ก็ได้แสดงให้เห็นว่าพวกเขา
กำลังเดินออกห่างจากอเวจีปีศาจอมตะแล้ว! นอกจากนี้ พวกเขาได้ออก
ห่างไปอย่างน้อยหลายสิบหรือหลายร้อยลี้ด้วยเช่นกัน!
เมื่อตระหนักถึงเรื่องนี้ ทุกคนตื่นเต้นมากขึ้น
พวกเขาไม่ทราบว่าหลินหมิงได้ทำเช่นนี้ได้อย่างไร แต่ตอนนี้ไม่มีใคร
กล้าที่จะรบกวนความคิดของเขาอีก
สำหรับหลินหมิง ทุกครั้งที่โจมตีมิติ หอกแห่งดาวหางม่วงจะจมลงสู่
พื้นผิวที่มองไม่เห็นได้อย่างสมบูรณ์ของมิติ จึงไม่มีผู้ใดเห็นว่าพลังงานอยู่
เบื้องหลังการโจมตีแต่ละครั้งทรงพลังเพียงใด ทุกคนคิดว่าเป็นแค่การ
โจมตีธรรมดา แต่ความจริงก็คือทุกๆการโจมตีมันได้ใช้พลังของหลินหมิง
80 ถึง 90%
สำหรับช่วงเวลาสั้นๆในการโจมตีด้วยความรุนแรงสูง แม้ว่าหลินหมิง
จะได้รับการสนับสนุนจาก ประตูแห่งการรักษา แต่เขาก็ยังพบว่ามันยาก
ที่จะดำเนินเช่นนี้ต่อไป
เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเอาโอสถบางอย่างออกมาและฟื้นฟู
ความแข็งแกร่งของเขา
ภายในอเวจีปีศาจอมตะ หลินหมิงต้องคอยทำให้แน่ใจว่าเขาอยู่ใน
สภาวะที่ดีที่เสมอ มิเช่นนั้น ถ้าภัยพิบัติร้ายแรงเกิดขึ้น ไม่มีใครช่วยเหลือ
เขาได้
“ผู้กล้าหลิน ความลึกลับอันใดกันที่ท่านโจมตี? พวกสามารถช่วยได้
หรือไม่?” เมื่อศิลาทมิฬเห็นว่าหลินหมิงพักอยู่ครึ่งชั่วโมงแล้ว เขาก็ช่วย
ไม่ได้ที่จะถามออกไป ตอนนี้เขากังวลมากเกินไป ทุกวินาทีที่พวกเขาอยู่
ในเขตต้องห้าม 1000 ลี้นี้ มันหมายความว่ามีอันตรายมากขึ้น
หลินหมิงยังไม่ทันได้ตอบสนองก่อนที่ผู้ปกครองเมฆปีศาจเค้นเสียง
เย็นชาและตะโกนว่า “ศิลาทมิฬ นั่งลงซะ!”
ศิลาทมิฬไม่ยอมกลับไปยังที่นั่ง
“อย่าไปรบกวนน้องชายหลิน ก็ถือเป็นการช่วยอย่างที่สุดของเจ้า
แล้ว!” ต๋วนมู่ฉินกล่าว เขายังได้สังเกตการโจมตีของหลินหมิงอย่าง
ระมัดระวัง มันดูเหมือนว่าการโจมตีแบบสุ่มแต่จริงๆกลับมีมุมและ
ความเร็วที่เฉพาะเจาะจง หากต้องการโจมตีเช่นด้วยกับหลินหมิง แน่นอน
ว่าการพูดย่อมง่ายกว่าลงมือทำ
45 นาทีต่อมา หลินหมิงได้ฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์แล้ว ในขณะนั้น
ดวงตาของหลินหมิงเปิดขึ้นมา เขาก็ตกตะลึงในทันที เขามองเห็นแสงสี
เขียวสลัวที่อยู่ด้านหลังหลานฉิน ขณะที่เขามองดูใกล้ๆ ความรู้สึกน่าขน
ลุกก็แผ่ไปถึงขึ้นหลังของเขาในทันที “หลานฉิน ข้างหลังเจ้า!”
“อะไรกัน!?”
หลานฉินตกใจอย่างมาก นางก็หันไปรอบๆ เหงื่อเย็นได้หยดลงที่
หลังของนางเรียบร้อยแล้ว เบื้องหลังนาง มีหญิงสาวที่มีผมสีเขียวลอยอยู่
ในอากาศ ริมฝีปากสีแดงฉานของนางเปิดออกขณะที่นางดูดพลังปราณ
จากร่างของหลานฉินเข้าไปในปากของนางอย่างต่อเนื่อง!
“อ่าาา!”
หลานฉินร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าที่งดงามของนาง
เปลี่ยนเป็นสีซีด!
“มันกำลังดูดพลังชีวิตของเจ้า!” หลินหมิงกล่าวออกมาและตกใจ
ประเภทของศพสีเขียวนี้เรียกว่าปีศาจศพ หลังจากศพของนักสู้ถูก
ครอบงำด้วยวิญญาณชั่วร้าย มันจะดูดซับพลังนรกจากโลกและค่อยๆ
กลายเป็นสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวขึ้น
“ตาย!
ดวงตาของต๋วนมู่ฉินสาดประกายด้วยแสงที่ไร้ความปราณี เขาหยิบ
กระบี่ยาวของเขาและแทงที่ปีศาจศพ เมื่อปีศาจศพดูดพลังชีวิตไป ก้จะ
ทำให้ชีวิตของพวกเขาสั้นลงมาก ไม่ทราบว่าพลังชีวิตของหลานฉินถูก
ดูดกลืนเข้าไปมากเท่าใด แต่ถ้าพวกเขาไม่ได้ฆ่าปีศาจศพผมสีเขียวนี้แล้ว
เช่นนั้นพลังชีวิตก็จะไม่มีวันกลับมา
เผชิญกับการโจมตีที่รุนแรงด้วยกระบี่ของต๋วนมู่ฉิน ปีศาจศพไม่ได้
พยายามจะหลบด้วยซ้ำ มันปล่อยให้คมกระบี่ตัดลงบนร่างของมัน
เคล้ง!
เสียงโลหะปะทะกับโลหะดังขึ้น กระบี่ของต๋วนมู่ฉินตัดชุดของปีศาจ
ศพได้ แต่ไม่สามารถขีดขวนผิวหนังของมันได้เลย
“อะไรกัน!?”
สีหน้าของต๋วนมู่ฉินซีดลง แม้ว่าการโจมตีครั้งนี้จะเร่งรีบและเขาก็
ไม่ได้ใช้พลังเต็มที่ แต่อย่างน้อยก้ใช้พลังไป 60-70% แต่ก็ยังไม่สามารถ
ขีดขวนผิวหนังของสัตว์ประหลาดตัวนี้ได้! ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว แม้ว่าเขาจะ
โจมตีด้วยพลังทั้งหมดก็คงจะสามารถทำให้มันเกิดแผลเล็กๆได้เท่านั้น!
นักสู้คนอื่นๆเองก็สีหน้ามืดมน ความแข็งแกร่งของต๋วนมู่ฉินอยู่ใน
อันดับต้นๆในกลุ่มของพวกเขา ถ้าเขาไม่สามารถทำร้ายปีศาจศพได้ก็ไม่
จำเป็นต้องกล่าวถึงคนอื่นๆ
วิ่ง!
นี่เป็นความคิดที่เกิดขึ้นในจิตใจของหลายคน อย่างไรก็ตาม ขณะที่
พวกเขาคิดกำลังเช่นนี้ มันก็เหมือนกับว่าพวกเขาถูกโยนลงในโรงน้ำแข็ง
อย่างฉับพลัน ด้านหน้าของพวกเขา ประมาณ 70 ถึง 80 ก้าว มันมีปีศาจ
ศพอยู่ 3 ตัว พวกเขารวมตัวกันเป็นรูปแบบและล้อมรอบพวกเขาไว้!